![]() Last Update : Friday 3 November, 2000 2:58 PM |
|
สองกุ้งตัวตลก
ฉันเป็นนักดำน้ำมือใหม่ เพิ่งมีโอกาสไปเยือนอันดามันได้เป็นครั้งแรก
ไม่นานมานี้ ฉันเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ใช้ชีวิตเจ๊าะแจ๊ะเรื่อยไป เช้าไปเรียน เย็นไปเที่ยว กลับบ้านตอนค่ำ อ่านหนังสือเรียน อ่านการ์ตูน เสาร์อาทิตย์นัดกับเพื่อน ไปดูหนังบ้าง ไปเดินเตร็ดเตร่บ้าง แม้ไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาบ้าหรือพฤติกรรมที่พิสดารมากไปกว่านั้น แต่ชีวิตฉันใช่ว่าจะสร้างสรรค์มากนัก
ฉันรู้ดีว่าอยู่ในวัยกำลังไฟแรง เพียงแต่ฉันไม่มีจุดหมาย มองไปรอบตัว เกือบทุกคนในวัยเดียวกับฉัน ไม่ทราบว่าเรากำลังค้นหาอะไร?
แต่ในวันหนึ่ง วันที่ฝนตกกระหน่ำ ครอบครัวนกขมิ้นที่อยู่บนต้นโพธิ์ข้างบ้าน สอนให้ฉันรู้จักหันมามองธรรมชาติ
ฉันเริ่มดูนก เริ่มดูต้นไม้ เริ่มออกไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง ไปกับเพื่อนและพี่ๆกลุ่มที่มีใจตรงกัน เพื่อไปเสาะหาธรรมชาติ
แม้นี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่ฉันมุ่งหวังจะเป็นในวันหน้า Office Lady ทำงานได้เก่ง คล่องแคล่ว รายได้สูง ใช้ชีวิตเช่นสาวยุคใหม่ แต่บางครั้งฉันรู้สึกว่าก่อนที่จะสู่จุดสำเร็จเช่นนั้น ฉันต้องมีอะไรบางอย่าง ใช่เพียงการเรียนจากตำราหรือปริญญาจากเมืองนอก
อะไรบางอย่างนั้น...ฉันอาจต้องค้นหาในธรรมชาติรอบตัว
สองปีผ่านไป ฉันเป็นนักดูนกในระดับใช้ได้ และยังไม่เลิกสนใจที่จะออกไปดูนก แต่หลายครั้งที่ฉันเห็นภาพสวยๆจากใต้ทะเล สัตว์แปลกๆที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ฉันตกใจเมื่อรู้ว่าสัตว์เหล่านั้นอยู่ในเมืองไทย ยิ่งตกใจเมื่อรู้ว่าใกล้จะสูญพันธุ์
ฉันอาจเห็นสัตว์ทะเลนานาชนิดจากนิตยสารหรือทีวี แต่คงเป็นโอกาสที่สูญเสีย หากฉันไม่รีบหาทางไปเห็นสัตว์เหล่านั้นด้วยสายตาตนเอง ที่ใต้ทะเล ในยามที่ยังพอมีเหล่าสัตว์เหลือให้ฉันได้ชื่นชม
ฉันจึงไปเรียนดำน้ำ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเสียไปมากกว่าหนึ่งหมื่นบาท อาจดูแพงสำหรับวัยรุ่นสักคน แต่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจ พวกเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของฉัน หลังจากหันมาสนใจธรรมชาติ คุณพ่อยังบอกว่าค่าเทอมและค่าอุปกรณ์ในโรงเรียนของฉัน ถึงวันนี้คิดเป็นเงินหลายแสนบาท เมื่อเทียบกับเงินหมื่นสำหรับการดำน้ำ เพื่อให้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้โลกด้วยตัวเอง ถือว่าไม่แพง
คุณพ่อยังบอกว่า การเรียนรู้มีได้หลายอย่าง ปริญญาหรือความรู้จากหนังสือ บอกอะไรได้เพียงบางอย่าง มีอีกหลายอย่าง...หลายอย่างมาก ที่รอคอยเราอยู่ในโลกกว้าง การเรียนรู้ด้วยตัวเองแบบนี้ไม่มีใครมาบังคับให้ทำ ขึ้นอยู่กับใจตัวเองเช่นกัน
เมื่อเรียนดำน้ำจบ ฉันหัดดำน้ำในอ่าวไทยได้สองสามทริป ส่วนใหญ่ไปพัทยาเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จนถึงต้นปีนี้ ฉันเก็บเงินได้ส่วนหนึ่ง ขอคุณพ่ออีกส่วนหนึ่ง ฉันพร้อมแล้วที่จะไปเปิดโลกใต้ทะเลอันดามัน ไปเห็นสัตว์สวยๆในห้วงน้ำสีครามแห่งนั้น สัตว์ที่ฉันเคยเห็นเพียงในทีวี
สองวันที่สิมิลัน ฉันบรรยายไม่ได้ว่าเห็นอะไรบ้าง? แม้หลายคนบอกว่าสิมิลันเสื่อมโทรมไปมาก แต่ในสายตาของเด็กวัยไม่ถึงยี่สิบ มาเยือนโลกสีครามแห่งอันดามันเป็นครั้งแรก ฉันเห็นปลานับพัน เห็นดงปะการังอ่อนสีสวยสด เห็นกัลปังหาต้นโต ภาพเหล่านี้...ความรู้สึกแรก...แน่ใจว่ายังอยู่ในความทรงจำอีกนาน
แต่ช่วงเวลาที่ฉันประทับใจมากสุด เกิดขึ้นในกองหินกลางน้ำแห่งหนึ่ง เรียกว่า "ริเชลิว" อยู่ไม่ห่างจากหมู่เกาะสุรินทร์มากนัก ไดฟ์ลีดเดอร์บอกฉันว่า ที่นี่คือจุดพบฉลามวาฬบ่อยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
เปล่า...ฉันไม่มีโชคพอเห็นยักษ์ใหญ่ใจดีตัวนั้น แต่เมื่อพี่เขาพาฉันไปที่ซอกหินแห่งหนึ่ง ก่อนชี้ให้ฉันดูสัตว์ ครั้งแรกฉันเห็นเพียงปะการังอ่อนต้นน้อย ขึ้นอยู่ข้างเคียงกับปะการัง ต้องมองอยู่นานจึงเห็นตัวอะไรขาวๆขนาดยาวไม่ถึงนิ้วก้อย
เพ่งให้มากขึ้น ฉันรู้แล้วว่ากำลังดูอะไร? เขาคือกุ้งตัวขาว กำลังแทะอะไรอยู่ก็ไม่รู้สีแดงๆ แต่ฉันมีโอกาสดูเพียงครู่หนึ่ง เพราะพี่เขาสะกิดให้ฉันว่ายน้ำ กลุ่มเราจะไปต่อแล้ว
เมื่อขึ้นมาบนเรือ ฉันเปิดหนังสือ "ทะเลไทย" เพื่อหาภาพกุ้งที่ฉันเจอ ในที่สุดก็พบ ข้อมูลบอกไว้ว่ากุ้งชนิดนี้ชื่อ "กุ้งตัวตลก" ภาษาอังกฤษเรียก "Harlequin Shrimp" ชื่อวิทยาศาสตร์ภาษาละตินเรียก "Hymenocera picta"
ชื่อพิลึกๆนั้นไม่ทำให้ฉันสนใจ ได้มากไปกว่ารายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรม กุ้งตัวตลกเป็นหนึ่งเดียวในบรรดาสัตว์พวกกุ้งปูใน Subphylum Crustacea จำนวน 44,000 ชนิด ที่กินดาวทะเลเป็นอาหาร อุ๊ย!!? งั้นที่ฉันเห็นเป็นแท่งสีแดงๆคือดาวทะเลนั่นเอง
ฉันยังรู้ว่ากุ้งตัวตลกมีพฤติกรรมแปลกประหลาด มักอาศัยอยู่เป็นคู่ กุ้งตัวใหญ่เป็นตัวเมีย กุ้งตัวเล็กเป็นตัวผู้ ขนาดผิดกันประมาณ 1/3 เมื่อหาดาวทะเลได้หนึ่งตัว กุ้งจะเริ่มแทะตั้งแต่ปลายขาดาวทะเล เข้ามาหากลางลำตัว เพื่อให้ดาวทะเลมีชีวิตอยู่นานที่สุด เพราะกุ้งอาจกินดาวทะเลอยู่สองอาทิตย์หรือมากกว่านั้น ถ้าดาวทะเลตายไปตั้งแต่แรก กว่าจะถึงสองอาทิตย์ย่อมเน่าเปื่อยหมด
โหดจัง...แต่ก็ประหลาดดีนะ ฉันอยากเห็นพฤติกรรมเหล่านี้บ้าง โดยเฉพาะตอนที่กุ้งใช้ขาเจาะตัวดาวทะเลเพื่อคีบเนื้อมากิน สงสัยว่าเขาทำได้อย่างไร?
ถึงเวลาลงทะเลอีกครั้ง ฉันไปบอกไดฟ์ลีดเดอร์ว่าอยากดูกุ้งนานๆ พี่เขาเลยตกลงพาฉันกับเพื่อนร่วมทัวร์อีกสองคนที่ใจตรงกัน ดำน้ำไปดูกุ้ง
ฉันกลับมาที่ซอกหินอีกครั้ง คราวนี้มีเวลานาน ฉันเลยค่อยๆดู เริ่มจากกุ้งตัวใหญ่ที่เกาะอยู่บนปลายขาดาวทะเล ฉันเห็นเนื้อดาวทะเลสีขาว เปลือกดาวทะเลสีแดง หนังสือบอกกับฉันว่าดาวทะเลเป็นสัตว์ใน Phylum Echinodermata มีดาวทะเล ปลิงทะเล เม่นทะเล ดาวเปราะ และดาวขนนก แต่กุ้งจะกินดาวทะเลอย่างเดียว
สัตว์กลุ่มนี้มีแท่งเล็กๆแข็งๆกระจายอยู่ทั่วร่างกาย มีเปลือกแข็งเหมือนเกราะหุ้มตัว ปรกติดาวทะเลมีผู้ล่าน้อยมาก จะเป็นเพียงหอยสังข์แตรหรือปลานกขุนทองขนาดใหญ่ ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากทะเลไทยหมดแล้ว
กุ้งตัวตลกจะเกาะบนตัวดาวทะเล จากนั้นใช้ขาเล็กๆแต่แหลมคม ค่อยๆจิ้มเปลือกดาวทะเลจนทะลุ แล้วคีบเนื้อขึ้นมากิน ทีละชิ้นสองชิ้น กินอย่างนั้นไปเรื่อย
อุ๊ย!!? ฉันเห็นตัวอะไรเล็กๆอยู่ข้างกุ้ง เมื่อมองดีๆจึงรู้ว่าหน้าตาของเขาเหมือนกุ้งตัวใหญ่ แต่ขนาดย่อลงมาหลายเท่า แน่ใจได้เลยว่านี่คือลูกกุ้งตัวตลก แม้เห็นสีสันไม่ชัด แต่ลวดลายเหมือนพ่อกุ้งยังกับแกะ
ฉันเข้าไปมองจนใกล้ กุ้งทั้งคู่ไม่แสดงท่าทีตื่นตกใจอะไร แต่กินดาวทะเลกันต่อ บางครั้งก็เขยิบซ้ายย้ายไปทางขวา ดูเพลินจนอากาศเกือบหมดโดยไม่รู้ตัว
เมื่อกลับมาบนเรือ ฉันจึงรู้ว่าโชคดีมาก เพราะกุ้งตัวตลกไม่ได้เจอกันง่ายๆ บางคนดำน้ำมาหลายร้อยครั้งยังไม่เคยเห็นสักที แต่ลูกกุ้งตัวตลกยิ่งหาดูได้ยากกว่า เพราะจะมีเพียงช่วงกุมภาพันธ์-ต้นเมษายนเท่านั้นที่พอได้เห็น ลูกกุ้งโตเร็วมาก พวกเขาลอกคราบไม่กี่ครั้งก็มีขนาดใหญ่เท่าพ่อแม่กุ้งแล้ว
ฉันยังรู้ว่ากุ้งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นพ่อแม่ลูกกันก็ได้ เพราะกุ้งตัวแม่จะฟักไข่ในท้อง ก่อนจะปล่อยลูกกุ้งให้ล่องลอยเป็นแพลงก์ตอนในน้ำ อาจลอยไปไกลหลายกิโลเมตร ใช้เวลาหลายวัน ก่อนจะลงสู่พื้นกลายเป็นกุ้งตัวโตต่อไป
ภาพของสองกุ้งใหญ่เล็ก ยังติดตาติดใจจนกลับถึงกรุงเทพฯ ต้องค้นข้อมูลเพิ่มเติม ฉันถึงรู้ว่าเรามีเรื่องเกี่ยวกับกุ้งตัวตลกน้อยมาก เอาให้ถูก...ไม่มีเลยมากกว่า ที่พอจะหาดูได้คือภาพถ่ายกับเรื่องสั้นๆ ในนิตยสารสองสามฉบับ...เท่านั้นเอง
ฉันอดคิดไม่ได้ว่า คนไทยรู้เรื่องเมืองนอกเยอะแยะ แต่เรื่องของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลหรือในป่าบ้านเรา กลับไม่มีข้อมูล หรือมีก็อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ อาจเป็นเอกสารงานวิจัยที่ฉันไม่สามารถหาเจอได้ กุ้งสวยๆอย่างนี้เป็นทรัพยากรท่องเที่ยวแท้ๆ ใครเห็นก็ติดใจ อยากกลับไปเห็นอีกหน แต่ในเมื่อเราไม่รู้เรื่องของเขาเลย ทำอย่างไรจึงจะอนุรักษ์ไว้ได้? ในเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักเขา ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าเขามีคุณค่า?
ความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้น เมื่อฉันพบว่าเพื่อนฉันคนหนึ่ง ซื้อกุ้งตัวตลกจากตลาดนัดกลางกรุงเทพฯ มาเลี้ยงไว้ที่บ้าน ด้วยสนนราคาเกือบพันบาท
หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้น เพื่อนฉันสูญเงินเกือบพันบาท กุ้งตัวตลกเสียชีวิต
เมืองไทย...เสียอะไรบ้างนะ?
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com