www.talaythai.com
Last Update : Friday 3 November, 2000 2:59 PM

โลกสีดำที่เกาะง่าม

          ครั้งแรกที่ได้ยิน ผมไม่คิดอะไรมากหรอกครับ รู้สึกว่าทีมงาน Sea Papa ไม่ได้ออกฟิลด์ร่วมกันนานแล้ว ไปสักครั้งก็ดีเหมือนกัน

          ได้ยิน...ในที่นี้คือได้ยินคำชวนของคุณวริสร รักษ์พันธุ์ ผู้จัดการ "ชุมพรคาบาน่า" รีสอร์ทชื่อดังแห่งอ่าวทุ่งวัวแล่น คุณวริสรบอกว่าอาจารย์ครับ ลองมาสำรวจจุดดำน้ำที่ชุมพรกันดีมั้ย?

          ในเมื่อคุณวริสรช่วยสนับสนุน อาจารย์และนิสิตจนๆที่ไม่เคยได้ทุนวิจัยอะไรกับเค้า ได้ฤกษ์ออกเดินทางอีกครั้ง เป้าหมายของเราคือหมู่เกาะง่าม ตั้งอยู่ห่างจากอ่าวทุ่งวัวแล่นประมาณ 1 ชั่วโมง หมู่เกาะแห่งนี้ถือเป็นจุดดำน้ำแบบ SCUBA ดีที่สุดของชุมพร มีเกาะแก่งหลายแห่งที่นักดำน้ำไทยรู้จัก เช่น เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย หินแพ เกาะหลักง่าม ฯลฯ

          ระหว่างการเดินทาง 5 ชั่วโมงบนรถกระบะคันโปรด (มีอยู่คนเดียว ยังไงก็ต้องโปรด) ผมคิดวางแผนการสำรวจ หมู่เกาะง่ามนี่ผมเคยมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตหน้าแฉล้มเมื่อสิบกว่าปีก่อน (หน้าแฉล้ม...คำนี้ใช้กับผู้ชายได้มั้ยนะ?)

          ผมยังเคยมาสำรวจข้อมูลทางทะเล เพื่อสนับสนุนการประกาศเขตอุทยานฯ หลังจากนั้นก็พานิสิตมาสอบดำน้ำอีกสองสามครั้ง สรุปแล้วเกาะง่ามกับผมคุ้นเคยกันพอสมควร ชนิดที่เรียกว่าเจอหน้าเซย์ไฮ้ได้เลย

          แล้วคราวนี้จะมาสำรวจอะไรดีล่ะ? ผมสงสัยตัวเองเหมือนกัน เพราะแถวนี้ถือเป็นจุดดำน้ำเก่าแก่ของเมืองไทย มีคนว่ายไปว่ายมาตั้งเกือบยี่สิบปีแล้ว เกาะส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ดำน้ำแป๊ปเดียวก็รอบ

          แต่ทะเลไทยสอนผมอยู่เสมอว่า อย่าดูถูกชั้น!!? หลายครั้งผมเจอสัตว์ประหลาด ที่แต่ก่อนไม่เคยคิดว่าจะมีในบ้านเรา ในจุดดำน้ำที่เคยสำรวจตั้งไม่รู้กี่สิบเที่ยว บางครั้งสัตว์อยู่ในที่ตื้นเพียงสิบเมตร (ตื้น - สิบเมตรสำหรับนักดำน้ำถือว่าตื้นครับ) เช่น ปลากะตั้วที่หมู่เกาะสุรินทร์ ปลาผีเสื้อกลางคืนที่เกาะสาก ฯลฯ ผมเลยคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่า น่าจะมีหวังบ้าง (หวังเจอสัตว์นะครับ สาวชุมพรแม้น่ารัก แต่สี่ห้องหัวใจของผม ดันมีเด็กน้อยคนหนึ่งคลานไปมาแล้วร้องตะแง้ว)

          เมื่อเรามาถึงรีสอร์ท บรรยากาศแสนสบายน่านอนกลิ้งมาก โดยเฉพาะชายหาดทุ่งวัวแล่นที่ยังสวยเหมือนเมื่อครั้งที่ "อาธำรง" และ "ภัคคินี" ทำตาซึ้งให้แก่กัน (เรื่อง "แผ่นดินของเรา" ของครูมาลัย ชูพินิจ..ไงครับ)

          ผิดกับคณะพรรคดำน้ำทั่วไป พวกเราออกจากฝั่งตอนตะวันใกล้ตกดิน เวลาเดียวกับที่คนอื่นเค้ากลับจากทะเลมากินข้าวกินปลา

          เหตุผลตรงไปตรงมาคือเราจะไปดำน้ำกลางคืน ผมลองถามคุณวริสรแล้วว่า มีคนไป Night Dive บ่อยมั้ย? คุณวริสรบอกว่าไม่ค่อยมี ผมเลยเข้าใจว่าถ้าเราไปในช่วงเวลาที่คนอื่นเค้าไม่ไป โอกาสเจอสัตว์แปลกน่าจะมีเยอะกว่า อีกอย่างคือกุ้งน้อยปูเล็กมักออกหากินในเวลากลางคืน ผมยังหวังอยากเจอพวกนี้เป็นพิเศษ

          ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงพอดี เรือของเรามาผูกทุ่นที่ "เกาะหลักง่าม" ที่นี่เป็นกองหินเล็กๆโผล่จากน้ำสองกอง ตั้งอยู่ติดกัน ว่ายน้ำรอบเกาะระยะทางไม่น่าเกิน 200 เมตร

          สำหรับผม เกาะหลักง่ามจัดเป็นจุดดำน้ำดีที่สุดของหมู่เกาะง่าม อาจเป็นเพราะเกาะนี้ตั้งไกลฝั่งที่สุด ทะเลโดยรอบลึก 15-20 เมตร น้ำจึงใสพอสมควร นอกจากนี้ ยังมีปะการังถ้วยส้ม...ปะการังขนาดเล็กแต่สีเหลืองสวยชะมัด ขึ้นอยู่เต็มหน้าผา ใครเคยเห็นทุ่งดอกบัวตองแห่งแม่ฮ่องสอน มาเจอ Yellow Wall อาจถึงขั้นเหวอ (อยากเหวอมั้ยครับ? หยอดหมูออมสินเตรียมเรียนดำน้ำได้เลย อีกไม่นานเราจะมีหลักสูตรพิเศษมานำเสนอล่อตังค์จากหมูของคุณ)

          จากจุดที่เรือจอด เราว่ายน้ำเข้าไปจนชิดเกาะ ผมก้มหน้าส่องไฟลงไปเห็นพื้น พึมพำภาวนาว่าแคล้วคลาดสามจบ ก่อนปล่อยลมจากชุดดำน้ำ เข็มขัดตะกั่วที่สวมรอบเอว พาผมดิ่งลงไปสู่โลกสีคราม ที่ตอนนี้น่าจะเรียกว่า "โลกสีดำ" มากกว่า เพราะทุกอย่างรอบด้าน...มืดตึ๊ดตื๋อ

          ที่ความลึก 10 เมตร เรามาถึงกองหินด้านบน ไล่ไปสุดปลายแสงไฟฉาย เห็นหินลดหลั่นสู่พื้นทะเล น้ำแถวนี้ขุ่นพอใช้ ผมเลยรีบกวัดแกว่งไฟฉายให้พรรคพวกว่ายตามมา เนื่องจากทราบดีว่าน้ำทะเลที่เกาะหลักง่ามมีลักษณะพิสดาร ครึ่งหนึ่งของเกาะจะอยู่ในเขตน้ำขุ่นเกือบตลอดเวลา อีกครึ่งหนึ่งจะอยู่ในส่วนน้ำใส หากรู้สภาพเช่นนี้ล่วงหน้า เวลาอยู่ในเขตน้ำขุ่นให้ว่ายเร็วๆจนพ้น แล้วค่อยไปชื่นชมกับน้ำใส จะมีความสุขมากกว่ากันเยอะ

          ไม่เกินห้านาที เราว่ายอ้อมมาอีกด้านหนึ่งของเกาะ น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นใสแจ๋ว เห็นปลาหลากชนิดอยู่ตามพื้น บางชนิดกำลังนอน เช่น ปลาผีเสื้อปากยาว บางชนิดเลิกนอนแต่ออกมาหากิน เช่น ปลาอมไข่ลายเส้น

          ผมว่ายไปข้างหน้าช้าๆ มือถือกล้องถ่ายภาพ สายตาจับจ้องหาเป้าหมาย ระหว่างทางแวะถ่ายภาพทากปุ่มสองสามตัว ทากทะเลกลุ่มนี้จัดว่าโหลมากในอ่าวไทย เป็นเอกลักษณ์ก็ว่าได้ โดยเฉพาะที่หมู่เกาะง่าม หากนับกันจริงๆ ดำน้ำหนึ่งชั่วโมงอาจเจอทากทะเลเกินหนึ่งร้อยตัว

          ระหว่างที่เอียงหน้าถ่ายภาพทากปุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังขม้ำฟองน้ำ ผมรู้สึกเสียวแปล๊บที่ริมฝีปากด้านซ้าย แปล๊บลงมาถึงหัวใจ คล้ายสมัยเรียนมัธยม ตอนที่สบตาสาวน้อยคนนั้น

          อะไร!!? สิ่งแรกที่ผมคิดในวูบแรก เราโดนตัวอะไรเข้าไปเรอะ? ผมรีบปาดมือไปที่ปาก พบว่าไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น นอกจาก...ปาก แล้วทำไมเราเสียวปล๊าบ? จะว่าเจ็บซ้ำในอกที่โดนหัก ก็ใจมันชาชินไปแล้ว สงสัยว่าคาถาแคล้วคลาดคงไม่ได้ผล ผมเจออะไรเล่นงานเข้าให้แล้ว

          อาการเจ็บแสบถึงกระดองใจยังมีอยู่ ขณะผมพยายามสำรวจส่วนอื่นของร่างกายว่าชาหรือเป็นตะคริวบ้างมั้ย? เพราะในอดีตเมื่อหลายปีที่แล้ว ผมเคยเจอแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษรุนแรงมากแถวนี้ แม้จะเจอเพียงตัวเดียวและเป็นตัวเล็กๆ แต่ไม่แน่ว่าคราวนี้เค้าอาจชวนแม่มาด้วยก็ได้

          จากแสงไฟฉายที่ส่องไปข้างหน้า ผมมองเห็นเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย นั่นคือแมงกะพรุนตัวเท่าถ้วยกาแฟ แต่มีหนวดยาวประมาณหนึ่งศอก สีชมพูบ้าง สีม่วงบ้าง สวยงามดีมาก หากไม่คิดว่าหนวดเขามีเข็มพิษ

          ผมเพิ่งเจอซี้เก่ารายนี้ที่เกาะกระ นครศรีธรรมราช (เล่าเรื่องไปแล้วครับ) ไม่น่าเชื่อว่ายังตามมาราวีถึงเกาะง่าม ถึงว่า...อาการเจ็บแปล๊บเมื่อกี้รู้สึกคุ้นๆ เพราะเมื่อสองเดือนก่อน ผมเพิ่งเคยโดนพวกเขามาหลายแปล๊บ

          ต่อจากนั้นคือการผจญภัยใต้ทะเล เนื่องจากบริเวณนี้มีกระแสน้ำนิดหน่อย เรากำลังว่ายทวนกระแสน้ำ แมงกะพรุนจึงลอยสวนมาด้วยอัตราความเร็วพอสมควร ถ้าลอยมาทีละตัวคงไม่มีปัญหา แต่พวกเขาลอยมาแบบเป็นหมู่คณะ บางครั้งทีละสิบยี่สิบตัว

          ครั้งที่เกาะกระ ผมเจอพวกเขามากกว่านี้เยอะมาก แต่ช่วงนั้นดำน้ำกลางวัน ยังไงก็มองเห็น สถานการณ์ที่ใต้ทะเลเกาะหลักง่ามผิดกัน เพราะเป็นตอนกลางคืน เรามีเวลาส่องไฟฉายแว่บสองแว่บ แมงกะพรุนน้อยก็ลอยละล่องมาถึงตัว

          เหลือบมองรอบด้าน ทีมงานแต่ละคนต่างขมักเขม้นกับการหลบแมงกะพรุน ลักษณะคล้ายเราส่องไฟหาเครื่องบินทิ้งระเบิด แสงพุ่งออกเป็นลำส่ายไปส่ายมา บางครั้งแสงก็กระตุกเพราะโดนแมงกะพรุนเข้าไปเต็มรักจนสะดุ้งเฮือก เล่นเอาคนอื่นพลอยสยองไปด้วย

          โชคดีที่ฝูงแมงกะพรุนลอยมาเพียงไม่กี่นาที จากนี้ทะเลปลอดโปร่ง ถึงเวลาทำงานต่อ ผมลอยตัวลงไปด้านล่าง พยายามหาสัตว์ที่แอบซ่อนอยู่กับปะการังดำกอใหญ่ แถวนี้มีปะการังดำเยอะมาก เยอะจนเป็น "ที่สุด" ของทะเลไทย ส่วนใหญ่พวกเขามีสีเหลือง แต่สีอื่นก็พบอยู่ไม่ใช่น้อย ปัญหาคือผมไม่เจอกุ้งปูที่อยู่กับปะการังดำเลย สงสัยเหมือนกันว่าทำไม?

          เราว่ายน้ำต่อไปนิดเดียว แสงไฟวูบวาบเป็นสัญญานว่าเจอตัวอะไรเข้าให้แล้ว เมื่อว่ายเข้าไปดูจนใกล้ ถึงทราบว่าเขาเป็น "ปูแต่งตัว" (Decorator Crab) ปูชนิดนี้มีพฤติกรรมแปลกประหลาด เขาใช้ก้ามตัดฟองน้ำออกเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะนำมาเกี่ยวไว้หนามตามลำตัว จนทั้งตัวปกคลุมด้วยฟองน้ำ เมื่อถึงเวลาฟองน้ำบางชิ้นเติบโตขึ้น ปูอาจใช้ก้ามยื่นไปเพื่อและเล็มให้มีขนาดพอเหมาะ คล้ายๆกับช่างตัดผมน่ะครับ

          หลังจากบ๋ายบายกับคุณปู ผมว่ายน้ำต่อมาจนเจอกัลปังหากอใหญ่ กัลปังหาชนิดนี้หาได้ยากมากในทะเลไทย โดยเฉพาะในอ่าวไทย ไม่ค่อยมีรายงานมากนัก เป็นกัลปังหากลุ่มที่กุ้งปูอาศัยอยู่เยอะมาก อีกทั้งแต่ละตัวประหลาดทั้งนั้น

          ผมเจอสัตว์แปลกสองสามตัวที่นั่น แต่มีปัญญาถ่ายภาพได้ตัวเดียวและได้ภาพเดียว เลยไม่ได้เอามาอวดกัน (ปัญญาผมมีครับ แต่กุ้งปูไม่ค่อยเข้าใจ เวลายกกล้องทีไร เขามักยิ้มอย่างเอียงอายแล้วเดินหลบไปเฉยเลย)

          เราอ้อมมาถึงช่วง Yellow Wall ตอนกลางวันสวยแค่ไหน ตอนกลางคืนคูณสิบ เพราะบรรดาปะการังถ้วยส้มต่างชูหนวดกันสลอน สวยจริงๆให้ดิ้นตาย (หาคำบรรยายได้ตรงกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว) แถมพวกนี้ยังเป็นเป้านิ่ง ถ่ายภาพได้ง่าย ผมเลยจัดการซะเกือบหมดม้วน

          อากาศเริ่มใกล้หมด ผมมองดูผิวน้ำ เห็นว่ามีแสงไฟ เลยเข้าใจว่านั่นเป็นไฟของเรือเรา โผล่พรวดขึ้นมาปรากฏว่าเป็นแสงสะท้อนจากเรืออวนปลากะตัก ที่จอดอยู่ตั้งไกล สำหรับเรือเราดันจอดอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ

          ถึงเวลาต้องว่ายน้ำ ถ้าเป็นช่วงปรกติคงไม่มีปัญหา ระยะทางแค่ร้อยเมตร ลอดร่องน้ำไปหน่อยเดียวก็ถึง แต่คราวนี้ในทะเลมีแมงกะพรุน ที่ไม่มีทางเห็นไม่มีทางหลบ ผมเลยว่ายไปแบบใจฝ่อ พร้อมสะดุ้งได้หากโดนอะไรมาแตะ โชคดีที่ผ่านมาได้โดยผิวพรรณไร้ราคี ยกเว้นตรงริมฝีปากที่บวมขึ้นมาคล้ายโดนสาวตบ (ไม่เคยโดนนะ มีแต่เค้าบอกว่าผมน่ารัก)

          ในที่สุดการดำน้ำกลางคืนที่เกาะหลักง่ามก็เสร็จสิ้น ถามว่าเป็นไงบ้าง? ผมบอกได้ว่าบรรยากาศน่าลอง จนพวกผมติดใจต้องไปดำกันอีกครั้งในคืนถัดมา แต่ครั้งนี้ไม่มีแมงกะพรุนมาช่วยสร้างความสำราญ...เอ๊ย...รำคาญ

          แต่เรื่องของการสำรวจเกาะง่ามยังไม่จบครับ เพราะเรายังไม่ได้เจอตัวประหลาด อันเป็นไฮไลท์ของงานนี้เลย

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com