![]() Last Update : Wednesday 30 January, 2008 5:26 PM |
|
ตามรอยพระบาท เสด็จประพาสโมรอคโค (4)
ครั้งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสด็จโมร็อคโค พระองค์ทรงเยี่ยมเยือน 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ เมือง Casablanca เมือง Rabat เมือง Meknes เมือง Fes และเมือง Marrakech เกือบทุกเมืองตั้งอยู่ตอนเหนือ ห่างกันแค่ 100-200 กิโลเมตร มีเพียง Marrakech เยื้องไปอยู่ตอนกลาง จากเมืองอื่นต้องนั่งรถไปหลายชั่วโมง
ตามโปรแกรมที่ผมไปโมร็อคโค เที่ยวครบทั้ง 5 เมืองเช่นกันครับ เริ่มจาก Casablanca เมืองท่าและศูนย์กลางธุรกิจ เราเที่ยวทั้งมัสยิดทั้งถนนริมทะเลเสร็จเรียบร้อย กินซาร์ดีนทอดบีบมะนาวเปรี้ยวซ่าน นอนชมมหาสมุทรแอตแลนติกหนึ่งคืน ก่อนเตรียมตัวเดินทางต่อ
ชาวคณะมารวมตัวกันหน้าโรงแรมตั้งแต่เช้า กำหนดการวันนี้ คือ นั่งรถไป Rabat เที่ยวโน่นเที่ยวนี่รอบเมือง แวะกินข้าวเที่ยง เสร็จแล้วค่อยนั่งรถต่อไปเมือง Fes เราจะตั้งป้อมอยู่ที่นั่น 3 คืนรวด
แม้ราบัตเป็นเพียงเมืองผ่าน แต่ใช่ว่าไม่น่าสนใจ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ บันทึกไว้ ที่นี่คือชุมชนโบราณ มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ Medina หรือตลาดเก่าแก่ในกำแพงเมือง สุสาน Mausoleum of Mohammed V และอุทยานประวัติศาสตร์ Chellah Necropolis
การเดินทางเริ่มต้น เราผ่านออกมาทางชานเมืองตอนเหนือ ก่อนเลี้ยวขึ้นไฮเวย์ ผมไม่ค่อยมั่นใจกับถนนในโมร็อคโค เพราะประเทศนี้อยู่ในแอฟริกา ข้าพเจ้าเคยเข็ดเขี้ยวกับถนนในเคนยาในซิมบับเว่มาแล้ว แต่พอเจอของจริง มีกรี๊ดครับ กรี๊ดด้วยความยินดี ถนนไฮเวย์ของเค้าทั้งใหญ่ทั้งเรียบ เทียบขนาดกับถนนมอเตอร์เวย์เมืองไทย นับว่าไล่เลี่ยกัน แต่ถ้าเทียบความเนียนของพื้นถนน ของเขากินขาด ถึงขั้นนั่งอ่านหนังสือได้ไม่เมารถ ผิดจากทางหลวงบ้านเรา เช่น ถนนสายเหนือช่วงกำแพงเพชร-ตาก ขรุขระคล้ายถนนเป็นฝีดาษ ถ้าล่องใต้ จากหัวหินเป็นต้นไป ถนนป่วยหนักใกล้ตายแล้วเอย
แม้ถนนเรียบในโมร็อคโคเรียบกริบ แต่น่าเสียดาย สองข้างทางไม่ค่อยมีอะไร ผิดจากเมืองไทย ทั้งปั๊มน้ำมัน ห้องแถว ร้านขายหนูนาย่าง ขายโรตีสามสี บ้างก็ขายปลาสลิด ขายส้มโอ ขายไม้กวาด สารพัดสารพัน โมร็อคโคไม่มีแผงขายของข้างถนนไฮเวย์ (ดีหรือไม่ดีนะเนี่ย) พืชเศรษฐกิจก็มีอยู่แค่ 2 ชนิด หากเป็นแถบที่ราบใกล้ทะเล เขาปลูกมะกอก ถ้าข้ามภูเขาเข้าเขตแห้งแล้งใกล้ทะเลทราย เขาปลูกอินทผลัม ทั้งสองพืชถือว่าอยู่คู่กับคนโมร็อคโคหลายพันปี จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หากนั่งโต๊ะอาหารหรือเข้าตลาด ไม่เห็นมะกอกกับอินทผลัม คุณไม่ได้อยู่ในโมร็อคโคแน่
เมื่อวิวไม่ค่อยมีอะไร เปลี่ยนใจไปอ่านหนังสือดีกว่า ผมสนใจในราชวงศ์ของโมร็อคโค เพราะประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์เหมือนบ้านเรา แต่เมื่อเปิดดูประวัติศาสตร์ ยาวเหยียดย้อนยุคไปหลายพันปี มีราชวงศ์ต่าง ๆ ผลัดกันครองอำนาจ ขืนนำมาเล่าให้คุณฟังตั้งแต่ปฐมกษัตริย์ เขียนกันสองเดือน เนื้อเรื่องไม่เดินหน้าไปไหน อย่ากระนั้นเลย เราตัดฉับเฉพาะช่วงกอบกู้อิสรภาพจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและสเปน มาจนถึงยุคปัจจุบัน แค่นั้นน่าจะเหมาะ
ประวัติศาสตร์ตอนนั้น เริ่มจากสุลต่านโมฮัมเหม็ด เบน ยัสเซ็น เริ่มมีบทบาทในการเมืองของพระเทศ พระองค์ทรงพยายามทุกวิถีทาง จนโมร็อคโคกลายเป็นประเทศอิสระ ได้ดินแดนทั้งจากฝรั่งเศสและจากสเปนกลับคืนมาจนครบ องค์สุลต่านกลายเป็นกษัตริย์ มีอำนาจสมบูรณ์แบบ พระนามว่า กษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5
จนถึงค.ศ.1961 กษัตริย์สวรรคต เจ้าชายรัชทายาทขึ้นครองราชย์ กลายเป็นกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 กษัตริย์พระองค์นี้ยังทรงครองราชย์อยู่ ในครั้งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสด็จเยือนโมร็อคโค พระองค์เพิ่งสวรรคตในค.ศ.1999 เจ้าชายรัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์ต่อ พระนามว่า กษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 6
ระบอบการปกครองของโมร็อคโค มีส่วนคล้ายระบอบการปกครองในประเทศตะวันออกกลาง พระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจมากกว่าระบอบการปกครองของเมืองไทย พระองค์สามารถปลดรัฐบาลได้ แต่พระองค์วางตัวเป็นกลาง พยายามเข้าถึงประชาชน มีโครงการพัฒนาต่าง ๆ ทำให้คนโมร็อคโครักกษัตริย์ของพวกเขา
พระนามของกษัตริย์ทั้งสองผู้ล่วงลับไปแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับสถานที่สำคัญ เช่น มัสยิดฮัสซันที่ 2 แห่งเมืองคาซาบลังก้า สนามบินโมฮัมเหม็ดที่ 5 สนามบินแห่งชาติ รวมถึงสุสานกษัตริย์
Mausoleum of Mohammed V แห่งเมืองราบัตผมอ่านข้อมูลจบ เราถึงที่หมายพอดี ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมง คุณคนขับพาเราตระเวนชมวิว ราบัตเป็นเมืองริมทะเล เช่นเดียวกับคาซาบลังก้า แต่ยังคงความเป็นโมร็อคโคไว้เต็มเปี่ยม แม้บางส่วนเป็นอาคารทันสมัยในย่านธุรกิจ แต่ไม่ใหญ่โตเหมือนคาซาบลังก้า ยังมีตัวเมืองเก่าแก่ที่ย้อนยุคไปได้ร่วมพันปี ชีวิตในเขตเมืองเก่าคงวิถีไว้คล้ายเดิม ผิดจากเมืองเก่าของไทย เช่น เชียงใหม่ แปรสภาพเป็นเมืองโมเดิร์นไปหมดแล้ว
การเข้าไปท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่า โดยเฉพาะในตลาด หรือ Medina ตามภาษาโมร็อคโค ย่อมเร้าใจชวนให้เราชมวิถีชีวิตแปลกตา ทว่า...ผมมีนัดกับตลาดเจ็ดพันตรอกที่เมือง Fes ที่นั่นแจ่มถึงขั้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จะมาตัดช่องน้อยดูตลาดเมืองราบัตก่อนย่อมใช่ที่ เราจึงมุ่งหน้าไปสุสาน Mausoleum of Mohammed V
เมื่อกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 สวรรคตระหว่างการผ่าตัดในค.ศ.1961 ทั่วประเทศช็อคไปพักใหญ่ เพราะพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ เป็นผู้กอบกู้อิสรภาพให้โมร็อคโค เคราะห์ดีที่กษัตริย์ฮันซันที่ 2 ทรงปกครองอย่างชาญฉลาดสืบต่อจากพระราชบิดา ประเทศจึงคงอยู่ต่อไปอย่างราบรื่น ประชาชนล้วนระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5
เมื่อจะสร้างสุสานให้พระองค์ รัฐบาลจึงเลือกสถานที่ตั้งใจกลางเมือง บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของมัสยิดเก่าแก่ Hassan Mosque ที่สร้างมาเมื่อเกือบหนึ่งพันปีก่อน ประวัติตอนนี้น่าสนใจ ผมจึงอยากพาคุณย้อนยุคสักนิด
ในศตวรรษที่ 11 อาณาจักร Al-Andalus ครองอำนาจทั้งดินแดนแถบนี้ ข้ามไปถึงทางใต้ของยุโรป ผู้คนนับถือศาสนาอิสลาม พากันสร้างมัสยิดเรืองนามไว้หลายแห่ง ทุกมัสยิดย่อมมีหอศักดิ์สิทธิ Minaret แต่ทอดตาทั่วราชอาณาจักร มีเพียง 3 สุดยอด The Three Towers ที่ยิ่งยง
แห่งหนึ่งคือ Koutoubia Mosque สร้างในเมือง Marrakech ถือเป็นต้นแบบ แห่งที่สองสร้างไล่เลี่ยกันชื่อ Seville เป็นเมืองใหญ่ตอนใต้ของสเปน ปัจจุบัน ถูกดัดแปลงเป็นหอระฆัง Giralda Tower ใครไปเที่ยวสเปนอาจเคยเห็น
แห่งสุดท้ายคือหอสูงแห่ง Hassan Mosque เมืองราบัต กษัตริย์ตั้งใจจะสร้างให้สูงใหญ่กว่าที่ไหน หอสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 16 เมตร สูง 80 เมตร น่าเสียดายที่ทำไม่สำเร็จ เมื่อสร้างขึ้นไปสูง 44 เมตร กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่สวรรคต จึงทิ้งไว้เพียงแค่นั้น จนถึงค.ศ.1755 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มัสยิดจึงล่มสลาย เหลือเพียงเสากับหอยักษ์ให้เราชม
ผมอยากเห็นหอยักษ์ไว ๆ แต่ต้องผ่านด่านอัศวินม้าขาวให้ได้ก่อน ด่านนี้คืออะไรเอ่ย ? คำอธิบายคือมีม้าครับ ม้าสีขาว มีทหารสวมชุดขาวเช่นกัน ถือธงไว้เป็นสัญลักษณ์ ผมพอเข้าใจความหมายว่า สุสานของกษัตริย์ ย่อมต้องมีทหารเฝ้า แต่กระบะทรายตรงนั้นมีไว้เพื่ออะไร ? ทำไมม้าต้องยืนอยู่ในนั้น อ้อ...เค้ามีไว้ให้ม้าอึ เพราะยืนยามกันแต่ละที ไม่ใช่ห้านาทีสิบนาที แต่คงไม่ต่ำกว่าสองสามชั่วโมง หากม้าอึลงพื้น ย่อมเปราะเปื้อนและเสียเกียรติ อึลงทรายดูดีกว่า ทำความสะอาดก็ง่าย
ผ่านจากด่านม้า เข้ามาด้านใน ซากมัสยิดกว้างใหญ่จนสงสัยว่า คนโบราณสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาได้อย่างไรหนอ แต่ปัจจุบันเหลือแค่เสา จะมาเฝ้าจินตนาการก็ยังไงอยู่ ห่างออกไปแค่ไม่กี่สิบเมตร ยังเป็นที่ตั้งของอาคารยักษ์ทำจากหินอ่อนอิตาลี่สีขาวทั้งหลัง
นั่นแหละครับ สุสานกษัตริย์ผู้ยิ่งยง...
Copyright © TalayThai.com All right reserved.