www.talaythai.com
Last Update : Friday 3 November, 2000 3:03 PM

สมุยและพะงัน...ในวันที่ฝันไม่เป็นจริง

          "แม่เจ้าโว้ย!!?"

          ผมอุทานออกมา เมื่อมองเห็นคิวรถที่จอดเรียงรายอยู่ตรงหน้า อะไรจะขนาดนั้น

          จากการกะด้วยสายตา ผมพบว่ามีรถไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบคัน จอดเรียงรายกันเป็นแถว เพื่อรอขึ้นเรือเฟอรี่ที่ดอนสัก ทุกคันมีเป้าหมายในการไปเกาะสมุย

          แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะถึงคิวของผม? คำบอกเล่าของเพื่อนที่เคยมาเที่ยวเกาะสมุยในช่วงสงกรานต์ ผมยังจำได้ดี เพื่อนต้องนอนในรถอยู่ 8 ชั่วโมง กว่าจะได้ขึ้นเฟอรี่ข้ามไปเกาะ ขากลับรออีก 7 ชั่วโมง ถึงจะกลับมาฝั่งได้ สรุปแล้วเวลา 4 วันในการมาเที่ยวเกาะสมุยในช่วงสงกรานต์ หมดไปในการเดินทางไปกลับจากกทม. 18 ชั่วโมง นั่งรอคิวเรืออีก 15 ชั่วโมง เหลือเวลาให้เที่ยวจริงๆไม่เท่าไหร่

          เลยสรุปกันง่ายๆว่าหากคุณคิดขับรถมาเที่ยวเกาะสมุยในช่วงเทศกาล นั่นคือความคิดที่ผิด

          วันนี้ไม่ใช่เทศกาล เป็นวันธรรมดา แต่ผมต้องรอเรืออยู่ 3 ชั่วโมง ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์อาจเป็น 4-5 ชั่วโมง ใครขับรถมาเอง คงต้องเตรียมใจหน่อย

          แต่ถ้าจะมาเครื่องบิน ค่าบินไปกลับเกาะสมุย คิดแล้วเป็นเงิน 6,600 บาท แพงกว่าค่าบินไปกลับภูเก็ตตั้ง 2,000 บาท...บรื๋อ!!?

          สำหรับผมไม่ต้องบรื๋อ เพราะไม่มีเงินแน่ อีกทั้งมาเกาะแล้วไม่มีรถ ก็เหมือนติดแหง่กอยู่ในห้องแคบๆของรีสอร์ท จะเช่ารถทีหนึ่ง ถ้าเป็นบริษัทมียี่ห้อ ตกวันละ 1,300 บาท (รถแบบประหยัดสุด) ถ้าต่อรองด้านนอก อาจเหลือ 900 บาท แต่สภาพรถคงสู้ของบริษัทมีชื่อเสียงไม่ได้

          ผมเลยยินดีนั่งรอคิวลงเรือเฟอรี่ ระหว่างรอก็สั่งไก่ทอดมากิน ก่อนพบว่ารสชาติเหลือกำลังจะรับประทาน เคี้ยวกร้วมแรกเจอแป้ง เคี้ยวกร้วมสองเจอหนัง เคี้ยวกร้วมสุดท้ายเจอกระดูก แล้วเนื้อไก่หายไปไหน ใครรู้บ้างช่วยตอบที?

          ได้เวลาลงเรือ เราแล่นด้อกๆไปด้วยอัตราความเร็วมากกว่าลูกหมาว่ายน้ำนิดหน่อย ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง มาถึงเกาะสมุยจนได้

          ระหว่างทางบนเฟอรี่ ผมกระแดะอยากนั่งห้องวีไอพี ต้องจ่ายเงินอีก 40 บาท ด้วยหวังว่าจะมีแอร์เย็นที่นอนสบาย เพราะคืนก่อนได้นอนแค่สองชั่วโมง (ทำอะไรอยู่? ก็คุยโทรศัพท์จีบสาว...เอ๊ย...ไม่ใช่ มัวแต่เขียนเรื่องงกๆเพื่อให้คุณที่เข้าไป TalayThai.com ได้อ่านไงครับ ตอนนี้เพิ่มเรื่องใหม่เกือบทุกวัน หมายจะทำเป้า 50,000 ครั้งให้ได้ภายในสิ้นปี)

          ปรากฏว่าห้องวีไอพีบนเรือนี้ มีเก้าอี้นอนก็จริง แอร์ก็มี แต่ดันไม่มีเครื่อง สรุปแล้วสี่สิบบาทที่เสียไป เพื่อนอนให้ร่างกายร้อนผะผ่าวอยู่ในห้องกระจก เหมาะสำหรับคุณที่ชอบอบซาวน่ากลางทะเลเปิด จะออกก็ไม่ได้เพราะกลัวเสียหน้า เดี๋ยวลูกศิษย์ที่นั่งข้างนอกล้อแย่เลย

          เหงื่อแตกพลั่กๆลงจากเรือ เรามุ่งหน้าเข้าที่พัก ผมชิ่งไปกับหญิงสาวสวยแต่ไม่สด เพราะเคยคลอดลูกแล้ว ได้แก่บุตรชายข้าพเจ้าเอง

          เราเลือกพักที่โรงแรม "เซ็นทรัลวิลล่า" เนื่องจากเป็นการพักแบบจ่ายตังค์เต็มอัตรา เลยสามารถบอกเล่าถึงบรรยากาศที่นี่ได้ แบบไม่ละอายฟ้าดิน (ถ้าพักฟรีแล้วจะต่อว่าเค้า คงต้องละอายฟ้าสักนิด)

          เริ่มจากที่ตั้ง โอเค...ใช้ได้ หากคุณมีรถ ถ้าไม่มีต้องคิดให้หนักหน่อย ปัญหามีประการหนึ่งสำหรับคุณที่ไขมันเยอะ โรงแรมแห่งนี้มีห้องแยกเป็นจุดๆอยู่ตามหน้าผา ต้องเดินขึ้นเดินลง ใช้แคลลอรี่มิใช่น้อย ใครที่ขี้เกียจเดิน คงต้องพิจารณาจุดนี้บ้าง

          ตามสไตล์ที่หากินบ่อย ผมแจ้งกับเค้าว่ามาฮันนีมูนนะ จะอัพเกรดห้องหรือให้แชมเปญมากระดกเล่นก็ไม่ว่ากัน (ไม่ได้เป็นเด็กเลี้ยงแกะ เพราะมีใครก็ไม่รู้บอกไว้ว่า ชีวิตหลังแต่งงานเหมือนฮันนีมูนทุกวัน)

          ปรากฏว่าที่นี่ให้ดอกไม้ครับ เทลงมาเต็มเตียง ทั้งใบทั้งดอกมั่วไปหมด ผมล้มตึงลงไปดอกไม้ทิ่มจมูก จามฮัดเช้ยยกใหญ่ อีกอย่างที่เค้าให้คือน้ำผึ้งสองขวด เหมาะมากสำหรับคืนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ แต่ผมดันเอากลับบ้าน หวังว่าจะได้จิ้มขนมปังกินสักหน่อย แต่น้ำผึ้งหกท่วมเสื้อผ้า เปิดกระเป๋ามาหวานแหววเสียจริงเรา

          สำหรับราคาที่พัก คืนละเกือบสามพันบาท จัดว่าใช้ได้ (กะผีอะไรกัน โอย...ต้องเขียนเรื่องอีกกี่ตอน ถึงจะพอค่าห้องสักหนึ่งคืน) ห้องใหญ่มีสัดส่วนอยู่ได้สบาย อาหารไม่ค่อยอร่อยก็อย่าคิดมาก ถ้าถามตรงๆว่าจะกลับไปพักที่นั่นอีกมั้ย? จะตอบตามตรงเหมือนกันคือคงไม่ไปแล้ว ไม่ได้มีความทรงจำแย่ๆนะครับ แต่ก็ไม่มีความทรงจำดีๆเหมือนกัน ใช้คำว่าเฉยๆจะเหมาะกว่า

          เราเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวรอบเกาะสมุย ผมมาที่นี่หลายครั้ง เคยอยู่หลายเดือนสมัยเป็นนิสิต มาถึงปัจจุบันสมุยเปลี่ยนไปพอใช้ แนวปะการังรอบเกาะห่วยลงอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าจะหาจุดไปดำน้ำแบบ Snorkelling ไม่ได้เลย ต้องนั่งเรือไปแถวเกาะอื่น เช่น เกาะมัดสุ่ม เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกต่างหาก

          ผมไปชมน้ำตกบนเกาะ ปรากฏว่าหาน้ำได้ยากมาก จะว่าไปแล้วเหมือนน้ำไหลลงมาล้างหน้าผาจะตรงกว่า ไปเดินเฉวงก็ร้อนระอุ ร้านอาหารที่เคยอร่อย แทบจะไม่มีเหลือ สั่งซุปหัวหอมมารสชาติเหมือนน้ำประปาล้างหัวหอม ไม่ประทับใจเลย

          จะไปที่อื่น...ก็ไม่รู้ไปไหน? วนไปเวียนมาเหมือนคนสิ้นคิด สรุปแล้วธรรมชาติของสมุยเสื่อมไปมาก เลยกลายเป็นเกาะเฉยๆไม่ค่อยมีแหล่งเที่ยว ยกเว้นเดินดูแหม่มตามชายหาด แต่แหม่มเดี๋ยวนี้หุ่นก็ไม่ค่อยดี ดูแล้วค่อนข้างปลงมากกว่าคึก

          อยู่สมุยสามคืน ผมข้ามไปเกาะพะงัน เพื่อช่วยอบรมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในการเตรียมความพร้อมรับมาตราการดำน้ำ

          เรานำรถข้ามเรือเฟอรี่จากสมุยไปพะงัน มีวันละ 2-3 เที่ยว ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่ง มาถึงบ้านท้องศาลาที่เกาะพะงัน

          สิ่งที่ผมตื่นเต้นมากคือท่าเรือใหญ่ มีสันดอนทรายเต็มไปหมด สร้างอยู่บนจุดที่เคยเป็นแหล่งหญ้าทะเลในแนวปะการัง สมบูรณ์ที่สุดของเมืองไทย (เคยเขียนเรื่องลงไปแล้วครั้งหนึ่ง หากไม่ได้อ่าน ลองติดตามใน TalayThai.com เราจะนำของเก่ามาเล่าซ้ำครับ)

          ที่พักบนเกาะพะงันเป็นโรงแรมกลางเมือง ห้องเล็กๆให้บรรยากาศคล้ายคอนโดฯ ที่หลงโง่ผ่อนไว้แต่ไม่มีเงินจ่าย วิวจากห้องมองไปเห็นหลังคาสังกะสีของบ้านข้างเคียง สรุปแล้วไม่ให้บรรยากาศของการมาเกาะเลยแม้แต่น้อย ข้อดีมีอยู่ประการเดียวคือความสะดวก เดินไปหน่อยก็เข้ากลางตลาด มีอินเตอร์เน็ตให้บริการนาทีละ 2 บาทเยอะแยะเลย

          ผมอยู่พะงันหลายคืน เลยมีโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศการพักแรม ได้ไปนอนบังกาโลแถวริมหาด จัดว่าใช้ได้ บรรยากาศดีกว่าโรงแรมเยอะ แถมร้านอาหารยังอร่อย บังกาโลนี้ชื่อ "ศิริพนธ์" หรืออะไรทำนองนี้แหละครับ อยู่ที่อ่าวศรีธนู ห่างจากบ้านท้องศาลาไปแค่ 2 กิโลเมตร ใครสนใจเชิญติดต่อสอบถามได้ สนนราคาพอใช้ มีให้เลือกทั้งห้องแอร์และไม่แอร์

          ถึงเวลาท่องเกาะพะงันบ้างล่ะ เช่นเดียวกับเกาะสมุย ผมเคยใช้ชีวิตบนเกาะพะงันเป็นเดือน เคยสำรวจแนวปะการังรอบเกาะ ปัจจุบันที่เหลือพอดูได้คือเกาะแตนอกและเกาะม้า แต่ก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรมาก เมื่อเทียบกับเมื่อสิบกว่าปีก่อน...ห่างไกล

          แต่เกาะพะงันยังมีป่า ผมไปเที่ยวอุทยานฯน้ำตกธารเสด็จ ไม่แนะนำให้ขับรถไป เพราะถนนดุเดือดมาก นั่งเรือไปจะสะดวกกว่า แต่แน่นอนว่าคุณต้องเสียเงินเพิ่ม

          น้ำตกแห่งนี้ใช้คำว่าแก่งหินจะเหมาะกว่า แต่ที่น่าชมคือพระบรมราชาภิไธยย่อของหลายรัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ห้า รัชกาลที่หก รัชกาลที่เจ็ด และรัชกาลที่เก้า รวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่อีกหลายพระองค์

          น้ำตกอีกแห่งอยู่ในเขตอุทยานฯเหมือนกัน ชื่อว่า "น้ำตกแพง" ไม่ใช่ค่าเข้าแพงนะครับ เพราะเสียเพียงค่าผ่านอุทยานฯ 20 บาท (สำหรับฝรั่งจะขึ้นเป็น 200 บาทภายในไม่ช้า) สามารถขับรถไปได้สะดวกสบาย มีขรุขระนิดหน่อยตอนจบ

          น้ำตกนี้มีเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติ ผ่านป่ารกครึ้ม ก่อนถึงผาสูงพอดู มีน้ำตกหลายสาย แต่ช่วงที่ผมไปไม่ค่อยมีน้ำ เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นหน้าฝน

          ค่ำคืนก่อนกลับ มีโอกาสไปหาดริ้น แม้คืนนี้จะไม่ฟูลมูนหรือแบล็คมูน มองบนฟ้าเห็นจันทร์เสี้ยวธรรมดา แต่หาดริ้นยังคราคร่ำไปด้วยผู้คน

          ที่นี่ไม่เหมาะสำหรับนักอนุรักษ์นะครับ ตั้งแต่โต๊ะที่ตั้งบนพื้นทราย มีไฟระโยงระยางห้อยบนต้นไม้ชายหาด เปิดเพลงดังพอที่จะ "ปลุกศพให้ลุกขึ้นมาเต้นติ๊ดชึ่ง" (แปลมาจากคำโฆษณาในแผ่นพับของบาร์แห่งหนึ่ง)

          แต่ผมเป็นนักอนุรักษ์แบบลักกะปิดลักกะเปิด สามารถทำตัวให้เข้าบรรยากาศได้ โดยเฉพาะเมื่อแฟนไม่อยู่ เพราะโดนไล่กลับบ้านตั้งแต่ที่เกาะสมุย ผมเลยดวดตอกิลล่าไปห้าขวด (หลายคนนะครับ คนเดียวสงสัยกลายเป็นศพฝังทรายตายคาหาดริ้น) จากนั้นลุกขึ้นมาเต้นติ๊ดชึ่งกับคุณฝรั่งได้อย่างหน้าไม่อายเลยแม้แต่น้อย

          ปัญหาของการกินเหล้าที่หาดริ้น คือคุณต้องขับรถไปตามทางขรุขระ อีกทั้งต้องขึ้นเขาสูงชัน เดินทางไปสิบกว่ากิโลเมตร เพื่อกลับมาที่พักแถวท้องศาลา ธรรมดาก็หวาดเสียวอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นตอนตีสี่ แถมกินตอกิลล่าเข้าไป ไม่แนะนำให้ปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง (แล้วทำ...ทำไม? เอ้อ...เหล้ามันพาไปครับ)

          ตื่นขึ้นมาปวดหัวตุ้บ เปิดหน้าต่างเห็นแดดแรงแดงแจ๋ เกาะพะงันนี่ก็แปลก ผมมาทีไรเจอแต่แดด แทบไม่เจอฝนเลย แนะนำว่าถ้าใครชอบแดด มาเกาะพะงันเห็นจะไม่ผิดหวัง เหลือบมองดูนาฬิกาใกล้ถึงเวลานั่งเฟอรี่กลับฝั่งแล้ว วันหนึ่งมีสามเที่ยว แต่ละเที่ยวใช้เวลาตั้งสามชั่วโมง

          เอาล่ะครับ...ผมเล่าเรื่องเกี่ยวกับสมุยและพะงันจบแล้ว ถ้าถามว่าน่าเที่ยวมั้ย? ขึ้นกับว่าคุณต้องการอะไร? ถ้าเป็นผม คงจะไปเพื่อพักผ่อนเป็นหลัก ไม่ได้หวังกิจกรรมมากมาย เพราะธรรมชาติแถวนี้ไม่ค่อยสมบูรณ์ ปัญหาคือค่าโรงแรมแพงมาก จะพักนานๆก็ลำบากใจ

          ผมแนะนำให้ไปเกาะพะงันมากกว่าเกาะสมุย ลองหารีสอร์ทริมชายหาด ไม่ต้องหรูมากนัก จะพอสู้ราคาที่พักไหว จากนั้นเที่ยวไปรอบเกาะพะงัน ไม่ควรพลาดการนั่งเรือหางยาวชมไปเรื่อยทีละอ่าว ก่อนกลับมากินอาหารฝรั่งกับโยเกิร์ตทำเอง ผมหม่ำไปแล้ว..อร่อยมาก

          อย่างอื่นเหรอครับ...ไม่ค่อยประทับใจนัก ถ้าเลือกได้ ในค่าใช้จ่ายเท่านี้ ผมคงไปที่อื่นดีกว่า

          สมุยกับพะงัน ใกล้หมดสภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแล้วครับ...

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com