www.talaythai.com
Last Update : Monday 24 March, 2008 9:09 AM

ตามรอยพระบาท เสด็จประพาสโมร็อกโก (จบ)

          คุณผู้อ่านครับ ผมนำคุณตามรอยพระบาท สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ เสด็จประพาสประเทศโมร็อกโก เราเดินทางไป Casablanca Rabat และ Fes ท้ายสุดคือการเดินทางไปเมืองเก่าโรมันชื่อ Volubilis

          ครั้งที่ยังเรืองอำนาจ ชาวโรมันขยายอาณาเขตมีอิทธิพลกว้างไกล บุกเข้าถิ่นโน้นยึดถิ่นนี้ จนข้ามมาถึงโมร็อกโก คุณคงร้องเฮ้ย ข้ามมาถึงนี่ได้ยังไง แต่ถ้าลองเปิดแผนที่ โมร็อกโกอยู่ใกล้อิตาลี ศูนย์กลางโรมัน มากกว่าอังกฤษด้วยซ้ำ แค่ข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนมานิดเดียวก็ถึงแล้ว ยิ่งถ้ามาข้ามตรงช่องแคบยิบบรอลต้า ห่างกันแค่นิดเดียว

          ชาวโรมันเป็นชนชั้นอารยะ ข้ามมาแล้วจะกางเต็นท์เหมือนชาว Berber ผู้คนในท้องถิ่น โรมันทำไม่ได้หรอก พวกนั้นจึงสร้างเมืองขึ้นมา โดยขุดเอาหินทรายที่พอหาได้ในเขตนี้ นำมาทำเป็นเสาบ้างหลังคาบ้าง สักเดี๋ยวก็ได้เมืองโดยสมบูรณ์ ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ ในเขตที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งโบราณ มีชุมชนเก่าแก่อยู่เป็นหย่อม ๆ เมื่อโรมันสร้างเมืองขึ้นมา จะควบคุมการค้าและเก็บภาษีได้จั๋งหนับ ชาวโรมันก็พลอยรุ่งเรือง

          Volubilis ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก 2 เมืองหลัก หนึ่งคือเมือง Fes เมืองหลวงของอาณาจักรเก่า อีกหนึ่งเมืองชื่อ Meknes เก่าอีกเช่นกัน เส้นทางการค้าจากในแผ่นดินใหญ่ ผ่านเข้ามาหาสองเมืองนี้ Volubilis อยู่ตรงกลาง ยังไงก็ต้องผ่าน เสร็จแล้วค่อยขนส่งสินค้าไป Rabat เพื่อลงเรือข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน

          Volubilis จึงเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาล มียุครุ่งโรจน์อยู่ประมาณ 200-300 ปี ก่อนอำนาจโรมันจะล่มสลาย เมืองที่เคยเป็นศูนย์การกลางค้า เมื่อไม่มีกำลังทหารคอยบังคับข่มขู่ เมืองจะอยู่ได้อย่างไร ชาวบ้านชาวเมืองจึงละทิ้งไป ปล่อยให้เป็นเมืองร้าง ผิดจากเมืองเฟสหรือเมืองราบัต ชาวพื้นเมืองตั้งขึ้นมา เป็นศูนย์กลางเกษตรกรรมหรือชุมชน อาณาจักรจะล่มสลายยังไง เมืองก็ยังอยู่

          แม้เมืองจะล่มไปแล้ว หมายถึงไม่มีใครอยู่เลย จนถึงยุคปัจจุบัน ก็ยังเป็นเมืองร้าง ชุมชนใกล้เคียงอยู่ห่างออกไปนับสิบกิโลเมตร ไม่เหมือนเมืองเก่าของไทย เช่น สุโขทัย อยุธยา เมืองใหม่เมืองเก่าเชื่อมต่อกันเป็นเนื้อเดียว แต่ที่นี่ก็ยังมีอะไรหลงเหลือ เพราะโรมันสร้างทุกอย่างด้วยหิน

          ขึ้นชื่อว่าหิน แม้น้ำจะหยดแล้วหินกร่อน แต่ยังคงเหลือสภาพอยู่ แถมแถวนี้ยังไม่ค่อยมีน้ำเท่าไหร่ ชาวโมร็อกโกก็ไม่ค่อยนำหินไปสร้างเมือง จึงไม่มีใครมาจิ๊กหินจากเมืองเก่า การท่องเที่ยวโมร็อกโกจึงป่าวประกาศ นี่คือเมืองโรมันสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกา

          สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ เสด็จมาทอดพระเนตร พร้อมบันทึกเรื่องราวไว้ในวีดิทัศน์มากมาย ผมก็ตามรอยพระบาทไปที่นั่น โดยมุ่งหน้าจากเมืองเฟส ตรงไปตามเส้นทางลัดเลาะไปตามเทือกเขาเตี้ย ๆ บางช่วงมีชาวบ้านขนของมาขาย ที่น่าสนใจคือฟักทองยักษ์กับทับทิมหวานกรอบ วิวสองข้างทางยังแปลกตา เป็นภูผาเตี้ย ๆ หินและดินสีเหลืองสีแดง มีทะเลสาบสีฟ้าเป็นฉากหลัง

          เดินทางได้ราวชั่วโมงเศษ เรามาถึงเป้าหมาย ผมเห็นเสาหินระเกะระกะโผล่มาเหนือเนินเล็กแห่งหนึ่ง รถเค้าจอดหน้ารั้ว มีทางเข้าพร้อมคนเก็บตังค์ จากตรงนี้ต้องเดินไปอีกสองสามร้อยเมตร ถึงจะเข้าเขตเมือง Volubilis

          การเดินเท้ากลางแดดเริ่มต้น ตัวเมืองทอดยาวไปตามเนิน ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้หลบแดดสักนิดเดียว ระยะทางจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน กะด้วยสายตา สัก 600 เมตรเห็นจะได้ ด้านหนึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ เรียกว่าสภาเมืองก็คงไหว อีกด้านเป็นซุ้มประตูทางเข้าเมือง แต่อยู่ห่างไกลจากทางเดินในปัจจุบัน ใครอยากเห็นต้องตากแดดหัวแดงก่ำ

          สภาเมืองเป็นอาคารที่อยู่ในสภาพดีสุดของเมือง แม้หลังคาและผนังบางส่วนจะพังทลาย แต่ยังเหลือเสาและผนังอีกบางด้าน พอให้นึกจินตนาการถึงความรุ่งเรืองในอดีต ครั้งที่ผู้มีอำนาจพากันมาประชุม เพื่อตัดสินใจทำโน่นนี่ จากตรงนี้เป็นถนนสายหลัก ทอดยาวไปตามทาง ซ้ายและขวาเป็นอาคารบ้านเรือนของขุนนางและคหบดี แต่ไม่มีเหลือทั้งผนังทั้งหลังคา

          อ้าว...แล้วจะดูอะไรล่ะ ? คุณคงสงสัย สิ่งที่น่าดูคือพื้น ไม่ใช่พื้นหินดินดานเหมือนบ้านเราหรือตามปราสาทขอม ชาวโรมันรุ่งเรืองมาก ยุคที่ร่ำรวยก็รวยจริง พื้นจึงทำจากหินโมเสกชิ้นเล็ก นำมาฝังไว้เรียงรายเป็นรูป ถ้าเป็นเมืองไทย โมเสกเหล่านี้คงหายเกลี้ยงบ๋อแบ๋ แต่ชาวโมร็อกโกยังเก็บรักษาไว้ ผมเดินไปดูทีละบ้าน แต่ละบ้านไม่เหมือนกันเลย

          เป้าหมายหลักของการเที่ยวแบบนี้ จึงต้องดูพื้นเข้าไว้ บางบ้านเป็นรูปคนขี่ลา แต่ดันขี่กลับหลังหัน สงสัยเอาไว้ล้อนักการเมืองสมัยก่อน เจ้าของบ้านคงเกลียดนายคนนั้นมาก บางบ้านเป็นภาพสไตล์โรมันแท้ บุรุษและสตรีสวมใส่ชุดโรมัน มีช่อมะกอกบนหัว ประดับด้วยรูปของสัตว์นานาชนิด เช่น ปลา เม่นทะเล ฯลฯ แปลว่าอิทธิพลจากท้องทะเลส่งมาถึงเมืองนี้เช่นกัน คนโรมันชอบกินอาหารทะเลครับ ในอิตาลีมีโมเสกเป็นภาพสัตว์ทะเลเยอะแยะ

          ดูพื้นแล้ว มาดูเสาบ้าง เสาพวกนี้ไม่ได้อยู่ในบ้าน ต้องอยู่ตามสถานที่ราชการเท่านั้น แต่ละเสาสูงสักตึกสามชั้น ทำจากหินล้วน แกะสลักไว้งดงาม บางเสาถึงขั้นตีเกลียวบิดขึ้นไปด้านบน ดูแล้วตื่นตะลึงอึ้งดี แต่ที่อึ้งไปกว่านั้น คือ นกกระสาตัวใหญ่ คาบกิ่งไม้มาสุมไว้บนยอดเสา ทำเป็นรังซะเลย กลายเป็นภาพที่ช่างกล้องหลายคนนิยมถ่ายภาพ สารคดีเมืองโบราณโมร็อกโก ต้องมีรังนกกระสาบนหลังคาหรือยอดเสา

          เรื่องของโวลูบิลิสยังมีอีกมาก เพราะโมเสกมีให้ชมเยอะจริงจัง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ ทรงเยี่ยมชมโมเสกตามพื้นบ้านหลายต่อหลายแห่ง เช่น วีนัส แสดงถึงพระหฤทัยที่ตั้งมั่นในการศึกษาให้ถ่องแท้ สมดังเป็นแสงหนึ่งคือรุ้งงามของปวงประชาชาวสยาม

          ก่อนอำลาจากโมร็อกโก ผมพาเราไปช้อปปิ้งสักนิด หากคิดจะซื้อของ เราต้องคิดถึงแหล่งท่องเที่ยว หากที่ไหนคนไปเยอะ คนขายย่อมมีกึ๋นถึงขนาด ผมยกตัวอย่างกึ๋นของคนขายให้ฟังไหมครับ เอาจานใบที่ผมคิดจะซื้อนี่แหละ บอกราคามาครั้งแรก ใบละ 2,000 เดอร์แฮม เฮ้ย...จานเลี่ยมทองหรือไงวุ้ย ขนาดก็ไม่ใหญ่ วางส้มเช้งได้ไม่กี่ลูก ส้มโอได้หนึ่งลูก ขายใบละหมื่น ฝันไปเหอะ พอเราเดินไปทางอื่น เค้าก็ลดราคาลงมานิดหน่อย

          โห...เรื่องนี้อ่อน ๆ ชั้นก็เจอมาแล้ว สาวนักช้อปคงคิดเช่นนั้น แต่ผมหาราคามาตรฐานของจานใบนั้นไม่ได้ครับ พอลองเดินไปดูร้านอื่น ถามราคา เหลือแค่ 500 เดอร์แฮม โอเค...ยังไม่ซื้อ ไปอีกร้าน เหลือ 120 เดอร์แฮม ถูกดีนี่ จากใบละหมื่นเหลือใบละไม่ถึงพัน แค่ไม่กี่สิบย่างก้าว เดินไปอีกหน่อยสงสัยเหลือใบละร้อยบาท อ้าว...ร้านนี้ไหงราคาเพิ่มเป็นใบละ 400 เดอร์แฮม กลับไปซื้อร้านถูกสุดดีกว่า อ้าว...เอ๋...เฮ้ย ยูเพิ่งบอกไอ ใบละ 120 เดอร์แฮม ไหงตอนนี้กลับมา กลายเป็นใบละ 500 เดอร์แฮมแล้วล่ะ เพิ่งห้านาทีเนี่ยนะ ไฉนราคาของยูจึงเปลี่ยนแปลงยิ่งกว่าราคาหุ้นเมืองไทย

          หากคุณอ่านย่อหน้าที่แล้ว ด้วยความสับสนงุนงง นั่นแหละครับคืออาการที่คุณจะเจอยามคิดไปต่อราคาซื้อของในโมร็อกโก เพราะฉะนั้น เตรียมใจให้งงไว้ครับ คุณได้งงแน่นอน ข้อแนะนำมีประการเดียว หากถูกใจซื้อเถิด (แต่ต้องต่อราคานะ) หากเป็นของโหล ยังมีอีกหลายแห่งที่พอหาซื้อได้ ราคาของไม่มีมาตรฐานใด ๆ ทั้งสิ้น ของแพงกว่าอินเดียหรือประเทศในเอเชียกลาง แต่หลายอย่าง เช่น โคมไฟสังกะสี พรมยักษ์ สวยมากและราคาถูกกว่าเมืองไทย ขึ้นกับว่า คุณจะขนกลับมาได้อย่างไรครับ

          คุณผู้อ่านครับ เกือบสามเดือนเต็มที่ผมพาคุณตามรอยพระบาท ถึงเวลานี้คงต้องอำลาสารคดีชุดนี้ สัปดาห์หน้าผมมีอีกหลายเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง โดยเฉพาะงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ใกล้มาถึง สำหรับสารคดีชุด “ตามรอยพระบาท” ผมเรียบเรียงเนื้อเรื่องใหม่ เขียนเพิ่มจนสมบูรณ์ ใส่ภาพถ่ายและวีดิทัศน์ คาดว่าจะออกเป็นหนังสือภายในไม่ช้า

          เพื่อทำงานสืบต่อตามเส้นทางของพระองค์ ผู้ทรงเป็นมณีน้ำเอกแห่งวงการสารคดีท่องเที่ยวของเมืองไทยครับ...

Home

Copyright © TalayThai.com All right reserved.