You are here

เรือหลวงสัตกูด

Mission Gunship (The End)

นี่ไม่ใช่จุดจบ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ผมเคยเห็นประโยคนี้ในหนังสือหรือในภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่ที่ผมยกมาปิดท้ายซีรี่ส์ Mission Gunship ไม่ใช่เพราะเท่ดี แต่ผมเชื่อว่าประโยคนี้เป็นจริงสำหรับโครงการเรือปราบและเรือสัตกูด เพราะยังมีเรื่องอีกมากมายรอให้เรากระทำ ยังมีเวลาอีกยาวนานที่จะท้าทายความมุ่งมั่นที่เราตั้งใจไว้ ผลสำเร็จจะมาช้าทว่ามาแน่หากคุณไม่แปรเปลี่ยนไป

Mission Gunship (4)

ในช่วงมหกรรมดำน้ำ TDEX ที่ผ่านมา ปตท.สผ.เปิดบู๊ทโครงการวางเรือหลวงสัตกูดและเรือหลวงปราบให้เป็นแหล่งดำน้ำที่ทะเลสุราษฎร์ธานีและทะเลชุมพร ตลอดงาน 4 วันมีนักดำน้ำจำนวนมากเข้ามาถามไถ่ดูภาพดูวิดีโอพร้อมขอรับโบรชัวร์กลับไปศึกษา ส่วนใหญ่บอกว่าอยากลองไปสักครั้ง ยิ่งได้ทราบว่าเรือทั้งสองลำยังมีป้อมปืนเหลืออยู่ยิ่งอยากเห็น เพราะเรือจมทุกลำในเมืองไทยไม่มีลำไหนมีป้อมปืนเหลืออย

Mission Gunship (2)

หย่อนลงไป ลงไปอีก โอเค ! ผมร้องบอกลูกศิษย์ผู้ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือเพื่อปล่อยสายวัดลงมา แม้มีตัวเลขคร่าว ๆ ว่าเรือหลวงสัตกูดและเรือหลวงปราบยาวเกือบ 49 เมตร กว้างเกือบ 8 เมตร แต่ผมอยากรู้ความสูงของเรือในแต่ละชั้นเพื่อคำนวณหาความลึกของน้ำในจุดวางเรือ โอกาสดังกล่าวเป็นไปไม่ได้หากเรือลอยอยู่ในน้ำ แต่เป็นไปได้แน่นอนเมื่อเรืออยู่บนแท่นในอู่แห้งขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Mission Gunship (1)

ผมมองตัวเลขตรงหน้าด้วยความสับสน อาจเป็นเพราะโครงการนี้มีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากหลาย หรือเป็นเพราะความผิดพลาดของเทคโนโลยี แต่พิกัดที่ผมได้มาสี่ห้าแห่งล้วนมีตัวเลขไม่ตรงกัน บางแห่งเหาะขึ้นไปอยู่บนยอดเขา หากยึดตามพิกัดนี้ ผมยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบจากการสร้างจุดดำน้ำใหม่ให้ทะเลไทยแน่นอน เพราะเรือไม่ได้อยู่ในทะเลแต่อยู่ในป่า มีนักดูนกไปเที่ยวแทนที่จะเป็นนักดำน้ำ

Subscribe to RSS - เรือหลวงสัตกูด

Find us on Facebook

คุณอ่านเรื่องนี้กันแล้วรึยัง? ^_^

สวัสดีครับคุณผู้อ่าน ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของทะเลไทยที่อยู่ในความสนใจของสังคม คือปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) ทำให้เกิดปะการังตายเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ และส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้ประโยชน์จากแนวปะการัง ทั้งด้านการประมง การท่องเที่ยว ฯลฯ