www.talaythai.com
Last Update : Tuesday 26 December, 2000 2:22 PM

รับลมหนาว...พาสาวขึ้นดอย

          ลมหนาวเริ่มมาอีกแล้ว (ที่จริงมานานแล้ว ใกล้ร้อนแล้วด้วยซ้ำ) ถึงเวลาพาแฟนน้อยน่ารักไปเที่ยวภาคเหนือ ปีใหม่อยู่อีกไม่ไกล รัฐบาลเค้าใจดีเพิ่มวันหยุดให้เราอีกหนึ่งวัน ไม่ไปตอนนี้แล้วจะไปตอนไหน ผมเลยตัดสินใจเขียนเทคนิคนำสาวเที่ยวเหนือ มาให้คุณผู้อ่านได้ข้อมูลพาน้องหนูไปกรุ้มกริ่มเอาฤกษ์เอาชัย เพื่อปีหน้าฟ้าใหม่รักเรายืนยง

          เราว่ากันแบบรวบรัด ไม่ต้องกล่าวถึงวิธีหาสาวให้มากความ เพราะคุณผู้อ่านคงชำนิชำนาญมากกว่าผม เราไปลุยกันเลยดีกว่า เริ่มจากการวางแผนท่องเที่ยวให้ถูกวิธี หมายถึงการเที่ยวที่สาวไปสาวหลง

          ก่อนไปเที่ยว คุณต้องวัดใจแฟน มองตาแป๋วของคุณเธอ มองให้ซึ้งลึกถึงก้นบึ้งในจิตใจ แล้วคุณอาจพบว่าในนั้นมีภาพหนุ่มหล่ออีกหนึ่งราย ซ้อนทับภาพคุณอยู่ แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเป้าหมายในการเขียนครั้งนี้ เพราะสิ่งที่ผมอยากให้คุณมอง คือความต้องการเที่ยวของสาวน้อย

          สายเดี่ยวบางคนชอบเที่ยวธรรมชาติ น้องนางเหล่านั้นหลงรักนก ชอบต้นไม้ นิยมนอนในเต๊นท์ หากเราจะพาเที่ยวไปให้ถูกใจเธอ คุณต้องหาสถานที่ซึ่งมีนก ต้นไม้ และที่กางเต๊นท์สวยๆ

          สถานที่เหล่านี้มีเยอะแยะ ปัญหาคือปีใหม่ก็มีคนไปเยอะเหมือนกัน เยอะมากจนนกอาจโบกปีกบ๋ายบาย มองไปในป่าเห็นหัวคนมากกว่าพุ่มไม้ เต๊นท์ก็ตั้งอยู่ชิด ชนิดหนึ่งเต๊นท์นอนกรน อีกสิบเต๊นท์รอบข้างฝันร้าย เรานอนอยู่ในสถานีรถไฟหัวลำโพงหรือเปล่าเนี่ย?
ผมเลยอยากเริ่มเรื่อง ด้วยการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรไปกางเต๊นท์ช่วงปีใหม่ เน้นไว้เลยว่ามีดอยอินทนนท์ ภูหลวง ภูกระดึง ทุ่งแสลงหลวง ภูชี้ฟ้า ฯลฯ เหตุผลง่ายๆ คือคนเพียบ รักโรแมนติกไม่บังเกิดแน่ จุดที่เราน่าจะพาสาวไปเยือน ต้องเงียบสงบกว่านี้ ค่ำคืนนอนดูดาวกับคุณเธอสองคน ตื่นเช้าขึ้นมามีเสียงนกกรุ๋งกริ๋ง สุขนี้จะหาปีใหม่ไหนปาน

          จุดที่ผมไปช่วงปีใหม่แล้วชอบมาก มีอยู่สองสามแห่ง ที่แรกคือ "น้ำตกวังแก้ว" อยู่ใกล้ๆเมืองลำปาง ลองเปิดหนังสือแผนที่หาดูได้ครับ (แล้วทำไมคนเขียนไม่ยอมบอกที่ตั้งทางไป? ไม่ได้มีมุขนะครับ แต่...แฮ่ม...จำไม่ได้แล้วเอย)

          น้ำตกที่ว่า มีบรรยากาศเงียบสงบมาก ที่กางเต๊นท์กว้างใหญ่ขนาดเท่าสนามโอล์แทรฟฟอร์ดสักสามสนามเรียงกัน (ผมก็ไม่เคยไปสนามโอล์แทรฟฟอร์ดหรอกครับ ดูในทีวีแล้วกะๆเอาน่ะ) บรรยากาศดีมาก มีต้นไม้ใหญ่ๆอยู่พอสมควร นกก็มีเยอะ แถมยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ มีน้ำตกให้เดินเล่นพอเหนื่อย เหงื่อหยดติ๋งกลิ้งบนแก้มแดงระเรื่อ ที่สำคัญคือคนไปน้อยมาก เนื่องจากน้ำตกไม่ใหญ่ไม่ดัง แต่เราไปเพื่อต้องการบรรยากาศ อยู่น้ำตกดังๆแล้วเห็นแต่คน ผมยินดีอยู่น้ำตกเล็กๆแต่จู๋จี๋มีความสุขมากกว่า

          อีกจุดหนึ่งของภาคเหนือที่ชอบมากคือ "ภูคา" มุ่งหน้าไปเมืองน่านก่อน แล้วขับขึ้นเหนือ ดูป้ายไปเรื่อยเดี๋ยวก็ถึง แม้ภูคาจะมีนักท่องเที่ยวเยอะ แต่ไม่มากมายเท่ากับภูชี้ฟ้า ช่องเย็น ฯลฯ ที่สำคัญคือจุดกางเต๊นท์สวย ตั้งอยู่บนยอดดอยสูง มองขึ้นไปเห็นฟ้ากว้าง รอบข้างมีภูเขาเต็มไปหมด ถ้าเทียบกับจุดกางเต๊นท์อื่น เช่น อินทนนท์ ภูหลวง แก่งกระจาน ฯลฯ รับรองที่นี่กินขาด แถมห้องน้ำห้องท่าก็แสนสะอาด เข้าไปแล้วไม่มีกลิ่นตุๆ

          ผมยังมีจุดกางเต๊นท์ที่คนน้อยแนะนำอีกสองสามแห่ง แต่เราต้องขับรถไปตามเส้นทางสายแม่มาลัย-ปาย หรือว่าง่ายๆคือเส้นทางจากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน ประมาณกม.18-19 มีทางแยกเข้าไปน้ำตกตาดหมอก ระยะทางประมาณ 2.5 กม. แน่นอนว่าป่าแถวนี้มีน้ำตก แถมยังเป็นน้ำตกสูงหลายสิบเมตร ทิ้งตัวมาจากหน้าผา มีแอ่งน้ำพอให้เล่นได้หากคุณไม่กลัวร้องซี้ดเป็นตะคริว รอบด้านยังมีที่กางเต๊นท์ ที่สำคัญ...แฮ่ม...สาวชาวมช.ชอบมากางเต๊นท์ที่นี่มาก บรรยากาศเหมาะเหม็ง (โปรดอย่าลืมตัวว่าครั้งนี้เราพาแฟนมาเที่ยว ไม่ใช่มาเที่ยวหาแฟน ระวังเสียโฉมหากเหล่สาวอื่นเกินงาม)

          ตามเส้นทางสายนี้ต่อไป จนถึงกม.42 มีทางแยกระยะทาง 6 กิโลเมตรมีเศษนิดหน่อย แถวนี้มีจุดเที่ยวน่าชมเรียกว่า "โป่งเดือด" เพราะน้ำเดือดจริงๆ บางทีก็พุ่งฟู่ขึ้นมา แต่...เอ้อ...ฟู่น้อยๆนะครับ อย่าหวังว่าจะสูงหลายสิบเมตร นั่นต้องไปโรตารัวหรือเยลโล่สโตน

          แม้น้ำที่นี่จะไม่ฟู่สูงส่ง แต่มีลำธารน้ำอุ่น ยิ่งหนาวๆ จะเห็นควันกรุ่นขึ้นมา แปลกตาไปอีกแบบ เหมาะสำหรับคุณที่ชอบบรรยากาศแตกต่าง ยิ่งตอนเช้าๆลองมานอนแช่น้ำอุ่นให้แฟนนวดไหล่ แหงนหน้าขึ้นไปเห็นนกพญาไฟออกหากิน ฮื่อ...สุขไหนจะปาน

          สำหรับคุณที่อยากกางเต๊นท์ ที่นี่เหมาะมาก เพราะอยู่ในเขตอุทยานฯห้วยน้ำดัง สามารถแจ้งคุณเจ้าหน้าที่ขออนุญาตกางเต๊นท์ได้

          เลยไปถึงกม.65-66 ผ่านมหาโค้งมาได้สักหน่อย เรามาที่อุทยานฯห้วยน้ำดัง มีชื่อเสียงมากในเรื่องของทะเลหมอกและสวนดอกไม้ พร้อมจุดกางเต็นท์ชั้นเยี่ยม แต่นักเที่ยวคนอื่นเค้าก็รู้เหมือนกัน ปีใหม่เชื่อใจได้ว่ามนุษย์เพียบ

          เทคนิควิธีการคือพยายามไปตอนเช้าตรู่ เพราะนักเที่ยวส่วนใหญ่จะนอนที่ห้วยน้ำดังแค่หนึ่งคืน จากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปที่อื่นต่อ ถ้าเราเข้าไปแต่เช้า มีที่กางเต๊นท์ให้เลือกเยอะแยะ กางเสร็จแล้วค่อยไปเที่ยวรอบด้าน กลับมาตอนเย็นเต๊นท์ไหนของเราวุ้ย? เพราะจะมีเต๊นท์กางรอบด้านเต็มไปหมด บางคนอาจใช้เทคนิคพ่นสีไว้ "เต๊นท์ข้าฯใครอย่าแตะ" อย่างนั้นรับรองเวิร์คแน่นอน แค่คุณมองหาจุดที่มีคนมุงดูเยอะๆ นั่นแหละที่ตั้งเต๊นท์ของคุณ

          จากจุดนี้ต่อไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร คือที่ตั้งของอำเภอปาย อำเภอง่ายๆที่สงบสบายเหลือทน แถวนี้มีรีสอร์ตเล็กๆเยอะแยะ ลองเข้าไปติดต่อดูได้ บางแห่งมีผี สมควรเตรียมใจให้ดีไว้ก่อน (เพื่อนเค้าเจอแล้วมาเล่าให้ฟัง ผิดถูกข้อยบ่ฮู้ ต้องไปโทษเพื่อนผมเอง)

          การเที่ยวรอบอำเภอปาย อาจทำได้หลายทาง เช่น เช่าจักรยานถีบไปถีบมาให้น่องโป่งเล่น หากใครเบื่อ อาจเดินทางต่อไปจนถึง "ถ้ำน้ำลอด" มีทางแยกจากถนนสายหลักปาย-แม่ฮ่องสอน ประมาณ 9 กิโลเมตรก็ถึงถ้ำ แถวนี้มีอะไรให้เที่ยวสไตล์สนุกสนาน ถ้ำความยาวประมาณ 500 เมตร แน่นอนว่ามีลำน้ำลอดผ่าน ไม่งั้นจะมีชื่อว่าถ้ำน้ำลอดได้ไง? ถ้าเป็นหน้าน้ำอาจต้องนั่งแพเข้าไป แต่ช่วงนี้น้ำคงน้อยลง ไม่แน่ว่าอาจใช้การย่ำ ไม่ต้องเสียเงินแถมได้ประคองสาวอีกต่างหาก
ถ้ำน้ำลอดมีที่กางเต๊นท์ สวยแปลกไปอีกแบบ โดยเฉพาะถ้ากางริมลำน้ำ ตกดึกฟังเสียงน้ำไหลกระซิกหินอยู่ในถุงนอน ได้บรรยากาศดีมาก ใครเบื่อห้วยน้ำดัง อาจอดทนขับรถผ่านโค้งอันวกวน มาจนถึงที่นี่ก็ได้ ถ้าคนไม่แน่นเกินไป โอกาสผิดหวังมีน้อยมาก

          ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นแหล่งเที่ยวใกล้เชียงใหม่ ในถนนสายไปแม่ฮ่องสอน ผมจะเล่าเรื่องโดยละเอียดอีกครั้งในไม่ช้า แต่ตอนนี้ปัญหาคือหลายแห่งสาวไม่รู้จัก มักไม่ยอมไปกับเรา เนื่องจากคุณเธอกลัวเราจะนำเธอไปขาย...มั้ง? (โถ...น้องยา หนุ่มไทยใจซื่อสัตย์ ไม่ทำอย่างนั้นหรอกจ้ะ)
สาวเป็นมนุษย์ที่ชอบแฟชั่นมาก เมื่ออ่านหนังสือเห็นที่ไหนกำลังฮิตก็อยากไปบ้าง ไปแล้วหงุดหงิดเจอคนเยอะ ก็มาลงกับเราผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ สรุปแล้วคือพาไปเที่ยวแล้วยังงอนอีกแน่ะ ทะเลาะกับแฟนตอนขับรถขึ้นเขา เค้าว่าอันตรายพอๆ กับเมาแล้วขับ มองถนนไปเหล่หน้าแฟนน้ำตาหยดเผาะไป ยมบาลอาจมาเยือนได้ไม่รู้ตัว

          สาวบางประเภท ชอบเข้าป่าแต่ไม่ชอบเดิน ชอบแบบวูบเดียวถึงป่าสวยๆเลย หากสาวใดมีนิสัยเช่นนี้ บอกได้เลยว่าคุณกับผมมีบางสิ่งที่ตรงกัน เรียกว่าเป็นแฟนกันก็อยู่ได้ถือไม้เท้ายอดทอง เพราะเรามีนิสัยแบบกระแดะนิดๆ ภูกระดึงเรอะ...อยากไปจัง แต่...ว้า...มีเสลี่ยงพาขึ้นมั้ยเนี่ย อุ้ย...ภูหลวง...นี่ก็อยากไป แต่...เอ้อ...กล้วยไม้ป่านี่ขึ้นอยู่ข้างห้องนอนใช่เหรอเปล่า เหวอ!!? ต้องเดินเป็นสิบกิโลเมตร ตื่นตีสี่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แหม...ทั้งช่วงชีวิตมีโอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้นตั้ง 24,000 ครั้ง พลาดไปสักครั้งไม่ตายหรอกน่า

          เนื่องจากมีนิสัยดังกล่าวเป็นพื้นฐาน ผมเลยพยายามไขว่คว้าหาจุดเที่ยวสไตล์กระแดะ ถึงตอนนี้พบหลายแห่งแล้ว แต่จะแนะนำไว้แค่แห่งเดียว เพราะที่เหลือจะเก็บไว้เขียนขายหารายได้เข้าตัวเองอีกหนึ่งตอน ตั้งชื่อไว้แล้ว "กระแดะทัวร์เที่ยวทั่วไทย" (คนไม่กระแดะก็อ่านได้นะครับ)
แซมเปิ้ลของเราคือดอยอินทนนท์ แต่เราจะไม่กางเต๊นท์ค้างบนยอดดอย เพราะกระแดะทัวร์ต้องการที่นอนแสนสบาย เราจะไปนอนห้องสวีทในโรงแรมหรูกลางเชียงใหม่ (ไม่ต้องห่วง หนุ่มจ่ายตังค์)

          พอถึงตอนเช้า หลังจากเราแต่งหน้าทาแป้งเสร็จสรรพ แตะน้ำหอมนิดหนึ่ง ชโลมโลชั่นกันแดดอีกหน่อย หาหมวกใบสวยมาถือไว้แต่ยังไม่ใส่เพราะเดี๋ยวผมยุ่ง แว่นกันแดดอย่าลืมเพราะใส่แล้วสวยเข้ม จากนั้นเชิญเดินลงไปข้างล่าง ทักทายหนุ่มที่มารออยู่แล้วแค่หนึ่งชั่วโมง ถึงเวลาขึ้นรถออกเดินทาง

          ยังครับ...เรายังไม่ขึ้นดอย ต้องไปกินโจ๊กเจ้าอร่อยที่คูเมืองเชียงใหม่ก่อนตามกฏ (ของการเที่ยวเชียงใหม่ที่ดี) สำหรับร้านโจ๊กอยู่ไหน คงต้องรออ่านงานเขียนของนายโอภาส เจ้าของคอลัมน์ "เล็กลุยกิน" ทุกวันพฤหัส ผมจะแย่งมาเขียนก็กลัวลุงแกหมดมุขอดตาย ถ้าใครอยากไปตอนนี้ ถามคนเชียงใหม่ โจ๊กอยู่ไหนเจ๊า? เดี๋ยวน้องนางเมืองเหนือก็บอกเองล่ะครับ

          เมื่อขึ้นดอยแล้ว ควรมุ่งหน้าไปยอดดอยก่อน เพื่อถ่ายภาพคู่กับป้าย อันเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญยิ่งของทริปขึ้นอินทนนท์ จากนั้นลองไปเดินดูศูนย์นิทรรศการฯ มีข้อมูลต่างๆ มากมาย เหมาะมากสำหรับการเรียนรู้เบื้องหลัง ตั้งแต่ครั้งเมื่อดึกดำบรรพ์ จวบจนถึงการค้นพบและการตั้งชื่อ

          ชมศูนย์นิทรรศการกันพอได้ข้อมูล เชิญข้ามถนน เพื่อไปเริ่มต้นเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ "อ่างกาหลวง" สุดยอดเส้นทางเดินป่าสำหรับการท่องเที่ยวแบบกระแดะทัวร์ เพราะไม่ต้องปีนผาไม่ต้องขึ้นเขา แค่จอดรถแล้วย่างเยื้องชำเลืองเดินเข้าไปแค่ 400 เมตร วนปุ๊ปกลับออกมาที่จอดรถอีกต่างหาก แถมเรายังได้เห็นป่ากึ่งอัลไพน์อันหาดูได้ยากในเมืองไทย ได้เห็นนกกินปลีพิสดาร นกศิวะอกตาลสุดล้ำลึก ควรไปมากครับ...เส้นทางนี้

          อินทนนท์ยังมีสถานที่เที่ยวอีกเพียบ แต่ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี เพราะบางแห่งต้องเดินเป็นวัน เท้านุ่มๆของเราแตกหมด เช่น เส้นทางกิ่วแม่ปาน แม้จะสวยสดงามงด แถมมีวิวดีๆให้ชม แต่เส้นทางไกล ใช้เวลาหลายชั่วโมง ถ้าไม่มั่นใจจริง โปรดอย่าพยายามเดิน แต่ถ้าคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เรามีโอกาสได้ชื่นชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติดีที่สุดของเมืองไทย ไปเลยครับ...ที่นี่แน่นอน

          กระแดะทัวร์ยังอาจเลือกไปชมน้ำตกสวยๆ เช่น น้ำตกแม่ยะ ที่นี่แทบไม่ต้องเดิน (ในกรณีที่ไม่ปีนน้ำตก) แถมยังมีข้าวนึ่งไก่ย่างกินร้อนๆ น้ำตกวชิระธาร เดี๋ยวนี้ก็มีถนนตัดไปจนถึงน้ำตก เหมาะสมกับพวกเราชาวน่องนิ่มมาก (แต่ไม่เกี่ยวว่าเหมาะสมกับธรรมชาติหรือไม่? ต่างจิตต่างใจ คิดเอาเองครับ)

          เมื่อเข้าป่าแล้ว สมควรเข้าวัดบ้าง อินทนนท์มีพระมหาธาตุเจดีย์สองแห่ง ตั้งอยู่ติดกันสวยงามมาก มีอะไรให้ชมประมาณหนึ่งชั่วโมงไม่น่าเบื่อ เสียแต่ช่วงปีใหม่คนอาจแน่นไปหน่อย ขับรถก็ต้องระวัง เพราะรถมีเยอะเต็มไปหมด แย่งกันกินแย่งกันเที่ยว ข้าวของก็ราคาแพงเพราะเป็นช่วงทำกินของพ่อค้าแม่ขาย จุดนี้ต้องทำใจไว้ล่วงหน้า

          ในที่สุด บทความเรื่องนี้ก็สำเร็จสมประสงค์คนเขียน หมายถึงการแนะนำสถานที่ท่องเหนือแบบง่ายๆ ในช่วงปีใหม่ ที่คนเขียนเคยไปมาแล้วคิดว่าเหมาะสม แต่ถ้าคุณไปแล้วเจอคนมากมาย ขอให้ทราบว่าผมเขียนจากประสบการณ์ เนื่องจากไม่มีไทม์แมชชีนนั่งล่วงหน้า ปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนไป ที่เที่ยวคนเคยน้อย อาจมีเยอะขึ้นได้ ต้องวัดใจและวัดดวง

          ก่อนจะจากกัน ปีใหม่นี้ไม่รู้จะให้ของขวัญตอบแทนน้ำใจคุณผู้อ่าน ที่กรุณาติดตามคอลัมน์นี้มาตลอด ถึงแม้ไม่ตลอด ปีหนึ่งอ่านหนเดียว ผมก็ถือว่าต้องขอบคุณ เพราะไม่มีคุณย่อมไม่มีค่าเรื่อง ซื้อนมให้เด็กชายธราได้กินเพื่อเติบโต

          อาทิตย์หน้าเป็นบทความส่งท้าย ลาทีปีสี่สาม ต้อนรับปีสี่สี่ รับรองมีอะไรดีๆ มาฝากกันแน่ แต่ปัญหาคือยังไม่ได้คิดมุขเลย

          เอาเป็นว่า...ถึงตอนนี้ผมเขียนคอลัมน์นี้ให้ "ผู้จัดการ" มาขึ้นปีที่ 6 ยังไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็ยังไม่เจ๊ง ฉบับหน้าเลยอยากจะพูดถึงเบื้องหลังงานเขียนเหล่านี้สักหน่อย ลองอ่านกันนะครับ

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com