www.talaythai.com
Last Update : Friday 3 November, 2000 3:02 PM

เหมือนฝัน...ฉันเจอกุ้งตัวยาว

          เหมือนฝัน...

          ถ้อยคำนี้มีไว้เพื่อให้หนุ่มใช้บรรยายความรู้สึก เมื่อแรกพบประสพเจอสาวสวยชะมัด บางคนอาจเอาใช้บรรยายวิวทิวทัศน์ แต่คงมีน้อยคนที่นำมาใช้บรรยาย "กุ้ง"

          เขาเป็นเพียงกุ้งจิ๋ว ความยาวไม่ถึงนิ้วก้อย ตัวกว้างขนาดไม้จิ้มฟันสองอัน เป็น 1 ใน 30,000 ชนิดของสัตว์กลุ่มกุ้งปูที่พบได้ทั่วโลก

          แต่ถ้ากุ้งตัวนี้หน้าตาเหมือนกุ้งแห้ง ผมคงไม่เขียนให้คุณอ่านแล้วลำบากใจเล่น

          ความรู้สึกย้อนกลับไป นานแค่ไหนแล้วนะ? สามปี...ห้าปี...หรือกว่านั้น ที่ผมเฝ้าวนเวียนค้นหาตามปะการังดำไม่รู้กี่ร้อยกี่พันกอ แต่ไม่เคยเจอพวกเขา (ปะการังดำเป็นสัตว์กลุ่มปะการัง แต่ลักษณะเป็นต้นมีกิ่งก้านคล้ายกัลปังหา บางชนิดเป็นเส้นยาวๆ เรียกว่า "แส้ทะเล" แต่ประเภทที่มีผีสิงยังไม่ถูกค้นพบ)

          ผมเคยแต่เห็นภาพในหนังสือฝรั่ง พลางฝันว่าสักวันหนึ่งเถอะ เราคงมีโอกาสได้รู้สึก "เหมือนฝัน" กับกุ้งสักตัว (เหมือนฝันกับหญิงเกิดบ่อยครั้ง แต่บทสรุปคือดรี้มดรี้มดรีม)

          ความหวังของผมอยู่ในอันดามัน ดำน้ำเรื่อยไปตั้งแต่หมู่เกาะในทะเลพม่า ผ่านมาที่เกาะสุรินทร์ ลงไปถึงสิมิลัน พีพี หินแดง จนสุดทะเลไทยที่อาดัง-ราวี แม้จะเจอสัตว์ต่างๆมากมาย ตัวประหลาดก็มีเยอะ แต่ผมไม่เคยได้ "เหมือนฝัน" สักครั้ง

          แต่วันนี้...ที่ใต้น้ำความลึกเพียง 12 เมตร ในแนวปะการังของเกาะง่ามน้อย อ่าวทุ่งวัวแล่น ชุมพร ผมกำลังเจอ...สัตว์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอ ในแหล่งดำน้ำที่ห่างจากกรุงเทพฯเพียงห้าชั่วโมงนั่งรถและหนึ่งชั่วโมงนั่งเรือ

          ย้อนกลับไปไม่นาน หลังจากที่เราดำน้ำสำรวจเกาะหลักง่ามหลายคืน พบสัตว์ต่างๆมากมาย ที่น่ากล่าวถึงคือ "ปลาจิ้มฟันจระเข้เหลี่ยมหางพัด" โทษทีที่ปลาตัวนี้ชื่อยาวมาก เพราะผมไม่รู้จะตั้งว่าอะไร? แถมยังเป็นรายงานแรกของเมืองไทย เลยไม่มีชื่อไทยมาก่อน (ปรกติผมตั้งชื่อสัตว์ได้ไม่เอาอ่าว นิยมตั้งชื่อเล่นให้สาวที่หลวมตัวมาเป็นหวานใจมากกว่า)

          ปลาจิ้มฟันฯชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Doryrhamphus janssi  ความยาวแค่หนึ่งนิ้วกลางบวกกับอีกหนึ่งองคุลี หน้าตาแปลกประหลาดพิสดารดีมาก จุดเด่นอยู่ที่หางสามารถคลี่ออกมาเป็นพัดได้ ไม่ได้เอาไว้พัดประจบสอพลอบิ๊กปลาตัวไหนนะครับ แต่มีไว้เพื่อว่ายน้ำในยามฉุกเฉิน

          เราเจอปลาจิ้มฟันฯในถ้ำ ระหว่างดำน้ำกลางคืน จัดว่าน่าตื่นเต้นพอดู เพียงแต่ผมรักน้องกุ้งมากกว่านังปลา เลยไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก

          หลังจากดำน้ำกลางคืนจนเกือบเป็นนกฮูกสมุทร ผมตัดสินใจบอกทีมงาน อันได้แก่ลูกศิษย์ทั้งหลายจากคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ให้อพยพย้ายถิ่นฐานไปสำรวจ "เกาะง่ามน้อย"

          ผมเคยมาดำน้ำแถวนี้ร่วม 20 ครั้ง แต่สมัยก่อนผมไม่มีความชำนาญในการตามหาสัตว์จิ๋ว รวมทั้งไม่มีความอดทนเฝ้ามองแส้ทะเลทีละต้นสองต้น บางไดฟ์ดูกันไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยต้น ไม่เจอตัวอะไรสักอย่าง น่าเบื่อชะมัด

          แต่ปัจจุบันวงการดำน้ำกำลังสนใจสัตว์พวกนี้มาก หลายคนบินไปมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อดูตัวประหลาด ผมเลยต้องพยายามให้หนักขึ้น เพราะอยากชี้ให้เห็นว่าทะเลไทยก็มีเจ้าพวกนี้เหมือนกัน ถ้าคุณให้ความสังเกตและมีความมุ่งมั่นอยากเจอจริงๆ

          ผมเจอครับ...หลายชนิดด้วย แต่อย่างที่ว่าไว้ ยังไม่มีตัวไหนใกล้เคียง "เหมือนฝัน"

          จนวันนี้ ผมกำลังจ้องดูเจ้า "กุ้งตัวยาว" ด้วยความรู้สึกสะใจในรสชาติของชีวิต ที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้มา

Tozeuma armatum          กุ้งชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tozeuma armatum  อยู่ในครอบครัว Hippolytidae จัดเป็นกุ้งที่มีวิวัฒนาการแปลกมาก รูปร่างของเขาจะยาว...ย้าว...ยาว ผิดแปลกจากกุ้งชนิดไหน มีขาส่วนอกหลายคู่ ใช้เกาะกับสัตว์ที่อาศัยอยู่ด้วย ขาส่วนท้องความจริงก็มี แต่ไม่โชว์ให้เห็น ปรกติใช้ว่ายน้ำในยามฉุกเฉินประการเดียว

          กุ้งตัวยาวอาศัยตามปะการังดำ แส้ทะเล และกัลปังหา ไม่พบโดดเดี่ยวตามลำพังกลางทะเลเด็ดขาด (หมายถึงกุ้งตัวเต็มวัย ในวัยอ่อนเป็นแพลงก์ตอน กุ้งจะลอยฟ่องตามมวลน้ำ) เนื่องจากธรรมชาติวิวัฒนาการให้เขามีรูปร่างกลมกลืนกับสัตว์พวกนี้ สามารถแอบซ่อนหลบพรางได้ แต่ถ้าเขาไปอยู่ตัวเดียว มีหวังกลายเป็นเป้านิ่งโดนลุยโลด

          ความน่าสนใจของกุ้งตัวยาว คือความหายากในระดับสุดๆ ในบางบริเวณที่มี จะมีหลายตัว แต่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ไม่มี หายังไงก็ไม่มี

          จากรายงานทั่วโลก เราพบกุ้งตัวยาวเป็นหย่อมๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฯลฯ สำหรับในประเทศไทย ไม่เคยมีรายงาน ทั้งที่นักดำน้ำหลายคนเฝ้าหากันแทบตาย จนมาถึงต้นปี 2543 นี่เอง

          จากบทความของอนุสารอสท. เรื่องการดำน้ำที่เกาะกระ นครศรีธรรมราช ผมเห็นภาพถ่ายกุ้งตัวยาวอาศัยบนกัลปังหา แต่คุณอภินันท์ บัวหภักดี ไม่ได้แยกชนิดไว้ บอกเพียงว่าเป็นกุ้งชนิดหนึ่ง จริงๆแล้วนั่นเป็นรายงานแรกของเมืองไทยแน่นอนครับ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีภาพถ่ายหรือรายงานว่ามีเขาอยู่ในบ้านเมืองเรา

          เจ้ากุ้งที่อยู่ตรงหน้าผมเป็นรายงานอันดับสอง แต่ผมเจอในเวลากลางวัน แถมยังอาศัยอยู่ที่ความลึกแค่ 12 เมตร มีโอกาสเฝ้าติดตามกันให้ฉ่ำปอด

          นิสิตสุดที่รักของผมว่ายเข้ามาใกล้ (เอ้อ...ภาษาพาไปครับ เขาเป็นชายและผมไม่มีรสนิยมด้านนั้น) สีหน้าเค้าตื่นเต้นมาก เพราะการเรียนจบหรือไม่จบปริญญาโท หนึ่งในข้อตกลงลูกผู้ชายบอกไว้ว่า นายต้องหากุ้งตัวยาวให้เจอ แต่ชะเอิงเอย...ครั้งนี้เขาคงผิดหวัง เพราะผมเป็นคนเจอ...ไม่ใช่เขา ข้อตกลงเป็นอันยกเลิก

          อาจเป็นโชคดีของนิสิต ที่ฟ้ายังปราณี เพราะเขาเหลือบไปเห็นกุ้งตัวยาวอีกตัวที่เกาะติดอยู่กับแส้ทะเลข้างๆ ก่อนชี้ให้ผมดูด้วยท่าทางตื่นเต้น

          ผมส่ายหน้าด้วยความสงสารนิสิต แต่เมื่อเข้าไปใกล้เกือบร้องเหวอ เพราะเธอเป็นเพศเมีย ปรกติกุ้งบนปะการังหรือกัลปังหา รวมทั้งบนดอกไม้ทะเลและบนสัตว์อื่นๆอีกมากมาย ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ประมาณหนึ่งเท่าเสมอ

          แต่นางกุ้งตัวยาวมีขนาดใหญ่กว่านายกุ้งสักสองเท่า เธอยาวเกินนิ้วชี้ ขนาดเท่าหลอดกาแฟ แต่หน้าตาเหมือนกันดิก (รู้ได้ไงว่าเป็น "นาง" ไม่ใช่ "นางสาว" เหตุผลนั้นแสนง่าย เพราะเธอมีไข่อยู่ในท้องเรียบร้อยแล้ว)

          ผมว่ายเข้าไปใกล้ เริ่มกิจกรรมถ่ายภาพใต้น้ำ ผมเห็นกรีกุ้งที่ยาวมาก มีฟันเล็กๆอยู่ด้านล่างเป็นซี่เรียงรายติดต่อกัน บางครั้งฝรั่งเรียกกุ้งชนิดนี้ว่า "กุ้งใบเลื่อย" (Saw Blade Shrimp) แต่ผมไม่เรียกแบบเขา ชอบชื่อกุ้งตัวยาวมากกว่า เนื่องจากเห็นปุ๊ปก็รู้ปั๊ป ไม่จำเป็นต้องไปส่องกรีหาซี่ฟัน

          หลังจากยี่สิบกว่าภาพผ่านไป ฟิล์มหมดม้วน (ผมถ่ายภาพสัตว์อื่นมาก่อนหน้าเจอคุณกุ้ง) ผมว่ายกลับไปเรือ เปลี่ยนฟิล์มม้วนใหม่ ก่อนดำน้ำกลับมาถ่ายภาพต่อ เนื่องจากจุดที่เจอกุ้งหาง่าย อีกทั้งกุ้งชนิดนี้อยู่ตรงไหนอยู่ตรงนั้น ผมเลยไม่กังวลว่ากลับมาจะไม่เจอ

          ระหว่างนี้นิสิตสุดโปรด พยายามทำงานให้มากขึ้น โดยการนับกุ้งที่อยู่รอบๆ ปรากฏว่ามีทั้งหมด 7 ตัว แบ่งเป็นกุ้งตัวเมีย 2 ตัว กุ้งตัวผู้หรือกุ้งตัวเมียที่ยังไม่โตเต็มวัยอีก 5 ตัว (ถ้ากุ้งตัวเท่ากัน เราแยกเพศได้ลำบากมาก ต้องจับเขาไปเชือดเป็นชิ้นๆ พอดีผมไม่เห็นความจำเป็นขนาดนั้น เลยไม่คิดจะทำ)

          กุ้งตัวยาวกลุ่มนี้อยู่บนแส้ทะเล 3 ต้น ที่น่าสนใจคือสีกุ้งไม่เหมือนกัน กุ้งตัวหนึ่งมีสีเหลืองสลับดำ อยู่กับแส้ทะเลสีเขียว กุ้งอีกตัวสีขาวสลับดำ อยู่กับแส้ทะเลสีขาว

          ชะรอยพวกผมอาจดูเขานานไปหน่อย กุ้งหนุ่มตัวหนึ่งตัดสินใจว่ายน้ำพุ่งพรวดออกมา เล่นเอาแต่ละคนสะดุ้งโหยงไปตามกัน เพราะน้ำในตอนนั้นไหลแรงพอสมควร

          กุ้งว่ายน้ำด้วยท่าทีประหลาด เอาหัวทิ่มลงพื้น ซอยขาว่ายน้ำดิ๊กๆๆ แม้ท่าทางเขาว่ายน้ำเก่งพอใช้ แต่กระแสน้ำกำลังพัดพาเขาลอยไป นั่นหมายถึงความตายสถานเดียว (พวกเขาต้องอยู่กับแส้ทะเลเท่านั้น)

          เหล่านิสิตถึงเวลาต้อนกุ้ง พยายามพาเขากลับไปที่แส้ทะเล เมื่อเข้าใกล้กุ้งพุ่งพรวดไปที่แส้ ปัญหาคือแส้ต้นที่เขาพุ่งไปเกาะ เป็นคนละต้นกับที่เขาเคยอยู่เดิม แส้ทะเลต้นนี้มีสีขาว ขณะที่ต้นเดิมมีสีเหลือง

          และแล้ว...พวกเราถึงคราวอ้าปากค้าง เพราะเจ้ากุ้งน้อยพุ่งจากแส้ต้นใหม่ ว่ายกลับมาต้นเดิม ก่อนเกาะแน่นิ่ง ทิ้งให้พวกเรามองหน้าทำตาเหรอหรา

          คำถามคือ...กุ้งรู้ได้ยังไง (วุ้ย) ว่าแส้ทะเลที่เขาไปเกาะ มีสีไม่เหมาะสมกับสีเปลือกของเขา? เขาใช้อะไรในการตัดสิน ตา...ความรู้สึก...สัมผัส? คิดให้ตายผมก็บอกไม่ได้

          เราจากกลุ่มกุ้งตัวยาวมาเมื่ออาทิตย์ใกล้ตกดิน ถ้าผมเตรียมไฟฉายมา มีหวังได้ดำน้ำดูชีวิตกุ้งตอนกลางคืน เขาจะออกหากิน (คาดว่ากินแพลงก์ตอนขนาดเล็ก) แตกต่างกับช่วงกลางวัน เพราะกุ้งพักผ่อนแอบซ่อนกับแส้ทะเล

          เมื่อเรือถึงฝั่งอ่าวทุ่งวัวแล่น ผมขึ้นไปบอกกับคุณวริสร รักษ์พันธุ์ ผู้จัดการชุมพรคาบาน่า บอกว่าผมทำสำเร็จแล้วล่ะ

          ผมยังโทรศัพท์ไปบอกกับพี่สมเกียรติ หัวหน้าอุทยานฯหมู่เกาะชุมพร ผมคุยกับพี่เขาเมื่อคืนก่อนที่เกาะหลักง่าม พี่สมเกียรติฝากผมให้พยายามหาสัตว์ประหลาดที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สัตว์ที่ทำให้ทะเลชุมพรมีความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ด้อยกว่าทะเลแห่งไหนในเมืองไทย

          คืนนั้น ผมบอกกับพี่สมเกียรติว่าจะพยายามสุดความสามารถ รวมทั้งยกพลทีมงานมาตั้ง 8 คน เรียกว่ามากันหมดขุมกำลัง แต่ผมไม่ได้หวังอะไรมาก หมู่เกาะง่ามเนี่ยนะ...เค้าดำน้ำกันมาตั้งเกือบ 20 ปีแล้ว จะมีอะไรเหลือให้ผมค้นหา?

          แต่คืนนั้น...ผมคิดผิด

          คืนนี้...ผมบอกพี่สมเกียรติว่า ทะเลชุมพร "มีดี" ครับพี่ ทะเลแห่งนี้มีปลารายงานแรกในเมืองไทย มีหอยเบี้ยเทียมที่ไม่เคยเจอที่ไหนในทะเลไทยมาก่อน มีทากทะเลไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตัวในทุกครั้งที่ดำน้ำ นอกเหนือไปจากปลาจำนวนมหาศาลที่ผมเห็นตลอดช่วงเวลาสี่วันที่นี่

          ทะเลแห่งนี้ยังมี...กุ้งตัวยาว เป็นที่แรกและที่เดียวในเขตอุทยานฯทางทะเล 25 แห่งของเมืองไทย (เกาะกระไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานฯ)

          หน้าที่ของพวกผมในชุมพรเสร็จสิ้นลงแล้ว เราหา "ของดี" ในทะเลชุมพรจนเจอ ต่อจากนี้ เป็นหน้าที่ของพี่สมเกียรติ ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และชาวชุมพรทุกคน ว่าจะ "มีดี" พอรักษา "ของดีเมืองชุมพร" ได้หรือไม่?

          ระหว่างที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ผมกลับไปลอยคอกลางทะเลชุมพรอีกครั้ง

          ผมกำลัง "เหมือนฝัน" อยู่ที่เกาะง่ามน้อยครับ...

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com