www.talaythai.com
Last Update : Friday 7 March, 2008 1:39 AM

ช้อปปิ้งงานท่องเที่ยว

          คุณผู้อ่านครับ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ต่อกับต้นเดือนมีนาคม มีงานท่องเที่ยวครั้งใหญ่ 2 งานจัดติดต่อกันสองวันหยุดสุดสัปดาห์ งานแรกผ่านไปแล้ว เป็นงานเล็กกว่าหน่อยหนึ่ง แต่มีผู้ประกอบการไปร่วมพอควร งานสองกำลังจะตามมาในสุดสัปดาห์ที่จะถึง สถานที่จัดคือศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ

          ผมมีโอกาสไปเดินเตร็ดเตร่ในงานแรก เห็นผู้คนไปกันเยอะเชียว เลยคิดว่า งานสองต้องมีคนไปเยอะกว่า รวมถึงคุณ ๆ หลายคนที่หวังอยากพาตัวเองไปให้ห่างบ้าน (ไปเที่ยว ว่างั้นเหอะ) เลยขออนุญาตหยุดสารคดีตามรอยพระบาทไว้หนึ่งตอน เพื่อพาคุณตะลุยงานไทยเที่ยวไทยไปทั่วโลก หรืออะไรทำนองนี้แหละ ชื่อเค้าคล้ายกันมากจนยากจะจำ

          ใครผู้คิดไปงาน travel fair ย่อมมีจุดประสงค์หลักอยากไปซื้อทัวร์ซื้อห้องพักหรือซื้ออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเดือนเมษากำลังใกล้เข้ามา นอนอยู่แต่ในบ้านมีหวังหง่าวแน่ แต่เงินทองก็ไม่ค่อยจะมี แล้วทำไงดีล่ะถึงจะได้ไปเที่ยวแบบดีสนุกถูก

          คำตอบคือ คุณต้องพยายามถามตัวเองก่อนครับ ดีสนุกถูกของคุณเป็นอย่างไร ? จากนั้นค่อยไปเลือกซื้อสิ่งที่ตรงใจคุณ แต่คำตอบนี้ฟังแล้วดูเหมือนจะคิดยากสักนิด เอาเป็นว่า ผมลองแนะนำวิธีการสักหน่อยนะครับ

          อันดับแรก อย่าเพิ่งตกลงปลงใจกับอะไรทั้งสิ้น ยกเว้นคุณที่หมายมั่นปั้นมือมาก่อนแล้ว เช่น คุณบางคนไปซื้อตั๋วเครื่องบินราคาถูก ผมไปงานเพราะอยากซื้อคูปองรถเช่า ถ้าอย่างนั้นใช้เวลาไม่นาน แค่เดินเช็คราคาแป๊บเดียวก็ได้ บริษัทรถเช่ามีแค่ไม่กี่แห่ง ถามกฎกติกาการใช้คูปองให้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาที่ใช้ได้ รวมวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดไหม (ปรกติรวม) ใช้ได้ถึงสิ้นเดือนตุลาคมหรือถึงเดือนธันวา (ปรกติได้แค่ตุลาคม) ที่สำคัญคืออย่าโลภ ผมเคยซื้อมาแล้วใช้ไม่ทัน ต้องเสียเงินเพิ่มเมื่อเกินเดือนที่เค้ากำหนด เพราะฉะนั้น คำนวณวันเวลาให้พอดีนะครับ

          แต่ถ้าเราไปเพื่อดูว่า มีอะไรตรงใจบ้าง อย่างนี้ต้องช้อปปิ้งโบรชัวร์ครับ เดินให้ทั่วงาน เก็บเอกสารให้มากสุด ก่อนหาที่ว่าง ๆ มาจัดแผ่นพับให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อวางแผนตัดสินใจ บางครั้งอาจถึงขั้นต้องไปสองวัน เก็บข้อมูลหนึ่งวัน กลับมาบ้าน ปรึกษาหาตังค์ให้เรียบร้อย ค่อยกลับไปซื้ออีกวัน กรณีอาจมีปัญหาสำหรับห้องพักหรือทัวร์ราคาถูกที่อาจเต็มได้ แต่เชื่อว่าคงมีน้อยมาก

          เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ลองจัดหมวดหมู่ตามสถานที่ท่องเที่ยว ตัดส่วนที่เราไม่สนทิ้งไป เช่น ห้องพักนี้แพงเกินไปจ้างให้ก็ไม่มีตังค์ เอ้า...ตัดทิ้ง ทัวร์นี้ถูกเกินเหตุ ไปทั้งทีต้องคุ้มหน่อย ไม่ใช่ตะลอนพรวดพราดเที่ยว กินข้าวไข่เจียวทุกมื้อ หากคุณทำเช่นนี้ไปเรื่อย แผ่นพับหลายร้อยแผ่น จะเหลือเพียงไม่เท่าไหร่ที่ตรงใจคุณ

          คราวนี้เราต้องรู้เทคนิคของการขายสักนิด งานไทยเที่ยวไทยเป็นการเล่นสงครามราคา หมายถึงใช้ความถูกเข้าล่อนักเที่ยว แต่คุณเอ๋ย ทัวร์หรือห้องพักส่วนใหญ่ก็ได้กำไรไม่มากอยู่แล้ว จะให้ถูกระดับลดครึ่งราคา คงเป็นไปได้ยาก ยกเว้นรีสอร์ทใกล้เจ๊ง ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณภาพก็ต้องเจ๊งตามไปด้วย แล้วเราจะไปทำไมครับ

          ลองใช้กรณีของทัวร์เที่ยวเมืองนอกเป็นตัวอย่าง ทัวร์ที่มาขายในงาน ราคาใกล้เคียงกันมาก สิ่งที่เขาลดให้ได้คือเงินจำนวนไม่มาก ถ้าเป็นทริปใกล้ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น จีน จะลดราคาอย่างมากก็แค่ 500 บาท ถ้าเป็นทริปยุโรป อาจลดได้ถึง 1,000 บาท แต่ยากที่จะเกินนี้ บางทีอาจมีของแถมมาล่อใจ ซื้อในงานแถมกระเป๋าครับ (แต่ซื้อนอกงาน เค้าก็แถมเหมือนกันนะ)

          ทัวร์เมืองนอกเป็นสินค้าที่ขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ที่เขียนไว้ในโปรแกรมเพียงไม่กี่บรรทัด เราจึงต้องพิจารณาให้ดี เริ่มจากราคาทัวร์ จะเอาไปเทียบกัน แล้วบอกว่าไปญี่ปุ่นถูกกว่าไปยุโรป อย่างนั้นไม่ได้ครับ เพราะเราต้องดูจำนวนวันเป็นหลัก หารค่าทัวร์เฉลี่ยต่อวัน แล้วคุณจะพบว่า ทัวร์ไปญี่ปุ่นในแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับทัวร์ยุโรป เพียงแต่จำนวนวันไม่เท่ากันจ้ะ

          จะดูจำนวนวัน ต้องเช็ครายการให้แน่ เพราะทัวร์จะรวมวันเดินทางเข้าไปด้วย เช่น เครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน เรามาเจอที่เคาท์เตอร์ตอนสามทุ่มครึ่ง อย่างนั้นก็นับเป็นหนึ่งวันแล้ว เครื่องกลับตอนสิบโมงเช้า มาถึงเมืองไทยตอนตีสอง นั่นก็อีก 2 วัน โปรแกรมการเดินทางจะขึ้นกับสายการบินที่ทัวร์เลือกใช้ เพราะฉะนั้น เราต้องดูจำนวนคืนที่เรานอนในโรงแรมเป็นหลัก ทัวร์ 8 วัน 5 คืน หมายถึงนอนในเมืองนอกจริงแค่ห้าคืนครับ ที่เหลือนอนบนเครื่องบินล้วน ๆ

          เคยมีเพื่อน ๆ หลายคนมาปรึกษา อยากไปเมืองนอกด้วยตัวเอง แต่เห็นราคาทัวร์ถูกกว่าเยอะนะเนี่ย ผมจึงลองเช็คโปรแกรมให้เขา เอาแบบวันต่อวัน แล้วชี้ให้เห็นว่า ทำไมถึงถูกกว่า เช่น อิตาลี ทัวร์ไปเที่ยวโรม ในโปรแกรมบอกไว้ ไปเที่ยวโคลอสเซี่ยม (แต่ไม่ได้บอกว่า เราไม่ได้เข้าข้างในหรอก ดูเฉพาะข้างนอก เพราะข้างในต้องจ่ายตังค์เพิ่มอีก 600 บาท) ไปเที่ยววาติกัน (แต่ไม่ได้บอกว่า เราไปเฉพาะโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เนื่องจากเข้าฟรี แต่ไม่ได้เข้าพิพิธภัณฑ์ที่มีผลงานระดับป๋าอยู่ในนั้นเพียบเลย เนื่องจากไม่มีเวลา และต้องเสียค่าใช้จ่ายอีก 600 บาท)

          ยังหมายถึงโรงแรมที่พัก เช่น ไปเที่ยวโรม แต่นอนที่ชานเมืองโรมนะ เปรียบเหมือนมาเที่ยวกรุงเทพแต่นอนแถวสุวรรณภูมิ ไปเที่ยวเวนิส แต่เรานอนบนฝั่ง ค่อยข้ามไปเกาะเวนิสตอนเช้า มีเวลาเที่ยวครึ่งวัน จากนั้นก็อำลาจากจร เนื่องจากโรงแรมบนเกาะเวนิสราคาสูงกว่าโรงแรมบนฝั่งตั้งหลายเท่า ก็คล้ายกับเราไปเที่ยวสมุย แต่ไปนอนที่สุราษฎร์ประมาณนั้น

          ทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายความว่า ทัวร์เค้าไม่ดี เค้าเพียงทำโปรแกรมให้เหมาะสมกับราคาที่พอขายในตลาดได้ ขึ้นกับว่า คุณต้องการแบบไหน เพื่อนของผมบางคนยินดีลงทุน ไปเที่ยวเอง ได้เห็นครบ แต่จ่ายตังค์มากกว่า หรือถ้าเที่ยวแบบแบกเป้ ก็ต้องมีเวลามากหน่อย เจรจามากหน่อย หรือรับได้กับที่พักลำบากหน่อย ขึ้นกับความเหมาะสม มิใช่ของทัวร์ แต่เป็นของคุณครับ

          วกกลับมาหาห้องพักและทัวร์ไทย การตลาดปีนี้ไม่เน้นราคา เพราะลดจนไม่สามารถจะลดได้อีกแล้ว เค้าหันไปเล่นวันเวลาที่ใช้ได้ เดิมทีใช้ได้เฉพาะวันธรรมดา แต่ปีนี้หลายรีสอร์ทขายห้องแบบใช้วันเสาร์อาทิตย์ได้ด้วยนะ ยังมีรีสอร์ทใหม่ ๆ มาเปิดให้บริการ โดยเฉพาะตามชายฝั่งทะเล

          การเลือกที่พักริมทะเล มีสิ่งน่าคิดมาก คือ ที่พักอยู่ติดทะเลไหม ใครไปหัวหินก็อยากนอนติดทะเล ไม่ได้อยากนอนติดถนนเพชรเกษมฟังเสียงรถวิ่งทั้งคืน แต่ราคาของที่พักริมทะเลหัวหินย่อมกระฉูด คืนละสองสามพันเป็นอย่างต่ำ บางโรงแรมอาจทำราคาให้ดูดีอีกนิด แต่ไม่รวมอาหารเช้า หรือถ้าเป็นรีสอร์ตใหญ่โต ห้องการ์เดนวิวของเขา อาจหมายถึงห้องติดถนน ต้องเดินไปอีกสามร้อยเมตรจึงจะถึงทะเล

          สำหรับผม เวลาไปงานพวกนี้ จะพยายามเลือกที่พักชั้นดี ติดทะเล ห้องสวย แต่เราไม่มีปัญญาอยู่ได้ในช่วงไฮซีซั่น ผมไม่ค่อยสนใจว่าจะเป็นหัวหินหรือพัทยา ของให้เป็นทะเลเท่านั้นพอ เพราะถ้าต้องจ่ายเท่ากัน นอนอยู่กลางห้องแถวบนถนนสายสองสายสามของพัทยา ผมยอมจ่ายเท่ากันเพื่อไปนอนติดทะเลเมืองจันทบุรี

          ปัญหาอีกประการคือรีสอร์ทที่อยู่ริมอันดามันหรือเกาะสมุย ราคาอาจเย้ายวน แต่อย่าลืมเรื่องค่าเดินทาง ยิ่งค่าน้ำมันกระฉูดเช่นนี้ ขับรถไปกลับใช้เงินสามพันบาทเป็นอย่างต่ำ จะนั่งเครื่องบิน พ่อแม่ลูกสามคนก็ร่วมหมื่นบาท ต้องหาตังค์ไปจ่ายค่ารถเช่าอีกแน่ะ หรือถ้าจะใช้บริการแบบเหมาเบ็ดเสร็จ มีรถไปรับจากสนามบิน มีทัวร์เต็มวันให้เลือก ก็ต้องดูว่า ทัวร์ที่เขียนอยู่น่ะ เป็นอย่างไร บางช่วงเราไปตอนอันดามันมีมรสุม (พฤษภาคมเรื่อยไปถึงปลายปี) เรือวิ่งไปเกาะไม่ได้ อย่างนั้นก็ต้องไปทัวร์บนฝั่ง ความสนุกอาจลดถอยลงไปได้ครับ

          ความจริงแล้ว ผมยังมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟังอีกเยอะเชียว แต่คงต้องยุติเพียงแค่นี้ ไม่งั้นคุณคงต้องใช้แว่นขยายเพื่ออ่านเรื่องใน “ผู้จัดการรายวัน” ลงท้ายสั้น ๆ ว่า การไปช้อปปิ้งในงานท่องเที่ยว ไม่เหมือนกับซื้อสินค้าของใช้ เพราะเมื่อเราซื้อทัวร์ซื้อห้องมา เราต้องไป จะเกี่ยวข้องกับเวลาและเงินทองที่ต้องใช้ อย่าซื้อดะเพราะเห็นว่าถูก จากนั้นก็กลุ้มใจเอาเวลาเอาตังค์จากไหนไปดีเอ่ย ซื้ออย่างพอเพียง คิดให้รอบคอบ แล้วคุณจะพบของดีที่ตรงใจคุณครับ

Home

Copyright © TalayThai.com All right reserved.