![]() Last Update : Tuesday 21 November, 2000 4:37 PM |
|
สวัสดี...สิมิลัน
สวัสดี...เป็นคำกล่าวทักทาย เมื่อเราเจอหน้าใครเป็นครั้งแรก หรืออาจใช้ได้ เมื่อเราได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง
กาลเวลา...อาจทำให้เพื่อนเปลี่ยนแปลงไป จากสาวน้อยใสบริสุทธิ์ ดุจกุหลาบพันปีแรกแย้ม ต้องผ่านน้ำมือชาย เจอประสบการณ์แสนชอกช้ำ ทรุดโทรมอ่อนล้ากับชีวิต
เพื่อนของผมมีทั้งคนมีทั้งสัตว์ นกเอี้ยงที่ร้องเอี้ยงๆบนระเบียงทุกเช้า นั่นก็เพื่อนผม คุณกระรอกที่ชอบกินมะม่วง จนผมไม่เคยมีเหลือได้กินสักที นี่ก็เพื่อนผม
แต่เพื่อนผมคราวนี้เป็นหมู่เกาะ รู้จักกันมายี่สิบปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่มีน้อยคนไป จนถึงวันเพื่อนกำลังเบ่งบานขีดสุด เป็นโลกใต้ทะเลสวยที่สุดของเมืองไทย ความงามที่ใครเห็นแล้วยกนิ้วให้ ว่าที่นี่คือสุดยอด
แรกเริ่มรู้จัก ผมติดใจจนรีบแนะนำให้คนอื่นคนไม่ไกล ไปรู้จักกับเพื่อน แต่แล้วผมก็เริ่มสังเกตเห็น เพื่อนทรุดโทรม เพื่อนระโหย เพื่อนโรยแรงลงทุกวัน ตรงนั่นแหว่งตรงนี้วิ่น ปะการังอ่อนหายไป กัลปังหาหายไป ปลาหายไป คนมาแทน
ผมรักเพื่อน แต่ผมไม่อยากเห็นเพื่อนตอนนั้น เพราะช่วยอะไรไม่ได้ ปัญหาใหญ่เกินกว่าจะแก้ไข ผมเลยย้ายไปตั้งมั่นที่หมู่เกาะสุรินทร์ เฝ้ามองบรรดาปลาที่มีเพิ่มจำนวนมาเรื่อยๆ ทีมงานติดตามศึกษาจนบันทึกชนิดปลาที่พบบริเวณเกาะตอรินลาได้ถึง 242 ชนิด จากจำนวน 181 ชนิดในพ.ศ.2538
นี่คือผลจากการจับกุมการประมงผิดกฏหมายจำนวน 48 คดีในรอบห้าปีที่ผ่านมาของคุณสมพงษ์ จีราระรื่นศักดิ์ หัวหน้าอุทยานฯเกาะสุรินทร์ อุทยานฯดีเด่นของกรมป่าไม้ในพ.ศ.2543
แต่ข่าวคราวจากเพื่อนเก่าที่อยู่ไม่ไกล ได้ยินแล้วเจ็บจี๊ด ข่าวระเบิดปลาตายเป็นเบือ การเบื่อปลาด้วยไซยาไนด์ จนถึงเรืออวนตะเกียงที่เข้าไปไล่ล่าปลาจนติดริมฝั่ง ลอบขนาดยักษ์หลายร้อยที่ถูกทิ้งลงไปตามจุดต่างๆ นักดำน้ำวันละไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยที่ว่ายเข้าไปชนกัลปังหา กระแทกปะการังอ่อน ทุกข่าวคือความย่อยยับที่เกิดขึ้น เพื่อนกำลังจะตาย แต่ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากเขียนจดหมายรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่อาจมีประโยชน์บ้าง แต่ไม่มากพอที่จะช่วยได้ยั่งยืนถาวร
อาจเป็นโชคดี ที่เพื่อนรายนี้ไม่ได้มีผมเพียงคนเดียว ยังมีคนอีกนับพันนับหมื่น เป็นเพื่อนกับหมู่เกาะแห่งนั้น พวกเขาทำทุกทาง เพื่อหวังหาฟางเส้นสุดท้าย กระทู้นับสิบนับร้อยที่พูดถึงกันในอินเตอร์เน็ต วงสนทนาของนักดำน้ำ ทุกอย่างดูเหมือนเงียบหาย
แต่มีลมย่อมมีคลื่น จากเป็นระลอกกลายเป็นลูก จากลูกเล็กเป็นลูกใหญ่ รอวันไปกระทบชายฝั่งข้างหน้า ชายฝั่งที่ไม่ได้ประกอบด้วยเม็ดทรายหรือผาหิน แต่เป็นชายฝั่งจากความโลภและความไม่เข้าใจของหลายคน
ต้นปีพ.ศ. 2543 ส่วนอุทยานฯทางทะเล เตรียมจัดตั้งนโยบายควบคุมและจัดการทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะส่วนทรัพยากรการดำน้ำท่องเที่ยว ผมมีโอกาสเข้าร่วม ในฐานะที่ปรึกษาส่วนอุทยานฯทางทะเล
กลางปีพ.ศ. 2543 มือปราบเดินทางมาถึงสิมิลัน ในฐานะหัวหน้าอุทยานฯ พร้อมทีมงานใหม่หมด
ค่อนไปทางปลายปี เรือประมงได้รับการตักเตือน เรือลอบถูกขอร้องให้ถอยห่างจากชายฝั่ง 3,000 เมตร ตามกฏหมายอุทยานฯ
ค่อนไปทางปลายปี ทีมงานห้าชีวิตรอนแรมไปเกาะตาชัย ใช้ชีวิตบนเกาะโดดเดี่ยวกลางทะเล ป้องกันปัญหาระเบิดปลาและเรือยาเบื่อ
ปลายปี นักวิจัยเดินทางไปถึง สำรวจและศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบกับข้อมูลเก่าๆในอดีต ก่อนประกาศปิด "กองหินแฟนตาซี" จุดดำน้ำที่เคยได้ชื่อว่าสวยสุดของทะเลไทย ความงามที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับ 1 ใน 10 ของโลก เพราะความทรุดโทรมที่เกิดจากปัจจัยหลากหลาย ทั้งการประมงผิดกฏหมาย การดำน้ำท่องเที่ยว ฯลฯ
ปลายปี ทีมงานเกือบห้าสิบชีวิตออกเดินทาง การอบรมเจ้าหน้าที่เริ่มต้น การศึกษาวิจัยดำเนินต่อ ทุกอย่างเตรียมพร้อม ถึงเวลาสู้เพื่อชาติ ประกาศศักดิ์ศรีของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่บางครั้งอาจแปดเปื้อนหรือมัวหมองไปบ้าง แต่เมื่อทุกอย่างถึงขีดสุด หน่วยงานนี้พิสูจน์มาหลายครั้งแล้วว่า...ยังมีคนจริง
คนที่ไม่เห็นแก่ผู้ทรงอิทธิพลหรือสินน้ำใจใดๆ มีค่ามากไปกว่าคำสั่งสอนให้รักษาทรัพยากร หยิ่งในศักดิ์ศรี ที่สืบทอดมาจากรุ่นปู่ถึงรุ่นพ่อ จากรุ่นพี่ถึงรุ่นน้อง ตลอดเวลามากกว่าหนึ่งร้อยปีของกรมป่าไม้
ปลายเดือนตุลาคม หมู่เกาะที่เป็นภาพลางเลือนอยู่ริมขอบฟ้า มองเห็นเด่นชัดขึ้น ในที่สุด เรือเร็วรหัส701 ลอยลำอยู่หน้าอุทยานฯเกาะสี่หรือเกาะเมียง มองเห็นน้ำทะเลสีฟ้าสด หาดทรายขาวละเอียดนุ่ม ผมกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง สวัสดี...สิมิลัน
ครั้งนี้ทีมงานจากคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ แบ่งเป็น 2 ส่วน กลุ่มหนึ่งคือครูสอนดำน้ำ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่จำนวน 30 คน ตามหลักสูตรระดับ Advanced และระดับ Rescue อีกกลุ่มหนึ่งเป็นนักวิจัย เราสำรวจสิ่งมีชีวิตในบริเวณต่างๆ เพื่อเตรียมข้อมูลในการติดตามสภาพแนวปะการัง รวมถึงการนำเสนอหมู่เกาะสิมิลัน ให้เป็นอุทยานฯมรดกโลก (World Herritage Area)
เรายังมีทีมงานนำโดยอาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์จากม.สงขลานครินทร์ พร้อมทั้งทีมจากสถาบันชีววิทยาทางทะเลและประมง จังหวัดภูเก็ต เข้ามารับผิดชอบการติดตามสภาพความเปลี่ยนแปลงของกองหินแฟนตาซี โดยทำเครื่องหมายไว้ในจุดต่างๆ รวมทั้งถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกความเปลี่ยนแปลง
เวลาผ่านไป ในที่สุดก็ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน ผมเดินทางมาภูเก็ต เพื่อร่วมประชุม "แนวทางฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของแนวปะการัง" จัดโดยกรมป่าไม้ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
การประชุมครั้งนี้วางแผนกันมานาน จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจ ได้เข้าใจและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่กรมป่าไม้จะประกาศใช้ ในอนาคตอันใกล้นี้
ก่อนประชุม ผมมีโอกาสได้คุยกับดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ท่านอธิบดีฯบอกว่ามีสามคำถามที่กรมป่าไม้ต้องการทราบ หนึ่งคือสมควรปิดกองหินแฟนตาซีหรือไม่? เพราะการปิดจุดดำน้ำสำคัญที่สุดของสิมิลัน อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
คำถามที่สอง นโยบายของกรมป่าไม้คือ User Pay หรือเก็บเงินนักดำน้ำแบบ SCUBA ในเขตอุทยานฯ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อนำเงินมาใช้ในการดูแลรักษาทรัพยากร และการบริการด้านต่างๆรวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ท่านอธิบดีฯอยากทราบความคิดเห็นของผู้ประกอบการในกรณีนี้
User Pay เป็นหลักการที่ใช้ทั่วโลก เช่น แนวปะการัง Great Barrier Reef ในออสเตรเลีย อุทยานฯทางทะเลที่ได้รับคำยกย่องว่าจัดการได้ดีที่สุดในโลก จะเก็บอัตราค่าบริการร้อยละ 3-5 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประมาณ 3-10 เหรียญต่อการดำน้ำหนึ่งวัน ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายในการดำน้ำช่วงนั้น สำหรับเงินที่ได้รับ จะนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยทั้งหมด
สำหรับระบบนี้ในเมืองไทย เราแบ่งเงินเป็นส่วนต่างๆ เริ่มจากร้อยละ 5 กรมป่าไม้จะให้อบต.ในท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว ร้อยละ 10 จะอยู่ในอำนาจของหัวหน้าอุทยานฯ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น นักท่องเที่ยวเกิดอุบัติเหตุ ต้องการเรือเร็วเพื่อนำเข้าฝั่ง หมู่เกาะสิมิลันมีเรือเร็วพร้อมให้บริการ 2 ลำ แต่จำเป็นต้องกันงบประมาณเพื่อใช้ในการดำเนินการ เช่น น้ำมันเรือ
ร้อยละ 50 จะใช้จ่ายในขอบเขตของอุทยานฯ แต่ต้องส่งโครงการหรืองานวิจัยต่างๆ เพื่อขอใช้เงินเหล่านี้ เงินที่เหลือทั้งหมด จะส่งเข้าส่วนกลาง เพื่อใช้ทำนุบำรุงอุทยานฯทางทะเลแห่งอื่นๆ ที่ยังไม่มีรายได้หรือเพิ่งจัดตั้ง เงินเหล่านี้ทั้งหมด จะใช้ในอุทยานฯเท่านั้น ไม่ได้ส่งเข้าคลังรวมกับเงินภาษี เราเรียกว่า "เงินนอกงบประมาณ"
คำถามสุดท้ายของท่านอธิบดีฯ ถ้าเราจะใช้ระบบ User Pay ควรจะเก็บค่าบริการเท่าไหร่?
การประชุมเริ่มต้น พร้อมผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน ในช่วงเช้าท่านอธิบดีฯกล่าวนำเรื่อง พูดถึงอุทยานฯทางทะเลของไทยทั้ง 24 แห่ง และกำลังอยู่ระหว่างจัดตั้งอีก 2 แห่ง กล่าวถึงทรัพยากรแนวปะการังประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร ที่ข้อมูลล่าสุดบอกว่าอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมร้อยละ 10-30 โดยมีสาเหตุทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์
อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ขึ้นรายงานข้อมูลการวิจัยที่กองหินแฟนตาซี นำภาพวิดีโอใต้น้ำ เช่น กัลปังหาเหลือแต่ตอ ฯลฯ มาให้ชมกัน พร้อมระบุสาเหตุตลอดจนแนวทางแก้ไข
ในช่วงบ่าย ถึงเวลาอภิปราย ผมรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้แก่ ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ (ถ้าสงสัยว่าทำไมนามสกุลคุ้นๆ แฮ่ม...ท่านเป็นคุณพ่อผมเองครับ) ดร.สุรพล สุดารา นักอนุรักษ์ที่เรารู้จักกันดี (นี่ก็อาจารย์ผม) ดร.หรรษา จรรย์แสง ผู้เชี่ยวชาญด้านแนวปะการังของเมืองไทย (อาจารย์ผมอีกเช่นกัน)
สามท่านผู้อาวุโส มีบทบาทในการอนุรักษ์และการจัดการทะเลไทยมาโดยตลอด ได้นำเสนอประสบการณ์และความคิดเห็น ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งกรุณาชี้แนะหนทางในอนาคต
สุดท้าย...คุณปัญญา ผู้ประกอบการดำน้ำคนไทย ที่เกี่ยวข้องกับวงการมาเกิน 20 ปี กล่าวถึงปัญหาต่างๆของผู้ประกอบการ รวมทั้งมุมมองต่อทรัพยากรแนวปะการัง ในส่วนเกี่ยวข้องกับการดำน้ำแบบ SCUBA
ผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่านให้ความคิดเห็น รวมถึงพลตำรวจโทอรรถพล แช่มสุวรรณวงศ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและประธานชมรมรักษ์ฉลามวาฬ ทุกคนเป็นห่วงทรัพยากรของชาติ พยายามเสนอหนทางต่างๆ ที่อาจมีส่วนร่วมได้
ก่อนถึงเวลาพักช่วงบ่าย ผมสรุปแล้วฝากคำถามทั้ง 3 ข้อไปให้ช่วยกันคิด เรากลับขึ้นเวทีอีกครั้ง คราวนี้มีคุณสำราญ รักชาติ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานฯทางทะเล คุณวิทยา หัวหน้าอุทยานฯสิมิลัน และคุณพลพุทธ เลขานุการคณะทำงานมาตรการท่องเที่ยวดำน้ำ ผมยังอยู่บนเวทีเพราะเป็นหนึ่งในคณะทำงาน
หัวหน้าสำราญกล่าวถึงนโยบายและจุดประสงค์ของมาตรการ คุณวิทยาเล่าเรื่องสิ่งที่เตรียมพร้อมไว้ในสิมิลัน ทั้งโครงการขอติดตั้งเสาโทรศัพท์มือถือ (ระบบ GSM) โครงการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน ช่องวิทยุ 34 A ที่ใช้ติดต่อกับสถานีวิทยุของอุทยานฯ รวมทั้งมาตรการปราบปรามการประมงและการกระทำผิดกฏหมายอื่นๆ
คุณพลพุทธพูดคุยเกี่ยวกับนโบายทั้งหมด การดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดำน้ำหลายครั้ง การจัดตั้งศูนย์ติดต่อเรื่องการดำน้ำที่หาดในยาง เพื่อให้ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต สามารถแจ้งรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการเข้าอุทยานฯได้ง่ายขึ้น
ในที่สุด ผมขอฟังคำตอบจากผู้ประกอบการ ปรากฏว่า คำตอบข้อที่หนึ่ง ผู้ประกอบการเห็นด้วยในการปิดกองหินแฟนตาซี ในขั้นต้นหนึ่งปี หมายความว่าปีนี้จะไม่มีทุ่นผูกเรือที่แฟนตาซี รวมทั้งไม่อนุญาตให้ใครดำน้ำ ยกเว้นแต่การศึกษาวิจัย ที่ต้องขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯทุกครั้ง
คำตอบข้อที่สอง ผู้ประกอบการเห็นด้วยในระบบ User Pay หมายถึงนักดำน้ำจะเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทรัพยากร แต่ขอให้ผ่อนผันไปเริ่มในช่วงปิดฤดูกาล (กลางปีหน้า) เนื่องจากช่วงนี้ได้ขายทัวร์ล่วงหน้าไปหมดแล้ว
คำตอบข้อที่สาม ผู้ประกอบการขอใช้เวลาสักนิด เพื่อพูดคุยปรึกษา ว่าค่าใช้จ่ายต่อนักดำน้ำหนึ่งคนควรเป็นเท่าไหร่?
พอถึงเวลาห้าโมงเย็น ผมลงจากเวทีแบบหมดแรงกาย แต่ใจยิ้มได้อย่างมีสุข การประชุมครั้งนี้สำเร็จด้วยดีเกินคาด ผู้ประกอบการเข้าใจสถานการณ์ของแนวปะการังที่สิมิลัน ยอมรับมาตรการต่างๆอย่างมีเหตุผล เสนอความคิดเห็นที่ล้วนแต่เป็นประโยชน์
ไม่มีการโวยวาย พูดไปเรื่อยโดยไม่สนใจข้อเท็จจริง ฯลฯ ที่รังแต่ทำให้มั่ว ไม่เกิดผลดีอะไรขึ้นมาเลย ได้สะใจเพียงชั่ววูบเท่านั้น
กรมป่าไม้จะเริ่มเดินหน้า ปิดกองหินแฟนตาซีตั้งแต่ต้นฤดูกาล การควบคุมการดำน้ำในรูปแบบต่างๆคงทยอยกันออกมา ผมจะพยายามเสนอรายละเอียดผ่านคอลัมน์นี้ หากใครมีคำถาม ลองเข้าไปที่ www.TalayThai.com (ส่วนคำถาม-คำตอบ) ฝากข้อความไว้ที่นั่น ผมจะเข้ามาตอบทุกวัน ถ้าอยู่กรุงเทพฯครับ
สำหรับพวกเราที่จะไปดำน้ำแถวสุรินทร์และสิมิลัน ลองเช็คนิดหนึ่งว่า บริษัทที่ไปด้วย มีรายชื่อขออนุญาตจากกรมป่าไม้หรือไม่? ถ้าจัดกลุ่มไปกันเอง ลองเช็คเรือว่าได้ขออนุญาตหรือยัง? เพื่อป้องกันความผิดหวัง ไปแล้วอาจมีเหตุขัดข้องหลายประการ
รายชื่อเหล่านี้ จะนำเสนอใน TalayThai.com ขอเวลาผมเคลียร์งานแป๊ปเดียว ไม่เกินอาทิตย์คงได้เห็น
เอาล่ะครับ...เรื่องนี้ขอจบแบบห้วนๆ หลายปีที่ผ่านมา หลายคนได้ทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนแล้ว โดยหวังว่าสักวันเราคงมีโอกาสได้สวัสดีกับเพื่อนอีกครั้งหนึ่ง
สวัสดี...สิมิลัน
สวัสดี...ทะเลสวยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก
ปล. ประมาณว่าในช่วงฤดูท่องเที่ยวพ.ศ.2542-43 รายได้จากการดำน้ำแบบ SCUBA ในภูเก็ตจังหวัดเดียว ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีเรือทัวร์ดำน้ำในเขตสิมิลัน ไม่ต่ำกว่า 50 ลำ คาดว่าในฤดูกาลนี้ จะมีนักดำน้ำแบบ SCUBA ในสิมิลันอย่างน้อยวันละ 300 คน
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com