www.talaythai.com
Last Update : Friday 3 November, 2000 3:03 PM

อิสรภาพของหอยมือเสือ

          ฉันเป็นหอยมือเสือตัวน้อยๆ อาศัยอยู่ในบ่อเลี้ยง บ้านฉันอยู่ที่ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง คลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          ตั้งแต่เกิดมา สิ่งที่อยู่รอบตัว ฉันคือกำแพงคอนกรีตมีพี่ๆ น ้องๆ หอยเต็มไปหมด ฉันไม่เห็นสัตว์น้ำอื่นเลย ไม่เคยเจอกุ้งหอยปูปลา ฉันรู้จักเพียงพี่น้องของฉัน กับอะไรบางอย่างที่ฉันเห็นเป็นภาพพร่ามัวอยู่เหนือผิวน้ำ ปู่หอยประจำบ่อบอกว่านั่นคือมนุษย์ เขาเพาะพันธ ุ์พวกเจ้าขึ้นมา

          ฉันย้อนถามไป แล้วปู่ไม่ได้ถูกเพาะขึ้นมาเหมือนกันเหรอ? ปู่บอกว่าข้าเป็นหอยในโลกสีคราม ธรรมชาติเป็นผู้ให้กำเนิดข้า มิใช่มนุษย์

          ฉันยิ่งสงสัยใหญ่ ปู่เป็นหอยในทะเล แล้วทำไมต้อง มาอยู่ในบ่อ? อีกคำถามที่สงสัย ทำไมมนุษย์ต้องเพาะพวกฉันขึ้นมาด้วย?

          หอยชราตอบคำถามแรกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ บอกว่าข้าอยู่ในแนวปะการังแถวจังหวัดประจวบฯ วันดีคืนดีถูกจับมาที่นี่ ตอนแรกก็ตกใจ ต่อมาเป็นเศร้าใจ เพราะอยากกลับไปอยู่ทะเล แต่หลังจากอยู่จนชาชิน เริ่มได้ยินและเข้าใจสิ่งที่มนุษย์คุยกัน ปู่ประกาศลั่นว่าข้ายอมตายคาบ่อ

          เหตุผลที่ปู่ถูกจับ เพราะเจ้าหน้าที่กรมประมงต้องการเพาะพันธุ์หอยมือเสือให้ได้ เนื่องจากปัจจุบันใกล้หมดทะเลไทยแล้ว ปู่เลยต้องมาสิงสถิตอยู่ที่นี่ คอยให้กำเนิดลูกหลานหอยมือเสือให้เยอะๆ (หอยมือเสือมี 2 เพศ ในตัวเดียว ปู่เลยออกไข่ได้)

          ย้อนกลับไปแสนนาน ปู่เริ่มต้นเรื่องเช่นนี้ ทั้งโลกนี้มีหอยมือเสือ 8 ชนิด ประเทศที่พวกเราอยู่เรียก "เมืองไทย" เคยมีหอยมือเสือ 5 ชนิด แต่อยู่มาไม่ช้าไม่นาน คนไทยเริ่มกระแดะ จานสลัดธรรมดาใช้ไม่ได้ ต้องใช้เปลือกหอยมือเสือ มันจะได้ดูเท่เก๋และมีสไตล์ ที่ใส่สบู่กระเบื้องกิ๊กก๊อก ต้องเปลี่ยนเป็นเปลือกหอยให้หมด บ้างก็ใช้เขี่ยบุหรี่ บ้างมีหัวศิลป์สูงปรี๊ด นำไปวางไว้บนหิ้ง บ้างบนโต๊ะบ้าง แล้วยืนเอียงคอซ้ายขวา เพ่งพิจารณาก่อนบอกว่า นี่แหละ... บ้านอิงธรรมชาติ

          ไม่นาน...ไม่นานจริงๆ พวกเรา 2 ชนิดสูญพันธุ์ไปจากทะเลไทยเฉยเลย ที่สำคัญคือหนึ่งในจำนวนนั้นมีชื่อว่า Tridacna gigas เป็นหอยใหญ่ที่สุดในโลก เปลือกยาวตั้ง 1. 4 เมตร หนักไม่ รู้กี่ร้อยกิโลกรัม แต่ก่อนเคยอยู่อย่างเป็นสุขในเกาะบางแห่งของทะเลไทย แต่ปัจจุบันได้อยู่อย่างเป็นสุขๆ เถิดบนสรวงสวรรค์

          คนไทยมีสุภาษิตว่า "ด้านได้อายอด" และดำรงชีวิตแบบ "กิ้ง ก่า ได้ทอง" พวกเขาเลยไม่แคร์ ยังเก็บพวกเราต่อไป จนหอยที่เหลืออีก 3 ชนิด มีจำนวนลดน้อย ถอยลงทุกวัน โดยเฉพาะพวกฉันหอยมือเสือชนิด Tridacna squamosa เหลือน้อยเป็นพิเศษ แนวปะการังบางแห่งมีแค่ตัวสองตัว บางแห่งหาให้ตายก็ไม่ยักเจอ เพราะคนแถวนั้นบอกว่าเอ็นหอยมือเสือกรุบดี

          ฟ้ายังมีเมตตา คนไทยบางคนรู้ดีว่า ขืนปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดต่อไปอีกไม่ช้าไม่นาน หอยมือเสือจะสิ้นสูญอย่างถาวร

          ทีมงานจากกรมประมง นำโดยคุณจินตนา นักระนาด เดินทางไปหาพ่อแม่พันธุ์หอยมือเสือในอ่าวไทย พวกเธอเจอปู่ที่หลงรอดจากสายตานักกินหอย เลยรีบนำกลับมาโรงเพาะฟักแห่งนี้ ใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อหาทางให้ปู่ออกลูกออกหลาน ในที่สุดก็สำเร็จ

          ปู่เล่าถึงลูกหลานชุดแรก ตอนนี้น้ำเสียงเริ่มครื้นเครงดั่งเพลงสวรรค์ บอกว่าหอยชุดนั้นถูกนำไปปล่อยที่เกาะเต่า เมื่อต้นปี พ.ศ.2540 มีการจัดทำ "อุทยาน หอยมือเสือ" นอกจากนี้ พวกเราหลายตัวยังถูกส่งไปปล่อยที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง

          ถึงตอนนี้ยัยแต๋ว เพื่อนของฉันที่อยู่ติดกัน ร้องแต๋วๆ ถามปู่บ้าง "ปู่คะ... ทำไมพวกเราไม่ได้ไปอยู่อันดามันบ้างคะ? แต๋วนะ... อยากจัง อยากไปอยู่ในที่น้ำใสๆ ค่ะ จะได้โชว์โฉมให้สะเด็ดไปเลย"

          ปู่ตอบว่า "แต๋วเอ๋ย พวกเราน่ะเป็นหอยสายพันธุ์อ่าวไทย ปู่ก็ใช้ชีวิตในอ่าวไทยมาแต่อ้อนแต่ออก นักวิทยาศาสตร์เค้าพบว่าเรามีสายพันธุ์แตกต่างจากหอยในอันดามัน ขืนเอาหอยในอ่าวไทยไปปล่อยในทะเลอันดามัน เดี๋ยวสายพันธุ์ปนกันมั่ว เกิดอะไรขึ้นมา จะพาสูญพันธุ์กันยกโขยง สรุปแล้วแต๋วต้องอยู่ในอ่าวไทยต่อไปแน่ แต่ดูโน่นสิ "ปู่บุ้ยใบ้ให้ดูบ่อข้างๆ" ในนั้นแหละพ่อแม่หอยจากอันดามัน เค้าเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน กำลังเตรียมออกลูกออกหลานอีกสักสามสี่ปีข้างหน้า คงมีหอยจากโรงเพาะแห่งนี้ไปอยู่ในอันดามันแน่"

          ฉันไม่รังเกียจหรอกที่ต้องอยู่ในอ่าวไทย เพียงแต่ฉันสงสัยว่าจะเป็นเมื่อไหร่หนอ? เพราะเห็นบ่อแห่งนี้มาก็ห้าปีแล้ว พวกเราโตคับบ่ออย่างฉันกับยัยแต๋วเปลือกติดชิดกันมานาน ฉันเลยโตกว่านี้ไม่ได้ แต๋วก็เหมือนกัน เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นหอยบอนไซไม่ใช่หอยมือเสือ

          ปู่อธิบายว่า แม้จะเพาะพันธุ์ได้มากมาย แต่กรมประมงมีปัญหาเรื่องงบประมาณในการปล่อยหอย เนื่องจากพวกเราไม่มีขาเดินไปเอง เลยต้องไปปล่อยในแนวปะการัง แถมยังต้องวางบนพื้นให้เสร็จสรรพ

          ศูนย์เลี้ยงหอยอยู่ที่ประจวบฯ การพาพวกฉันไปปล่อยที่เกาะมันใน ระยอง ค่อนข้างลำบาก เพราะเป็นระยะทางไกล เสี่ยงต่อความตายของฉัน การไปเกาะเต่าก็โอเค แต่ต้องนั่งเรือไกลเสียค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย

          ที่สำคัญ ทีมงานเลี้ยงหอยมีอยู่ไม่กี่คน ขืนเลี้ยงด้วยปล่อยด้วยคงไม่มีกำลังพอ จะรองบจากภาครัฐเพิ่มอัตรากำลังคน ร้องเพลง "ดรี้มดรี้มดรีม" ได้เลย

          ฉันม่อยหลับไปพร้อมกับความคิดนี้ สงสัยจังว่าเมื่อไหร่จะได้ออกจากบ่อแคบๆสักทีหนอ? ในฝันฉันรู้สึกว่าตัวเองถูกยกสูงขึ้นสูงจนพ้นขอบบ่อที่อยู่มาห้าปีเต็ม มองไปรอบด้าน ฉันเห็นโลกกว้างใหญ่เป็นครั้งแรก มองลงไปบนพื้น ฉันเห็นน้องๆ หอยอีกเยอะแยะ ถูกขยับมาแทนที่ฉัน พวกเราไม่ต้องเบียดกันอีกแล้ว การจากไปของฉัน ทำให้น้องๆ มีที่เจริญเติบโต

          ฉันยังฝันว่ามีผ้าขาวบางๆชุบน้ำทะเลเสียชุ่มมาพันรอบตัว ก่อนถูกนำไปเรียงไว้ในกระบะ สักเดี๋ยวตัวฉันก็โคลงไปเคลงมา ในฝันได้ยินเสียงคลื่นกระซิก เสียงนกนางนวลร้องแว่วมาแต่ไกล ก่อนมีเสียงพึมพำของผู้คนดังขึ้น...ดังขึ้น ฉันตกใจตื่น โอ้...ฝันช่างสวยงาม

          แต่นี่ไม่ใช่ฝัน ฉันมองไปรอบ ข้าง พวกเราชาวหอยมือเสืออายุห้าปี ถูกห่อด้วยผ้าบางๆ สีขาว ตอนนี้คนกลุ่มใหญ่กำลังช่วยแกะผ้าออก ก่อนนำเราไปเรียงไว้ในกระบะ เกิดอะไรขึ้นนะ? ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน?

          กระบะถูกนำออกมาด้านนอก ฉันมองเห็นแผ่นน้ำสุดกว้าง นี่เหรอ.. .คือทะเล เสียงคนร้องบอก ว่าเบาๆ หน่อย ระวังเปลือกหอยแตก หอยมือเสือในบ่อเลี้ยงมีเปลือกบางกว่าในธรรมชาติเสมอ แต่ไม่ต้องห่วงพอเราปล่อยหอยพวกนี้ไป เดี๋ยวจะโตพรวดพราดเปลือกแข็งเป๊ก หอยเพียงแค่รอวันที่จะได้อยู่ในทะเลจริงๆ ระหว่างที่ฉันถูกลำเลียงมาบนเรือยาง ยังได้ยินคำของมนุษย์บอกว่าที่นี่คือเกาะมาตรา เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทางทะเล หมู่เกาะชุมพร อยู่ห่างจากเมืองแค่หนึ่งชั่วโมงเรือวิ่ง

          เหตุที่พวกฉันถูกนำมาที่นี่ เพราะชมรมรักษ์ฉลามวาฬ มีความ คิดที่จะปล่อยหอยมือเสือ เพื่อช่วยให้หอยไทยในทะเลมีปริมาณมากขึ้น ยังช่วยหอยในบ่อเลี้ยงมีจำนวนน้อยลง จะได้ไม่ต้องอยู่กันอย่างเบียดเสียดยัดเยียด

          ชมรมฯ จึงประสานไปที่พี่จินตนา กรมประมง ขอหอยมือเสือมาปล่อยลงทะเล ปัญหาคือเอาที่ไหนดี? ตอนแรกว่าจะไปเกาะสาก พัทยา แต่อาจารย์ธรณ์ในฐานะฝ่ายวิชาการ เสนอว่าควรเลือกที่อื่น เพราะอยากให้มีคนคอยดูแลหอยมือเสือ ที่ลงไปเป็นสมาชิกใหม่ในโลกสีคราม

          เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ทีมงานคุยกับส่วนอุทยานฯทางทะเล ผ่านทางคุณสำราญ รักชาติ ผู้อำนวยการส่วนฯและพี่สมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กุล หัวหน้าอุทยานฯ ชุมพร ปรากฏว่าอุทยานฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยปล่อยและร่วมพิทักษ์รักษา โดยบอกว่าเกาะมาตราเหมาะมาก เพราะอยู่ในเขตอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่ประจำบนฝั่ง ห่างจากแนวปะการังที่จะปล่อยหอยเพียงไม่ถึงสองร้อยเมตร ตรงนี้ยังมีโครงการจัดตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ

          นอกจากอุทยานฯและชมรม รักษ์ฉลามวาฬแล้ว ยังมีองค์กรต่างๆ เข้าร่วมในการปล่อยหอยมือเสือครั้งนี้ เช่น ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ท ชมรมดำน้ำชุมพร รวมถึงนิสิตจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ และจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สนับสนุนโดยโครงการ THINK EARTH และโครงการนิสสันรักษ์ทะเลไทย ในเครือสยามกลการ

          ยังมีผู้สื่อข่าวจาก"ผู้จัดการฯ" และทีมงานจากเว็บไซต์ TalayThai.com เข้าร่วม เพื่อนำเสนอเรื่องนี้ให้ผู้คนได้ทราบ

          สรุปแล้วมีนักดำน้ำ 90 คน เดินทางมาที่นี่ เพื ่อปล่อยพวกฉันจำนวน 1,760 ตัว ให้ลงไปอยู่ในแนวปะการัง จัดเป็นครั้งแรกของทะเลชุมพร และเป็นครั้งแรกของการปล่อยหอยมือเสือในเขตอุทยานฯ อย่างเป็นทางการ

          เรือยางวิ่งไปถึงเขตแนวปะการังที่กำหนดจุดไว้ล่วงหน้า ความลึก 2-3 เมตร ไม่มีปัญหาสำหรับหอยที่เคยอยู่แต่น้ำตื้นๆในบ่อเลี้ยงเช่นตัวฉัน บริเวณนี้ยังมีหอยมือเสือตามธรรมชาติหลงเหลืออยู่บ้าง เขากับฉันจะได้ผสมพันธุ์กันมีลูกมีหลานที่แข็งแรง

          คนตัวดำแต่จิตใจผ่องแผ้ว จัดแจงนำกระบะที่ใส่ฉันลอยลงไปในน้ำ มีนักดำน้ำมาคอยรับก่อน ทยอยนำกระบะไปวางบนพื้น บริเวณนั้นมีถุงตาข่ายหลายใบ มนุษย์กบอาสาสมัครจัดแจงนำฉันใส่ถุง ก่อนว่ายออกไปเพื่อเลือกที่ อยู่ใหม่ให้พวกเรา

          ฉันถูกนำลงไปวางข้างปะการังก้อนหนึ่ง ไม่เปิดเผยโล่งโจ้งกลางพื้นทราย แต่ไม่ซ่อนมิดชิดจนแสงแดดส่องไม่ถึง

          ณ ที่แห่งนี้ ฉันยื่นฐานไปเกาะแน่นกับปะการัง ปลาสลิดหิน ตัวหนึ่งว่ายผ่านมา เขาเข้ามาจ้องดูใกล้ๆ ขณะที่ฉันกำลังเปิดเปลือกกว้างดูดน้ำทะเลจริงๆ เข้าไปในตัวเป็นครั้งแรก แสงแดดอ่อนๆ ส่องมากระทบเนื้อเยื่อในนั้น...สาหร่ายกำลังปฏิบัติหน้าที่ สังเคราะห์แสงสร้างพลังงานฟุ่บฟั่บ

          แคลเซียมในน้ำทะเลซึมซับเข้าร่าง ฉันรู้สึกแข็งแรงขึ้นมาทันตาเห็น อีกไม่นานเปลือกฉันคงแข็งขึ้น จนศัตรูตามธรรมชาติทำอะไรเราไม่ได้ ฉันแหงนหน้าดูปลาอีกครั้ง พลางอวดเนื้อเยื่อให้เขาดู...ด ูสิ...ฉันสวยมั้ย? แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ? รู้มั้ย...ฉันเป็นสมาชิกใหม่ของทะเลแห่งนี้

          มองไปรอบด้าน เพื่อนฉันต่างสรวลเสเฮฮา ยัยแต๋วถูกวางไว้ไม่ไกล ยังส่งเสียงแต๋วๆ มาทัก ทาย บอกว่าสบายเหลือเกิน ไม่เคย คิดว่าโลกใต้น้ำสบายเช่นนี้

          ในความคิดคำนึง ฉันฝันถึง น้องๆ อีกนับแสนตัว ที่ปัจจุบันอยู่ในบ่อเพาะฟัก ยังคิดถึงปู่หอยที่คงไม่มีโอกาสมาชมโลกเช่นนี้อีกแล้ว แต่ปู่เป็นผู้ให้กำเนิดพวกเราอีกนับ ไม่ถ้วน ปู่คงยินดีปฏิบัติหน้าที่ของตน เพื่อทางรอดของหอยมือเสือไทย

          นักดำน้ำว่ายผ่านไป เธอโบก มือให้ฉันเป็นครั้งสุดท้าย เหมือนจะบอกว่าบ๋ายบายลาก่อนนะ อีกไม่นาน...จะกลับมาเยี่ยม

          พวกเขาทำงาน เสร็จแล้ว ทุก คนที่ร่วมโครงการปล่อยหอยมือเสือให้ทะเลชุมพร หอยเหล่านี้จะคงอยู่แค่ไหน? จะถูกเก็บไปกินหรือไม่? อนาคตเท่านั้นที่จะตอบได้

          แต่อนาคตอาจบอกได้ด้วยคำพูดของหัวหน้าฯ สมเกียรติ "ผมเป็นคนปล่อยหอยเหล่านี้กับมือ 50 ตัว ผมรักพวกเขา เช่นเดียวกับทุกคนที่ได้ปล่อยหอยในวันนั้น ผมเอาเกียรติเป็นประกัน หากเกิดอะไรขึ้น ผมอยู่ตรงนี้... พร้อมรับผิดชอบ"

          หอยมือเสือพูดไม่ได้ เขียนหนังสือก็ไ ม่เป็น แต่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกสามารถสื่อสารจาก "ใจ" ถึง "ใจ"

          หากถามใจหอยมือเสือ พวก เขาคงบอกตรงกัน บอกถ้อยคำนี้ให้ทุกคนได้รับรู้

          ขอบคุณสำหรับ "อิสรภาพ"...

แสดงความคิดเห็น

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com