![]() Last Update : Thursday 7 February, 2008 7:58 AM |
|
ตามรอยพระบาท เสด็จประพาสโมรอคโค (5)
เราอยู่ระหว่างการท่องประเทศโมร็อคโค ดินแดนที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เคยเสด็จเมื่อกว่าสิบปีก่อน ผมกำลังเดินทางตามรอยพระบาท มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของประเทศ กรุงราบัต เพื่อเข้าชมสุสานใหญ่สุดของประเทศ Mausoleum of Mohammed V สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระราชาผู้ทรงทำให้โมร็อคโคมีอิสรภาพ
ภายในสุสานแบ่งเป็น 2 ส่วน ด้านหนึ่งคือมัสยิดเก่าแก่ อีกด้านเป็นอาคารใหญ่ สร้างจากหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี ตั้งอยู่บนแท่นสูง 3.5 เมตร ที่น่าแปลกคือออกแบบโดยชาวเวียดนามชื่อ Vo Toan โดยมีช่างฝีมือช่วยตกแต่งถึง 400 คน ไม่รวมคนงานก่อสร้างนะครับ
หากลองเทียบช่วงเวลา ผมงงเหมือนกัน เพราะตอนที่สร้างมัสยิด เป็นช่วงเดียวกับสงครามเวียดนาม แล้วยังมีสถาปนิกออกมาท่องโลกสร้างสถานที่สำคัญขนาดนี้ในโมร็อคโคได้ยังไง อีกทั้งสถาปนิกต้องมีความรู้เรื่องศาสนาอิสลามและศิลปะแบบเปอร์เซียน แล้วคนเวียดนามที่อยู่ห่างออกไปค่อนโลก ทำไมเก่งกาจด้านนี้ คิดยังไงก็คิดไม่ออก ก็เลยเลิกคิด เก็บเวลาไปคิดเรื่องรายชื่อคณะรัฐมนตรีไทยดีกว่า (มั้ง)
สุสานเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยม มีหลังคารูปปิรามิดสีเขียวต่อขึ้นไปอีกชั้น ทางเข้ารอบด้าน ประดับอย่างงดงามด้วยช่องทรงโค้ง ตามผนังตึกยังสลักตัวอักษรอารบิคลงไปในหินอ่อน เป็นบทสวดสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ตรงประตูทางเข้ามีทหารยาม หากเป็นหน้าหนาว คุณทหารใส่ชุดสีแดง หน้าร้อนใส่ชุดสีขาว ช่วงที่ผมไป เพิ่งผ่านหน้าร้อนมาได้ไม่เท่าไหร่ คุณทหารยังไม่ทันเปลี่ยนชุด จึงดูสดใสวัยหวาน หากแต่ชุดไม่ค่อยรับกับใบหน้าหนวดเฟิ้มสักเท่าไหร่
เมื่อผ่านเข้าไปข้างใน คราวนี้แหละครับ เรารู้สึกถึงความขรึมขลังเต็มเปี่ยม โถงระเบียงแยกออกซ้ายขวา เป็นทางเดินเคียงข้างผนังที่แกะสลักลวดลายไว้ ทั้งหลังคาทั้งบัวและขื่อคาน แต่หัวใจที่แท้จริงอยู่ด้านล่าง ต้องชะโงกหน้าออกไปดู
ชั้นล่างเป็นโถงยาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นตรงกลางเป็นหินแกรนิตสีดำ เว้นริมขอบไว้เป็นแกรนิตสีขาว ผนังใส่ลวดลายเรขาคณิตแบบอิสลามจนเต็มฝา หัวใจของห้องตั้งเด่นเป็นสง่าตรงกลางโถง เป็นโลงแกะสลักจากหินอ่อนชิ้นเดียว บรรจุพระศพไว้ภายใน มุมหนึ่งของห้องมีโลงขนาดเล็กอีก 2 โลง ทำจากหินอ่อนเช่นกัน คาดว่าเป็นพระศพของราชวงศ์ มุมหนึ่งของโลงมีแท่นรองพื้นพร้อมกับพระคัมภีร์กางอยู่
ผมกำลังงง พระคัมภีร์มีไว้ทำไม ? แต่เราไปสุสานตอนบ่าย เข้าช่วงการทำละหมาดซุฮุร นักบวชท่านหนึ่งเดินมาประจำที่ ก่อนสวดพระคัมภีร์เบา ๆ ผมถึงเข้าใจ เขาจะมีนักบวชผลัดกันมาสวดพระคัมภีร์ตามช่วงเวลาละหมาด วันละ 5 ครั้ง ทุกวัน รวมถึงในช่วงเวลาละหมาดพิเศษ เช่น สิ้นเดือนถือศีลอด ทำเช่นนี้มาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี บอกให้เข้าใจถึงความศรัทธาในศาสนาอย่างลึกซึ้งของชาวโมร็อคโค
บอกตามตรงว่า ผมชอบสุสานแห่งนี้มากครับ แม้จะไม่ใหญ่เหมือนมัสยิดฮันซันที่ 2 แห่งคาซาบลังก้า หรือไม่เก่าแก่เหมือนอีกหลายสุสานในโมร็อคโค แต่ทุกอย่างช่างลงตัว ทั้งขนาดที่กำลังพอเหมาะ ความสวยงามปนน่าตื่นตะลึงของหินอ่อนและลวดลายแกะสลัก ตลอดจนความศักดิ์สิทธิของสถานที่ และความเคารพของชาวโมร็อคโคที่ถวายต่อกษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณาต่อชาวโมร็อคโค ทำให้ผู้มาเยือนอย่างเรารู้สึกอิ่มใจ โดยเฉพาะชาวไทยที่มาจากดินแดนแห่งพระมหากษัตริย์เช่นกัน
ความอิ่มใจเป็นเรื่องดี แต่อิ่มใจยังไงก็ไม่อิ่มท้อง เสร็จสิ้นจากการชมสุสาน ชาวคณะต่างพากันเข้าเมืองหาอาหารกลางวันรับประทาน บอกตามตรง อาหารในโมร็อคโคค่อนข้างแพงครับ ราคาเท่ากับยุโรปประมาณนั้น ครั้นจะหาพวกข้าวแกงชาวโมร็อค ดันหาไม่ได้ เนื่องจากผมไประหว่างเดือนถือศีลอด ร้านในเมืองปิดเกือบหมด เหลือเพียงร้านอาหารสำหรับนักเที่ยวเปิดบริการรอเชือดหมู แล้วหมูจากสยามทั้งสิบก็เรียงคิวเข้าไปให้เชือด ปลาซาร์ดีนทอดคลุกเครื่องเทศบีบมะนาวอร่อยเนียนปากดีครับ แต่ราคาปลาตัวละ 250 บาท ขนาดเท่าปลาทูกลาง มันจะโหดเกินไปมั้ง แต่เราไม่มีทางเลือก จึงจำใจร้องอี๊ดให้เค้าเชือดแต่โดยดี
เมื่อโดนเชือดแล้ว ควรล้างแค้นให้คุ้มค่า หมายถึงเที่ยวต่อเข้าไปอย่ามัวเสียเวลา เป้าหมายของเราคืออุทยานประวัติศาสตร์แห่งเมืองราบัต ป้อมแห่งนี้ชื่อ Chellah Necropolis เกี่ยวข้องกับอาณาจักรเก่าแก่ ย้อนกลับไปเมื่อค.ศ.1248 Abou Yahia ตั้งราชวงศ์ Merinid เมื่อลองเทียบตามกงล้อประวัติศาสตร์ คงเป็นเวลาเดียวกับอาณาจักรสุโขทัย ราชวงศ์นี้รุ่งเรืองสุดในยุคของ Abou el-Hassan ก่อนจะโรยราไปในค.ศ.1420 รวมแล้วมีอายุประมาณเกือบสองร้อยปี คล้ายสุโขทัยอีกแล้ว ลอกกันมาหรือเปล่าก็ไม่รู้
เมื่อมาถึงเขตเมืองเก่า ผมสอดส่ายสายตา เห็นความเก่าโทรมอยู่ทั่วไป เพราะเมืองถูกทิ้งร้างมานาน ยังถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อค.ศ.1755 ทำลายไปอีกเยอะ ป่าเริ่มเข้ามาปกคลุม จนท้ายสุด เมื่อไม่กี่สิบปีก่อน เริ่มมีการศึกษา ขุดโน่นคุ้ยนี่ตามประสานักโบราณคดี จนเมืองปรากฏออกมา ได้รับการบูรณะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แม้ช่วงที่ผมไป ก็ยังขุดค้นกันไม่เสร็จสิ้น คงต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปี หรือหากยื้อหน่อย ขุดได้อีกเป็นร้อยปี นักโบราณคดีทำมาหากินได้อีกนานเชียว
จุดเด่นของเมืองเริ่มจากประตู เก่าขรึมขลัง มีลวดลายประดับด้วยนะ พอผ่านเข้าไป คล้ายเราเข้าไปในสวนสาธารณะค่ะ ต้นไม้เยอะแยะ ทางเดินทอดต่ำพาเราไปเบื้องล่าง เพราะเมืองสร้างอยู่บนที่ลาดเนินเขา ไม่ไกลจากแม่น้ำ Wadi Bou Regreg ที่ไหลลงทะเลผ่านเมืองราบัต ผมชอบวิวนี้ครับ ยืนดูบนเนินเขา เห็นเมืองเก่าเบื้องล่าง ท่ามกลางป่าครึ้ม ให้ความรู้สึกสงบวังเวง ถ้ามาตอนเย็นจะคล้ายบรรยากาศเมืองผีสิง ตามยอดกำแพงยอดมัสยิดเก่า มีนกกระสาหอบกิ่งไม้มาทำรังเต็มไปหมด จนกลายเป็นจุดเด่น ใครมาเมืองนี้ต้องถ่ายภาพสไตล์นี้แหละ เมืองเก่า ลวดลายชำรุด และนกกระสา ถือเป็นสามสิ่งห้ามพลาด
เมื่อลองเดินผ่านไปตามอาคารหินที่ชำรุด จะรู้สึกคล้ายเดินในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งอื่นใดทั่วโลกหล้า อันดับแรกคือหลังคาหายไป เพราะหลังคาเป็นสิ่งก่อสร้างที่พังทลายง่ายสุด ผมเคยไปเดินที่นครวัด เดินในเมืองโรมันเก่าแก่ เดินที่มาชูปิกชู ไม่ว่าที่ไหน หลังคาหายเกือบหมด จะยกเว้นเฉพาะจุดสำคัญแค่นั้น
เมื่อเดินผ่านทั่วเมืองเก่า พอบอกได้ว่า แม้ดูดีมีสไตล์ แต่หากนับความน่าสนใจ ยังเป็นรองอีกหลายเมืองเก่าทั่วโลก ไม่ต้องเอาไปเทียบกับนครวัด แค่พิมายยังสู้ไม่ได้เลยครับ แต่บรรยากาศช่วยให้น่าชมขึ้นเยอะ แม้จะงามหยดสู้สุสานมหากษัตริย์ไม่ได้
ราบัตยังมีของดีอีกมาก เช่น ตลาด Medina เก่าแก่ แต่เราไม่ไปหรอกครับ เพราะจะเที่ยวตลาดทั้งที ต้องเที่ยวของดีให้ถึงที่สุด จากเมืองราบัต นั่งรถต่อไปอีกเพียงสองชั่วโมงเศษ เป็นที่ตั้งของ Fes เมืองหลวงเก่าแก่ของราชอาณาจักรโมร็อคโค ยังเป็นเมืองมรดกโลก และเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เคยเสด็จมาเยือนเมื่อกว่าสิบปีก่อน พระองค์เสด็จไปเที่ยวจนทั่วตลาด
คุณคงสงสัย ตลาดต้องไปเที่ยวด้วยเหรอ ใครต่อใครล้วนเคยเห็นตลาด แต่ตลาดที่เราท่านเคยมองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มิใช่ตลาดเยี่ยงนี้ หากใช้ถ้อยคำแต่งเติมให้ตรงใจ ต้องเรียกว่า มหาตลาด เพราะตลาดในย่านกลางเมืองแห่งนั้น มีผู้คนอาศัยนับล้านคน ติดต่อกันมาเป็นเวลากว่าพันปี สร้างบ้านสร้างอาคารสร้างห้องแถวอยู่กันมา 20 ชั่วอายุคน จนตลาดเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยกว่า 7000 แห่ง
ที่นี่คือตลาดคนเดินใหญ่สุดในโลก กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญสุดของโมร็อคโค และเป็นตลาดหนึ่งในน้อยแห่งทั่วโลกที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเขตมรดกโลก โดยไม่ต้องอาศัยอย่างอื่นใดมาประกอบ ใช้แค่ตลาดแห่งเดียวเป็นพอ
สัปดาห์หน้า ผมจะพาเราไปเที่ยวตลาดเจ็ดพันตรอกครับ
Copyright © TalayThai.com All right reserved.