![]() Last Update : Thursday 14 February, 2008 12:45 PM |
|
ตามรอยพระบาท เสด็จประพาสโมรอคโค (6)
ครั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสด็จประพาสโมร็อคโค พระองค์เสด็จเมืองเฟส เพื่อเยี่ยมเยือนพระราชวังของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ตั้งแต่พระองค์ยังทรงครองราชย์ จนถึงช่วงที่ผมไปเที่ยวโมร็อคโค กษัตริย์ฮัสซันที่ 2 สวรรคตไปตั้งแต่ค.ศ.1999 กษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 6 ผู้เป็นรัชทายาท ขึ้นครองราชสมบัติ
ทั้งหมดที่เล่ามา ไม่เกี่ยวอะไรกับการเที่ยวของผมหรอกครับ ไม่ว่ากษัตริย์พระองค์ไหนจะครองบัลลังก์ นักเที่ยวทั่วไปไม่มีโอกาสเข้าไปเยือนราชวังเป็นแน่ ใครอยากเห็นคงต้องติดตามสารคดีของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ บันทึกภาพของสวย ๆ งาม ๆ จากพิพิธภัณฑ์ภายในพระราชวังไว้มากมาย พระองค์ยังได้ทอดพระเนตรม้าสายพันธุ์โมร็อคโคที่ว่าสวยหนักหนา แค่ได้เห็นก็เป็นบุญตาแล้วล่ะครับ
ผมไม่เห็นวัง ไม่เจอม้า เจอแต่ลาโทรม ๆ ในตลาด แล้วจะเล่าถึงอะไรดีเนี่ย ? มีครับ เรื่องเล่ามีแน่ เพราะผมมีโอกาสได้ไปนอน ริยาด หรือที่พักสไตล์พื้นเมือง (Riad อ่านว่า ริยาด จ้ะ)
โมร็อคโคเป็นประเทศเก่าแก่ ประวัติศาสตร์ย้อนไปได้สองพันปี ตั้งแต่ครั้งโรมันแผ่อำนาจมาแถบนี้ ต่อด้วยยุคของชาวเผ่าต่าง ๆ จึงเกิดชุมชนดึกดำบรรพ์ หากที่ใดเหมาะสม จะรุ่งเรืองเป็นเมืองสืบต่อกันมา ไม่ว่ายุคไหนใครครองอำนาจ เมืองก็ยังคงอยู่ ผู้คนยังอาศัย ไม่ถูกทำลายจนรกร้างไปเหมือนนครวัด สุโขทัย หรืออยุธยา
เมืองใหญ่บางแห่งจึงมีอายุกว่าพันปี ชาวบ้านตั้งรกรากสร้างอาคารห้องแถวไว้นอนไว้ค้าขาย ใครขายของได้ดีหน่อยกลายเป็นอาเสี่ย หรือเก่งกาจเป็นขุนน้ำขุนนางมากด้วยทรัพย์และลาภยศ เขาผู้นั้นจะขยายบ้านเพื่อให้สมฐานะ
บ้านขุนนางหรือคนรวยเมืองไทยในยุคก่อน มีพื้นที่ใหญ่โต สร้างด้วยไม้ล้วน ล้อมไว้ด้วยสวน อยู่ติดแม่น้ำเพื่อสะดวกในการเดินทาง ต่างจากผู้ดีเก่าชาวโมร็อคโค พวกเขานิยมอยู่รวมกันในกำแพงเมือง แบบว่านอกเมืองโจรเยอะน่ะ เมื่อเมืองสร้างมานาน พื้นที่ย่อมจำกัด จะสร้างบ้านมีสวนขนาดห้าไร่สิบไร่ ไม่ไหวหรอกนายจ๋า บ้านพวกนี้จึงมีขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายตึก ผนังคือกำแพง ไม่มีสวนรอบบ้านให้วุ่นวายคนไทยนิยมสร้างบ้านให้โปร่งเพื่อรับลม บ้านเราอยู่ในเมืองร้อน ต้องอาศัยไอเย็นจากแม่น้ำ เฟสก็เป็นเมืองที่มีแม่น้ำ แต่ดินแดนแห้งแล้งขึ้นเรื่อย ๆ แม่น้ำลดขนาดจนผมไม่อยากเรียกว่าคลองด้วยซ้ำ เขาจึงไม่ใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางสัญจร จะไปไหนมาไหน ขี่ม้าหรือขี่อูฐไปสะดวกกว่า ถนนหนทางก็ไม่ต้องตัดให้ยุ่งยาก เพราะพื้นที่รอบ ๆ แทบไม่มีต้นไม้ ไม่ต้องถางป่าทำทางเหมือนเมืองไทย บ้านชาวโมร็อคโคจึงไม่ค่อยสนใจว่าจะติดหรือไม่ติดแม่น้ำ
พวกเขายังเกลียดลม เพราะลมพัดพาทรายเข้ามา ขืนสร้างบ้านเปิดให้ลมเป่า มีหวังต้องกวาดบ้านกันทุกสิบห้านาที บ้านแบบตึกช่วยได้ในภาวะนี้ ผมสังเกตมาหลายประเทศแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย อียิปต์ หรือที่ใดก็ตาม หากอยู่ในแผ่นดินแห้งแล้งใกล้ทะเลทราย เขาจะสร้างบ้านสไตล์ตึกเสมอ หน้าร้อนก็ไปนอนกลิ้งนอกบ้าน หรืออาศัยดาดฟ้าให้เป็นประโยชน์ อาคารแบบนี้จะมีหลังคาเรียบเหมือนห้องแถวบ้านเรา ใช้ประโยชน์ทั้งเป็นสวนรับลมและเป็นราวตากผ้าเสร็จสรรพ ข้อดีอีกประการของบ้านตึกคือปิดบังสายตาคนนอกบ้านได้มิดชิด เพราะคนถิ่นนี้เกือบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม สตรีชาวมุสลิมไม่ควรให้ชายใดที่ไม่ใช่ญาติเห็น
มีดีย่อมมีเสีย ตึกมันอับครับ ใครจะไปใช้ทั้งชีวิตอยู่ในความมืดเป็นแวมไพร์ คนรวยจึงสร้างบ้านสไตล์ Court Yard หรือตึกทรงสี่เหลี่ยม เว้นตรงกลางไว้เป็นลาน ห้องต่าง ๆ ล้วนหันหน้าเข้าหาลานกลางบ้าน เติมน้ำตกเล็ก ใส่ต้นไม้ลงไปอีกห้าหกกระถาง แต่ละมุมทำไว้เป็นที่นั่งจิบชาคุยกัน ตรงกลางลานตั้งโต๊ะกินอาหาร แค่นี้ก็สำราญบานตะไทแล้วเอย
เมื่อครอบครัวใหญ่ขึ้น บ้านจะถูกต่อเติมสูงขึ้นเรื่อย จากสองเป็นสามสี่ชั้น มีห้องรวมกันนับสิบ แต่ละห้องไม่เหมือนกัน เพราะถูกสร้างขึ้นมาคนละยุค คนโมร็อคโคยังนิยมตกแต่งลานบ้านและห้องพักด้านใน เพราะจะเสียเงินไปทาสีหรือทำสวนนอกบ้านก็ไม่มีให้ทำ เขาจึงทุ่มฝีมือกับในบ้าน ใช้ทั้งโมเสค ปูนปั้น โคมไฟ ประดับประดากันเข้าไป เอาไว้อวดแข่งกันวันเชิญแขกมากินเลี้ยง
เมื่อกาลกระดิกมาถึงเวลาปัจจุบัน ลูกหลานของบ้านคหบดีเหล่านั้น ไม่มีสตุ้งสตางค์ในการดูแลรักษาตึกใหญ่ จึงดัดแปลงให้เป็นเกสต์เฮ้าส์ ทำเหมือนหลายบ้านใหญ่ในเมืองไทยครับ แต่เกสต์เฮ้าส์ของบ้านคหบดี จะให้ราคาถูกคงไม่ไหวมั้ง เขาจึงอัพไปจับกลุ่มนักท่องเที่ยวเงินตั๋ง
โมร็อคโคอยู่ใกล้ยุโรป แต่มีอารมณ์แบบแอฟริกานิด ๆ ชาวยุโรปที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และบรรยากาศลึกลับ จึงชอบมาเยี่ยมเยือน หรือถึงขั้นซื้อบ้านพักต่างอากาศไว้ โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศส ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าของอาณานิคม ใครก็รู้ว่า ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้นำแฟชั่น ยังอยู่ในวงการไฮโซสุด ๆ จึงมีการถ่ายภาพบ้านหรือกล่าวถึงการท่องเที่ยวในโมร็อคโคเป็นประจำ เช่น บ้านพักของเจ้าของ Hermes แฟชั่นหรูเริ่ดจากฝรั่งเศสที่ว่าแพงหนักหนา (ผมพยายามเดินเข้าร้านนี้หลายทีครับ ชอบสินค้าของเค้ามาก แต่ยังไม่มีปัญญาซื้อแม้กระทั่งพวงกุญแจ)
บ้านสไตล์ Riad จึงโด่งดังไปทั่วโลก กลายเป็นการตกแต่งสไตล์โมร็อคโค แม้ในเมืองไทย คอนโดหลายแห่งใช้สไตล์โมร็อคโคเป็นจุดขาย เช่น คอนโดแถวหัวหิน ประสบความสำเร็จชนิดยอดจองล้นหลาม (จองไว้ไร้เงินผ่อนก็มีนะครับ)
เมื่อเรามาถึงโมร็อคโคทั้งที จะไม่นอนริยาดย่อมเสียเกียรติ (เสียมากเชียวนะ) ผมจึงสำรวจตรวจตราหาที่พักทางอินเตอร์เน็ต ได้มาหลายแห่งเชียวครับ ก่อนตัดทิ้งไปทีละแห่ง ที่ตัดไปมิใช่เพราะมันไม่หรู แต่เพราะไม่มีตังค์จ่ายครับ ริยาดแม้เป็นเกสต์เฮ้าส์ แต่อย่าคิดว่า คืนละสองสามร้อยบาท ห้องพักแบบนี้คืนละหมื่นอัพ แถมไม่ค่อยว่าง ด้วยแต่ละริยาดมีห้องให้พักแค่ 4-8 ห้อง ไม่จองล่วงหน้านาน ๆ เป็นไม่ได้แอ้ม
ตัดไปตัดมา ฮ่า ๆ ไม่เหลือเลยสักแห่ง หมายความว่า คนกินเงินเดือนระดับข้าราชการไทยซี 8 บวกเงินประจำตำแหน่งระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไม่มีปัญญานอนริยาดในโมร็อคโคเหรอ เหอ ๆ ดูถูกกันเกินไปมั้ง เคราะห์ดีที่ผมมีอาชีพเสริม ได้แก่ การเขียนหนังสือ แต่ละปีออกหนังสือ 11-12 เล่ม (สาบานว่านี่คืออาชีพเสริม) เราแกล้งมั่ว บวกราคาเพิ่มเล่มละ 10 บาท คุณผู้อ่านเค้ามีใจกรุณาไม่ว่าเราร้อก ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้นอนริยาดสมใจ
เนื่องจากผมทุ่มเพื่อการนอนริยาด จึงถือว่า ริยาดเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเฟส แถมริยาดของเราไม่ใช่อ่อน อายุตั้ง 400 ปี จะไปอ่อนได้ไง ผมจึงใจเต้นตึก ยามเมื่อเดินตามคุณไกด์มุ่งหน้าไปที่พัก ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกแปลก คล้ายกับเรากำลังมาซื้อหัวหมูในตลาด เพราะรอบตัวของผมคือตรอกเล็กจิ๋ว ยิ่งเดินยิ่งแคบ แถมยังสกปรกเหมือนตลาด ไม่ผิดอะไรกับการมุดเข้าซอกเล็กตรอกน้อยแถวสำเพ็งพาหุรัด คืนละหมื่นนะเฟ้ย ไม่ได้ขอมาอาศัยนอนข้างเขียงอูฐ (เขียงหมูขายหมูสามชั้น เขียงอูฐขายอูฐสามชั้น เคยกินไหมครับ)
จนท้ายสุด คุณไกด์กระหน่ำเคาะประตูเก่า ๆ บานหนึ่ง (ไม่มีกระดิ่งจ้ะ) ผ่านไปเกือบห้านาที ประตูค่อยแง้มมานิด มองลอดเข้าไปเจอนัยน์ตาสตรีคมกริบ ก่อนบานไม้เก่าแก่ถูกเปิดกว้าง พร้อมรอยยิ้มของแม่นางผู้เป็นเจ้าของที่พัก เธอเชื้อเชิญเราให้เข้าไปด้วยภาษาฝรั่งเศส ต่อแต่นี้อีกสามคืน ริยาดจะเป็นของเรา เนื่องจากทั้งอาคารมี 5 ห้อง พอดิบพอดีกับคณะทัวร์ 10 คน
ผมก้าวผ่านซอกเล็กหน้าประตู ก่อนมาหยุดยืนตะลึง ณ ลานกลางบ้าน นรกกับสวรรค์อยู่ใกล้กันแค่ไหน เพิ่งได้รู้ในครั้งนี้ หากเปรียบเปรยตามสุภาษิตไทย ต้องใช้คำว่า ผ้าขี้ริ้วห่อทอง ทั้งพื้นทั้งผนัง โอ๊ย ช่างตระการตา
น่าเสียดาย ผมเพิ่งรู้ว่า ตัวเองรู้จักกับบก.บริหาร ผู้จัดการรายวัน เมื่อสามวันก่อน (รู้จักมานาน แต่ไม่เคยรู้ว่า เขาผู้นั้นตำแหน่งใหญ่ปานใด) ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมิอาจใช้เส้นสายหรือความสนิทสนม ในการเพิ่มเนื้อที่ให้คอลัมน์นี้ จำต้องยกยอดไปต่อพฤหัสหน้า ข้าพเจ้าจะบรรยายความวิลิศมาหลาของริยาดแห่งเมืองเฟสให้คุณ ๆ ฟังครับ
Copyright © TalayThai.com All right reserved.