You are here

หลายคำถามกับปะการังฟอกขาว (2)

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการร่วมประชุมกับนักวิชาการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนการพูดคุยกับสื่อมวลชนและบุคลท่านต่าง ๆ ผมจึงรวบรวมคำถามและข้อมูลเหล่านั้นมาตอบไว้ในคอลัมน์นี้ เผื่อมีผู้สนใจอยากค้นคว้าอ้างอิงครับ

หลายคำถามตอบไปแล้วในสัปดาห์ก่อน แต่หนึ่งคำถามที่ยังไม่ได้ตอบชัดเจน ทั้งที่เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ คือ สถานการณ์ปะการังฟอกขาวส่งผลกระทบขนาดไหน ? ปะการังตายที่ใดบ้าง ? ผมเพิ่งได้ข้อมูลล่าสุดที่สรุปโดยเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล เป็นข้อมูลที่ทำการสำรวจในเดือนธันวาคม ไม่ใช่ในช่วงปะการังฟอกขาว แต่เป็นช่วงที่ผลปรากฏชัดเจน ผมจึงจะไม่บอกว่าปะการังฟอกขาวแค่ไหน แต่จะบอกว่าปะการังตายแค่ไหน และปะการังเหลืออยู่เท่าไหร่ เช่น แนวปะการัง A 10% (50%) หมายความว่า แนวปะการัง A เดิมทีเคยมีปะการังปกคลุม 20% ปัจจุบันมีปะการังที่มีชีวิตปกคลุมพื้นที่ 10% ตัวเลขในวงเล็บ 50% คือปะการังที่ตายไปเพราะปะการังฟอกขาว

เน้นย้ำกันอีกครั้งว่านี่คือตัวเลขที่ผ่านการศึกษาและพิจารณาร่วมกันของเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเรียบร้อยแล้ว เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานเชื่อถือได้ และเป็นข้อมูลล่าสุดเท่าที่เรามี ตัวเลขเหล่านี้สามารถอ้างอิงได้ครับ

หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เกาะสต็อค 7.4% (78.9%) เกาะสุรินทร์เหนือ หน้าช่องขาด 3.2% (93.6%) อ่าวแม่ยายด้านเหนือ 0.1% (99.9%) อ่าวทรายแดง 8.4% (75.8%) อ่าวไม้งาม 12.5% (75%) เกาะสุรินทร์ใต้ อ่าวเต่า 11% (85%) เกาะปาชุมบา 1.1% (95%) เกาะตอรินลา 4.7% (79.1%)

หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา เกาะสิมิลัน อ่าวประภาคาร 6.2% (89.3%) อ่าวเกือกหน้าหินใบ 11.1% (60.5%) เกาะบางู ด้านใต้ 6.5% (60.8%) เกาะปายู ตะวันออกเฉียงเหนือ 29.5% (25.9%) ปายู ตะวันตก 14.8% (49.5%) เกาะตาชัย ตะวันออก 8.6% (84%)

หมู่เกาะราชา จังหวัดภูเก็ต เกาะราชาใหญ่ ด้านเหนือ 1.4% (96.7%) ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ 20.5% (38.4%) ตะวันออก 17.5% (30.8%)

หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวหยงกาเส็ม พีพีดอน 19.4% (51.5%) อ่าวลาน้ำ 12.7% (34.5%) แหลมตง 32.8% (36.6%) อ่าวต้นไทร 3.1% (94.9%) เกาะยูง 6.8% (88.5%) เกาะไผ่ ตะวันออก 22% (67.4%) ตะวันตก 14.9% (59.2%)

จากตัวเลขทั้งหมด จะเห็นว่าขาดไปบางพื้นที่ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน มีรายงานจากนักดำน้ำว่าด้านตะวันตกของเกาะบอนก็ตายเยอะ และยังมีอีกหลายพื้นที่ หรือหมู่เกาะตะรุเตาตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ? ข้อมูลที่ผมนำมาลงไว้เป็นข้อมูลล่าสุดในเดือนธันวาคม เครือข่ายนักวิจัยมีปัญญาลงไปทำแค่นี้ เพราะขาดงบประมาณในการสนับสนุน เพราะตอนนั้นกรณีปะการังฟอกขาวยังไม่เป็นข่าวให้ฮือฮา (ถึงตอนนี้เป็นข่าวก็ยังไม่มีตังค์อยู่ดี)

เรามาดูข้อมูลที่มีตัวเลขชัดเจนก่อน จะเห็นได้ทันทีว่า แนวปะการังแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน แม้แต่แนวปะการังในเกาะเดียวกัน เช่น เกาะราชา บางแห่งก็ตายตั้ง 96% บางแห่งตายแค่ 30% เหตุผลสำคัญคือปะการังแต่ละกลุ่มทนต่อปะการังฟอกขาวไม่เท่ากัน ปะการังเขากวางจะเป็นกลุ่มที่ตายมากสุด ปะการังก้อนและปะการังเห็ดจะตายน้อยสุด แม้จะฟอกขาวแล้วแต่ก็ฟื้นกลับได้เยอะ หากแนวปะการังใดมีปะการังเขากวางเป็นปะการังกลุ่มหลัก ฟอกขาวตูมเดียวย่อมทำให้ตายเป็นเบือ หากแนวใดมีปะการังก้อนเยอะ แม้จะฟอกขาวเยอะ แต่ก็ฟื้นเยอะ เปอร์เซ็นต์ปะการังตายจึงต่ำ ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องจัดการกับแนวปะการังแต่ละแห่งแตกต่างกันไป ไม่ใช่เหมารวมปิดดะไปทุกจุด

ข้อมูลยังบอกว่า หมู่เกาะสุรินทร์คือพื้นที่ได้รับผลกระทบมากสุด ตัวเลขปะการังเกิน 75% ในทุกจุดศึกษา ถ้าดูตัวเลขปะการังที่เหลืออยู่ ยิ่งทำให้ใจสั่น ไม่มีที่ไหนมีปะการังเหลือเกิน 10% (เฉพาะจุดศึกษา) แถมหมู่เกาะสุรินทร์ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำตื้นสำคัญสุดของไทย ใครไปก็ล้วนแต่ประกอบกิจกรรมใส่ชูชีพใส่หน้ากากลอยตุ๊บป่องชมปะการัง การอนุรักษ์และการจัดการในอนาคตต้องให้ความสำคัญกับที่นี่เป็นอันดับแรก ระดมสมองและทุ่มทุกอย่างลงไป ผมเขียนได้แค่นี้น้ำตาก็พาลจะไหล เฮ้อ...

ผมดำน้ำที่นั่นเป็นครั้งแรกในพ.ศ.2524 จากนั้นก็ไปทำงานไม่รู้กี่ร้อยวันต่อเนื่องกันเกินยี่สิบปี ภาพดงปะการังเขากวางมหัศจรรย์ที่เกาะตอรินลา เกาะปาชุมบา และอีกหลายเกาะ ยังคงติดตา จึงอยากบอกชัดเจนว่า หากเป็นแนวคิดของผม ผมจะหยุดการพาคนขึ้นไปค้างบนเกาะชั่วคราว (บ้านพักของอุทยานทั้งหมด ผู้ประกอบการไม่เดือดร้อน) เปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวเดย์ทริป แต่ต้องควบคุมอย่างดีตามจุดที่กำหนด ตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งและขยะในพื้นที่หมู่บ้านชาวเล จัดตั้งคณะกรรมการหลายฝ่ายเพื่อช่วยกันดูแลหมู่เกาะสุรินทร์โดยเฉพาะ

มาถึงหมู่เกาะอื่น ๆ ปัญหาไม่หนักหนาเท่าหมู่เกาะสุรินทร์ แต่เราก็ยังต้องมีการจัดการบางอย่างที่ต้องทำครับ เช่น การควบคุมถังเก็บน้ำทิ้งในเรือทัวร์ดำน้ำ (ขนาดใหญ่) การร่วมด้วยช่วยกันลดตะกอนและน้ำเสียจากชุมชนและรีสอร์ทบนหมู่เกาะบางแห่ง เช่น เกาะราชา พีพีดอน ฯลฯ

เรื่อยลงมาทางใต้ แม้ไม่มีข้อมูลตัวเลข แต่พอสรุปว่าสถานการณ์ปะการังตายไม่รุนแรงเหมือนทางเหนือ อย่างไรก็ตาม จะวางใจไม่ได้ โดยเฉพาะพื้นที่บางแห่งที่เคยเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่สำคัญ เช่น หาดทรายขาว เกาะราวี ถือเป็นจุดดำน้ำหลักในพื้นที่เลยก็ว่าได้ ในบริเวณนั้นปะการังตายค่อนข้างเยอะ แต่สำคัญกว่านั้นคือสาหร่ายที่ขึ้นมาคลุมแนวปะการังค่อนข้างมาก ควรต้องมีการระดมสมองหาทางร่วมกันเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เราอาจช่วยกันตรวจสอบและดูแลบำบัดน้ำจากเกาะหลีเป๊ะที่อยู่นอกเขตอุทยาน ท้องถิ่นและผู้ประกอบการจะมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในกรณีนี้ เราคงยังต้องดูปัญหาเดียวกันในหมู่เกาะบุโหลน

ผมกล่าวถึงแนวปะการังเฉพาะเขตอันดามัน เพราะข้อมูลฝั่งอ่าวไทยยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งยังพอมีเวลาในเรื่องการปรับตัวของผู้ประกอบการ เนื่องจากฤดูท่องเที่ยวในอ่าวไทยจะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม (อ่าวไทยฝั่งตะวันตก) เมื่อไหร่ที่ได้ข้อมูลมา จะรีบอธิบายให้คุณทราบครับ

ท้ายสุดคือสรุปแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการกับสถานการณ์ปะการังฟอกขาว เพื่อเป็นตุ๊กตาให้พิจารณาครับ มิใช่ระดมสมองครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่มีจุดเริ่มต้นสักที

รัฐบาล

ผลักดันให้แผนยุทธศาสตร์ปะการังแห่งชาติออกมาเป็นภาคปฏิบัติให้เร็วที่สุด (แผนนี้ใช้เวลาจัดทำหลายปี ครอบคลุมทุกประเด็นไว้หมดแล้ว แต่พอทำเสร็จก็อยู่บนหิ้ง ตอนนี้เข้าใจว่าคงอยู่ที่หิ้งของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
กำชับให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ของแนวปะการัง ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมทรัพยากรทางทะเลฯ และองค์การต่าง ๆ ในส่วนจังหวัด ให้ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดทางกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบทำประมงในพื้นที่หวงห้าม และปัญหาเรื่องน้ำเสียและดินตะกอนที่มาจากการเปิดหน้าดินบนเกาะ
ประสานงานกับภาคเอกชน ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ในด้านการฟื้นฟูปะการัง เช่น ปะการังเทียม แหล่งดำน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น
วางแผนด้านการขยายงานขององค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทะเล ให้มีศักยภาพมากขึ้นต่อการรับมือต่อปัญหาต่าง ๆ ในอนาคตอันใกล้

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ร่วมมือกับนักวิจัยเพื่อติดตามประเมินสถานการณ์แนวปะการังตามพื้นที่ต่าง ๆ อย่างละเอียด วางแผนในการปิด-เปิดจุดดำน้ำในพื้นที่ ตลอดจนวางแผนด้านการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ และนำมาปฏิบัติให้เป็นจริง (มีอยู่แล้วทั้งนั้นในแผนแม่บทอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่ง)
ร่วมมือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อหาทางจัดการแนวปะการังร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาด้านน้ำเสียในเขตอุทยานที่ห่างไกลชายฝั่ง เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน ตลอดจนข้อควรปฏิบัติของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ไม่เฉพาะแต่นักดำน้ำ และการนำบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการที่ติดแบล็คลิสต์ให้คนทั่วไปมีโอกาสรับทราบ
จัดการระบบเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมถึงค่าธรรมเนียนการดำน้ำลึกในอุทยานฯ ให้โปร่งใส มีสื่อเว็บไซต์หรือบอร์ดชี้แจงชัดเจนว่างบประมาณนำไปใช้ทำอะไร ? ตรงต่อวัตถุประสงค์หรือไม่ ? (ผมเป็นคนร่างวัตถุประสงค์ของการเก็บค่าธรรมเนียมแบบนี้ตั้งแต่แรก ระบุไว้ชัดเจนว่า 50% จะนำไปใช้เป็นค่าทุ่นจอดเรือ ค่าศึกษาวิจัยสถานการณ์ในแนวปะการัง และค่าดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเล แต่ไม่เคยเห็นว่ามีการปฏิบัติตามนั้น)

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ติดตามสถานการณ์แนวปะการังในพื้นที่นอกเขตอุทยานฯ ประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อหาทางอนุรักษ์และจัดการแนวปะการังร่วมกัน
ประสานกับนักวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ เพื่อสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน จัดการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ

กรมประมง

รวบรวมข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวประมง โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้าน ขอความสนับสนุนจัดทำปะการังเทียมเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้แนวปะการังเป็นอันดับแรก

กองทัพเรือ

ให้ความสนับสนุนในด้านต่าง ๆ รวมถึงการจัดทำแหล่งดำน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น อุทยานใต้ทะเล และโครงการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อลดผลกระทบจากการดำน้ำในแนวปะการัง เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเลให้มากขึ้น และอนุรักษ์ทรัพยากรด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยด้านการฟื้นฟูแนวปะการัง โดยเฉพาะปะการังเทียมรูปแบบใหม่ ๆ แหล่งดำน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น และการปลูกปะการัง
ผลิตบุคลากรที่มีความรู้และมีประสบการณ์เกี่ยวกับแนวปะการัง ตลอดจนการศึกษา การจัดการ และวิธีการฟื้นฟูแนวปะการัง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง ประสานงานกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว
ส่งเสริมการท่องเที่ยวดำน้ำในแหล่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อลดผลกระทบในแนวปะการัง

หน่วยงานอื่น ๆ เช่น สถาบันการศึกษาทั่วไป

ศึกษาข้อมูลจากกรณีปะการังฟอกขาว เพื่อนำไปสอนนักเรียนนิสิตนักศึกษา เพื่อให้เข้าใจกับปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน
ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างชัดเจน

กลุ่มนักดำน้ำและอาสาสมัคร

สร้างบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในรูปแบบต่าง ๆ
สร้างเครือข่ายและตรวจสอบสถานการณ์ตลอดจนปัญหาที่เกิดในพื้นที่ จัดทำกิจกรรมดี ๆ ตามหลักวิชาการ

หน่วยงานเอกชน

ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านการฟื้นฟูแนวปะการังที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ประชาชนทั่วไป

เข้าร่วมในการช่วยอนุรักษ์แนวปะการัง เช่น แจ้งข้อมูลให้ภาครัฐทราบ เลือกใช้บริการผู้ประกอบการที่ดี
รักแนวปะการังให้มากกว่าความสนุกหรือความสะดวกสบายของตัวเอง

กระทรวงท่องเที่ยวฯ

กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่มาก เช่น ในด้านการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยว นายทะเบียนผู้ประกอบการ ฯลฯ



กด Like -> แบ่งปันบทความที่คุณชื่นชอบให้เพื่อนๆ ใน Facebook ได้ลองอ่านกัน

Find us on Facebook

คุณอ่านเรื่องนี้กันแล้วรึยัง? ^_^

หลังจากพาคุณเที่ยวพม่า make a wish ติดต่อกันมาครึ่งปีรวด ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ในการเดินทางท่องโลกของเรา แต่หนนี้ไม่ใช่เป็นทริปใหม่ล่าสุด เนื่องจากผมกำลังงานเข้าครับ อยู่ดีไม่ว่าดีอยากเป็นหัวหน้าภาควิชาฯ พอได้เป็นขึ้นมาเลยโงหัวแทบไม่ขึ้น เคราะห์ดีที่เมื่อหนึ่งปีก่อนผมเคยทำหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ความลับแห่งลุ่มน้ำไนล์” กล่าวถึงการท่องเที่ยวในประเทศอียิปต์แทบท