![]() Last Update : Tuesday 6 March, 2001 0:12 AM |
|
กระแตผีชายหาด
ปรกติผมเป็นนักเขียนซื่อสัตย์ ไม่เคยคิดคดทรยศคุณผู้อ่านแม้แต่น้อย (โถ...คุณๆ อุปถัมภ์มาตั้งห้าปี ใครจะไปทรยศได้ลง) แต่ครั้งนี้ขอเถอะครับ ขอทรยศสักนิด ผมเคยบอกไว้อังคารที่แล้วว่า จะเล่าเรื่องส้นเดี่ยว...เอ๊ย...ส้นตึกแสนเปรี้ยวเที่ยวเกาะเต่า แต่เผอิญเขียนไม่ออกบอกไม่ถูก เรื่องกลายเป็นเรทอาร์ไปเฉยเลย ขอเก็บไว้แก้ไขแล้วนำลงในอังคารหน้า
อังคารนี้ไม่ใช่เรื่องกับแกล้ม แต่คือของจริงแบบกระดกเพียว กรึ๊บเดียวปาแก้วดังกร๊อบ (เตอร์กิล่าครับ...ปาแก้วได้ ถ้ากินอย่างอื่นแล้วปา มีหวังโดนสวน) ผมจะมาเล่าเรื่องของนกตัวหนึ่งให้ฟัง
นก...ถ้าถามเด็กชายธรา เบบี๋ที่มาอาศัยอยู่บ้านผมได้ปีเศษแล้ว เด็กชายธราจะต้องบอกว่า "นก...จิ๊บๆ" (เด็กคนนี้ไม่ใช่นกกระสาคาบมา แต่อยู่ดีๆ ก็โผล่มาเฉยๆ มาแล้วก็จะเอาโน่นเอานี่ ไม่ได้ก็งอแง ทำตัวเหมือนเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของผม)
แต่นกตัวนี้ ไม่ร้องจิ๊บๆ เค้าร้อง "ปิ๊ว...ปิ๊ว" ต่างหาก การที่นกตัวหนึ่งร้องปิ๊วๆ ก็ไม่เห็นน่าจะแปลกอะไร นกร้องว่า "มีรักกับผมมั้ย?" ในโลกนี้ยังมีเลย (นกขุนทองถูกเลี้ยงดูโดยชายเจ้าชู้) แต่เจ้านกปิ๊วๆ เผอิญเป็นนกหายากสุดๆ
หายากสุดๆนี่ขนาดไหนนะ? ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนกอะไรกับเค้า เคยพยายามหาแฟนชื่อน้องนกมานานก็ยังไม่ได้ (ใช่สิ...เราเกิดมาอาภัพ) แต่นายวัชระ สงวนสมบัติ บัณฑิตจากคณะวนศาสตร์ นักเขียนคอลัมน์ "Bird of Thailand" ของนิตยสาร Advanced Thailand Geographic บอกกับผมว่า อาจารย์ครับ...นี่แหละครับสุดยอด!!?
วัชระอธิบายต่อ สุดยอดที่ว่าไม่ได้หมายความว่านวดเก่ง แต่เป็นนกหายากมาก พวกเขามีชื่อว่า "นกกระแตผี" ในเมืองไทยมี 3 ชนิด ได้แก่ นกกระแตผีเล็ก (Eurasian Thick-knee) นกกระแตผีใหญ่ (Great Thick-Knee) และนกกระแตผีชายหาด (Beach Thick-knee)
ผมเคยเห็นรูปกระแตผีทั้ง 2 ชนิดแรก เป็นภาพสไลด์ถ่ายมาจากสมุทรสาครและนครสวรรค์ ส่องไฟดูอยู่ตั้งนาน นกหรือกองขยะวุ้ย? รูปร่างหน้าตาของกระแตผีทั้ง 2 ตัวนั้น บอกได้คำเดียวว่า "เห่ย" อีกคำก็ได้ "ห่วย" ไม่สร้างสรรค์สำหรับคนที่ไม่รู้จักนกเลยแม้แต่น้อย สีน้ำตาลกระดำกระด่าง รอบด้านเป็นกองขยะ วัชระกล่าวอย่างภูมิใจว่า ผมถึงลงทุนกลิ้งผ่านขยะยังไม่แยกของเทศบาล เพื่อลงไปดูเจ้านี่เชียวนะ ผมได้แต่มองหน้า เออ...เอ็งเก่ง
ถ้ากระแตผีชายหาด เป็นเหมือนสองนกที่ว่านี้ ผมคงไม่นำเรื่องมาเล่า แต่เจ้านี่น่ารักและอวบอั๋น เป็นพิสดารนกในสายตาของนักดำน้ำ แถมยังเป็นนกที่จัดอยู่ในระดับ "ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งยวด" (Critical Endanger) เปรียบเสมือนนิสิตได้เกรด D- ความประพฤติไม่ดีอีกนิดเดียว มีหวังได้ F หรือสูญพันธุ์จากประเทศไทย
คงต้องขยายความนิดหนึ่ง นกกระแตผีชายหาด ต้องการหาดทรายที่อุดมสมบูรณ์ เพราะพวกเค้ากินปูน้อยปลาเล็กเป็นอาหารหลัก แค่นี้ก็หายากแล้ว แถมยังต้องเป็นจุดที่ปราศจากผู้คนไปรบกวน มาถึงตรงนี้ที่ว่าหายาก กลายเป็นเรื่องเกือบเป็นไปไม่ได้บนแผ่นดินทองของการท่องเที่ยว จะเป็นเชิงนิเวศหรือเชิงทุเรศ กระแตผีไม่ชอบทั้งนั้น (ชื่อนกยาว...เอาเป็นว่าต่อจากนี้ไป ถ้าผมเขียน "กระแตผี" ขอให้เข้าใจว่าหมายถึง "กระแตผีชายหาด")
สรุปแล้วทั้งเมืองไทย มีรายงานว่าพบกระแตผีสามที่เท่านั้น หนึ่งคือ "หมู่เกาะสิมิลัน" สองคือ "หมู่เกาะตะรุเตา" แต่รายงานการพบเห็นจากสองจุดนั้น ในรอบหลายๆ ปีไม่มีอีกแล้ว คาดว่าอาจสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ เมื่อผู้คนมาเยือนกันมากๆ
จุดสุดท้ายที่มีรายงานเมื่อหลายปีก่อนคือ "หมู่เกาะสุรินทร์" เคยมีคนเจอแถวหาดไม้งาม แต่ถ่ายภาพได้ไม่ชัด มองแทบไม่เห็น หลังจากนั้นก็ไม่มีรายงานอีก เพราะหาดไม้งามเริ่มมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น
การเจอกระแตผีจึงเป็นเรื่องยากแสนยาก การถ่ายภาพกระแตผีได้...ยากยิ่งกว่า เปรียบเสมือนการเจอสาวงามตรงสเป็ค แค่นั้นก็ยากแล้ว แต่การได้เธอมาในครอบครอง...ฮึ่ยๆ...เป็นไปไม่ได้ (เพราะเธออยู่แค่ม.2 เอง...แฮ่ม)
ภาพขาวดำที่อาจดูกิ๊กก๊อกในคอลัมน์นี้แหละครับ ภาพแรกของกระแตผีชายหาดในเมืองไทย...เชื่อมั้ยเอ่ย?
เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ปี 2543 ผมพานิสิตไปดำน้ำที่เกาะสุรินทร์ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เป้าหมายครั้งนั้นคืออ่าวงามที่ยังไม่ค่อยมีคนไปเยือน หลังจากดำน้ำได้หลายวัน เราเปลี่ยนบรรยากาศขึ้นไปเดินเล่นชายหาดบ้าง
เดินอยู่ดีๆ นิสิตของผมคนหนึ่ง พุ่งตัวลงไปซุ่มบนพื้นทราย ผมก็รีบพุ่งตัวตาม เพราะนึกว่าเขาเห็นนางเงือกกำลังถอดหาง หมายแอบคลานเข้าไปดูใกล้ๆ แต่นิสิตชื่อ "นายตี๋" เป็นพวกเครซี่นกมาก เขาส่ายหัวด่อกแด่ก บอกว่าผมพุ่งลงมาดูรอยเท้านกต่างหาก
รอยที่ตี๋กำลังดู ถ้าให้ผมดูก็บอกว่าไก่ แต่ตี๋บอกไม่ใช่ นี่เป็นรอยนกชายหาด ถ้ามีสามนิ้วชี้ไปข้างหน้า หนึ่งนิ้วชี้มาด้านหลัง นั่นคือรอย "นกกวัก" เป็นนกโหลพอควร แต่รอยนี้มีแค่สามนิ้วชี้ไปข้างหน้า คาดว่าอาจเป็นรอยกระแตผีชายหาด เพราะตี๋เคยได้ยินว่ามีรายงานนกชนิดนี้ที่เกาะสุรินทร์
คุณโอภาสหรือเสี่ยเล็กลุยกิน เจ้าของคอลัมน์ "อิ่มท้องท่องไทย" ประจำ "ผู้จัดการ" วันพฤหัสฯ เป็นหนึ่งในนักดูนกสมัครเล่น แม้ฝีไม้ลายมือไม่เท่านายตี๋ แต่คุณโอภาสก็มีดีในรูปแบบของเค้า เมื่อคุณโอภาสพิจารณารอยของนายตี๋ บอกให้สังเกตดีๆ ว่าตรงกลางระหว่างรอยเท้า มีเส้นๆ อะไรลากผ่านอยู่หรือไม่? คุณโอภาสบอกว่ามี รอยลากที่อยู่ตรงกลางคือรอยของหาง สรุปแล้วนี่ไม่ใช่รอยน้องนก...แต่เป็นรอยน้องเหี้ย (รู้หรือยังครับว่ามีดีของคุณโอภาสคืออะไร? เค้าถนัดมากในการทำลายความหวังผู้อื่น)
"นก"..."เหี้ย"..."นก" นายตี๋กับคุณโอภาสเถียงกัน ขณะที่ผมสอดส่องสายตา ไม่ได้หวังเห็นเหี้ยเพราะเจอบ่อยแล้ว แถวกรุงเทพฯก็มี แต่อยากเห็นกระแตผี...เจ้านกหาแสนยากตัวนั้น
เนื่องจากทีมงานเราเหมารับจ๊อบ ทำด้านความหลากหลายของสรรพสัตว์เกาะสุรินทร์ จะเป็นนกหรือเป็นปลาก็ได้ (แต่เหี้ยไม่ได้ เพราะขาดผู้ชำนาญด้านนี้) ผมเลยให้นายตี๋กับนายวัชระ สองหนุ่มนักดูนก ขึ้นไปกางเต๊นท์เฝ้าดูทั้งคืนยันเช้า ตามข้อมูลที่ได้มาว่ากระแตผีหากินกลางคืน
สุดท้ายไม่เจอทั้งนกแและเหี้ย แต่เจอแห้วแทน ทีมงานเราเลยกลับกรุงพร้อมความสนุก ที่มีเรื่องใหม่ๆมาล้อนายตี๋ เปลี่ยนจากฉายา "ตี๋...นางอายไร้ยางอาย" (เพราะตี๋ถ่ายภาพนางอายลงปก ATG ได้ แต่ดันไปถ่ายภาพจากสวนสัตว์เขาเขียว) กลายเป็น "ตี๋...กระแตผีชายหาด"
มาถึงต้นปีนี้ ผมพาทีมงานกลับไปเกาะสุรินทร์ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์เหมือนเดิม เราไม่ได้กลับไปที่อ่าวแห่งเดิม แต่ไปทุ่มเททำเส้นทางศึกษาธรรมชาติใต้น้ำแห่งใหม่ ระหว่างผมอยู่ในน้ำทำงาน ได้ยินเสียงเครื่องเรือยาง เลยโผล่หน้ามาดูว่าไปไหนกัน? ปรากฏว่าหนึ่งในทีมงานบนเรือยางเกิดภาวะฉุกเฉิน ต้องเข้าห้องน้ำเป็นการด่วน
ผมลงไปทำงานต่อจนเสร็จ ขึ้นมาบนเรือยาง พบว่าทีมงานหายไปหนึ่งคน นึกว่าโดนอหิวาต์ทะเลเล่นงาน ปรากฏว่าไม่ใช่ เพราะคนที่หายไปคือนายวัชระ
แดดร่มลมตกแล้ว ถึงเวลากลับที่พัก ก่อนกลับต้องแวะรับนายวัชฯที่หาดแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่บนเรือบอกว่าพาทีมงานท้องเสียมาที่นี่ เพราะแถวนี้ไม่มีคนขึ้นหาด พอเข้าไปใกล้ได้ยินเสียงนกร้องปิ๊วๆ แค่นั้นแหละนายวัชฯถึงขั้นวิ่งวุ่น ถือกล้องพุ่งขึ้นฝั่งหายตัวโลด
อ่าวแห่งนี้แนวปะการังตื้นพอใช้ ต้องหาร่องน้ำเข้าไป จนห่างฝั่งสักประมาณ 100 เมตร ผมได้ยินเสียงปิ๊วๆ ดังก้องทั่วป่า คุณโอภาสสะดุ้งเฮือก กระตุกแขนผมพร้อมชี้ไปที่มุมหาด ตรงนั้นมีนกชนิดหนึ่ง ขนาดเท่าไก่แต่ขายาว โผล่มาโก่งคอร้องปิ๊วๆ
"กระแตผีชายหาด" คุณโอภาสกระซิบกับผม เพราะเคยเห็นภาพใน Bird Guide of Thailand ผมรีบบอกให้คนเรือดับเครื่อง ค่อยๆ มุดลงน้ำกับคุณโอภาส แล้วทำกิจกรรมพิเศษที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการ "ดำน้ำไปดูนก"
เราคืบคลานไปบนผืนทรายจนติดตื้นที่พุง กระแตผียังไม่รู้ตัว ผมเลยมีโอกาสสังเกตอย่างใกล้ชิด เห็นจงอยปากที่หนาไม่ได้สัดส่วนกับหัว บอกว่านกชนิดนี้คงกินปูเป็นอาหาร เพราะมีปากแข็งแรง ผมยังเห็นลำตัว เห็นขาบึกๆ คู่นั้น นกชนิดนี้คงวิ่งเป็นส่วนใหญ่ อาจบินได้บ้างเป็นบางครั้ง
เรือยางลอยมาจนถึงฝั่ง ผมลุกขึ้นเอากล้องส่องทางไกล ตอนนี้กระแตผีไปไกลพอควรแล้ว ผมเลยเดินขึ้นหาด กะว่าจะหานายวัชระ
ปรากฏว่าวัชระซุ่มอยู่แล้วในพุ่มไม้อีกแห่ง เค้าพยายามเข้าไปในระยะถ่ายภาพทั้งวัน แต่กระแตผีไม่ยินยอม พอดีผมเข้าไปทางปลายหาดด้านหนึ่ง กระแตผีเลยวิ่งไปทางที่นายวัชฯซุ่มอยู่ ภาพกระแตผีชายหาดแบบชัดเจนจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย โดยมีสองเหตุการณ์ประจวบเหมาะ หนึ่งคือทีมงานท้องเสีย สองคือผมเดินขึ้นหาด
สองสามวันหลังจากนั้น นายวัชฯขึ้นไปซุ่มดูกระแตผีเพื่อเตรียมเก็บข้อมูลเขียนเรื่องราว ถึงขั้นลงทุนฝึกดำน้ำ Snorkelling ไปชมกระแตผีโดยเฉพาะ เพราะเห็นแล้วว่าเข้าใกล้ได้กว่าการคืบคลานไปตามพื้นทราย ในที่สุด...การทำงานที่เสร็จสิ้นลง เราจากกระแตผีคู่นั้นมา พร้อมความสุขใจที่ได้ถ่ายภาพได้ข้อมูล ส่วนนกก็ยังคงอยู่ต่อไป ไม่ย้ายถิ่นฐานหากินเพราะเจอพวกเรา
ผมไม่บอกคุณผู้อ่านแน่ ถึงจะรักกันขนาดไหน? ว่านกกระแตผีชายหาดอยู่หนใดบนเกาะสุรินทร์ เพราะนกชนิดนี้นิสัยกระแดะมาก เห็นคนเข้าไปเยอะๆ มีหวังบินพั่บๆ เปลี่ยนที่อยู่ แถมตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงวางไข่ นายวัชฯกะว่าทั้งเกาะสุรินทร์ไม่น่ามีเกิน 5-6 คู่ ผมไม่อยากเป็นต้นเหตุของการสูญพันธุ์ของนกหายากที่สุดชนิดหนึ่งในเมืองไทย
แต่ที่นำมาบอกเล่ากันใน "ผู้จัดการ" เพื่อจุดประสงค์ว่า ยังมีนกชนิดนี้อยู่ในเมืองไทย และยังมีนกอีกหลายชนิด ที่มีนิสัยกระแดะ เจอคนแล้วกลัวหนักกลัวหน้า ทั้งที่เราไม่ได้ถือไม้หน้าสามวิ่งไล่หมายฟาดคอต่อให้ตาย เย็นนี้จะได้กินกระแตผีผัดเผ็ดเป็นกับแกล้ม
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ย่อมมีขอบเขตจำกัด ไม่ได้หมายความว่าเราเข้าไปโดยปฏิบัติตัวถูกต้องทุกประการ แล้วจะไม่รบกวนธรรมชาติเลย แต่ยังหมายถึง "มีบางเขตที่เราไม่สมควรจะเข้าไป" เพราะมีอะไรบางสิ่งที่อ่อนไหว ง่ายต่อการทำลายล้าง อาศัยอยู่ที่นั่น
ผมคงไม่กลับไปที่ชายหาดแห่งนั้นอีกแล้ว เพราะเข้าใจว่าตนเองเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องนก การปรากฏตัวของผม อาจจะรบกวนพฤติกรรมของคุณกระแตผี ทั้งที่ไม่ตั้งใจ ปล่อยให้นายวัชฯและผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ศึกษาเค้าต่อไปเถิด
แต่ในความทรงจำของผม ยังได้ยินเสียงปิ๊วๆที่หาดในวันนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปรบกวน ผมเชื่อว่าเสียงปิ๊วๆ ยังคงดังก้องต่อไป อย่างน้อยก็ทุกเดือนกุมภาพันธ์ ยามที่กระแตผีจับคู่เตรียมสร้างรัง
เพื่อสืบสานสายพันธุ์แห่งความหวัง นกหายากที่สุดชนิดหนึ่งของเมืองไทย
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.