![]() Last Update : Tuesday 9 October, 2001 1:15 AM |
|
ตรวจสอบ EIA บ้านกรูด
ผมซึ้งแล้วครับว่า แอฟริกากับผมดวงไม่สมพงษ์กันจริงๆ หลังจากเงื้อง่าราคาแพง เขียนบทความตุนไว้สองตอน ถึงอังคารนี้ก็ยังไม่ได้ลงสักที เก็บไว้จนเรื่องจะบูดหมดแล้ว เหตุด้วยเรื่องโรงไฟฟ้าบ่อนอก-บ้านกรูดมาแรงเหลือเกิน แถมยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อน เลยขอต่ออีกสักอาทิตย์
เริ่มเรื่องเลยแล้วกัน ช่วงนี้คุณๆอาจเคยได้ยินชื่อ "คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่โรงไฟฟ้าบ่อนอก-บ้านกรูด" มีคุณศุภวิทย์ เปี่ยมพงศ์ศานต์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ร่วมด้วยดร.ชวลิต วิทยานนท์ ข้าราชการกรมประมง และอีกคนคือผมเอง คณะทำงานนี้แต่งตั้งโดยท่านรัฐมนตรีสนธยา คุณปลื้ม
ผมต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่า คณะทำงานดังกล่าว มีหน้าที่ตรวจสอบ EIA ของโรงงานไฟฟ้าทั้งสองแห่ง โดยชาวบ้านเป็นผู้เสนอรายชื่อผู้เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน ไม่ใช่กระทรวงวิทย์ฯหาชื่อมาเอง ผมที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้อย่างเป็นทางการสักหน ขนาดเค้าประชุมกันยังไม่เคยได้รับเชิญ ได้แต่มั่วๆชาวบ้านเค้าขอให้ไปช่วยก็ไป ทำมาสองปีกว่า คราวนี้ได้เกี่ยวข้องเป็นทางการจริงๆเป็นครั้งแรก
หน้าที่ของผมคือตรวจว่า EIA ของทั้งสองแห่งมีตรงไหนที่ไม่สมบูรณ์หรือผิดพลาด มีข้อมูลพื้นฐานและการสรุปที่รับได้หรือไม่? ว่าง่ายๆคือการจับผิดคนอื่นเค้า อีกนัยหนึ่งคือการหาเรื่องใส่ตัว โดยเฉพาะบางท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ล้วนแต่เป็นคนที่ผมรู้จัก บ้างก็เป็นอาจารย์ผม บ้างก็เป็นรุ่นพี่ เพราะผมก็เลือดสีชมพูจบจุฬาฯเหมือนกัน (อยู่มา 20 ปีตั้งแต่ป.1ถึงปริญญาโท ชมพูปี๋เลยครับ) จึงขออนุญาตทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ ทุกอย่างที่ผมจะเขียน เป็นมุมมองในเชิงวิชาการ เกิดจากประสบการณ์และความคิดส่วนตัว อาจตรงหรือแตกต่างจากคุณผู้อ่านหรือนักวิชาการอื่นๆก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าใครผิดหรือใครถูก
สำหรับเรื่องนี้ผมเขียนเกี่ยวกับ EIA ที่บ้านกรูดอย่างเดียว ไม่เกี่ยวอะไรกับบ่อนอก ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดต่อจากนี้ไป ผมคัดลอกมาจาก "EIA - การศึกษาเพิ่มเติม ระบบนิเวศทางทะเล ฉบับรวมเล่ม เล่มที่ 1-3 โรงไฟฟ้าฯหินกรูด" จัดทำโดยบริษัทเทสโก้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2543 เท่าที่เข้าใจคือผ่านการอนุมัติโดยคณะผู้ชำนาญการของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามเล่มนี้มีความหนาหนึ่งคืบเศษ เนื่องจากหนังสือไล่เลขหน้าลำบากมาก แถมข้อความเรื่องเดียวกันยังกระจัดกระจาย ผมขอกล่าวถึงบางประเด็นนะครับ
ประด็นของสัตว์หายากและสัตว์คุ้มครอง ขอเน้นที่ปลาโลมาหัวบาตรและปลาวาฬบรูด้า (ในเอกสารเขียน "บูลด้า")
EIA บอกไว้ว่า "โลมาไม่ได้ถูกจัดไว้ในรายชื่อปลาที่อยู่ในบัญชีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า" อ่านมาถึงปลาวาฬบรูด้าก็เหมือนกัน แถมยังมีคำอธิบายประกอบว่า "ปลาวาฬบรูด้า - เป็นปลาที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร" (ที่จริงส่วนนี้มีเรื่องเกี่ยวกับผมโดยตรงด้วย แต่ผมขออนุญาตไม่กล่าวถึง เพราะจะเป็นการเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองเกินไป)
ในความคิดของผม การทำหรือการอนุมัติรายงาน EIA ถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าราคาหลายหมื่นล้านบาท จำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือสูง แต่ความบกพร่องง่ายๆแบบที่เข้าใจว่าปลาวาฬและปลาโลมาเป็น "ปลา" ทั้งที่คุณผู้อ่านส่วนใหญ่คงทราบว่าพวกเขาเป็น "สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม" ไม่ได้มีรายชื่อในปลาที่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย แต่มีรายชื่ออยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ได้รับการคุ้มครอง สิ่งเหล่านี้ลดทอนความน่าเชื่อถือของ EIA (ยังไม่ว่าถึงเรื่องปลาวาฬกินแพลงก์ตอนนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่เห็นชัดในตอนหลังการส่ง EIA ฉบับนี้ จริงๆแล้วมีภาพถ่าย วิดีโอ และสายตาคนจำนวนมาก รวมทั้งผมเอง เห็นว่าเขากินปลาเล็ก เอาไว้ว่างๆจะรีบสแกนภาพแล้วนำขึ้นโชว์ใน www.TalayThai.com)
มาถึงเรื่องตะกอนกันบ้าง ท้าวความนิดเดียวว่าแต่ก่อนเขาจะทิ้งลงหินกรูดที่เป็นหินโสโครก แต่พอชาวบ้านพบว่าหินกรูดเป็นแนวปะการัง เขาก็ทำ EIA ฉบับนี้ ย้ายที่ทิ้งตะกอนไปเป็นบริเวณด้านนอกของ "ดอนหอย" ซึ่งเป็นสันดอนความลึก 8-10 เมตร (แล้วแต่ช่วง) อยู่ห่างฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร
ข้อมูลใน EIA ระบุว่า "พื้นทะเลเป็นโคลนเหลวสีดำ มีปริมาณซัลไฟด์ในดินตะกอนสูงมากที่สุด..." มีข้อมูลและการเก็บตัวอย่างมวลชีวภาพและอื่นๆ นั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ตามความเข้าใจของผม การศึกษาผลกระทบน่าจะทำ 2 อย่าง หนึ่งคือศึกษาสภาพของพื้นที่ สองคือศึกษาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่
ปัญหาคือใน EIA ผมหาข้อมูลส่วนที่สองไม่เจอ ข้อมูลที่จะบอกว่า ชาวประมงใช้ประโยชน์จากดอนหอยหรือไม่ เขาจับสัตว์อะไรแถวนี้ มีรายได้เท่าไหร่ มีเรือกี่ลำ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ฯลฯ ตอนที่ไปสำรวจผมเลยลองถามชาวประมงสองสามคนที่ทำประมงแถวดอนหอย ชาวประมงบอกว่าไม่เคยมีใครมาถามเขาเลย จึงสงสัยว่าเมื่อไม่มีข้อมูลใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดอนหอยโดยตรง การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นคงยากหน่อย ในกรณีนี้หมายถึงพื้นที่ดอนหอยโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวข้องกับการทำประมงทั่วไปในบ้านกรูด
เรื่องเกี่ยวกับการประมงยังมีอีกหลายประเด็น แต่ที่ผมสนใจมากคือข้อความว่า "การประมงทะเลพื้นบ้านจะหมดไป พร้อมกับมีการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวเข้ามาทดแทน ซึ่งเหมือนกับหาดท่องเที่ยวเกือบทุกแห่งทั่วโลก"
ผมไม่ทราบว่าหาดท่องเที่ยวเกือบทุกแห่งทั่วโลกคือที่ไหน? แต่เอาหาดท่องเที่ยวใกล้ๆบ้านกรูดมาเป็นตัวอ้างอิง อันได้แก่ หาดหัวหิน หากใครเคยไปหาดหัวหินตอนกลางคืน ลองมองไปที่ทะเล เห็นไฟนีออนสีเขียวลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเลบ้างไหมครับ? นั่นคือเรือประมงพื้นบ้าน บางคืนผมเคยนับได้หลายสิบลำ คุณๆบางท่านอาจทราบว่า ถ้าอยากซื้อกุ้งปลาสดๆต้องไปที่ข้างเขาตะเกียบ รอเวลาเรือประมงขึ้น ข้อความตรงนี้ผมจึงไม่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น
ในส่วนของการท่องเที่ยวที่เขียนไว้ใน EIA มีข้อความว่า "ศักยภาพการพัฒนาหาดบ้านกรูด โอกาสที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลมีน้อยมาก เพราะพื้นที่นี้ขาดแหลงท่องเที่ยวที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงามและหลากหลาย แต่มีแรงจูงใจในด้านแหล่งชายหาดสวยงามตามธรรมชาติ..."
ที่น่าสนใจ คำว่า "ศักยภาพน้อยมาก" แต่ "แหล่งชายหาดสวยงามตามธรรมชาติ" รู้สึกขัดๆกันไงพิกล เท่าที่ผมทราบ แถวนี้ยังมีแนวปะการัง มีค่างแว่นและค่างหงอกให้ดู มีนกหัวโตมลายูหายาก มีวัดถ้ำฯมีพระพุทธรูปและมหาเจดีย์ฯพร้อมจุดชมวิว มีถนนหนทางเลียบหาดยาวตั้งหลายกิโลเมตร ทางคมนาคมสะดวก แถมยังมีรีสอร์ทอีกสิบกว่าแห่ง มีนักท่องเที่ยวมาอยู่แล้ว ผู้คนทั่วเมืองไทยรู้จักดี ไม่ต้องไปลงทุนโปรโมทกันใหม่ กรณีนี้ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าที่ไหนในประจวบฯมีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลน้อยหรือปานกลางหรือสูงหรือสูงมาก?
ใน EIA ยังระบุว่า "ปัญหาที่จะเกิดจากการจัดการสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวโน้มทำให้เกิดมลภาวะน้ำเสียลงไปในทะเล และการปลูกสร้างภัตตาคารรุกล้ำไปในทะเล ฯลฯ เช่นเดียวกับที่ปรากฏเป็นปัญหาที่หาดบางแสน พัทยา ปัญหาดังกล่าวจะก่อให้เกิดต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องมีการใช้เงินภาษีจากรัฐบาลกลางเข้าไปจัดการแก้ปัญหาดังกล่าว หากทำการประเมินผลได้และผลเสียของเศรษฐกิจโดยรวม จะพบว่ารายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวจะไม่เพียงพอและครอบคลุมกับต้นทุนค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้น"
ผมพยายามจะตีความ พบว่าที่ตัวเองเข้าใจคือ ในปัจจุบันบ้านกรูดไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเสียหรือภัตตาคารหรือสิ่งก่อสร้างล้ำไปในทะเล แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบบางแสนพัทยา คิดโดยรวมแล้วรายได้จากการท่องเที่ยวไม่คุ้มค่าใช้จ่ายเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม
ถ้าใช้แนวคิดนี้ หมายความว่าประเทศไทยกำลังเดินผิดทาง เราไม่ควรสนับสนุนการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล เพราะในอนาคตจะกลายเป็นบางแสนพัทยาหมด เหตุผลง่ายๆคือในวินาทีนี้ บ้านกรูดเป็นชายฝั่งทะเลที่มีหาดสวยงามตามธรรมชาติ เหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เรากำลังพยายามพัฒนากันอยู่
ยังมีข้อความว่า "หาดบ้านกรูดจะถูกพัฒนาเป็นแหล่งชายหาดเพื่อการพักผ่อนเช่นเดียวกับหาดหัวหิน...สภาพเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นมาก แต่ความเป็นเจ้าของที่ดินจะเปลี่ยนมือไป และอาจต้องมีการลงทุนในด้านสาธารณูปโภค เพื่อแก้ไขมลภาวะอย่างมาก แต่การประมงชายฝั่งทะเลคงจะหมดไปจากชายหาดบ้านกรูดในที่สุด"
การประมงพื้นบ้านผมพูดไปแล้วว่า หาดหัวหินในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ มีอยู่เยอะด้วย อย่างไรก็ตาม ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดว่าหาดบ้านกรูดจะกลายเป็นหาดหัวหิน จริงอยู่โลกนี้มีคำว่า "อาจจะ" แต่คงใช้เวลาอีกหลายสิบปีข้างหน้า ผมคิดว่าบ้านกรูดน่าจะมีลักษณะคล้ายกับถนนช่วงสวนสน-แหลมแม่พิมพ์ (ระยอง) หรือหาดทรายรี (ชุมพร) มากกว่า ซึ่งปัจจุบันสภาพของแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างคงที่
ในกรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าผมถูกและคนทำ EIA ผิดนะครับ แต่หมายความว่าเขาคงต้องมีข้อมูลมาสนับสนุนสิ่งที่เขารายงานไว้ใน EIA ว่าทำไมหาดบ้านกรูดถึงจะกลายเป็นบางแสน พัทยา หรือหัวหิน? เพราะในความคิดของผม หาดทั้งสามแห่งที่ยกตัวอย่างขึ้นมา แต่ละแห่งมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเฉพาะตัว ด้วยปัจจัยหลายประการ เช่น แหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่ของเจ้านายในสมัยก่อน ทางรถไฟ โรงแรมรถไฟ - หัวหิน อู่ตะเภาและจุดพักผ่อนของกองทัพเรือสหรัฐฯ - พัทยา)
EIA ยังมีข้อความบางประการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น "ในกรณีที่หลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดปัญหาอุจาดทัศน์จากสะพานท่าเทียบเรือ ก็คาดว่าไม่มีนัยสำคัญ เนื่องจากสะพานท่าเทียบเรือน้ำลึก ที่มีอยู่ในหลายแห่งท่องเที่ยว ก็ไม่เคยปรากฎว่ามีปัญหากับนักท่องเที่ยว"
ผมยังคงมีคำถามว่าที่ไหน? สะพานท่าเทียบเรือความยาวเกิน 3 กิโลเมตร ที่มีอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองไทย ถึงตรงนี้ผมยังคิดไม่ออก กรณีนี้อาจจะมีก็ได้นะครับ แต่ควรระบุสถานที่ด้วย อีกอย่างหนึ่ง คนเที่ยวแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน แทนที่จะยกตัวอย่างจากที่อื่น น่าจะเก็บข้อมูลโดยถามนักท่องเที่ยวที่ไปบ้านกรูดอยู่แล้วว่า ถ้ามีโรงไฟฟ้าเขาจะมาเที่ยวมั้ย? เขาคิดว่าสะพานจะทำให้เกิดปัญหาอุจาดทัศน์หรือไม่?
เมื่อผมเจอประเด็นนี้ เลยลองพยายามหาข้อมูลพื้นฐานของบ้านกรูด ผมพบข้อความใน EIA ว่า "การประเมินรายได้จากการท่องเที่ยวโดยอาศัยข้อมูลพื้นฐานที่สำรวจจากผู้มาพักแรมที่ชายหาดหัวหินและมีการปรับฐานข้อมูลให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจของชุมชนบางสะพาน"
ตรงนี้สะกิดใจจี๊ดมาก หากใครเคยอ่านบทความที่ผมเขียนเกี่ยวกับแนวปะการังหินกรูดเมื่อกว่าสองปีที่แล้ว อาจจำได้ว่า ผมเคยพูดว่าทีมงาน EIA ชุดนั้นวัดความเข้มข้นตะกอน ปัจจัยสิ่งแวดล้อมอื่นๆอีกร้อยแปดพันเก้า ก่อนสรุปว่าไม่มีปะการังที่นี่หรอก เพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม สิ่งเดียวที่เขาขาดไป คือเอาหน้าจุ่มน้ำแล้วดูว่าที่พื้นมีปะการังหรือเปล่า?
จากกรณีนั้นทำให้เกิดความผิดพลาดและปัญหามากมาย แต่พอมาอ่าน EIA ฉบับเพิ่มเติมในเรื่องของการท่องเที่ยว ผมก็สงสัยแบบเดียวกันว่า แล้วทำไมต้องไปใช้ข้อมูลพื้นฐานจากนักท่องเที่ยวที่หัวหินล่ะครับ? ในเมื่อรีสอร์ทที่บ้านกรูดก็มีตั้งสิบกว่าแห่ง นักท่องเที่ยวก็มี ยิ่งวันเสาร์อาทิตย์ยิ่งเยอะ ทำไมไม่หาข้อมูลจากรีสอร์ทหรือนักท่องเที่ยวที่บ้านกรูด???? ในเมื่อเราจะสร้างโรงไฟฟ้าที่นี่ ไม่ได้สร้างที่หัวหินหรือที่อื่นสักหน่อย
ยังมีอีกหลายประเด็นแต่หน้ากระดาษหมดแล้วเอย ยังไงก็ตาม ต้องบอกย้ำกันชัดๆไว้ว่า EIA ทั้งฉบับเดิมและฉบับเพิ่มเติม รวมกันหนาเป็นศอก (ต้นเรื่องหนาเป็นคืบนับเฉพาะฉบับเพิ่มเติมครับ) ด้วยระยะเวลาที่จำกัด ผมไม่สามารถอ่านได้ทุกตัวอักษร หากมีความบกพร่องในบทความนี้ เช่น เขามีข้อมูลแล้วผมค้นไม่เจอ ขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ และสามารถแจ้งมาได้ ผมจะลงแก้ไขให้ทันที
สิ่งที่ปรากฏในบทความนี้ ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้า ว่าควรมีหรือไม่ควรมี? ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักวิจัยท่านใด ว่าทำผิดหรือทำถูก? นั่นไม่ใช่ประเด็นในการเขียนบทความนี้ และไม่ใช่เป็นหน้าที่ของผมในคณะทำงานตรวจสอบ EIA
ใครอ่านเรื่องนี้แล้วอยากอัดคนเขียน ขอความกรุณาสักนิดนะครับ ผมไม่ได้ประโยชน์อันใดในการเขียนบทความนี้ ไม่ได้ประโยชน์อันใดในการเข้าไปเป็นคณะทำงานฯ ที่ตัดสินใจเข้าร่วมเพราะชาวบ้านเขาเสนอชื่อไปแล้ว และคิดว่าการบริการวิชาการให้สังคม เป็นหนึ่งในหน้าที่ฐานะข้าราชการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บทความนี้ก็เขียนขึ้นด้วยความคิดเดียวกัน เว้ากันซื่อๆว่าหาเรื่องดีแท้ข้าพเจ้า อังคารหน้าหนีไปเที่ยวแอฟริกาดีกว่า เขียนสนุก-เขียนปลอดภัย-รวมเล่มได้ตังค์ด้วย ถึงเวลาบริการตัวเองแล้วครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.