www.talaythai.com
Last Update : Tuesday 6 March, 2001 0:06 AM

คู่มือฮันนีมูน

          โลกนี้มีน้ำมากมาย แต่น้ำใดฤๅจะหวานปานน้ำผึ้ง

          น้ำผึ้งมีหลายแบบ บ้างเป็นผึ้งป่า บ้างเป็นผึ้งเลี้ยง แต่ละแบบรสชาติล้วนแตกต่าง แต่น้ำผึ้งหวานได้เพียงปลายลิ้น ไม่มีทางเทียบเปรียบน้ำผึ้งใจ ที่ได้ดื่มลิ้มชิมรสกับคนรัก

          ลมหนาวพัดมาแล้ว ฤดูกาลแต่งงานเริ่มต้น (อิจฉาวุ้ย) หนุ่มสาวต่างเคียงคู่กันไปตัดเค้ก หยอกล้อต่อกระซิก ขณะเปิดซองของขวัญเพื่อดูธนบัตรข้างใน ได้ใบสีเทายิ่งกระซิกใหญ่ แต่ถ้าเจอใบสีแดงแล้วไซร้ น้ำตาอาจไหลระริกแทน

          หลังจากรวบรวมเงินจ่ายค่าห้อง ค่าชุดเจ้าสาว ค่าชุดเจ้าบ่าว ค่าชุดเพื่อน ค่าข้าว ค่าเบียร์ ค่าเหล้า ค่าวงดนตรี ของที่ระลึก ค่าพิมพ์การ์ด ฯลฯ ถัวเฉลี่ยแขกหนึ่งคนใช้งบประมาณหกร้อยบาทพอดี ว้ายพี่...เราเหลือเงินแค่ห้าร้อย น้องจ๋า...พี่อุ๊บอิ๊บเงินพ่อตา...เอ๊ย...พ่อตัว ได้มาอีกห้าพัน เราไปฮันนีมูนกันดีกว่า ว่าแต่น้องอยากไปจิบน้ำผึ้งกับพี่ที่ไหนล่ะจ๊ะ?

          สาวเจ้าทำเอียงอาย บอกว่าไม่รู้นะตัวเอง ตัวเองอยากพาเค้าไปไหนล่ะ เค้ายอมไปด้วยหมดเลย ขอมีเพียงตัวเองเท่านั้น...ฮิๆ

          ก่อนที่คุณจะคลื่นไส้มากไปกว่านี้ ผมขอรวดรัดเข้าเนื้อหา ความมีอยู่ว่า ตอนนี้เป็นฤดูหนาว ถึงเวลาแต่งงาน จากนั้นก็ต้องไปฮันนีมูนตามกฏ (ของเซนท์วาเลนไทน์มั้ง?) ผมเลยถือโอกาสเขียนเรื่องหวานๆรับหน้าหนาวสักตอน โดยแนะนำการฮันนีมูนอย่างถูกวิธีให้กับคุณ

          ฮันนีมูนมีเทคนิคด้วยเรอะ? คุณผู้อ่านอาจสงสัย แต่การดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็คือการไปเที่ยว คงหาน้อยคนหน่อยที่คิดฮันนีมูนดูหน้าพ่อตาอยู่กับบ้าน เพราะเราเพิ่งได้แฟนมาใหม่ ย่อมต้องการประสบการณ์แปลก ไว้ให้ระลึกถึงตอนแก่เฒ่า หรือเป็นสิ่งรั้งสติฉุกคิด ก่อนที่คุณจะเซ็นใบหย่า

          สิ่งแรกที่พิจารณา มีงบเหลือสำหรับการฮันนีมูนเท่าไหร่? งบนี้มักขึ้นอยู่กับเงินรายได้จากการแต่งงาน ที่ปัจจุบันอย่าหวัง สมควรกันงบไว้ล่วงหน้า (เงินซื้อของชำร่วยให้แขกเอาไปวางทิ้งยังมี เงินสำหรับการจู๋จี๋กับคนรัก ไม่มีก็ให้รู้ไป)

          สำหรับคนรวย เงินฮันนีมูนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่สำหรับหนุ่มสาวปากกัดตีนถีบตุ้บๆเช่นชาวเรา เงินพวกนี้ต้องคิดให้มาก บางคนแต่งงานแล้วเหลืออยู่ห้าร้อย คิดแบกเป้ไปฮันนีมูน แนะนำไว้เลยว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะเงินแค่นั้นแม้พาคุณไปถึงแหล่งธรรมชาติ อาจกางเต๊นท์จุ๋งจิ๋งกับคนรักได้ แต่เต๊นท์ข้างๆก็สามารถดูหนังตะลุงได้เช่นกัน

          หนังตะลุงในเต๊นท์ เกิดขึ้นเสมอเวลาดึกผึ้งกำลังคึก ดันมีคนเดินผ่านพร้อมฉายไฟฉายใส่เต๊นท์ บางทีไม่ตั้งใจ บางทีก็ตั้งใจ พวกนี้มักเล็งเราไว้ตั้งแต่ตอนเย็น เห็นจู๋จี๋กันดีนัก อย่างนี้ต้องเจอ "ส่องสัตว์" (เป็นศัพท์แสลงของวัยรุ่นน่ะครับ)

          เงินสำหรับฮันนีมูน อย่างน้อยควรขึ้นระดับพัน ต่ำสุดน่าจะเป็นสักสามพัน น้อยกว่านี้อาจลำบากหน่อย แต่สูงสุดไม่มีลิมิต โลกนี้สร้างขึ้นสำหรับคนรวย ต่อให้คุณมีงบเป็นล้าน ก็ยังมีที่ให้คุณถลุงเงินจนหมดได้สิน่า

          เมื่อมีเงินแล้ว ถึงเวลาเลือกสถานที่ ส่วนใหญ่มักเล็งไปเมืองนอก เพราะคิดว่าจะได้เปลี่ยนบรรยากาศแปลกใหม่ แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเมืองไทยที่แปลกๆก็มีถม

          ปัญหาของการดื่มน้ำผึ้งที่เมืองนอก มีอยู่หลายอย่าง หนึ่งคือใช้เวลา บางครั้งต้องนั่งเครื่องบิน ไปกลับตั้งยี่สิบสามสิบชั่วโมง เสียเวลาจู๋จี๋กับแฟนหมด แถมยังเมื่อยเบื่อเซ็งอารมณ์ เมื่อถึงเมืองนอกแล้ว โน่นก็ไม่รู้จัก นี่ก็ไม่เคยเห็น เช่ารถขับไปตบกับแฟนไป เพราะหงุดหงิดหาถนนไม่เจอบ้าง หิวข้าวแล้วไม่มีกินบ้าง กลับมาปากเจ่อตาเขียวแล้วแม่ยายจะสงสัย

          สิ่งสำคัญของการท่องเที่ยวแบบนี้ คืออย่าผจญภัยให้มากนัก ไปดื่มน้ำผึ้งที่นครวัด ตะลุยช้อปปิ้งให้สุดถนนออร์ชาร์ท หรือส่องกล้องดูสิงโตในเคนยา นั่นไม่ใช่ฮันนีมูนในอุดมคติ การช่วยแฟนสาวจากปากสิงโต ไม่ถือเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจเช่นกัน

          กิจกรรมอาจมีได้บ้าง เพื่อส่งเสริมความรัก เช่น ไปเที่ยวทะเลสี่วัน อาจมีสักวันที่นั่งเรือแคนูดูถ้ำ เวลาเข้าเหลี่ยมเลาะริมผา สาวเจ้าอาจอิงแอบแนบลงมา พอให้ครึ้มอกครึ้มใจ แต่ต้องจำกัดไว้ให้เหมาะสม อย่าให้ความอยากเที่ยวของตนเอง ทำลายรสน้ำผึ้งเสียหมด

          เมื่อกิจกรรมมีน้อย ที่พักจึงสำคัญมาก เพราะเราใช้เวลาส่วนใหญ่ในการกลิ้งกลุก ที่พักประเภทโรงแรมอาตี๋ ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ เวลาดึกมีเสียงสิบล้อแล่นคึกๆ ปะเหมาะเคราะห์ร้ายเจอโรงแรมผีสิง นอนเคลิ้มๆได้ยินเสียงพี่จ๋า ทิ้งเค้ามาอยู่กับน้องเถิดจ้ะ พอแหงนหน้าขึ้นไป เฮ้ยคนอะไรคอย้าวยาว

          หากคุณคิดจะอยู่โรงแรม ต้องเป็นประเภทหรูอู้ฟู่ มีห้องใหญ่เตียงสบายส้วมเจ๋ง โรงแรมพวกนี้มีอยู่ทั่วไป เสียแต่บิลค่าใช้จ่ายนั้น อาจทำให้คุณดับดิ้น สิ้นใจก่อนมีบุตร

          นั่นเป็นความคิดที่ผิด โรงแรมเจ๋งไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป มีอยู่หลายโรงแรมราคารับได้ โดยเฉพาะพวกที่ตั้งอยู่ตามจังหวัดที่ไม่มีใครไปเที่ยว ตัวอย่างเห็นชัดคือขอนแก่น ผมติดตามข้อมูลด้านการท่องเที่ยว พบว่าจังหวัดนี้โรงแรมห้าดาวราคาถูกมาก เนื่องจากเรทคนเข้าพักต่ำต้อยติดดิน

          ผมเคยไปพักที่ขอนแก่น จ่ายเงินคืนละแค่หนึ่งพันนิดๆ พอเข้าไปเห็นห้องถึงร้องอุว๊าว ดีกว่าห้องพักคืนละหมื่นแถวภูเก็ต ห้องใหญ่กว่า หรูกว่า บริการดีกว่า เสียแต่เปิดม่านแล้วไม่เห็นทะเลเท่านั้น ไม่เป็นไรเราก็แค่ปิดม่าน เพราะมาฮันนีมูนใครเค้าจะเปิดห้องโล่งโจ้ง การเห็นทะเลแต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเกือบหมื่นบาทต่อคืน ไร้เหตุผลเกินไป

          สำหรับคนที่ยากจนแต่อยากกินน้ำผึ้ง แนะนำให้ขับรถไปขอนแก่น นอนพักในโรงแรมหรูหนึ่งคืน ตื่นเช้าขับรถต่อไปภูเวียง ชมไดโนเสาร์เพื่อเอาไว้ปลงว่า อีกไม่นานแฟนเรานั้นหนา จะมีสภาพเช่นนี้ หลังจากโดนแฟนอัดจนน่วม ค่อยขับรถต่อไปเขาค้อ นอนพักอีกสักคืน ก่อนแวะเบี้ยบ้ายรายทาง มุ่งหน้าสู่พิษณุโลก นอนอีกหนึ่งคืน เมืองนี้มีโรงแรมไม่แพงแต่หรูอยู่บนห้างกลางเมือง วันต่อไปค่อยกลับกรุงเทพฯ แพ็คเกจนี้ใช้เงินไม่น่าเกินหกพันบาท

          หลายคนมีเงินระดับสองหมื่น ต้องการอะไรมากกว่าอยู่ในห้องจ้องหน้าแฟน ผมยกตัวอย่างแพ็คเกจง่ายๆที่ไปแล้วสาวรักให้ฟัง

          เริ่มจากนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯไปเชียงรายในตอนเช้า เช่ารถสักคัน ขับไปที่สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ) หาที่พักเยอะแยะแถวนั้น ในราคาระดับรับได้ (อยู่มาแล้วหลายแห่ง ชอบเมอริเดียนบ้านโบราณมากที่สุด) ตอนบ่ายนั่งเรือเที่ยวเกาะดอนซาวในฝั่งลาว กลับมากินปลาคังลวกจิ้มบำรุงสมอง กลางคืนจู๋จี๋ ตอนเช้าหมดแรง...แฮ่...ไม่ใช่ครับ ตอนเช้าขับรถไปดอยตุง ชมดอกไม้ ไหว้ตำหนักสมเด็จย่า ไปดูเจดีย์เก๋ากึ๊ก ขับลงจากดอยมาจู๋จี๋ต่อที่โรงแรม วันรุ่งขึ้นนั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่ (ไม่กี่บาทเอง ทางผ่านน่ะ)

          พอถึงเชียงใหม่ เช่ารถอีกสักคัน ขับไปหาที่พักแถวแม่ริม มีรีสอร์ตอยู่เยอะ ราคาตั้งแต่แพงจนถึงปานกลาง (พันกว่าบาทต่อคืน) จู๋จี๋กลางไอหมอก (ถ้าไม่มี เปิดน้ำให้ร้อนจี๋ สักเดี๋ยวหมอกจะลอยออกมาจากห้องน้ำ)

          เช้าต่อมาขับรถกลับเชียงใหม่ เลยไปที่ดอยอินทนนท์ ขึ้นยอดดอยเดินเล่นตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง (แค่ 400 เมตรเอง ไม่เมื่อยแน่) ค่อยขับกลับมาหาที่พักแถวเชียงใหม่ นอนอีกสักคืน ตื่นเช้าเที่ยวรอบเมือง ตอนบ่ายนั่งเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ

          แพ็คเกจนี้ใช้เงินสองคนรวมกันประมาณสองหมื่น แต่ได้ท่องเที่ยวสมใจ มีหลากหลายบรรยากาศ ตั้งแต่นั่งเรือ ชมสวนดอกไม้ ชมโบราณสถาน เข้าป่า ฯลฯ (มีออปชั่นให้ขี่ช้างด้วยนะ) คิดแล้วอาจใช้จ่ายเท่ากับการไปพักแบบจุ่มปุ๊กอยู่รีสอร์ตแห่งเดียว

          สำหรับคุณที่ชอบเที่ยวทะเล ไม่สมควรรวมการดำน้ำกับการฮันนีมูนเด็ดขาด คุณอาจลองไปรีสอร์ตแถวกระบี่ วิวตรงนั้นดีมาก แต่ราคารีสอร์ตก็บรื๋อ...แพงมากเช่นกัน ต้องลองหาดีๆอาจเจอ หรือใช้เทคนิคประหยัดเงิน โดยการขับรถไปเที่ยว

          ฮันนีมูนแบบล่องใต้ ใช้เวลาเจ็ดวัน เริ่มจากยืมรถพ่อตามาใช้ เพราะวิ่งทางไกลรถสึกหรอ มุ่งหน้าจากกรุงเทพฯไปชุมพร นอนค้างชมวิวทิวคลื่นที่หาดทุ่งวัวแล่น บรรยากาศเงียบเหมาะสำหรับวิ่งกวดกันบนชายหาด วันต่อไปให้เลี้ยวขวาสู่ระนอง มีซาลาเปาทับหลีสุดอร่อยกินด้วย ถึงระนองแล้วอย่าหยุด ขับต่อไปจนเข้าพังงา เลยคุระบุรีลงไปทางใต้ มีรีสอร์ตใหญ่อยู่ข้างทางกลางป่า อาจลองแวะพักที่นี่ หรือจะขับรถลงไปให้ถึงเขาหลัก-ลำรู่ แถวนี้มีตั้งหลายสิบรีสอร์ตอยู่ริมทะเล

          วันที่สามขับรถไปภูเก็ต ตัดใจยอมจ่ายเงินแพงๆสักนิด ไม่ต้องเป็นที่พักติดหาดก็ได้ ทนอยู่โรงแรมสักคืนน่าจะพอไหว ปะเหมาะเคราะห์ดีลองแวะที่อุทยานฯสิรินาถ (หาดในยาง) ถามเค้าว่ามีบังกาโลติดแอร์ว่างมั้ย? ถ้าว่างให้อยู่โลดเลย เพราะราคาถูกห้องใช้ได้บรรยากาศดี

          วันที่สี่ลองไปล่องเรือแคนูที่อ่าวพังงา ไปกับทัวร์เค้าก็ได้ครับ สะดวกดี รับรองกลับมาเป็นไข้โลด วันที่ห้าหลังจากสาวเอาใจจนหายไข้ ขับรถต่อไปกระบี่ หาที่พักดีๆแถวอ่าวนาง ช่วงนี้ใช้จ่ายแพงหน่อย แต่เราประหยัดค่าเครื่องบินและที่พักในช่วงสองสามวันแรก คงพอมีเงินเหลือ

          วันที่หกถึงเวลาเดินทางกลับ มุ่งหน้าไปสุราษฎร์ ลองหาที่พักแถวหาดขนอม (ห่างจากสุราษฎร์ลงไปทางใต้สักหนึ่งชั่วโมงมีเศษนิดหน่อย) แถวนั้นรีสอร์ตริมทะเลเพียบ ราคาถูกด้วย ตอนเย็นยังมีเวลาเดินเตะทราย อาจว่างลองแวะไปดูโรงไฟฟ้า ให้ความรักสว่างไสวเหมือนไฟฟ้าที่เค้าปั่น วันที่เจ็ดถึงขับรถกลับ คิดว่ารวดเดียวพอไหว ไม่งั้นหาที่พักแถวหัวหินก็ได้

          แพ็คเกจนี้ใช้เงินอาจเกินสองหมื่น แต่เชื่อว่าไม่ถึงสาม ถ้ามีเวลาไม่พอ อาจตัดบางวันทิ้ง เช่น แคนงแคนูไม่ต้องเล่น อยู่บ้านพายเรืออีโปงก็ได้ วันสุดท้ายอาจไม่ไปขนอม ขับรถลุยมาหัวหินเลย งานนี้แล้วแต่เวลาและทรัพย์สิน

          ถึงตรงนี้มีข้อแม้ การเลือกช่วงเวลาดื่มน้ำผึ้งสำคัญมาก ใครที่คิดง่ายๆว่าไปเสาร์อาทิตย์ไม่ต้องลางาน โดยเฉพาะคุณที่รอวันหยุดยาวช่วงเดือนธันวา ห้ามใช้แพ็คเกจเหล่านี้เด็ดขาด เพราะจะมีคนเยอะมาก ที่พักราคาแพง เดินไปไหนมีฝูงชนยุ่บยั่บ กลับมาน้ำผึ้งอาจกร่อยได้

          จะไปฮันนีมูนทั้งที โปรดลางานไปโลด หากเจ้านายไม่ให้ไป คิดล่วงหน้าได้ว่าเจ้านายเป็นเกย์ เพราะคนที่แต่งงานมาแล้ว ย่อมรู้ซึ้งถึงความหมาย รับรองเค้าให้ไปแน่ ต่อให้มีงานด่วนสุดสวาทขาดใจแค่ไหน? สำหรับคนบูชารัก ไม่มีอะไรในโลกนี้สำคัญเท่าการฮันนีมูน เลือกเอาเองนะครับว่าจะแต่งงานกับคนบูชารักหรือบูชาเจ้านาย สำหรับผมไม่ทั้งสองอย่าง แต่บูชาคุณผู้อ่านน่ะ (อ้อ...พ๊อคเก็ตบุ๊ครวมเล่มใกล้เสร็จแล้ว อย่าลืมเก็บตังค์ไว้สนับสนุนคนที่บูชาคุณ)

          อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการไปฮันนีมูน อย่างแรกคือยาคุม...ฮึ่มแฮ่...ไม่ใช่ครับ โลกนี้มีวิญญานสวรรค์มากมายอยากเกิดมาเป็นมนุษย์ สมควรให้โอกาสพวกเค้าบ้าง ฮันนีมูนกลับมาเก้าเดือนได้บุตร ถือว่าประสบความสำเร็จ อะไรจะสนุกเท่าการเลี้ยงลูกในช่วงที่เรากำลังก่อร่างสร้างตัว ไม่มีเสียหรอก

          เราไม่จำเป็นต้องเอาอุปกรณ์ไปมาก ถุงไม้กอล์ฟพยายามเก็บไว้ให้ไกลลับตา บัตรฝากเหล้าก็ไม่ต้องเอาไป ที่จริงแล้วขอเพียงมีใจและมีเงิน คุณก็ฮันนีมูนได้แล้วครับ เสื้อหนงเสื้อหนาวไม่จำเป็น ไม่งั้นจะแต่งงานทำไมวุ้ย?

          เทคนิคฮันนีมูนยังมีอีกมาก แต่ผมคงไม่ต้องแนะนำ เพราะคนสองคนรักกัน แต่งงานกันถูกต้องตามประเพณี อยู่ในที่รโหฐาน จะมีวิธีการอย่างไรคงรู้อยู่แล้ว? แต่อยากจะแนะนำไว้นิดว่า ฮันนีมูนคือช่วงเวลาสำคัญของชีวิต พยายามลืมหน้าเจ้านายและเจ้าหนี้ มองหน้าคนรักไว้ให้มากๆ หนักนิดเบาหน่อยอภัยให้กัน ถ้าทะเลาะเบาะแว้งในช่วงนี้ ถือเป็นฤกษ์ร้ายสุดๆ

          โชคดีในการจิบน้ำผึ้งชมพระจันทร์ในวันมีรักของทุกคนครับ (ถ้าจะเชิญผมไปงานแต่งงานด้วยก็ไม่รังเกียจ กินข้าวฟรีมีของที่ระลึกถือกลับบ้าน ใส่ซองสักสองร้อย ชอบจัง)

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com