www.talaythai.com
Last Update : Tuesday 31 July, 2001 1:30 AM

ดอกไม้ ใบหญ้า ปักษา ผีเสื้อ

          เช้าตรู่วันเสาร์ เป็นวันที่คนกินเหล้าคืนวันศุกร์ สมควรใช้ชีวิตแฮ้งค์ๆให้สบายบนเตียงนอน แต่ผมกำลังระทมทุกข์อยู่รถกระบะคันใหญ่ ที่วิ่งตะบึงไปตามเส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ

          ตะวันยังไม่ชิงขึ้นพ้นเหลี่ยมขอบฟ้า ดาวพระศุกร์ลอยเด่นเหนือทิวไม้มืดทะมึน แต่ยามนี้ผมที่เพิ่งได้นอนเพียงแค่ 2 ชั่วโมง ไม่มีอารมณ์ใดๆในการชมธรรมชาติ ใจกลับคิดว่า ทำไมข้าพเจ้าต้องลำบากเช่นนี้ด้วยวุ้ย? ปรกติคนดูนก...เค้าจะไม่ชอบกินเหล้า คนกินเหล้า...เค้าก็ชอบดูเพียงน้องนก แต่ด้วยรสนิยมครึ่งๆกลางๆ เหล้าก็อยากกิน นกก็อยากดู น้ำก็อยากดำ ทำให้ผมต้องใช้ชีวิตเช่นนี้

          ไม่นานนัก รถกระบะพุ่งลิ่วเข้าตามถนนเพชรเกษม ผ่านเมืองเพชรบุรีที่ยังไม่ตื่นจากการหลับไหล ตรงต่อไปจนถึงอำเภอท่ายาง จากนั้นค่อยเลี้ยวขวา

          เล่าเรื่องมาถึงแค่นี้ ใครเป็นนักดูนกตัวจริง คงรู้แล้วว่า ผมกำลังพาพวกเราไป "แก่งกระจาน" อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พื้นที่ทั้งหมด 2,914 ตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรีทางตอนใต้ ในบริเวณอำเภอต่างๆของจังหวัดเพชรบุรีและของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          จุดเด่นของป่าแก่งกระจาน ไม่ใช่ความงามของน้ำตกหรือแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ถ้าคุณหวังจะพาสาวไปแวะโน่นชมนี่ พรอดรักกันท่ามกลางละอองน้ำ แนะนำให้รีบเปลี่ยนความคิดโปรดอย่ามาแก่งกระจาน เพราะที่นี่มีน้ำตก 2 แห่ง แต่ละแห่งห่างกันสุดกู่ ที่แรกเรียก "น้ำตกป่าละอู" ต้องขับรถเข้าไปทางอำเภอหัวหิน แม้จะเป็นน้ำตกใหญ่แต่เหมาะกับการเล่นน้ำมากกว่าชมวิว

          อีกแห่งคือ "น้ำตกทอทิพย์" อยู่ทางอำเภอแก่งกระจาน ปัญหามีประการเดียวคือหลังจากจอดรถ คุณต้องลากจูงสาวเดินไปอีก 4 กิโลเมตร บนเส้นทางที่เรียกว่าเดินไปสบายขากลับอาจเกือบตาย เพราะเป็นทางเดินลงเขาไปทางไหนกลับทางนั้น แถมน้ำตกก็...เอ้อ...เหวสุวัตสวยกว่าครับ ไม่ต้องเดินด้วย จอดรถแล้วกลิ้งไปแป๊บเดียวก็ถึง

          นักท่องเที่ยวที่จะมาแก่งกระจาน จึงต้องกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ชั้นจะมาทำกิจกรรมท่องธรรมชาติ ไม่ได้มาแวะโน่นนิดนี่หน่อย เป้าหมายของชั้นมีหนึ่งเดียว นั่นคือดูนกและดูสัตว์

          ดูนกอีกแล้ว...ว้า! คุณผู้อ่านหลายท่านเพิ่งเจอกับ "ราชาอัลบาทรอส" ไปหยกๆเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อาจบ่นถ้อยคำนี้มาให้คนเขียนน้อยใจ แต่นกที่แก่งกระจานไม่อ่อนนะครับ มีตั้ง 400 ชนิด แม้จะไม่มีชนิดไหนใหญ่เทียบเคียงกับเจ้าอัลบาทรอส แต่หลายชนิดไม่อ่อนเลย โดยเฉพาะ "กะลิงเขียดหางหนาม"

          นกกะลิงเขียดหางหนาม (Ratchet-tailed Treepie, Temnurus temnurus) เป็นนกมหาหายาก สมัยก่อนทั้งโลกพบเฉพาะที่ป่าในเมืองลาวและเวียดนาม แต่จู่ๆก็มีนักดูนกรายงานว่าพบเจ้านี่ที่ป่าแก่งกระจาน ในพ.ศ.2533 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ใครใคร่ค้าม้า...ค้า ใครใคร่หากะลิงเขียด...หา แต่จะหาเจอหรือเปล่านั่นอาจเป็นปัญหา ผมพยายามมา 3 ทริปแล้ว อึกะลิงเขียดยังไม่เคยเจอเลยครับ แต่อย่าประเมินความพยายามของผมต่ำเกินไป สาวที่ว่าหินใครจีบกินแต่แห้ว เรายังใช้ความพยายามจนเธออ่อนละทวยมาแล้ว หลังจากนั้นเธอก็ทิ้งเรา...เอ๊ย...เราก็ทิ้งเธอ เย้ๆ

          นอกจากนกเยอะแยะ คุณอาจมีโอกาสเห็นสัตว์เยอะแยะ แต่ก็ต้องวัดใจกับโชคสักหน่อย เราเคยเจอเสือดาว เจอเลียงผา แต่ก็เคยไม่เจออะไรเหมือนกัน แต่เพื่อเป้าหมายที่สูงส่ง คุณควรตั้งเป้าหมาย The Top Four สัตว์สงวนทั้ง 4 ชนิดที่พบในอุทยานฯ ได้แก่ เลียงผา สมเสร็จ แมวลายหินอ่อน และเก้งหม้อ แล้วก็วนเวียนไปดู คาดว่าครบชั่วชีวิตเมื่อไหร่อาจได้เจอจนครบ

          นึกอะไรอยู่เพลินๆ เราเข้ามาที่อำเภอท่ายางแล้วครับ ที่นี่มีร้านขนมหม้อแกงที่ราคาถูกกว่าแถวริมถนน มีร้านผัดไทเจ้าอร่อย แต่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ทุกอย่างยังไม่เปิด แต่เราก็ไม่แคร์ เนื่องจากเตรียมอาหารมาจากปั๊มน้ำมันระหว่างทาง นั่นคือกะหรี่ปั๊บ อาหารสุดฮิตของผู้คนบนท้องถนน ตามด้วยบะหมี่และน้ำ เสบียงกรังของเราตั้งแต่เช้านี้ยันเช้าวันพรุ่งนี้

          จากตัวอำเภอไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน จนเลยเขื่อนเพชรไปโปรดอย่าได้หยุด ในที่สุดเราจะมาถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน กว้างใหญ่ประดุจทะเลสาบเล็กๆ โปรดจงเลี้ยวไปตามถนน สักเดี๋ยวคุณจะเห็นที่ทำการอุทยานฯแก่งกระจานอยู่ทางด้านขวามือ จากอำเภอท่ายางมาถึงตรงนี้ระยะทางรวม 38 กิโลเมตร อาจมีขาดมีเกินนิดหน่อย เพราะผมง่วงเลยเช็คเลขไมล์ช้าไปนิด

          แขกไปใครมาก็ต้องแวะที่ทำการฯ ไม่งั้นคุณขึ้นไปข้างบนไม่ได้ เนื่องจากถนนเข้าอุทยานฯหรือที่เรียกกันว่าถนนสาย "วังวน-พะเนินทุ่ง" เปิดให้บริการเป็นช่วงๆ ตอนเช้ามีเวลาขึ้นระหว่าง 05.00-09.30 น. ถ้าพลาดช่วงนี้ต้องไปตอนบ่าย มีเวลาสั้นๆระหว่าง 14.30-15.00 น. สำหรับช่วงลงจากอุทยานฯ มีกำหนดระหว่าง 12.00-13.00 น.และ 16.30-18.00 น. ถนนสายนี้ไม่เปิดให้บริการในตอนกลางคืน ใครที่คิดว่ากินเหล้าแล้วแห้วจากน้องนก จะมาดูนกดับอารมณ์ ก็ควรจะนอนสักแป๊บ ไม่ต้องรีบมานอนตากยุงหน้าอุทยานฯ ถึงมาเช้าไปเค้าก็ไม่เปิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีไม่กี่คนต้องกินต้องนอน ไม่สามารถตื่นมาให้บริการประดุจร้าน 24 ชั่วโมง

          นอกจากติดต่อขอเข้าอุทยานฯ คุณยังต้องติดต่อขอที่พัก ปรกติที่แก่งฯเรานอนเต๊นท์ ประเภทหวังห้องสวีทเตียงกว้างอ่างอาบน้ำสะดวก ขอให้คิดเสียว่า ความรักไม่ขึ้นกับขนาดเตียง นอนในเต๊นท์แคบๆคนละเต๊นท์ แต่หัวใจรักจริง ย่อมลอยไปหากันได้เอง

          ที่กางเต๊นท์แถวแก่งฯมี 3 จุด แห่งแรกคือบริเวณที่ทำการฯ วิวดีอยู่ริมน้ำเห็นแก่งกระจานกว้างใหญ่ มีกิจกรรมให้ทำคือการนั่งเรือล่องชมแก่ง บางคนอาจเปลี่ยนบรรยากาศไปดูนก ป่ารอบๆนี้แม้จะเล็กแต่ไม่อ่อน มีสิทธิเจอนกบางชนิด ครั้งก่อนทีมงานเราเคยปะทะฝูง "นกกะรางสร้อยคอใหญ่" ถ่ายภาพจับจิตจับใจได้ก็แถวนี้

          จุดกางเต๊นท์แห่งที่สอง อยู่ระหว่างทางวังวน-พะเนินทุ่ง บริเวณกม.ที่ 15 เรียกว่า "บ้านกร่าง" ที่นี่น่านอนมาก เพราะมีที่ทางให้กางเต๊นท์กว้างใหญ่ ป่ารอบๆก็มีนกหลายชนิด พร้อมเส้นทางศึกษาธรรมชาติเย้ายวนใจไปจนถึงกม.18 มีนกพญาปากกว้างหลายชนิดอาศัยอยู่ กะลิงเขียดก็มีสิทธิเจอ ดึกๆอาจเจอเม่นออกมาหากินอาหารแถวเต๊นท์อีกแน่ะ

          จุดกางเต๊นท์แห่งสุดท้ายอยู่ที่กม.30 ตรงนี้ลำบากสักนิด เพราะต้องกางเต๊นท์ริมถนน ข้อดีคือได้อยู่ที่สูงอากาศสบาย ตอนเช้าตื่นไปชมทะเลหมอกได้ไม่มีปัญหา หรือจะเดินเลียบถนนขอบเขาชมนกชมไม้ก็มีอะไรให้ดูไม่น้อย

          ครั้งนี้เราวางแผนกันว่าจะไปนอนแถวบ้านกร่าง เนื่องจากคราวก่อนเคยไปนอนบนยอดเขาที่กม.30 มาแล้ว เมื่อติดต่อที่พักพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมเรียบร้อย ผมปีนกลับขึ้นไปบนรถเพื่อหลับต่อ แต่พอเข้าใจว่ารถเราจะวิ่งไปตามถนนวนไปวนมานิดหน่อย ขอให้สังเกตป้ายเข้าไว้ ไม่นานเราจะมาถึงด่านตรวจอุทยานฯก่อนเข้าเขตอุทยานฯอย่างจริงจัง

          ตะวันลอยเกินขอบฟ้ามาคืบเศษ เป็นเวลาแปดโมงนิดๆ เราผ่านด่านตรวจมาอย่างสะดวกโยธิน เพราะไม่มีใครพกปืนมา กีต้าร์หรือเครื่องดนตรีก็ไม่มี บนอุทยานฯแห่งนี้ห้ามขนอะไรมาเล่นกันให้หนวกหูนะครับ คนเขาจะนอน สัตว์ป่าจะหากิน คุณจะร้องเพลงปลดปล่อยอารมณ์ โปรดเลือกใช้บริการได้ในคาราโอเกะทั่วประเทศ

          ถนนขึ้นแก่งกระจานเป็นทางลูกรัง มีโค้งหลายแห่ง โปรดใช้สมาธิและความใจเย็น ไม่เช่นนั้นอาจพบยมบาลก่อนพบนก ช่วงนี้ยังมีโป่งสัตว์เล็กๆให้แวะ ผมเลยบอกให้ทีมงานจอดข้างถนน เลือกให้ชิดๆขอบหน่อย เดี๋ยวประตูจะหลุดไปกับรถที่วิ่งอยู่แถวนั้น

          เมื่อเดินลงไปในโป่ง ผมพบรอยเท้าสัตว์หลายชนิด เช่น เก้ง กวาง และก็...เอ้อ...กวาง เก้ง อ๋อ...พบนกด้วยครับ นกกระแตแต้แว้ด 2 ตัว เดินอยู่แถวโป่งนั้น เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาก็ร้องแว้ดๆแล้วบินหนีไปเกาะที่อีกฝั่งถนนหนึ่ง เจ้านกนี่ถ้าใครไม่เคยเห็น เป็นประเภทนักดูนกมือใหม่ เจอแล้วอาจชื่นชมเพราะตัวใหญ่สีสวยขายาวเข่าดี ถ้าเราไม่ดูนกเพื่อการสะสมสถิติหรือชนิดที่เจอ กระแตแต้แว้ดถือเป็นนกที่น่าสนใจมาก แม้อาจจะโหลไปสักนิด

          สิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มที่น่าสังเกตคือ "ผีเสื้อ" ในอุทยานฯแก่งกระจานพบไม่ต่ำกว่า 130 ชนิด บางชนิดชอบตอมอึของสัตว์ป่า เช่น ผีเสื้อเหลืองหนามธรรมดา พอดีผมไม่ชำนาญเรื่องผีเสื้อ แต่ดูแล้วสวยดีก็ชอบใจ พยายามถ่ายภาพผีเสื้อก็บินหนี อึสัตว์ไม่หนีแต่ไม่น่าถ่ายภาพ ก็เลยไม่ได้อะไรมาสักอย่าง ใครที่ชอบผีเสื้อ แนะนำให้ดูตามแอ่งน้ำเล็กๆ ถ้าหน้าแล้งจะมีเยอะ แต่ช่วงนี้หน้าฝนผีเสื้อมีน้ำกินอุดมสมบูรณ์ เลยหาดูยากหน่อย ต้องมาดูแถวโป่งนี่แหละครับ

          จากโป่งขับรถอีกไม่นาน เรามาถึงบ้านกร่างแล้ว แต่ช่วงนี้ยังอยู่ในเวลารถขับขึ้นได้ อย่ากระนั้นเลย เราขึ้นไปบนยอดเขาก่อนดีกว่า จากบ้านกร่างขับรถขึ้นไปอีก 15 กิโลเมตร หรือบริเวณกม.ที่ 30 เป็นที่ตั้งของจุดกางเต๊นท์แห่งที่สอง ตรงนี้มีเรือนประทับและป่าที่มีนกไม่น้อย แต่ถ้าจะให้เด็ดจริง ผมแนะนำให้ขับรถเลยไปอีก จนถึงจุดสิ้นสุดถนนที่กม.36 เป็นลานจอดรถสบายๆ จากตรงนี้สามารถเดินไปน้ำตกทอทิพย์ได้ครับ แต่อย่าลืมว่าทางไกลแถมน้ำตกก็งั้นๆ

          ผมไม่ชอบอะไรงั้นๆ เลยเปลี่ยนใจลองเดินสวนไปตามถนน มุ่งหน้ากลับไปทางที่เรามา แต่คราวนี้ใช้เท้าแทนล้อ เมื่อมีเสียงนกก็ลองซุ่มเข้าตามข้างทาง ได้เห็นสัตว์ที่คาดว่าเป็นเลียงผา แต่อยู่บนขอบทางสูงแถมเห็นแต่ก้น เลยไม่สามารถบอกได้ แถวนี้วิวสวยดีด้วย โดยเฉพาะตรงขอบหน้าผา เป็นจุดชมทะเลหมอกมีชื่อเสียงมากสุดในภาคกลาง เห็นกันได้เกือบตลอดปี เรียกว่าถ้าไม่ไร้โชคจริงๆไงๆคุณก็เห็น แต่ต้องนอนบนยอดเขากม.30 ถึงจะมีเวลาทันมาดู

          เราเดินวนไปวนกลับจนถึงเที่ยง ถึงเวลาขับรถลงตามกำหนดของอุทยานฯ เป้าหมายคือกลับไปบ้านกร่างอีกครั้ง เพื่อจัดแจงเรื่องที่พักให้เรียบร้อย ผมเลือกจุดกางเต๊นท์ให้ไม่ไกลจากห้องน้ำ อยู่ตรงทางคนเดินผ่านไปแถวนั้น จริงๆแล้วอาจไม่ค่อยสงบ แต่ผมชอบดูน้องๆสาวๆหน้าใสเดินไปเดินมา จะให้ลุกมาตาค้างดูทั้งคืนก็พอไหว เลยเลือกจุดกางเต๊นท์ในลักษณะนี้

          เต๊นท์ก็กางแล้ว ข้าวเที่ยงก็กินแล้ว กะหรี่ปั๊บติดคอเกือบตาย ถึงเวลาเดินชมป่าในช่วงบ่าย ตอนนี้แดดเริ่มตก ได้เวลานกออกหากินร่าเริงใจ เราค่อยๆย่องไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แวะดูตามห้วยบ้าง แถวนี้มีนกหลายชนิด ที่น่าติดตามคือนกบั้งรอกและนกพญาปากกว้าง พวกนี้ถ้าเห็นแล้วรับรองหลง สีสันสวยแถมตัวใหญ่หน้าตาสะใจ เจอตัวหนึ่งก็นั่งดูกันได้นานๆ

          ยามเย็นใกล้เข้ามา เรารีบกลับมาทำอะไรกินกัน อาหารมื้อนี้ได้แก่บะหมี่ต้มใส่ใส้กะหรี่ปั๊บ ทั้งโลกรู้สึกจะมีผมกินได้คนเดียว อาหารพิสดารประเภทจับฉ่ายอินเตอร์ ผมกินมาตั้งแต่เด็ก ไปอยู่เมืองนอกมาสี่ปีก็กินแต่พวกนี้ เป็นพวกเกลียดการทำอาหารประดิดประดอย แต่พร้อมจะชอบใครที่ประดิดประดอยทำอาหารให้กิน

          กลางคืนเรายังมีกิจกรรม ลองเดินไปตามป่ารอบๆ ฟังเสียงนกกลางคืนแล้วซุ่มเข้าไปฉายไฟดูตัว กิจกรรมนี้อาจรบกวนธรรมชาตินิดหน่อย แต่เรามีนักนิยมไพรที่ประสบการณ์สูงส่ง คอยเตือนโน่นเตือนนี่อยู่ตลอดเวลา ไม่ยักคิดว่าผมน่ะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เค้านะเป็นนิสิต สักวันผมคงได้ตอบแทนบ้าง

          ตื่นเช้าเป็นเวลาชมนกรอบสอง ตอนเช้าดีกว่าตอนเย็นอีกครับ นกออกมาเพียบเลย แม้ผมจะไม่ค่อยรู้จักบรรดาปักษาเหล่านั้น แต่อาศัยมีคู่มือให้อ่าน มีไกด์ส่วนตัวคอยอธิบายแถมยังช่วยหานกให้ ดูนกอย่างนี้มาสี่ห้าปีแล้ว รู้จักนกแค่สิบกว่าตัว แต่ก็ยังคงดูต่อไป เพราะที่สนุกคือได้เรียนรู้ธรรมชาติ ไม่ใช่การเก็บสถิติอย่างจริงจัง

          หลังจากไปทริปแก่งกระจาน ผมเอากล้องไปคืนร้านแถวปิ่นเกล้า เดินผ่านร้านอินเตอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ข้างในเต็มไปด้วยนักเรียนชาย ใส่ชุดนักเรียนบ้าง ใส่เสื้อยืดแต่ยังสวมกางเกงนักเรียนบ้าง ยกนาฬิกาขึ้นดู อู้ฮู... เวลาเรียนนะเนี่ย มองเข้าไปตามจอคอมฯ ทุกคนมีแต่เกมส์ เกือบทั้งหมดใส่หูฟัง ไม่สนใจอะไรกับโลกภายนอก ที่สำคัญคือผมไม่เห็นนักเรียนคนไหนใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นคว้าศึกษา อย่างที่ผู้ใหญ่หลายท่านประกาศกันนักหนา เราจะสนับสนุนอินเตอร์เน็ตเพราะนี่เป็นแหล่งค้นข้อมูล

          ผมไม่ได้ปฏิเสธอินเตอร์เน็ต ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ทำเว็บไซต์ส่วนตัวขึ้นมา แต่ผมคิดว่านอกจากส่งเสริมเทคโนโลยีกันแล้ว เรายังคงต้องเพิ่มทางเลือก สนับสนุนกิจกรรมต่างๆที่ให้เยาวชนเหล่านั้นออกไปสัมผัสกับความจริงในธรรมชาติ ให้โอกาสพวกเขาได้รู้ว่า การเดินตามล่าหานกในความจริง สนุกกว่าการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดในจอที่สร้างขึ้นด้วยกราฟฟิค

          การท่องเที่ยวจึงไม่ได้หมายถึงเพียงอุตสาหกรรมทำรายได้ แต่ยังหมายถึงการเปิดโลกใหม่ของเด็กๆทั้งหลาย ที่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด ยังใช้ชีวิตอยู่ในห้องกระจกแคบๆ เพื่อที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในออฟฟิศแคบๆ เรียนรู้ทุกอย่างจากหนังสือและอินเตอร์เน็ต แต่หลงลืมใช้สายตาและสมองที่ธรรมชาติให้มา เรียนรู้โดยตรงจากดอกไม้ ใบหญ้า ปักษา และผีเสื้อ

          ผมได้แต่หวังว่า คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย อาจพอสละเวลาจากการทำงานหาตังค์ให้คุณลูกนำไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ หาโอกาสพาพวกเด็กๆเหล่านั้นออกไปเจอกับธรรมชาติของจริง

          แก่งกระจานเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเช่นนั้นครับ

 

Home

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

Click Here!