![]() Last Update : Monday 3 March, 2008 4:24 AM |
|
ตามรอยพระบาท เสด็จประพาสโมรอคโค (8)
กติกาข้อแรกของนักทำสารคดี คือคุณต้องลุยแหลก จะไปยี้ไปแหยะไม่ได้หรอก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเป็นแบบอย่างของนักทำสารคดีทุกคน เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงตลาดเมืองเฟส พระองค์ทรงนำคณะเข้าไปตามตรอกซอกซอย มีเพียงการ์ดโมร็อกโกร่างโย่ง คอยแตะคนหรือแตะลาที่เดินมาใกล้พระองค์ให้หลบไปนิด ไม่มีการปิดกั้นผู้คน พระองค์จึงทรงรับรู้ในวิถีชาวเมืองเฟสอย่างลึกซึ้ง ด้วยสภาพรอบตัวไม่มีการเสแสร้งแม้แต่น้อย
ผมดูในวีดิทัศน์ รู้สึกก็ดีนะ ตราบเมื่อมาเห็นของจริง ผมถึงทราบว่า พระองค์ทรงทุ่มเทปานใด เพราะตลาดเมืองเฟสไม่ใช่เก่า ยังสกปรกรุงรัง เราต้องเดินผ่านเขียงขายเนื้อที่ส่งกลิ่นดุเดือด มิใช่เพียงเนื้อวัว ยังรวมถึงเนื้อแพะ เนื้อแกะ และเนื้ออูฐ รวมถึงหัวสัตว์ต่าง ๆ ที่นำมาห้อยไว้ให้คนจ่ายกับข้าวดู บ้างก็ซื้อไปทำหัวแพะตุ๋น เป็นภาพที่สตรีสาวสองสามคนในคณะของผม ถึงขั้นอุดจมูกจ้ำพรวด ก่อนร้องว้ายกระโดดหลบลาขนไห
ผมเกริ่นไว้ในสัปดาห์ก่อน ตลาดเจ็ดพันตรอกของเมืองเฟสมิใช่ของเก่าเล่าใหม่ แต่เป็นของจริง นักเที่ยวที่คิดลุยตลาดนี้ ต้องลุยกับผู้คนที่แออัดยัดเยียดในบางตรอก หรือเผชิญกับทางแยกเลี้ยวแล้วเลี้ยวอีก ก่อนคนหายเหี้ยนไม่เหลือสักคน ยังต้องหลบลาหลบคนไปตามเรื่อง จึงมิใช่เป็นแค่การเห็น แต่คล้ายเราถูกดูดเข้าไปสู่โลกเมื่อหลายร้อยปีก่อน
ตลาดเมืองเฟสมีศูนย์กลางที่มัสยิด Karaouiyine Mosque มัสยิดเก่าแก่สุดและสำคัญสุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก แต่ก่อนผมจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมัสยิด คงต้องอธิบายให้คุณเข้าใจสักนิด ทั้งตลาดไม่มีมีมัสยิดเพียงแห่งเดียว แต่มีแทบทุกตรอกใหญ่
เขาแบ่งง่าย ๆ เป็น 3 แบบ หากเป็นมัสยิดเล็ก ไม่มีหอสูง minaret เค้าเรียกว่า Msids มีไว้สำหรับชาวมุสลิมมารวมตัวสวดมนต์แบบสะดวกหน่อย ถ้าเป็น Zaouias จะมีลักษณะคล้ายกัน แต่สำหรับเครือญาติหรือบ้านใกล้เรือนเคียง สุดท้ายคือ Mosque เป็นเหมือนศูนย์กลางแห่งชุมชน มิใช่เพียงการมาสวดมนต์ ยังรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประชุมรวมตัว หรือแม้กระทั่ง เป็นโรงเรียนสอนศาสนา จนถึงขั้นมหาวิทยาลัย
มัสยิด Karaouiyine สร้างโดย Fatima bint Mohammed el-Fihri ถึงตอนนี้ หากใครคิดว่า สตรีไม่มีบทบาทในศาสนาอิสลาม รีบคิดใหม่นะครับ
ฟาติมะผู้นี้ เป็นผู้นำชุมชน อพยพผู้คนมาจากตูนีเซีย เพื่อลงหลักปักฐานในเมืองเฟส ก่อนบริจาคทรัพย์สมบัติทั้งหมดเพื่อสร้างมัสยิดขึ้นในค.ศ.859 จนกลายเป็นมัสยิดศักดิ์สิทธิแห่งโมร็อกโก มีผู้นำทางศาสนาหลายท่านเคยมาเยือน แม้กระทั่งโป๊บ Sylvester ที่ 2 เมื่อหนึ่งพันปีก่อน มัสยิดได้รับการต่อเติมเสริมขนาด จนสามารถจุผู้คนได้ถึง 20,000 คน โอ้โฮ...ถ้าอย่างนั้นก็คงดูแล้วยิ่งใหญ่ตระการตา ไม่แพ้มัสยิดฮันซันที่ 2 แห่งเมืองคาซาบลังก้า
ปัญหาคือเราไม่เห็นเช่นนั้นครับ เนื่องจากมัสยิดสร้างมานานมาก จนถูกกลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมือง อาคารบ้านช่องสร้างล้อมกำแพงไว้หมด หากดูจากยอดเขารอบเมือง จะเห็นหลังคาสีเขียวอยู่ใจกลางเมือง แต่เมื่อเข้ามาในตลาด มองไม่เห็นแล้วครับ ทุกอย่างถูกกลืน จนเลี้ยวออกตรอก เจอประตูเข้ามัสยิด เลี้ยวไปอีกตรอก เจออีกประตู สร้างความสับสนดีแท้
เนื่องจากมัสยิดเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา โดยเฉพาะมัสยิดแห่งนี้ ถือว่าศักดิ์สิทธิมาก เขาจึงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวที่นับถือศาสนาอื่นเข้าไป ซึ่งผมเห็นด้วย เพราะบางครั้งผู้คนจะสวดมนต์ เราก็ถ่ายภาพแชะ ๆ ๆ แม้จะไม่เจตนาลบหลู่ แต่ก็ทำให้บรรยากาศหายความศักดิ์สิทธิ
สิ่งที่พวกเราเหล่านักเที่ยวทำได้ คือยืนแอบดูตามประตู แค่นั้นก็เห็นความงดงามละเอียดอ่อน ทั้งโถงทางเข้า พรมเปอร์เซียสวยมาก ตลอดจนลวดลายประดับตามผนังและเพดาน แต่สารคดีของสมเด็จพระพี่นางเธอฯ ไม่ได้บันทึกเรื่องราวภายในมัสยิดไว้ ผมจึงขอข้ามไป
มาถึงอีกสถานที่ ไม่ได้บันทึกไว้ในสารคดี แต่เชื่อว่าคงผ่านตาแทบทุกคนที่มาโมร็อกโก เขาเรียกว่า Medersa เป็นวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่ไว้สอนศาสนาและภาษาอารบิก ยังรวมถึงปรัชญา กฎหมาย และเรื่องอื่น ๆ
Medersa พบในแทบทุกเมือง แต่ที่โด่งดังต้องมาดูในเฟส โดยเฉพาะ Medersa Bou Inania หรือโรงเรียนที่สร้างโดยสุลต่าน Bou Inan ในค.ศ.1350 เก่าแก่ใกล้เคียงกับกรุงสุโขทัยครับ
ด้านหน้าของโรงเรียน ไม่บอกไม่รู้หรอก เพราะมีแค่ประตูโค้งประดับโมเสกไว้สวยหน่อย ลวดลายตามผนังก็สวยดี แต่อยู่ในตลาดจึงขะมุกขะมอมเป็นธรรมดา ต่อเมื่อเปิดเข้าไปข้างในจึงพบกับความเจ๋ง เป็นลานโล่ง โอบล้อมด้วยอาคารทั้งสี่ด้าน เหนือลานไม่มีหลังคา ลักษณะคล้ายริยาดที่พักของพวกผม แต่การตกแต่งเหนือกว่า ทั้งแกะไม้ประดับกระเบื้องละลานตา จนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร
ลายของโมร็อกโกมักเกี่ยวข้องกับเรขาคณิต ทั้งสี่เหลี่ยมสามเหลี่ยมและดาวหลายแฉก ยังมีตัวอักษรศักดิ์สิทธิประดับไว้ทั่ว Medersa แห่งนี้นับเป็นตัวอย่างชั้นยอด เพราะรวบรวมไว้หมด หากใครคิดจะไปโมร็อกโก ขอให้ทำสายตาให้ชินกับลายพวกนี้ไว้ก่อน คุณจะได้เจออีกเยอะครับ
หนึ่งในการท่องเที่ยวภาคบังคับของเมืองเฟส ร้านอาหารที่นี่แจ่มแจ๋วนัก โดยเฉพาะร้านที่เคยเป็นบ้านของคหบดีมาก่อน บ้างกลายเป็นริยาดเหมือนที่ผมเล่าให้คุณฟัง แต่บ้างก็เปลี่ยนเป็นร้านอาหาร เช่น La Maison Bleue ร้าน Laanibra และร้าน al-Fassia แน่นอนว่า แต่ละร้านล้วนสวยระยิบดับจิต แต่ราคานั้น ดับจิตเหมือนกันครับ คุณหาอาหารราคาต่ำกว่า 500 บาทในนั้นไม่ได้แน่
เมื่อมาถึงแล้ว เราตัดสินใจลงทุน เพื่อให้ได้บรรยากาศเฉกเช่นตอนสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสด็จมาเสวยพระกระยาหารมื้อเที่ยงในตลาดเฟส ร้านของเราโดดเด่นด้วยความงาม ชนิดช่างกล้องยังไม่ได้สั่งอาหาร ก็รีบวิ่งไปถ่ายภาพ วิ่งไปวิ่งกลับอยู่อย่างนั้น สุดท้าย เขาเลยตายอนาถ เพราะผมช่วยเลือกเมนูแพงที่สุดให้เขา (ผมชอบแกล้งคนอื่นครับ เป็นนิสัยแก้ไม่หายจริงนะเออ)
เมื่อแกล้งคนอื่นเสร็จ ผมค่อยพิจารณาร้านอาหารนี้อย่างใจเย็น ตัวร้านสร้างมาจากริยาดเก่า ลักษณะจึงคล้ายที่พักของเราไม่มีผิด ตรงกลางเป็นลาน มีผนังสูงขึ้นไปสามชั้น แต่ไม่ยักเป็นระเบียงเปิดโล่ง มีเพียงหน้าต่างทรงโค้งหันเข้าสู่ลาน
การตกแต่งเน้นที่ชั้นล่างและกลางลานเป็นหลัก ตั้งแต่พื้นหินสลับหลายสี ผนังด้านข้างแบ่งเป็นช่อง มีทางเข้าทรงโค้งอีกเช่นกัน ตามกรอบประตูและผนังตกแต่งลวดลายไว้เต็มที่ ทั้งโมเสกและลายปูนปั้น ประตูไม้สูงชะลูด วาดลวดลายไว้หลากหลายสี โดยสรุปแล้ว นี่คือร้านอาหารสวยสุดแห่งหนึ่งที่ผมเคยเจอ ไม่ใช่เฉพาะโมร็อกโก แต่เป็นทั้งโลกครับ
น่าเสียดาย อาหารแต่ละจานช่างน้อยเหลือ เมื่อเทียบกับราคา อาจทำให้คนจ่ายตังค์มือไม้สั่น ต้องคิดว่า เรามากินบรรยากาศ มิใช่มากินเพื่อความอิ่มท้อง ตอนจบยังมีของแถม สามารถปีนป่ายขึ้นไปดูวิวด้านนอกจากมุมสูงได้
ผมเล่าเรื่องร้านนี้โดยละเอียด เพราะเท่าที่ดูในสารคดีของสมเด็จพระพี่นางเธอฯ รวมทั้งสารคดีท่องเที่ยวโมร็อกโกของดาราไทย ผมค่อนข้างมั่นใจ นี่คือร้านเดียวกัน และเมื่อดูจากระดับราคา ยิ่งมั่นใจเพิ่มขึ้น เพราะอีกสองสามร้านที่สวยกว่านี้ ราคาทะลุสวรรค์ มนุษย์ธรรมดาอย่างเราท่านคงมิสามารถไปกินได้แน่
สำหรับคุณ ๆ ที่มีโอกาสติดตามมาโมร็อกโก หากเข้ามาในร้านอาหารสวย อยากให้ดูเมนูสักนิด อย่าด่วนใจเร็ว หากอยากประหยัด ถอยทัพเถอะครับ แต่ถ้าจะกัดฟันกินเพื่อบรรยากาศ นี่คือร้านที่คุณควรมา
เราชมหลายสิ่งสวยงามของเมืองเฟสไปแล้ว สัปดาห์ต่อไป ดูอะไรดุเดือดบ้างดีกว่า ผมจะพาคุณไปเที่ยวโรงฟอกหนังครับ
Copyright © TalayThai.com All right reserved.