You are here

Andaman Hot Spot

ผมเพิ่งลงใต้ไปอันดามันครับ ช่วงต้นเดือนธันวาคม แดดจ้าฟ้าสวยเป็นพิเศษ ทะเลก็ใช้ได้เลยนะนั่น แม้ห่างฝั่งอาจมีคลื่นลมบ้าง แต่ถ้าอยู่ใกล้ฝั่ง น้ำใสเป็นสีฟ้าอย่าบอกใคร ลมหนาวก็พัดผ่านเป็นวูบ โดยเฉพาะตอนเย็นและตอนกลางคืน ลมพัดกันตึง ๆ ไม่เหนียวตัวเลยครับ ฝรั่งก็เริ่มเดินให้เห็นหนาตา บ่งบอกว่า การท่องเที่ยวของเราเริ่มฟื้นตัว ขอให้ทุกอย่างนิ่ง ๆ ต่อไปอีกสักพัก ผมเชื่อว่า ผู้คนในวงการคงมีรอยยิ้มที่ริมฝีปากเป็นแน่

ครั้งนี้ที่ผมลงไป เป็นการติดตามงานวิจัยในโครงการศึกษาจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่วิกฤตด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เราทำการศึกษากันมาร่วมปีแล้ว เน้นพื้นที่ 4 จังหวัดอันดามัน ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ สำรวจตั้งแต่ลำน้ำบนภูเขา ผ่านป่าและแหล่งเกษตรกรรม ลงมาจนถึงป่าชายหาดและป่าชายเลน ต่อเนื่องถึงแนวปะการัง จากที่ตื้นสู่ที่ลึก ยังรวมถึงการศึกษานกและแมลง เรียกว่าทำกันครบถ้วนกระบวนความ โดยเน้นพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ เพราะมีการสำรวจศึกษาค่อนข้างน้อย ทั้งที่น่าจะมีอะไรดี ๆ แอบซ่อนอยู่มาก

และสิ่งดี ๆ ที่แอบอยู่ ก็ถูกค้นพบในการศึกษาครั้งนี้ ผมขอเริ่มจากผีเสื้อถุงทองภูเขา (The Mountain Birdwing) เป็นผีเสื้อเฉพาะถิ่นหายากมาก มีรายงานการค้นพบในเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพียงแค่นั้น แต่เมื่อทำการสำรวจใน 4 จังหวัดอันดามัน เราเจอผีเสื้อชนิดนี้อาศัยอยู่ในแหล่งเกษตรกรรมของอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เธอเป็นผีเสื้อกลางวันขนาดใหญ่ ปีกกว้าง 15 เซนติเมตร สีสันสวยงามเร้าใจมาก บอกอย่างนี้ อย่าไปจับเธอมาขายหมดนะครับ เราเคยเศร้าไปแล้วครั้งหนึ่งกับผีเสื้อสมิงเชียงดาว เป็นผีเสื้อสวยมาก อยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่ถูกจับจนแทบสูญพันธุ์ คงต้องฝากความหวังไว้กับหน่วยงานและผู้คนในถิ่นนั้น คอยสอดส่องดูแลช่วยกันรักษาไว้

อีกข้อมูลหนึ่งที่ขอฝากผู้คนในท้องถิ่นให้ช่วยดูแล คือต้นไม้ชื่อ งวงช้างทะเล (octopus bush) เป็นไม้ชายหาด สูงราว 6 เมตร พบอยู่ตามชายฝั่งอันดามัน แต่ปัจจุบัน ถูกตัดถูกถางทิ้ง เพื่อนำต้นมะพร้าวมาปลูกแทน หรือไม่ก็ทำถนน ด้วยไม่เห็นความสำคัญของไม้ถิ่นเดิม ทั้งที่งวงช้างทะเลเมื่อโตแล้วพิสดารมาก หากใครเคยไปเกาะสี่ หาดอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน อาจจำกันได้ว่า หน้าหาดมีต้นไม้ประหลาดอยู่ นั่นแหละครับคือต้นงวงช้างทะเล ทีมนักวิจัยด้านต้นไม้เค้าบอกว่า ที่อื่นแทบไม่เจอแล้ว เคราะห์ดีที่ยังมีเหลืออยู่ที่เกาะราชา ภูเก็ต เกาะนี้ไม่ได้อยู่ในเขตอุทยาน แถมต้นงวงช้างก็ขึ้นอยู่ในบริเวณชายหาดท่องเที่ยว จึงได้แต่ฝากผู้คนบนเกาะ แม้ตอนนี้ต้นยังไม่โตมาก แต่โตเต็มที่เมื่อไหร่ สวยแน่นอน จะติดป้ายเขียนข้อมูลกระตุ้นให้ผู้คนเห็นความสำคัญ ทำไปเถิดครับ อีกหน่อยจะมีคนมาถ่ายภาพคู่กับต้นงวงช้างบนเกาะราชา เหมือนกับที่สิมิลัน

จากผีเสื้อและต้นไม้ ขอพาคุณขึ้นไปบนฟ้า บริเวณเกาะราชา ต่อเนื่องถึงหมู่เกาะพีพีและเกาะอื่นในจังหวัดพังงาและกระบี่ เป็นพื้นที่หากินของนกโจรสลัดเกาะคริสมาสต์ (Christmas Frigatebird) แม้ยังไม่มีรายงานทำรังวางไข่ของนกชนิดนี้ในประเทศไทย แต่อย่าคิดว่าเป็นนกกระจอกเชียวนะ นกโจรสลัดทั้งโลกมี 5 ชนิด เจ้านกเกาะคริสมาสต์ เป็นนกหายากสุดและอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งยวด (CR - Critically Endangered จัดโดยองค์การ IUCN) มีถิ่นอาศัยเฉพาะเกาะคริสมาสต์ เป็นส่วนหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย อยู่ห่างภูเก็ตไปตั้งกว่า 2,000 กิโลเมตร แต่เขาบินมาหากินถึงบ้านเรา เสร็จแล้วก็กลับไปทำรังวางไข่ที่เกาะคริสมาสต์

การล่าเหยื่อของนกโจรสลัด เป็นสิ่งที่ใครเคยเห็นแล้วไม่มีทางลืม นกชนิดนี้จะโจมตีนกทะเลอื่น ๆ เช่น นกนางนวล เพื่อแย่งชิงปลามากิน โดยอาศัยขนาดที่ใหญ่กว่า ปากยาวงุ้มเล็กน้อย เหมาะสำหรับการคาบปลากลางอากาศ นกโจรสลัดยังมีจุดเด่นที่การจับคู่ ตัวผู้จะเป่าถุงที่คอจนกลายเป็นลูกโป่งสีแดง ก่อนสะบัดแล้วร้องเสียงดัง เพื่อล่อให้ตัวเมียลงมาอยู่ในรังที่เขาสร้างไว้ เป็นพฤติกรรมน่าสนใจสุด ๆ แบบหนึ่งของสัตว์โลก

ถึงเวลาลงทะเลกันบ้าง สิ่งหนึ่งที่นักวิจัยโครงการ Hot Spot ค้นพบ คือพื้นที่อนุบาลและที่อยู่อาศัยของปูเสฉวนบก สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย อยู่บริเวณปลายแหลมเกาะคอเขาด้านใต้ จังหวัดพังงา อาจารย์ที่นำทีมไปสำรวจ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปูชายฝั่ง ติดตามสัตว์กลุ่มนี้มานานนับสิบปี ท่านยืนยันกับผมว่า ตั้งแต่ไปสำรวจมา ที่นี่แหละมีปูเสฉวนบกมากที่สุด ปูชนิดนี้ไม่เหมือนเสฉวนส่วนใหญ่ที่อยู่ในทะเลทั้งชีวิต แม่ปูเสฉวนบกจะชะไข่ลงทะเล พอฟักเสร็จ กลายเป็นแพลงก์ตอนตัวน้อย ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ก่อนขึ้นมาชายหาด หากินอยู่แถบนั้น เมื่อโตเต็มวัย จะเข้าไปอยู่ในป่าริมหาด ออกมาหากินเฉพาะยามเย็นหรือกลางคืน บางตัวมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น แต่ปัจจุบัน เปลือกหอยหายไปมาก ปูต้องเอาขยะมาใช้เป็นบ้านแทน เท่านั้นยังไม่พอ ป่าชายหาดอันเป็นที่อยู่อาศัย ถูกทำลายไปเกือบหมด เสฉวนบกที่เคยอาศัยอยู่ทั่วทะเลไทย จึงมีจำนวนลดน้อยลงมหาศาล

ผมจึงนำข้อมูลตรงนี้มาบอกเล่า หากใครอยากพาลูกหลานไปดูปูแบบเจอแน่ และเห็นพฤติกรรมหลากหลาย ไม่ว่าเป็นการหาอาหาร เปลี่ยนบ้านหรือเปลี่ยนเปลือกหอย ลองข้ามไปดูที่เกาะคอเขา การเดินทางก็แสนง่าย จากภูเก็ตนั่งรถไปไม่ถึงสองชั่วโมง มีเรือเฟอร์รี่ข้ามไปเกาะที่อยู่เกือบติดชายฝั่ง ไม่มีอันตรายจากคลื่นลมแน่นอน บนเกาะมีที่พักให้เลือกหลากหลาย เลือกเสร็จแล้วเชิญไปที่แหลมทรายปลายเกาะด้านใต้ นั่นแหละครับที่อยู่ของปู แต่หากมีโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการควบคุมให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการดูดทราย การทำรีสอร์ท ฯลฯ ห้องเรียนเสฉวนแห่งนั้นอาจหมดไป คราวนี้ใครอยากเห็น ต้องจ่ายเงินกันอาน นั่งเรือข้ามทะเลไปดูตามเกาะห่างไกล แถมยังอาจเห็นปูน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ

ทั้งหมดที่ผมเล่ามา เพื่อเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ วิจัยและเก็บข้อมูลสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ เพื่อเราจะได้ทราบว่า บ้านเรามีของดีอะไรบ้าง สรรพชีวิตเหล่านี้ หากนำมาใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่า เช่น งวงช้างทะเลแห่งราชา ห้องเรียนเสฉวนที่คอเขา ผีเสื้อถุงทองภูเขาแห่งตะกั่วป่า หรือนกโจรสลัดแห่งอันดามัน ถือเป็นของดีเฉพาะถิ่น สามารถเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยว ไม่ใช่เอะอะก็ไปดูแพนด้าที่เชียงใหม่เพียงอย่างเดียว เมื่อสรรพชีวิตเหล่านั้นก่อให้เกิดประโยชน์ ผู้คนเห็นความสำคัญ จะช่วยกันรักษาไว้ ให้เป็นของดีในท้องถิ่นสืบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากการศึกษาวิจัยข้อมูลพื้นฐาน ผมจึงขอขอบคุณสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อีกครั้ง รวมทั้งหวังว่า โครงการดี ๆ เช่นนี้จะมีสืบต่อไป เพราะนั่นคือรากฐานของการใช้ประโยชน์อย่างพอเพียงและยั่งยืนในท้องถิ่นไทยครับ



กด Like -> แบ่งปันบทความที่คุณชื่นชอบให้เพื่อนๆ ใน Facebook ได้ลองอ่านกัน

Find us on Facebook

คุณอ่านเรื่องนี้กันแล้วรึยัง? ^_^

ผมมองตัวเลขตรงหน้าด้วยความสับสน อาจเป็นเพราะโครงการนี้มีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากหลาย หรือเป็นเพราะความผิดพลาดของเทคโนโลยี แต่พิกัดที่ผมได้มาสี่ห้าแห่งล้วนมีตัวเลขไม่ตรงกัน บางแห่งเหาะขึ้นไปอยู่บนยอดเขา หากยึดตามพิกัดนี้ ผมยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบจากการสร้างจุดดำน้ำใหม่ให้ทะเลไทยแน่นอน เพราะเรือไม่ได้อยู่ในทะเลแต่อยู่ในป่า มีนักดูนกไปเที่ยวแทนที่จะเป็นนักดำน้ำ