You are here

พาหวานใจไปปารีส (26)

ผมพาคุณท่องเที่ยวในลุ่มแม่น้ำลัวร์เพื่อชมนับร้อยปราสาทในเขตนี้ เรามาพักกันที่เมือง Beaugency เป็นสมรภูมิชื่อดัง Battle of Beaugency เมื่อวีรสตรีแห่งฝรั่งเศส Joan of Arc นำกำลังชาวบ้านเข้าต่อต้านอังกฤษจนได้รับชัยชนะ เรานอนโรงแรม Grand Hotel de l’Abbaye ตึกเก่าที่เชื่อมต่อกับโบสถ์ในศตวรรษที่ 11 เวลาเดินขึ้นห้องต้องผ่านโถงบันไดใหญ่ มีประตูบานหนึ่งปิดสนิทตลอดเวลา แต่มีเสียงสวดมนต์แว่วผ่านมาพาขนลุก

เราเที่ยวฝรั่งเศสมานาน ยังไม่ได้กินอาหารฝรั่งเศสที่เค้าว่าเจ๋งแบบครบสูตรสักมื้อ ผมจึงพาหวานใจไปร้าน Le Relais Du Chateau เค้าติดป้ายเขียนไว้หน้าร้านว่าที่นี่เสิร์ฟอาหารแบบดั้งเดิมนะจ๊ะ เมื่อดูราคาในเมนูแล้วน่าจะรับได้ ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับคุณป้าผู้เย็นชา เธอแทบไม่ยิ้มเลยครับ หรือนี่คือบริการแบบดั้งเดิมของจริง ในร้านมีโต๊ะเรียงรายกว่าสิบตัว แต่ไม่มีลูกค้าสักราย สงสัยคุณป้าหน้าโหดเกินไป นั่นคือคำวิจารณ์ของสาวข้างกายผมครับ

เราลองเปิดเมนู สาวสะกิดให้ดู ทำไมชื่อร้านกับชื่อในเมนูไม่เหมือนกันล่ะคะ ? แล้วข้าพเจ้าจะไปรู้เหรอ สงสัยร้านใกล้เจ๊งจนต้องจิ๊กเมนูจากร้านอื่นมามั้ง รายการในเมนูมีให้เลือกเพียงไม่กี่อย่าง เรากินแบบเป็นคอร์ส สลัด จานหลัก และของหวาน ผมยังสั่งไวน์แดงมาจิบอีกขวดเพื่อให้สมเป็นอาหารฝรั่งเศสแท้จริง แต่ตอนนั้นไม่ค่อยเชื่อฝีมือหรอกครับ ดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะรุ่ง เผอิญเชฟที่เข้าใจว่าเป็นสามีคุณป้าดันเก่ง อาหารแต่ละจานอร่อยมากครับ อร่อยชนิดร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพทำอะไรไม่ได้ แถมยังเป็นสไตล์ดั้งเดิมตามที่โฆษณาไว้ สลัดก็อร่อย ปลาสดเนื้อหวาน คั่นด้วยชีสนานาชนิดที่คุณป้าเข็นรถมาให้เราเลือกถึงที่ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานที่รับประกันว่าอร่อย ถึงตอนนี้ ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาในร้าน แป๊บเดียวเท่านั้นโต๊ะเต็มทุกโต๊ะ ผมถึงทราบว่า เรากินข้าวเร็วไปต่างหาก มาตั้งแต่หกโมงครึ่ง เค้าเพิ่งเปิดร้าน ชาวฝรั่งเศสจะกินข้าวเย็นกันตอนสองทุ่ม พวกผมก็เลยโชคดีไป เพราะขืนกินช่วงเดียวกับพวกเขา มีหวังต้องรอกันอาน คุณป้าแกเคลื่อนที่เชื่องช้าดุจหอยทากคลาน กว่าจะกินครบทุกอย่างคงไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมงเป็นแน่

หนึ่งคืนในโรงแรมเก่าผ่านไปโดยไร้การโจมตีของภูตผี นับว่าข้าพเจ้าโชคดีเป็นหนักหนา วันนี้เราจะไปเที่ยวปราสาทสำคัญอีกแห่งครับ Chateau de Chambond ถือเป็นเมกะปราสาท สร้างในสมัยพระเจ้า Francis I ตั้งแต่พระองค์อายุเพียง 25 พรรษา พระองค์ยกทัพไปแถวมิลาน เห็นความรุ่งเรืองของยุคเรอเนสซองส์ในอิตาลี จึงกลับมาพร้อมกับความฝันอยากสร้างปราสาทที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบยุคกลางของฝรั่งเศสเข้ากับยุคเรอเนสซองส์ของอิตาลี พระองค์มีที่ดินขนาดยักษ์ที่ครอบคลุมป่าใหญ่เอาไว้ใช้ล่าสัตว์อยู่แล้ว โครงการสร้างปราสาทจึงเริ่มต้นในค.ศ.1515 และเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นเมื่อ Leonardo da Vinci ตัดสินใจเดินทางมาจากอิตาลีเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในฝรั่งเศส อัจฉริยะรายนี้แทบไม่ได้สร้างอะไรในฝรั่งเศส ยกเว้นแผนผังที่ร่างไว้ด้วยดินสอ เป็นบันไดเวียนมหัศจรรย์ Double Spiral Staircase แม้ดาวินชีจะจากไปในเวลาไม่นาน แต่พระเจ้าฟรองซัวตัดสินใจสร้างบันไดตามความฝันของดาวินชี ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งเดียวในฝรั่งเศสและน้อยแห่งในโลกที่เรามีโอกาสเห็นผลงานด้านสถาปัตย์ฝีมือระดับเทพ

ผมขับรถไปตามถนนสายน้อยในลุ่มน้ำลัวร์ เป้าหมายคือไปให้ถึงชอมบอร์ก แต่ดันไปไม่ถึง หลงวนเวียนอยู่นานจนต้องตั้งหลักดูแผนที่ให้มั่น ปราสาทอยู่ห่างจากทางสายหลักนิดหน่อย ถ้ามี GPS คงไม่ยาก แต่ผมโดนเครื่องทรยศไปตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง แผนที่ของเราก็แผ่นนิดเดียว แถมมีแต่ภาษาฝรั่งเศส ต้องค่อย ๆ แกะรอยครับ จนท้ายสุดผมขับรถผ่านหมู่บ้านเล็ก ไปตามเขตชนบทสวยหวานจับใจ จนเจอทางเข้าเขตปราสาท เมื่อเทียบกับหลายปราสาทที่เห็นมา นี่คืออัครมหาปราสาทโดยแท้ ไม่ได้พูดถึงขนาดของปราสาทนะครับ ผมหมายถึงพื้นที่โดยรอบใหญ่ตั้ง 53 ตารางกิโลเมตร อย่างกับอุทยานย่อม ๆ รอบด้านมีแต่ป่าไม้ มีป้ายเตือนให้ขับรถช้า ๆ ระวังกวางและหมูป่าวิ่งข้ามถนน ชอมบอร์กถือเป็นป่าของพระราชามาตั้งแต่สมัยพระเจ้าฟรองซัวร์ กษัตริย์เกือบทุกพระองค์ในยุคหลังล้วนเคยมาที่นี่เพื่อพักผ่อนล่าสัตว์

จากปากทางเข้ามาถึงลานจอดรถใกล้ปราสาทเป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร ตัวปราสาทตั้งอยู่กลางทุ่งโล่งใจกลางป่า จากลานจอดรถต้องเดินไปไกลพอควร ไม่ใช่เราขับรถมาจอดได้ถึงหน้าปราสาท อย่างนั้นทำลายบรรยากาศย่อยยับครับ

เมื่อเดินผ่านย่านร้านขายของที่ระลึก ผมเห็นปราสาทอยู่ตรงหน้า หวานใจถึงขั้นร้องว้าว เราผิดหวังกับชีนองชัวร์นิด ๆ เพราะไม่ใหญ่อย่างที่คิด แต่ถ้าเป็นชอมบอร์ก ที่นี่ใหญ่โตสมจินตนาการ ผังปราสาทเป็นรูปสี่เหลี่ยมเกือบจัตุรัส ความยาว 156 เมตร สูง 56 เมตร มีห้องอยู่ถึง 426 ห้อง ใหญ่ยังกับวัง เมื่อมองจากภายนอก เราเห็นลักษณะของสถาปัตยกรรมยุคกลาง เช่น หอคอยสูงทั้งสี่มุมปราสาท กำแพงสูงล้อมรอบปราสาทไว้ แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เริ่มเห็นความเป็นเรอเนสซองส์อิตาลี เช่น ประตูหน้าต่างและหอหน้าตาประหลาดออกแบบไว้เนียนตา รายละเอียดในแต่ละจุดประดับประดาต่างจากปราสาทยุคกลางทั่วไป ยังมีระเบียงกว้างตามจุดต่าง ๆ รวมทั้งดาดฟ้าที่เดินได้จนรอบ

ชอมบอร์กถือเป็นปราสาทสุดฮิตของลุ่มน้ำลัวร์ นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนต้องมาที่นี่ ยังอยู่ไม่ไกลจากปารีสชนิดนั่งรถเที่ยวแบบมาเช้าเย็นกลับสบาย ผู้คนจึงเดินกันหนาตา แต่ปราสาทใหญ่มากจนคนเท่านี้ไม่ทำให้เสียบรรยากาศครับ ยังมีซอกเล็กมุมน้อยที่ไร้ผู้คนหลายแห่ง ผมพาสาวเดินผ่านกำแพงด้านนอก เราทั้งคู่หยุดยืนดูปราสาทด้านหน้าแป๊บหนึ่ง ก่อนคุณเธอชวนผมเดินตรงไปที่ทางเข้าใจกลางปราสาท เราจะขึ้นไปตามบันไดวน Double Spiral

ดาวินชีออกแบบบันไดนี้โดยตั้งใจให้คนสองคน เดินขึ้นบันไดคนละด้าน ระหว่างทางจะเห็นหน้ากันตลอด แต่จะไม่มีทางเจอกันจนถึงชั้นบนสุด บันไดยังเปรียบเสมือนแกนกลางปราสาท พาเราขึ้นไปทีละชั้น โดยมีทางเดินแยกเป็นสี่ทิศสู่ห้องต่าง ๆ ตามผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ผมกับหวานใจถึงเวลาแยกกันชั่วคราว คุณเธอเลือกขึ้นทางโน้น ผมไปทางนี้ เรามองเห็นกันเกือบตลอดทางครับ แต่ไม่เจอกันเลย นับเป็นบันไดที่สุดยอดมาก ยิ่งถ้าคิดย้อนเวลาไปเกือบห้าร้อยปี คนที่คิดบันไดแบบนี้ได้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ แม้ในปัจจุบัน ผมยังไม่เคยเห็นบันไดที่ไหนมหัศจรรย์เช่นนี้ แถมขนาดก็ใหญ่โตผิดคาด ทีแรกนึกว่าเป็นบันไดเล็ก ๆ แต่ของจริงทั้งกว้างทั้งสูงตั้งแต่ชั้นล่างไปจรดดาดฟ้า ตรงกลางบันไดเป็นปล่องมีช่องให้คนสองฝั่งมองเห็นกันเป็นระยะ เราสามารถเล่นจ๊ะเอ๋ได้ตั้งแต่ชั้นล่างถึงบนสุดครับ

ดาดฟ้าของปราสาทใหญ่โตมโหฬาร สามารถเดินดูวิวรอบด้าน จากตรงนี้ผมเห็นหมู่บ้านโบราณที่พำนักของคนที่ทำงานในปราสาทมาตั้งแต่สมัยก่อน เดินไปอีกด้านมองเห็นหอบนยอดปราสาทตามมุมต่าง ๆ รวมถึงลวดลายสไตล์เรอเนสซองส์ ยังมีบันไดวนอยู่ตามมุมปราสาทแทบทุกด้าน แต่เป็นบันไดธรรมดามิใช่บันไดคนคู่ ที่นี่เป็นปราสาทแห่งบันไดวนครับ โดดเด่นมีเอกลักษณ์ผิดจากปราสาทอื่นใด

สัปดาห์หน้าผมจะพาคุณเข้าไปชมห้องต่าง ๆ เพื่อตามรอยเหล่ากษัตริย์และราชินีแห่งฝรั่งเศสครับ

Find us on Facebook

คุณอ่านเรื่องนี้กันแล้วรึยัง? ^_^

กระดองกลมโค้งนูน สีเทาอมฟ้า ขนาดความยาว 15 มม. ความกว้าง 14 มม. บนกระดองแบ่งเป็นเนินด้วยร่องลึก (groove) โดยเนินบริเวณเหนือเหงือก (branchial region) ทั้งสองด้านยกตัวสูงชัดเจน และมีร่องและเนินบริเวณเหนือหัวใจ (cardiac region) ชัดเจน ก้ามสีครีมเหลือง โค้งลงและวางตัวในแนวตั้งกับด้านหน้าของตัวปู ขาเดินมีสีน้ำตาลอ่อน ที่บริเวณปล้องที่ 3 (ischium) และปล้องที่ 4 (merus)

Paris In Love