![]() Last Update : Tuesday 11 September, 2001 1:33 AM |
|
มีวาฬที่บ่อนอก
ว้าย...ว้าย...ว้าย...ว้าย...ว้าย
อะไรกันหนักกันหนา?
ผมคิดเช่นนั้นในใจ ขณะกำลังดูวิดีโอการพบวาฬในทะเลบ่อนอก เสียงที่ได้ยินคือเสียงสาวๆกำลังเอ็ดอึงเมื่อพวกเธอพบวาฬเป็นครั้งแรก
บ่อนอกเป็นชายฝั่งทะเล อยู่ห่างจากประจวบฯมาทางเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหาดทรายปนเลนยาวเหยียด เริ่มต้นตั้งแต่สุดเขตเขาสามร้อยยอด เรื่อยมาจนถึงเขาตาม่องล่าย ณ ที่แห่งนี้เป็นหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านบางคนทำอาชีพประมง บ้างก็ทำสวนมะพร้าว บ่อนอกแทบไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อประมาณสี่ปีมาแล้ว
ชาวบ่อนอกเพิ่งทราบว่า ใกล้บ้านของเขาจะกลายเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าเอกชน 1 ใน 2 โครงการในเขตเวสเทิร์นซีบอร์ด คู่กับโรงงานไฟฟ้าบ้านกรูด ห่างจากบ่อนอกไปทางใต้หลายสิบกิโลเมตร ปัญหาเริ่มเกิดในชุมชน บางคนอยากให้สร้าง บางคนก็ไม่อยาก
จนเมื่อสองปีเศษที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีบ้านกรูด เพราะชาวบ้านชวนผมให้ไปสำรวจแนวปะการัง ที่ชาวบ้านบอกว่ามีแน่นอน แต่ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ไม่มีรายงาน
ผมลงไปตามคำเชิญของชาวบ้านกรูด พบแนวปะการัง รวมทั้งพบว่าใน EIA ระบุว่าจะนำตะกอนทิ้งลงแนวหินโสโครก ที่ตามจริงแล้วเป็นแนวปะการัง เกิดเรื่องราวมากมาย จนกระทั่ง EIA ฉบับเพิ่มเติมถูกจัดทำขึ้น เนื่องจากทุกฝ่ายยอมรับว่ามีแนวปะการังในบริเวณนั้น
เวลาผ่านไปสองปี ปลายเดือนกรกฎาคม ผมได้รับโทรศัพท์จากหนังสือพิมพ์ Western หรืออะไรทำนองนี้แหละครับ โทรมาสอบถามเรื่องวาฬในทะเลประจวบฯ ผมก็บอกไปว่าไม่มีความชำนาญด้านนี้ แต่จะให้บอกก็บอกได้นิดหน่อย เช่น วาฬไม่พบในบริเวณใกล้ฝั่ง ส่วนใหญ่เขาจะหลงเข้ามามากกว่า
หลังจากนั้น ชาวบ้านก็ส่งข่าวให้ผมทราบว่า บทสัมภาษณ์ของผมถูกนำไปใช้ ในเอกสารที่โรงไฟฟ้าแจกให้กับชาวบ้าน ในเรื่องเกี่ยวกับวาฬที่ทะเลบ่อนอก ผมก็บอกว่าใช่แล้วครับ ผมพูดตามประสบการณ์ของผม ชาวบ้านเลยชวนผมไปดูวาฬตัวจริง
อาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม ผมเดินทางไปบ่อนอกตามคำชวนของชาวบ้าน เราไปถึงตั้งแต่หกโมงเช้านิดๆ เพราะวาฬมักขึ้นมาแต่เช้า จากชายทะเลบ่อนอก เรานั่งเรือประมงลำเล็กๆ ออกไปลอยคอเท้งเต้งกลางทะเล ห่างฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร ใกล้แนวปะการังเทียมที่กรมประมงทิ้งไว้ น้ำลึก 10-12 เมตรเห็นจะได้
การลอยเท้งเต้งครั้งนั้น กินเวลาจนถึงเที่ยง ตากแดดกันตัวเกรียม แต่คุณวาฬก็ไม่ได้โผล่มาให้ยลโฉม แต่ยังส่งบริวาร อันได้แก่โลมาปากขวดสามสี่ตัว ว่ายน้ำมาอวดเรา ห่างฝั่งเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
พอขึ้นจากเรือ ผมดูวิดีโอที่ชาวบ้านถ่ายภาพมา ลองอ่าน EIA ของโรงไฟฟ้าบ่อนอก มีข้อมูลจุดหนึ่งที่น่าสนใจมาก บอกไว้ว่า ทะเลบ่อนอกไม่มีสัตว์หายากหรือสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ผมจำได้ว่า วาฬเป็นสัตว์คุ้มครอง โลมาปากขวดก็เป็นสัตว์คุ้มครองเช่นกัน เลยให้สัมภาษณ์กับ ITV ถึงเรื่องนี้ ก่อนให้ความคิดว่า ภาพที่เห็นน่าจะเป็นพฤติกรรมการหาอาหารของวาฬ ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในเมืองไทย
สิ่งที่ผมพูดไป บางส่วนขัดกับคำให้สัมภาษณ์ของผมก่อนหน้านั้น แต่ผมไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เหมือนสมัยที่ผมเห็นสาวคนหนึ่งหน้าหมวยแสนธรรมดา จ้างให้ก็ไม่เอามาเป็นแฟน ต่อมาเมื่อผมรู้จักนิสัยและได้เห็นเธอในชุดว่ายน้ำ ผมจึงรีบเปลี่ยนใจ
บทสัมภาษณ์ของผม เผยแพร่ในรายการ "ถอดรหัส" หลังจากนั้นชาวบ้านโทรมาบอกว่า มีบางคนไม่เชื่อว่าเป็นวาฬที่บ่อนอก เป็นภาพตัดต่อมากกว่า บางคนบอกว่ายกขึ้นมาทีละประเด็น เรื่องนี้ผ่านไป ก็ยกเรื่องใหม่ขึ้นมา บางคนบอกว่า ต้องเอาข้อมูลวิชาการมาพูด ใช้ข้อมูลแบบชาวบ้านไม่ได้ การทำ EIA ต้องมีหลักวิชาการ
ผมก็แสนสงสัย ภาพที่เห็นในวิดีโอคือภาพวาฬแน่นอน หรือชาวบ้านตัดต่อภาพวาฬจากฮาวายมาให้ดู? เลยบอกพวกเขาว่า ถ้ามีวาฬเข้าอีกเมื่อไหร่ ช่วยโทรไปตามหน่อยครับ
หนึ่งเดือนให้หลัง ชาวบ้านโทรมาบอกว่า มาอีกแล้วอาจารย์ ความจริงก็มาเป็นระยะ แต่ยังไม่ค่อยชัวร์ คราวนี้เห็นทั้งเช้าทั้งบ่าย สองวันต่อกันแล้ว เชิญอาจารย์เลยครับ
สัปดาห์ที่แล้ว ผมเดินทางไปบ่อนอกอีกครั้ง โดยออกจากกรุงเทพฯตั้งแต่ตีสาม มาถึงบ่อนอกตอนหกโมงน้อยๆ ชาวบ้านที่ติดต่อกับผมบอกว่า เห็นวาฬตั้งแต่บนฝั่ง นั่งอยู่ชายหาดเห็นตัวอะไรขึ้นมาโผงผางกลางทะเล เลยนำเรือออกไปดู คราวนี้ก็ถ่ายวิดีโอได้อีกเพียบ
ก่อนที่เรือจะออก ผมลองมองจากฝั่งบ้าง ไม่ได้เห็นวาฬหรอกครับ แต่เห็นโลมาฝูงหนึ่งกำลังว่ายอยู่ ห่างจากชายหาดแค่สองร้อยเมตรไม่เกินนั้น ผมมาบ่อนอกสองครั้ง เห็นโลมาทั้งสองครั้ง เรื่องเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ
เราออกเรือมุ่งหน้าไปกลางทะเล ลองสอบถามเรือเบ็ดและเรือลอบแถวนั้น เขาบอกว่าเห็นเหมือนกันตั้งแต่รุ่งสาง เราเลยลอยลำอยู่ห่างจากฝั่งสัก 2 กิโลเมตร ผมเตรียมหมอนไปเรียบร้อย ถึงเวลานอนกระดิกเท้ารอวาฬ ใจภาวนาว่าเราพยายามแล้วนะ...คุณวาฬ ขอยลโฉมสักหน่อยเถอะ
ประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง คนเรือร้องโหวกเหวกแล้วชี้มือออกไปกลางทะเล เมื่อผมมองตามไป สิ่งที่เห็นคือเงาดำเล็กๆโผล่อยู่เหนือผืนน้ำ ห่างจากจุดที่เราจอดเรือเกือบหนึ่งกิโลเมตร ทุกคนในเรือขยับตัวพร้อมเพรียง ต่างเตรียมกล้องถ่ายภาพ ขณะที่เรือวิ่งไปด้วยสปีดเร็วกว่าคนว่ายน้ำหน่อยเดียว
เมื่อเราไปถึง วาฬลงน้ำไปนานแล้ว แต่ยังมีนกนางนวลตัวหนึ่ง ว่ายอยู่เหนือวาฬตัวนั้น เราจึงขับเรือตามนกไป บางครั้งนกก็บินสวนเข้ามา เห็นครีบเห็นหลังวาฬถนัดตา
หลังจากเราตามวาฬอยู่ชั่วครู่ นกก็บินหายลับตาไป คราวนี้ก็เลยไม่รู้ว่าวาฬอยู่ตรงไหน? ถึงเวลาลอยเรืออีกครั้ง ผมหยิบหมอนมาหนุนนอน
อีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา ชาวคณะใกล้กลายเป็นปลาเค็มตากแห้ง แต่แล้วผู้ร่วมคณะคนหนึ่งก็ชี้มือชี้ไม้ บอกว่าเห็นวาฬโผล่หัวขึ้นมาอีกแล้ว ห่างจากตรงนี้ไปเกือบหนึ่งกิโลเมตร เรือเรามุ่งหน้าไปลอยลำบริเวณนั้น ผมพยายามมองไปทั่วท้องน้ำ ไม่เห็นวาฬสักตัว โอย...พี่จ๋า ผมมาสองหนแล้วนะเพ่ อดนอนทั้งคืน นั่งเรือตากแดดตั้งไม่รู้กี่ชั่วโมง พี่จะใจร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ
ผมกลับไปนอนคิดอะไรเพลินๆ เจ้าวาฬตัวนี้น่าจะขึ้นมาหาอาหาร โดยการว่ายลงไปข้างล่าง ต้อนฝูงปลาเล็กมารวมกัน จากนั้นพุ่งขึ้นมาอ้าปาก ฮุบเอาปลาเข้าไป ก่อนโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ค่อยๆอ้าปาก บางครั้งอาจมีหุบปากสลับกัน ให้น้ำออกไปจากปาก ใช้ซี่กรองหรือบาลีนกรองเอาปลาตัวเล็กไว้ แล้วค่อยจมตัวลงน้ำอีกครั้ง นั่นคือข้อสันนิษฐานของผม ที่อาจจริงหรือไม่จริงไม่ทราบ แต่ผมคิดเช่นนั้นจากภาพวิดีโอที่เห็น
ถึงแม้วันนี้ผมจะได้เห็นตัวจริง แต่ยังไม่สะใจ เป็นเพียงภาพไกลแสนไกล เราบุญน้อยจริงๆนะ
เฮ้ย!!? เสียงร้องดังมาจากท้ายเรือ ผมตกใจลุกพรวด
และเขาก็อยู่ตรงนั้น ห่างจากเรือไม่ถึง 20 เมตร
นักข่าวช่อง 3 ถามผมหลังจากขึ้นฝั่ง เธอถามว่าอาจารย์ถ่ายภาพได้ชัดไหม? ผมบอกว่าไม่ทราบ จำได้ว่ากดชัตเตอร์ได้หนึ่งภาพ แต่ภาพถ่ายจะชัดหรือไม่? นั่นไม่มีความหมาย เพราะผมมีสิ่งหนึ่งที่ชัดยิ่งกว่าภาพถ่ายใดๆที่เคยเห็นมา ชัดกว่าวิดีโอทุกม้วนที่เคยผ่านสายตา มีความหมายมากกว่าเอกสารวิชาการที่ได้ค้นคว้า หรือเว็บไซต์และสารคดีโทรทัศน์หลากหลายที่เคยเปิดดู
ไม่ต้องมีคำถามใดๆสำหรับผมอีกแล้วว่า ที่ทะเลบ่อนอกมีวาฬหรือไม่?
ผมเคยเห็นวาฬชูหางที่นิวซีแลนด์ เคยถ่ายภาพฉลามที่ว่ายห่างออกไปไม่ถึงเมตร เคยลอยตัวประจันหน้ากับแมนต้ากว้าง 4 เมตร เคยเจอฉลามวาฬใต้น้ำไม่รู้กี่สิบครั้ง แต่นั่น...เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่บ่อนอก เพราะจู่ๆเขาก็มา ไม่มีเวลาเตรียมตัวหรือทันคิด เพียงแค่พริบตาเดียว
แค่พริบตาเดียว...
EIA เล่มหนึ่ง ผ่านการทำมาเนิ่นนาน โดยนักวิชาการหลากหลาย ผ่านการพิจารณาของคณะผู้ชำนาญการของสผ. (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม) แต่ EIA เล่มนั้น...ผิด
ข้อความที่ระบุว่า ไม่มีสัตว์หายากหรือสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง เพราะในทะเลบ่อนอกมีวาฬ ถ้าเป็นวาฬแกลบบรูด้า คือสัตว์คุ้มครองลำดับที่ 140 ถ้าเป็นวาฬแกลบมิงค์ อยู่ลำดับที่ 141 ยังไม่นับโลมาปากขวด (ลำดับที่ 134) ตามกฏกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2537)
ชาวบ้านยังบอกกับผมว่า ในข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา มีส่วนที่เขียนไว้ว่า ปลาวาฬและปลาโลมา ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในปลาที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
นั่นเป็นเรื่องถูกครับ เพราะวาฬและโลมา "ไม่ใช่ปลา" ย่อมไม่มีชื่ออยู่ในปลาที่ได้รับการคุ้มครอง พวกเขาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม จะมีรายชื่ออยู่ในส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ไปค้นในรายชื่อปลายังไงก็ไม่เจอ
มาถึงสิ่งที่ต้องวิเคราะห์กันบ้าง อันดับแรกคือการยกประเด็น ที่บางคนบอกว่า ยกประเด็นมาเรื่อยๆ เมื่อมีเรื่องแนวปะการัง ก็มีเรื่องสัตว์หายากตามมา สำหรับผมแล้ว จะเป็นกี่ประเด็น หากเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องยกขึ้นมา
การทำ EIA ต้องมีหลักวิชาการ ผมไม่ได้เป็นผู้ชำนาญการด้านวาฬหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ไม่ได้เก่งในเรื่องเกี่ยวกับทะเลมากกว่าคนอื่น อีกสิบอีกร้อยอีกพันคนในเมืองไทย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมีคือในความทรงจำของผม มีภาพวาฬบ่อนอกที่ผมเห็น เช่นเดียวกับความทรงจำของชาวบ้าน มีภาพวาฬที่พวกเขาเห็น อาจย้อนหลังไปสิบปีหรือสิบห้าปี ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านบางคน
เวลาจะเนิ่นนานแค่ไหน ตรงนั้นอาจไม่สำคัญ เพราะตอนนี้มีวาฬกำลังว่ายน้ำอยู่ที่ทะเลบ่อนอก พวกเขาเข้ามาประจำ แสดงพฤติกรรมที่ผมเข้าใจว่าเป็นการหาอาหาร ที่ผมไม่เคยเห็นในที่อื่น มีนักท่องเที่ยวหลายคนไปดูพวกเขาแล้ว เจอบ้างไม่เจอบ้าง แต่คนเหล่านั้นมาเพราะอยากเห็นวาฬ ถือว่าเป็นสัตว์มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ แถมยังเป็นการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
เราจะคิดเพียงว่า วาฬว่ายมาแล้วก็ว่ายไป เมื่อไม่มีปลาตรงนี้ ก็ไปกินปลาตรงนั้น หรือเมื่อมีการพัฒนา ต้องมีบางอย่างสูญเสียไป ได้อย่างเสียอย่าง ถ้าคิดกันเช่นนั้นแล้ว จะทำ EIA ไปทำไมให้เปลืองเงินเปลืองเวลา ไม่ต้องทำเลยดีกว่า
การทำ EIA มีเพื่อหาคำตอบว่า ควรมีการพัฒนาในพื้นที่นั้นหรือไม่? หากพิจารณาแล้วเห็นว่าทำได้ EIA มีหน้าที่บอกว่า ทำอย่างไรจะให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
หากเรายอมรับ EIA ฉบับปัจจุบัน เท่ากับเรายอมรับว่าไม่มีวาฬที่บ่อนอก ไม่มีการศึกษาผลกระทบ ไม่มีการวิเคราะห์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์ได้รับคุ้มครองตามกฎหมาย และสัตว์ที่สร้างรายได้ในแง่ของการท่องเที่ยว
......
ณ ที่หนึ่งใกล้ชายฝั่งบ่อนอก น้ำเดือด...ปลาน้อยแตกพล่าน ผิวน้ำเป็นลอนก่อนนูนสูง สัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกพุ่งพรวดขึ้นตั้งฉากกับพื้นน้ำ หนึ่งเมตร...สองเมตร...สามเมตร ลมหายใจของทุกคนหยุดชะงัก ไม่มีเสียง ไม่มีแม้แต่แรงจะคว้ากล้อง ได้แต่ตะลึงจ้องมอง
ว้าย...ว้าย...ว้าย...ว้าย...ว้าย
เรากำลังจะยอมรับว่า ไม่มีเสียงเช่นนี้ในทะเลบ่อนอก ไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
คุณยอมรับได้ไหม?
หากสผ.ยอมรับได้ รัฐบาลยอมรับได้ คนไทยยอมรับได้
อย่างน้อยในความทรงจำของผม มีสิ่งหนึ่งที่การพัฒนาใดๆไม่สามารถช่วงชิงไป
ในโลกแห่งความเป็นจริง จะเป็นเช่นใด แต่เพียงแค่ผมหลับตาแล้วปล่อยใจ
เขาก็ปรากฏตัวขึ้นมา...
ปล. ขอบคุณชาวบ้านบ่อนอกที่กรุณาให้คนหนึ่งคนได้เห็นวาฬหนึ่งตัว ขอบคุณกรีนพีซสำหรับภาพถ่ายประกอบบทความ ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจไปบ่อนอก หากสนใจชมวาฬ ติดต่อคุณเจริญ โทรศัพท์ 01-857-5923
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.