![]() Last Update : Saturday 17 March, 2001 3:07 AM |
|
ทากทะเล
ทาก...ยี้ ทาก...ยี้ๆ
ใจเย็นครับ ถ้าคุณสาวๆคิดว่าทากทะเลจะตรงรี่เข้ามาดูดเลือดคุณ เหมือนทากที่อาศัยในป่า บอกได้ว่าคิดผิด เพราะทากทะเลไม่ใช่ทากดูดเลือด พวกเขาเป็นสัตว์กลุ่มเดียวกับหอยทาก หน้าตารูปร่างสีสันสุดน่ารัก ไม่คิดจะดูดเลือดหวานๆของคุณแน่
![]()
ทากทะเลเป็นสัตว์ในกลุ่มหอยฝาเดียว ส่วนใหญ่ยาวไม่เกิน 10 เซนติเมตร ทั่วทั้งโลกมี 3,000 ชนิด ทากทะเลเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูง โดยเฉพาะการกินอาหารและการป้องกันตัว การแยกพวกเขาทำได้หลายรูปแบบ ตามปรกตินักอนุกรมวิธานจะใช้ลักษณะปุ่มสันหรือฟัน แต่ปัจจุบัน เราอาจดูจากลักษณะภายนอก เพื่อแบ่งกลุ่มทากทะเลแบบง่ายๆ
เนื่องจากการศึกษาเรื่องทากทะเลในเมืองไทยมีน้อยมาก ทีมงาน Sea Papa ของคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เป็นผู้ริเริ่มศึกษาทากทะเลในแนวปะการังทั่วเมืองไทย ผมเลยขออนุญาตใช้คำศัพท์ที่ตั้งเอง เพื่อแบ่งทากทะเลเป็นกลุ่มง่ายๆ ดังนี้ครับ
ทากเหงือกข้าง
ลักษณะเด่นคือเหงือกอยู่ข้างลำตัวด้านขวา ส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่อาจยาวกว่า 20 เซนติเมตร ในเมืองไทยพบเพียงชนิดเดียว หาไม่ง่ายนัก กลางวันยังไม่เคยเจอ พบเฉพาะตอนกลางคืน ผมเคยพบที่สิมิลัน สุรินทร์ และพีพี พวกนี้พ่นกรดออกมาป้องกันตัวได้ อย่าไปจับไปแตะนะครับ ไม่งั้นมืออาจเหี่ยวได้ไม่รู้ตัว (คงไม่ถึงขั้นมือละลายหายไปคาตา แค่มือย่นเหี่ยวนิดหน่อยเท่านั้น)
ทากปีกด้านบนจะมีเนื้อเยื่อคล้ายปีกเห็นชัด ทากพวกนี้จะกินสาหร่ายสีเขียวเป็นอาหาร จากนั้นจะสะสมคลอโรฟิลที่ได้จากสาหร่ายไว้บนปีก แล้วนำมาสังเคราะห์แสงให้พลังงานกับตัวเอง ตอนนี้เราพบในเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 4 ชนิดแล้วครับ
ทากปีกเขียว (Elysia sp.) อาศัยอยู่ในเขตน้ำตื้น กินสาหร่ายเป็นอาหาร แล้วเก็บ คลอโรฟิลไว้ในเนื้อเยื่อบนปีกกลางหลัง ที่น่ามหัศจรรย์คือทากชนิดนี้สามารถกางปีก และหุบปีกได้ตามต้องการ เขาจะกางปีกออกเพื่อให้เกิดการสังเคราะห์แสง เมื่อต้องการพรางตัวให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม พวกเขาจะ หุบปีก
ทากเปลือย
ทากทะเลกลุ่มนี้หลากหลายที่สุด รู้จักกันดีที่สุด นักดำน้ำหลายคนมักเรียกพวกเขาทับศัพท์ว่า Nudibranch (นู-ดิ-แบร๊นซ์) บางคนถึงเข้าใจผิด คิดว่าทากเปลือยคือทากทะเล จริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ เพราะพวกเขาเป็นแค่กลุ่มหนึ่งของทากทะเล แต่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด เราแบ่งทากเปลือยง่ายๆเป็น 3 กลุ่ม
ทากเปลือย เห็นเหงือกเปลือยชัดเจน เป็นกลุ่มหลากหลายมากที่สุด
Cadlinella ornatissima Ceratosoma tenue Chromodoris annulata Chromodoris boucheti Chromodoris geminus Chromodoris kuniei Chromodoris reticulata Glossodoris atromarginata Glossodoris hikuerensis Halgerda iota Hypselodoris bullockii Hypselodoris nigrostriata Jorunna funebris Kentrodoris rubescens Risbecia pulchella Risbecia tryoni Roboastra luteolineolata Halgerda sp. ทากปุ่มและทากหลังเรียบ ส่วนใหญ่ลำตัวเป็นตุ่มแต่บางชนิดผิวเรียบ พบได้บ่อยมีอยู่ทั่วไป
Phyllidia coelestis Phyllidia elegans Phyllidia exquistia Phyllidia ocellata Phyllidia pustulosa Phyllidia rudmani Phyllidia varicosa Phylidiella zeylanica Phyllidiopsis annae Phyllidiopsis fissuratus Phyllidiopsis krempfi Phyllidiopsis phiphiensis Phyllidiopsis pipeki Phyllidiopsis striata
ทากหนาม ตัวยาวเล็กคล้ายเข็มหรือด้าย มีหนามอยู่เป็นคู่หรือเป็นพู่ตามลำตัว พบตามก้อนหิน หรือปะการังตาย
Flabellina exoptata Phestilla melanobrachia Phidiana militaris Pteraeolidia ianthina ทากหนามกินไฮดรอยด์เป็นอาหารหลัก จากนั้น เขาจะนำเข็มพิษที่อยู่ในกระเพาะ ไปเก็บไว้กลางหลัง เพื่อป้องกันตัว "หนาม" ของเขาคือเข็มพิษที่ได้มาจากอาหารนั่นเอง
ทากหลายชนิดป้องกันตัวโดยปล่อยสารเคมีออกมา โดยเฉพาะทากปุ่มฟ้าเหลือง (Phyllidia ocellata) จัดเป็นเจ้าพ่อแห่งพิษ นักวิทยาศาสตร์พบว่า พวกเขาสามารถทำให้ปลาทั้งตู้ตายไป ภายในเวลา ไม่กี่ชั่วโมง
ทากทะเลเป็นกระเทยแต่สืบพันธุ์ข้ามตัว ทากจะแลกถุงใส่สเปิร์มให้แก่กัน จากนั้นจะเก็บไว้ จนถึงเวลา พร้อมออกไข่ จึงนำสเปิร์มดังกล่าวมาใช้
ไข่ทากทะเลลักษณะเป็นวงคล้ายริบบิ้น ขนาดของไข่สัมพันธ์กับขนาดของทาก หลายชนิดสีกลมกลืน เข้ากับสิ่งแวดล้อม อีกหลายชนิดมีพิษป้องกันผู้ล่า
ทากทะเลเป็นสัตว์มีวงจรชีวิตสั้นมาก เกือบทั้งหมดอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งปี พอวางไข่เสร็จแล้วเขาจะตาย ในจำนวนนี้ทากหนามจัดเป็นทากที่วงจรชีวิตสั้นที่สุด บางตัวอยู่ได้เพียงสองสามเดือนเท่านั้น
![]()
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com