![]() Last Update : Friday 4 April, 2008 8:41 AM |
|
โลกเย็นเมื่อเห็นธรรม
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปเตร็ดเตร่อยู่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ (จะยกเว้นก็เฉพาะคืนดูงิ้ว) ปีนี้สดชื่นรื่นรมย์กว่าปลายปีก่อนครับ ผู้คนพากันมาเลือกซื้อหนังสือ เท่าที่สังเกต แม้จะไม่มีหนังสือดังเป็นพิเศษ แต่สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ก็ยิ้มได้ เพราะนักอ่านซื้อหาหนังสือตามความชอบ กระจายกันไปว่างั้นเถอะ ถือเป็นกำลังใจให้คนทำหนังสือพอมีแรงผลิตของดี ๆ ให้พวกเราอ่านกัน
สำนักพิมพ์ บ้านพระอาทิตย์ ในเครือ ผู้จัดการ ถือเป็นจุดสิงสู่ประจำของผม ในฐานะนักเขียนรายแรกของสำนักพิมพ์ เริ่มตั้งแต่เสื่อผืนหมอนใบ (อันที่จริง ไม่มีทั้งเสื่อทั้งหมอน มีเก้าอี้ตัวเดียว วางหนังสือบนหน้าตัก ชูไปชูมาขายคุณผู้อ่าน ช่างด้านจริงเชียว) จนถึงปัจจุบัน สำนักพิมพ์มีขนาดตั้งสามบูทส์ หนังสือหลายร้อยปก
ปีนี้ สำนักพิมพ์ออกหนังสือมาหลายเล่ม ที่ยอดขายใช้ได้เชียว คือ ASTV บอกประวัติความเป็นมาของสถานีโทรทัศน์มหัศจรรย์ ไม่เหมือนสถานีใดในโลก อีกเล่มที่มาแรงสูสี ASTV ก็คือ ฮี่ ๆ มนต์รักหลังม่านเหล็ก สารคดีท่องเที่ยวสุขี มีศรีภรรยาเป็นหน้าปกของข้าพเจ้าเอง ตีคู่กันมาตั้งแต่วันแรกยันวันนี้ คงได้วัดกันจนถึงวันสุดท้าย
พูดถึงหนังสือท่องเที่ยวสุขี เมื่อผมเริ่มซีรี่ส์นี้ โดนบ่นตรึม อาจ้าน คนอื่นเค้าออกแบบโลโก้ดีไซน์ปกงามเช้ง ของอาจารย์เล่นหน้าภรรยา แล้วจะขายได้เหรอเนี่ย ? ผมได้แต่คำรามฮื่อ ๆ ก่อนเปลี่ยนมาเป็นโฮ่ ๆ เมื่อสามปีให้หลัง ขายได้ขายไม่ได้ก็ ๖ ปกแล้วครับท่าน กว่าคุณเธอจะเหี่ยว คงได้อีกสัก ๖ ปกเป็นอย่างต่ำ จากนั้นเราก็เปลี่ยนนางแบบ เลือกเอาแบบเต่ง ๆ หน่อย หากินได้อีกหลายปีเนอะ
นอกจากหนังสือท่องเที่ยวแนวหากิน อีกเล่มที่ฝากความหวังไว้มาก ชื่อว่า โลกเย็นเมื่อเห็นธรรม หวังนี้ไม่ได้หวังอยากได้ตังค์ เพราะหนังสือเล่มบางนิดเดียว ขายยังไงก็ได้ไม่กี่บาทหรอกครับ ผมหวังอยากให้คุณ ๆ อ่าน เพราะน้อยครั้งที่ ธรรมะ กับ ธรรมชาติ มาเจอกัน เป็นหนังสือที่พระกับนักวิชาการช่วยกันทำครับ
ความเดิมเริ่มมาจากครั้งที่ผมไปออกรายการ ธรรมาภิวัฒน์ ของ ASTV ได้มีโอกาสขึ้นเวทีพูดเรื่อง โลกร้อน กับพระอาจารย์ ว. วชิรเมธี ขึ้นแล้วติดอกติดใจเป็นหนักหนา เพิ่งทราบว่าธรรมะที่แท้จริง สามารถสอดแทรกไปในทุกเรื่อง ขอเพียงให้ผู้เสนอธรรมมีความสามารถและเข้าใจโลกเช่นดังพระอาจารย์ บทเสวนาธรรมและธรรมชาติครั้งนั้นจึงกลายเป็นหนังสือ โลกร้อน...ธรรมเย็น โดยมีคุณสนธิ ลิ้มทองกุล กรุณาเขียนคำนิยมให้ แถมยังลากผมไปอบรมธรรมอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม (ตอนนั้นท่านยังบวชอยู่ครับ)
พอเวลาผ่านไป คนไทยรู้เรื่องโลกร้อนมาขึ้น ผมก็ดีใจ ลูกผมจะได้ไม่ตายเร็ว แต่พอผลการรายงานสถานการณ์โลกร้อนออกมา ตายละวา ทำไมคนไทยที่เข้าใจและตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ดันปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เยอะนัก อันดับขยับขึ้น จนกลายเป็นที่ 7 ของเอเชีย มากกว่าประเทศที่คนเค้าไม่รู้ด้วยซ้ำ โลกกำลังร้อนหรือโลกกำลังเย็น เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย (คิดเป็นรายหัว คนไทยปล่อยมากกว่าร่วม 3 เท่าครับ)
ผมจึงขอร้อง ASTV ช่วยมาทำรายการอีกสักทีเถอะจ้ะ จะได้ขึ้นมาถกปัญหากับพระอาจารย์และคุณอัญชลีพร ให้รู้ไปว่า ทำไมคนไทยถึงแก้ปัญหาโลกร้อนไม่ได้ แอร์ก็หรี่แล้ว ถุงผ้าก็ถือ พระอาจารย์รับนิมนต์ครับ เราจึงได้ขึ้นเวทีร่วมกันอีกครั้ง โดยตั้งมั่นที่คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการถกปัญหาแบบนอนสะต๊อบ เพราะผมหน้าด้านยื้อไว้ไม่ยอมให้พระอาจารย์ลงจากเวทีง่าย ๆ อยากได้สาระให้มากกว่าครั้งก่อน
แล้วผมก็ได้ครับ ได้สาระมากมาย รวมถึงข้อความเด็ด ๆ ชนิดที่คุณไปฟังคงมีเฮ เพราะประเด็นเรามิใช่เพียงโลกร้อน ยังเป็นอย่างอื่นร้อนด้วย ผมยกตัวอย่างประโยคมีเฮให้ฟังนะครับ
...ธรรมกัณฑ์แรกของพระพุทธเจ้า สัมมาทิฐิ คือ คิดให้ถูก เพราะการคิดถูกนั้นสำคัญกว่าการคิดใหม่ ในเมืองไทยเราเน้นคิดใหม่ แต่ไม่สนใจคิดถูก...
...กิเลส 3 ตัวที่เป็นต้นตอของภาวะโลกร้อน ก็คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ใช้ศัพท์ให้ทันสมัยหน่อยก็คือ ทุนนิยม อำนาจนิยม และบริโภคนิยม...
...หากเราคิดจะแก้ปัญหาโลกร้อนโดยเอาทุนนิยมมาแก้ ก็เหมือนเราเอาตัวปัญหามาแก้ปัญหา เอาโคลนมาสาดล้างโคลน...การหาทางแก้ปัญหาโลกร้อนทุกวันนี้ เป็นการแก้แต่ที่ภายนอก เหมือนเราป่วยข้างใน มะเร็งกัดกินลำไส้ แต่เราเอายาหม่องมาทาข้างนอก อาตมาคิดว่าเป็นคนละเรื่อง...
เราต้องตามประเทศอื่นที่เรายกย่องว่าก้าวหน้า เราตามเขามาตั้งแต่การช่วงชิงทรัพยากรจากโลก และเรายังตามเขาไปในการรักษาโลกที่ถูกช่วงชิงจนบอบช้ำ เราทำได้เป็นเพียงผู้ตามเท่านั้นหรือ ?...
เงินไปตกใส่ภูเขา ภูเขายังพังลงมา เงินตกใส่ทะเล ทะเลหายไปครึ่งหนึ่ง เงินไปตกใส่ประชาชน ก็ได้รัฐบาลแบบนั้นมา...
...อาตมาเชื่อมั่นอย่างนี้นะ เราต้องพยายามพูดกันอย่างนี้ต่อไป เพราะการแก้ปัญหาในระดับอื่นๆ เขาไม่พูดกันเรื่องแนวคิด เพราะพูดแล้วเหมือนของเข้าตัว มีแต่ของเราพูดกัน จนคนพูดแทบไม่กล้าลงจากเวที
...แล้วทำไมเราถึงพูดล่ะครับ ? หรือชอบให้อะไรเข้าตัว...
อาตมากำลังบอกว่า ที่อื่นเขาไม่พูดเพราะเข้าตัวเขา ฉะนั้น เวลาเขาแก้ปัญหาโลกร้อน จึงเฉียดไปเฉียดมา เขาจะไม่ลงลึกไปถึงต้นตอ เพราะถ้าลงลึกไปเมื่อไร ก็จะเจอตัวเองว่า เป็นต้นตอเสียเอง แต่ที่เรามาพูดกันนี้ เราพูดแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม...
เพราะเราพูดที่คณะประมง
นี่ก็ไม่ใช่คณะอาตมาด้วย พูดเสร็จก็กลับ
คราวหน้าเราคงต้องไปพูดที่วัดแถวเชียงรายนะครับ
คุณผู้อ่านคงสงสัย นี่เค้าพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย ? แต่...อะแฮ่ม...ถ้าสนทนาธรรมเรื่องโลกร้อน มีแต่ท่องนะโมแล้วก็โชว์กราฟโชว์ตารางโชว์ภาพหมีขาวกำลังจมน้ำ ASTV คงไม่หวนกลับมาทำตอนที่สองและตอนที่สาม (ในรอบหกเดือนแค่นั้น แฮ่ม) แถมสนทนาครั้งหนึ่ง ออกหนังสือเล่มหนึ่ง ครั้งแรกออก โลกร้อน...ธรรมเย็น ครั้งที่สองออก โลกเย็นเมื่อเห็นธรรม ชื่อฟังแล้วเย็นจัง แต่ข้อความข้างในร้อนไม่แพ้โลกครับ
ผมจึงเชิญชวนว่า ทั้ง โลกร้อน...ธรรมเย็น และ โลกเย็นเมื่อเห็นธรรม มีจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ บู๊ทสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ ในเครือ ผู้จัดการ M01 โซน C1 แบบแพ็คคู่กัน 140 บาทเท่านั้น ภายในไม่มีรูปหมีขาวขึ้นอืดหรือกราฟตารางใด ๆ แต่เชื่อว่า อ่านเสร็จแล้วคุณจะเข้าใจโลกร้อนมากขึ้น
ผมยังอยากชวนคุณไปร่วมรายการ ธรรมาภิวัฒน์ ครั้งที่ 3 เราจัดกันแบบโจ่งแจ้งที่เวทีกลาง งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ วันเสาร์ที่ 5 เมษายน เวลา 13.00-14.00 นาฬิกา แม้อาจสนุกน้อยกว่างิ้ว เนื่องจากคนพูดไม่ได้แต่งหน้าสวมหัวใส่เครื่อง ใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงทั้งพระทั้งฆราวาส แต่เชื่อว่าคงรื่นเริงบันเทิงใจพอควร ไม่เชื่อฟังถ้อยคำปิดท้ายของพระอาจารย์ก็ได้ครับ
เมื่อใดก็ตามที่พระและนักวิชาการตกอยู่ในความกลัวแล้ว เมื่อนั้น สังคมไทยและประเทศชาติบ้านเมืองจะหมดหวัง
จะหมดหรือไม่หมด ขอเชิญไปพิสูจน์ในการเสวนาระหว่าง ว. วชิรเมธี และ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ดำเนินรายการโดย คุณอัญชลีพร กุสุมภ์ ฟังไปโบกมือให้ทางบ้านไปก็ได้ ASTV ยกกองถ่ายขนกล้องไปตั้ง 3 ตัวแน่ะครับ
Copyright © TalayThai.com All right reserved.