www.talaythai.com
Last Update : Friday 2 May, 2008 0:37 AM

สมุยสามสมัย

          “ฮัลโหลมายดาร์ลิ่ง สวยจริงเกาะสมุย หากใครเห็น ทะเลแสนงามน้ำใส...” ผมฮึมฮัมเพลง ระหว่างมองผ่านหน้าต่างเครื่องบินแอร์บัสของการบินไทย เห็นหาดขาวและรีสอร์ทเรียงรายตามชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะใหญ่ ในที่สุด ผมกลับมาเกาะสมุยอีกครั้ง

          สมุยกับผมเป็นเพื่อนกัน เป็นมานานตั้งแต่ครั้งผมยังเป็นนิสิตปีสอง เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ผมร่วมทีมสำรวจแนวปะการังทั่วอ่าวไทย จากประจวบไปถึงชุมพร เรามาลงเอยที่เกาะสมุย ครั้งนั้นผมจำได้ แค่เห็นแนวปะการัง พวกเราแทบเข่าอ่อน ที่นี่คือเกาะที่มีแนวปะการังใหญ่สุดของเมืองไทย พื้นที่รวมกันหลายสิบตารางกิโลเมตร

          ใหญ่มิได้หมายความว่าสวย แต่สมุยสมัยแรก แม้สวยน้อยกว่าสุรินทร์สิมิลัน แต่สมบูรณ์พอทำให้เราต้องใช้เวลากว่าสองเดือนในการสำรวจ ผมยังจำวันที่ถูกเรือยางลากไปรอบเกาะ เพื่อการสำรวจแนวปะการังอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิคใหม่ เราใส่หน้ากากเกาะเชือกไว้ เรือยางจะลากเราไปเรื่อย ๆ คนถูกลากมีหน้าที่ประเมินสภาพแนวปะการังที่เห็น ก่อนจดบันทึกไว้ทุกร้อยเมตร

          เทคนิคดังกล่าวออกแบบมาจากออสเตรเลีย ประเทศที่มีนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเพียบ แต่ดันเอามาใช้กับเมืองไทย ประเทศที่ร่อยหรอนักวิทยาศาสตร์ แทนที่เราจะมีคนมาผลัดกัน กลับกลายเป็นผมคนเดียวที่ถูกลาก นับระยะทางรวมแล้วกว่า ๗๐ กิโลเมตรรอบเกาะ เช้าตื่น ช่วยกันหามเรือยางลงน้ำ ลาก ๆ ๆ จนเย็น หามเรือยางขึ้น นอน ๆ ๆ (มีเวลากินเหล้าแทรกอยู่นิดเดียว)

          หลังจากถูกลากจนรอบเกาะ ผมต้องกลับมาวัดปะการังตามจุดที่เลือกสรร ทีละเซนสองเซนติเมตร กว่าจะเสร็จสิ้นก็หมดเวลากว่าสองเดือน จนผมเกือบตกลงปลงใจเป็นแฟนกับปลากระเบนที่นั่น ต่อเนื่องถึงการทำวิทยานิพนธ์รีโมทเซนซิ่งกับการสำรวจแนวปะการัง ผมเลือกเกาะสมุยด้วยความคุ้นเคย หมกตัวอยู่ที่นั่นอีกนาน ที่เจ็บใจจนทุกวันนี้คือไม่มีตังค์ซื้อที่ไว้ ไม่งั้นป่านนี้เรามีเฮ

          ผมกลับมาสมุยอีกครั้งเมื่อทำงานเป็นอาจารย์ รับโครงการสำรวจเกาะแตนและหมู่เกาะตอนใต้ของเกาะสมุย ภาพชินตาในสมุยสมัยแรก เริ่มมีความเปลี่ยนแปลง ฝูงปลาหาย ปลิงทะเลหาย เม่นทะเลหาย กลับกลายเป็นสมุยสมัยสอง ทะเลยังสมบูรณ์ด้วยปะการัง แต่เริ่มไร้ปลาไร้สัตว์น้ำ เพราะถูกจับไปกินบ้างขายบ้างจนเกือบหมด

          ปัญหาใหญ่อีกประการเริ่มผุด ร่องน้ำถูกขุดเพื่อให้เรือวิ่งเข้าเทียบหาด เพราะแนวปะการังมีอยู่เกือบรอบเกาะสมุย ยามเมื่อน้ำลง เรือหางยาวไม่สามารถเข้าถึงฝั่ง เราต้องเดินลุยทรายไปหลายร้อยเมตร หลายอ่าวจึงเริ่มขุดร่องน้ำกลางแนวปะการัง ให้เรือเข้ามาจอดได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้นักท่องเที่ยวและชาวประมง

          ผมทราบดี ร่องน้ำพวกนี้อาจจำเป็นในบางจุด แต่น่าจะผ่านการควบคุมดูแลและแนะนำทางวิชาการบ้าง มิใช่ใครใคร่ขุด...เชิญขุด แต่ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมของประเทศชาติ แนวปะการังบางแห่งถึงคราวสูญสลาย สันดอนทรายเกิดขึ้นมาแทน ทับทั้งปะการังทั้งหญ้าทะเลที่ภาครัฐประกาศปาว ๆ ว่ามีคุณค่าเหลือประมาณ แต่ผมไม่เคยเห็นการกระทำใดของภาครัฐที่ดูแลรักษาแนวปะการังหรือหญ้าทะเลในถิ่นนี้

          จนเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมลงไปพบกับสมุยสมัยสาม ในการสำรวจแนวปะการังของโครงการพื้นที่ Hot Spot ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ดำเนินงานโดย สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โครงการนี้ดำเนินติดต่อกันมาเป็นปีที่สาม เราจึงเรียกชื่อย่อว่า BISIS 3 ฟังดูแล้วเท่จังครับ

          แต่สิ่งที่ผมพบใต้ทะเลเกาะสมุย ไม่ได้เท่อย่างที่คิด เพราะสมุยสมัยสาม โทรมกว่าสมัยสองและสมัยหนึ่ง ร่องน้ำในแนวปะการังถูกขุดในแทบทุกหาด ส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง โดยเฉพาะตะกอนทรายที่ตกทับถมลงมา บางแห่งสามารถใช้คำว่า “เปลี่ยนสภาพโดยสิ้นเชิง”

          เมื่อลงไปใต้ทะเล ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บ่งชี้ถึงสภาพแนวปะการังไทยโดยรวม เริ่มจากสมัยแรกที่สมบูรณ์ดีตามสภาพธรรมชาติ มาถึงสมัยสองที่มนุษย์เริ่มเข้าไปจับปลาจับสัตว์น้ำ จนท้ายสุด ความเปลี่ยนแปลงของโลกเริ่มมีผล โดยเฉพาะปรากฏการณ์โลกร้อนที่เริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์เอลนิโญ่ที่เกิดบ่อยครั้งขึ้นและรุนแรงขึ้น ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลร้อนขึ้นเป็นระยะ บางช่วงอาจสูงกว่าปรกติ 2-5 องศา ติดต่อกัน 2-4 สัปดาห์ หากเป็นเช่นนั้น ปะการังหลายชนิดจะเกิดอาการ “ฟอกขาว”

          ปะการังฟอกขาวหรือ Coral Bleaching หมายถึงปะการังเกิดผิดปรกติ ปล่อยสาหร่ายเซลล์เดียวที่อยู่ในเนื้อเยื่อออกไป เมื่อปราศจากสาหร่าย ปะการังขาดพลังงาน พวกเขาเริ่มตาย เหลือแต่โครงร่างหินปูนเป็นสีขาว ก่อนสุดท้ายถูกกัดกร่อนหักพังจนสิ้นสูญไปหมด

          ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวอาจเกิดเป็นจุด หรือเกิดทั่วทั้งบริเวณกว้าง ครั้งรุนแรงสุดที่จู่โจมทั่วอ่าวไทย เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน จากนั้นก็เกิดแบบเป็นจุดในบางปี ผลของความเปลี่ยนแปลงเป็นที่เห็นได้จนทุกวันนี้ เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังที่เคยมีเกลื่อนในอ่าวไทย สูญหายไปเกือบหมด เพราะปะการังกลุ่มนี้ไวต่อการฟอกขาว

          เมื่อเรานำผลของการกระทำจากมนุษย์ บวกเข้ากับเหตุการณ์โลกร้อน เราจะเจอแนวปะการังในสมัยสาม สมัยใกล้สิ้นสวย หลายวันที่ผมดำน้ำอยู่ในแนวปะการังแถบนั้น ปะการังที่เคยมีเกลื่อนกลาดหายไป เหลือแต่ในบริเวณน้ำลึกหน่อยและเย็นหน่อย แทบทุกแห่งที่ผมผ่านเข้าไปในเขตน้ำตื้น สิ่งที่พบคือสาหร่ายมากมายขึ้นมาคลุมแนวปะการัง บางแห่งถึงขั้นดำน้ำผ่านไม่ได้

          เมื่อนำข้อมูลที่เคยทำไว้มาเปรียบเทียบ ในสถานที่เดียวกัน ผมบอกคุณได้ว่า สมัยแรกมีปะการังปกคลุมพื้นที่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สมัยสองปะการังยังคงใกล้เคียงเดิม แต่ปลาและสัตว์น้ำลดลงอย่างมาก สมัยสุดท้ายปะการังในน้ำตื้นหายไป สาหร่ายที่เดิมมีแค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ กลับครอบครองพื้นที่เกือบหมด

          คุณ ๆ ที่อ่านถึงตรงนี้ อาจร้องว้า ไม่ไปแล้วเกาะสมุย แต่คุณเอ๋ย ผลที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเพียงแค่เกาะสมุย ยังรวมถึงอีกหลายหมู่เกาะในอ่าวไทย เช่น หมู่เกาะช้าง หมู่เกาะเสม็ด ผมเพียงยกสมุยขึ้นมาเป็นตัวอย่างให้เห็นชัด เราทำอะไรกับแนวปะการังของบ้านเรา ?

          ผมไม่ชอบเขียนบทความเศร้า โดยเฉพาะในสถานการณ์บ้านเมืองเยี่ยงนี้ เหตุการณ์รอบตัวก็เศร้าพอแล้ว เราอ่าน “แค่ปล่อยก็ลอยตัว” ของพระอาจารย์ ว. วชิรเมธี ดีกว่ามั้ง ผมเห็นด้วยกับการปล่อย และหลายต่อหลายครั้ง ตัวเองก็ปล่อย ไปเที่ยวดีกว่า เที่ยวเมืองนอกเปิดหูเปิดตาให้ลืมเรื่องในเมืองไทย

          แต่ลอยตัวแค่ไหนก็ต้องมีวันถึงฟากฝั่ง ไปเที่ยวกี่ครั้งก็ยังต้องกลับมาเมืองไทย หากเราปล่อยให้ลอยไป เมื่อถึงฝั่งแล้ว ควานเท้าหยั่งพื้นแล้วอาจไม่เจอ บางครั้งเราจึงต้องเผชิญหน้า เพื่อเรียนรู้สถานการณ์ ปัญหา และทางออก ที่ครั้งโน้นนี้นั้นอาจเจอทางตัน แต่เรายังต้องหาต่อไป

          สมุยสามสมัย เขียนขึ้นเพื่อบอกถึงสถานการณ์ของทะเลไทยในระยะเวลาเกือบสามสิบปีที่ผ่านมา จากยุคเรืองรองถึงยุคเริ่มโรยรา จวบจนเวลาใกล้สิ้นแสง ระหว่างที่ลูก ๆ ของพวกเรากำลังเติบโต

          สมัยที่สี่ ซึ่งคงเป็นสมัยสุดท้าย กำลังย่างกรายเข้ามา ความหวังของลูกเราอยู่ที่ตัวเรา เราจะช่วยไหม จะช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน จะช่วยสร้างกระแสเลือกผู้นำที่มีนโยบายสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่ชัดเจน ทั้งในท้องถิ่นและในระดับประเทศ

          แม้เราอาจหยุดสมัยที่สี่ไม่ได้ แต่เราอาจช่วยยืดสมัยที่สามให้ยาวนานออกไป อย่างน้อยก็ให้ลูกของเรา พวกเขาและพวกเธอ มีความสุขเล็ก ๆ ในการชื่นชมและได้ประโยชน์ทะเลที่ “เคย” สวยที่สุดในโลก

          นั่นไม่ใช่ “ของขวัญ” แต่นั่นคือ “คำขอโทษ” ที่คนรุ่นเราจะส่งผ่านถึงคนรุ่นเขาได้ แม้มันอาจจะน้อยเกินไปก็ตามที...

Home

Copyright © TalayThai.com All right reserved.