www.talaythai.com
Last Update : Wednesday 20 June, 2001 2:27 AM

ความชั่วของดาวหนาม (2)

          มาอีกแล้วครับ กลับมาตามคำเรียกร้อง (ของใครก็ไม่รู้?) ผม...นายดาวหนาม จะมาพูดเรื่องความชั่วที่โดนพวกมนุษย์ใส่ร้ายป้ายสี

          เกริ่นกันไปในอาทิตย์ที่แล้ว ถึงความเป็นมาและเทคนิคการกิน ตลอดจนสาระน่ารู้ต่างๆ ที่ใครไม่ได้ติดตาม ลองเปิดเข้าไปหาอ่านใน Talaythai.com ที่เราจะนำเสนอเรื่องจากคอลัมน์นี้มาให้คุณที่พลาดไปได้อ่านกัน (บางเรื่อง...อีกบางเรื่องเก็บไว้รวมเล่มขายน่ะ นักเขียนอยากได้เงินเหมือนกันนะ)

          เรายังติดค้างกันหลายเรื่อง ผมขอเริ่มจากเรื่องของสายพันธุ์ดาวหนาม ที่บางคนบอกว่าแถวอันดามันสีม่วง ที่อ่าวไทยสีน้ำตาล ตกลงแล้วสีอะไรกันแน่?

          ปัจจุบันเราพบดาวหนามเพียงหนึ่งชนิด (Acanthaster planci) แต่มีวี่แววว่าอาจมีหลายสายพันธุ์ ตอนนี้กรมประมงร่วมมือกับนักวิจัยจากญี่ปุ่น ทำการศึกษาเรื่องสายพันธุ์ดาวหนาม โดยใช้การตรวจ DNA คาดว่าอีกไม่นานคงมีคำตอบ

          แต่เพื่อความกระจ่างในตอนนี้ ผมพอมีข้อมูลอยู่ว่า ดาวหนามสีม่วงเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทย เพราะพบในอันดามันเป็นที่แรกของโลก ต่อมาจึงมีรายงานว่าพบที่อื่นบ้าง เช่น อินโดนีเซีย แต่ก็ไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาล เหมือนกับสีของดาวหนามที่พบกันในฝั่งอ่าวไทย

          พรรคพวกผมพบได้เฉพาะในแนวปะการัง เพราะเรากินปะการังเป็นอาหาร การแพร่กระจายมีอยู่เกือบทั่วโลก ยกเว้นในเขตมหาสมุทรแอตแลนติค เช่น แนวปะการังแถวแคริเบี้ยน จะไม่เจอพวกผมหม่ำปะการังอยู่แถวนั้น

          สำหรับในเมืองไทย รายงานดาวหนามเยอะที่สุดอยู่ที่หมู่เกาะอาดัง-ราวี จังหวัดสตูล แต่จำนวนนั้นขึ้นๆลงๆเอาแน่ไม่ได้ แถวอ่าวไทยก็มีรายงานหลายแห่ง เช่น เกาะโลซิน หมู่เกาะช้าง แต่ปริมาณมากน้อยเป็นวูบ ไม่มีข้อมูลแน่ชัด อีกอย่างที่น่าสงสัยคือปริมาณดาวหนามเหล่านี้สัมพันธ์กับปัจจัยอะไรบ้าง? มนุษย์อย่างพวกคุณก็ยังตอบเต็มปากเต็มคำไม่ได้

          ตัวอะไรกินดาวหนาม? ที่พวกคุณบางคนอาจเคยได้ยินมา นั่นคือ "หอยสังข์แตร" กินดาวหนาม แต่ปัจจุบันหอยสังข์แตรถูกจับไปเกือบหมด ทำให้ดาวหนามมีจำนวนมากขึ้น

          หอยสังข์แตรเป็นหอยขนาดใหญ่ กินสัตว์กลุ่ม Echinoderm เป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะดาวทะเลและปลิงทะเล แต่จะชื่นชอบดาวหนามเป็นพิเศษ เทคนิคการกินของพวกเขาคือคืบไปคลานมาจนพบพวกผม จากนั้นพุ่งเข้าขม้ำ ใช้ตัวรัดและเขมือบเข้าไป แต่ในบางครั้ง ผมก็ดิ้นหลุดสลัดแขนแล้วเดินหนีไปได้ ขึ้นอยู่กับว่าโชคดีหรือเปล่าวันนี้

          ทฤษฎีหอยสังข์แตรโดนจับ ทำให้ดาวหนามมีจำนวนมากขึ้น อาจใช้ได้กับบางพื้นที่ เช่น หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิค แต่สำหรับเมืองไทยอาจไม่ค่อยตรงนัก เพราะปริมาณหอยสังข์แตรในธรรมชาติของเมืองไทยน้อยอยู่แล้ว ไม่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับปริมาณดาวหนามถึงขั้นนั้น (แต่ไม่ได้หมายความว่าให้พวกเราไปซื้อเปลือกหอยสังข์แตรกันตามสบาย ยังไงก็มีผลเช่นกัน)

          มีสัตว์อีกบางชนิดที่กินดาวหนาม เช่น ปลานกขุนทองขนาดใหญ่ มักล่าพวกผมตัวเล็กๆเป็นอาหาร แต่ปลานกขุนทองพวกนี้ ปัจจุบันลาตายหมดแล้ว ศัตรูธรรมชาติของผมจึงหายไปอีกชนิดโดยปริยาย

          ปลาปักเป้าก็กินดาวหนามขนาดเล็กเช่นกัน แม้เมืองไทยจะไม่กินปลาปักเป้าให้ครึกโครม แต่เราก็จับเขาไปเป่าลมทำโคมไฟห้อยต่องแต่ง เวลาเปิดไฟแล้วตาแดงแจ๋โรแมนติคจัง

          สัตว์อีกชนิดที่กินดาวหนามคือกุ้งตัวตลก นายนี่เคยมาเล่าเรื่องให้คุณผู้อ่านฟังหนึ่งหนแล้ว ปัญหาก็ยังเดิมๆ กุ้งตัวตลกถูกจับไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม เรียบทะเลอีกเช่นเคย

          สรุปแล้วตัวอะไรก็ตามที่กินดาวหนาม ถูกพวกคุณไล่ล่าจนใกล้หมดแล้ว แทนที่จะไปหาทางอนุรักษ์พวกเค้าไว้ กลับคิดกันง่ายๆว่าเราก็ล่าดาวหนามแทนซะเลย

          ก่อนมุ่งเข้าประเด็นนักฆ่าดาวหนาม ผมอยากเล่าถึง "ปรากฏการณ์ Outbreak" หรือเหตุการณ์ที่ดาวหนามมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนน่าเป็นห่วงว่าจะกินแนวปะการังจนหมดสิ้น

          เหตุการณ์ที่ว่าเกิดขึ้นได้เพราะอะไร?...ไม่แน่ใจครับ นักวิทยาศาสตร์ยังสรุปไม่ได้แน่นอน แต่มีสมมติฐานบางประการ ที่ต้องเอามาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

          เริ่มจากการสืบพันธุ์ของดาวหนาม เราเป็นสัตว์แยกเพศ ตัวผู้จะปล่อยสเปิร์ม ตัวเมียจะปล่อยไข่ไปผสมกันในน้ำ กลายเป็นลูกดาวหนามขนาดจิ๋ว ประมาณว่าในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ดาวหนามตัวหนึ่งอาจมีไข่ได้ถึง 60 ล้านฟอง

          ลูกดาวหนามจิ๋วล่องลอยในมวลน้ำเป็นแพลงก์ตอน แต่โอกาสรอดน้อยมาก อาจโดนสัตว์อื่นกินจนเหี้ยน หรือในทางกลับกัน อาจไม่มีอะไรกินจนอดโซตายไป อ้อ...ลูกพวกเรากินแพลงก์ตอนพืชเป็นอาหาร

          ทีนี้...เหตุการณ์ประจวบเหมาะ เมื่อเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนพืชมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเรามีอาหารมากขึ้น พรึ่บเดียวเท่านั้นครับ มีดาวหนามตัวน้อยๆเต็มไปหมด เมื่อลอยมาถึงแนวปะการัง เราจะลงหม่ำกันอย่างเป็นทิวแถว

          การหม่ำแบบ Outbreak มีเทคนิค เริ่มจากที่ลึก น้ำนิ่งสงบไม่มีคลื่นลมมากนัก จากนั้นเขยิบขึ้นที่ตื้น บางครั้งดาวหนามอาจแอบในตอนกลางวัน ออกหากินในเวลากลางคืน

          หากลุยกันอย่างจริงจัง แนวปะการังใหญ่ๆพื้นที่หลายตารางกิโลเมตร อาจโดนเรากินจนหมดภายในไม่ถึงปี ขึ้นอยู่กับจำนวนของดาวหนาม แต่เหตุการณ์ที่ว่ายังไม่เคยเกิดในเมืองไทย มีเพียงบางพื้นที่พบดาวหนามเยอะหน่อย ถ้านับเป็นจำนวนตัวต่อตารางเมตรกันจริงๆแล้ว ก็ไม่ได้มากมายอะไร มีแค่สิบยี่สิบตัวต่อพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร หรือบางครั้งทั้งเกาะมีแค่ไม่ถึงร้อยตัว ถ้าเป็น Outbreak ต้องมีเป็นหมื่นๆแสนๆหรือหลายล้าน

          จะมี Outbreak หรือไม่มีก็ตามแต่ นักดำน้ำและคนไทยจำนวนมาก ฝังจิตฝังใจว่าดาวหนามเป็นฆาตกรใจโหด มีอยู่สองสามตัวก็สามารถกินแนวปะการังกว้างใหญ่ให้หมดสิ้นได้ ทั้งที่พวกผมตัวหนึ่งกินปะการังได้ปีละ 5-6 ตารางเมตรเท่านั้นเอง

          บางคนบอกว่า ไม่กี่ตารางเมตรก็ต้องฆ่า เลยจัดเทศกาลรณรงค์จับดาวหนามมาย่าง มีอาสาสมัครมาจากทั่วสารทิศ บอกว่านี่แหละคือการอนุรักษ์ปะการังแบบหนึ่ง ใครฆ่าได้มากยิ่งได้บุญ โอ้โฮ...ช่วยปะการังได้ตั้งเยอะ

          ถึงเวลาผมแจกแจงความคิดเห็นบ้าง อย่างแรก...คุณคิดว่าผมชั่วเสมอเหรอครับ?

          จากการศึกษาฟอสซิล ดาวหนามพบอยู่บนโลกมาหลายล้านปีแล้ว พวกเรามีวิวัฒนาการน้อยนิด สมัยก่อนก็กินปะการัง นานตั้งหลายล้านปี ทำไมแนวปะการังไม่เห็นหมดไปเลย?

          แต่สำหรับพวกคุณ...ชาวมนุษย์ เพิ่งหัดใช้ประโยชน์จากแนวปะการังได้ไม่กี่ปี เอาในเมืองไทยก็ได้ครับ ไม่กี่สิบปีนี่เอง ระเบิดเอย ท่าเรือเอย บ้างก็ไปเหยียบปะการัง ขุดปะการังไปขายบ้าง กระทำการต่างๆนาๆ

          จนปัจจุบัน แนวปะการังลดลงฮวบฮาบ เจ๊งไปตั้งหลายสิบหลายร้อยแห่ง ปะการังสู่สวรรค์เยอะแยะ จนน่าเป็นห่วงว่าจะหมดสิ้นประเทศชาติ คำถามคือ...ทำไมแนวปะการังหดหายในระยะไม่กี่สิบปีนี้? ทั้งที่พวกผมมีมาตั้งหลายล้านปี คำตอบง่ายๆและตรงๆก็คือ เพราะพวกคุณน่ะสิครับ

          แต่อยู่ดีไม่ว่าดี คุณมากลับเปลี่ยนดาวหนามให้เป็น "แพะ" บอกว่านี่แหละตัวการ เพราะดาวหนามกินปะการัง คนไม่กินปะการัง คิดอย่างนั้น...เข้าข้างตัวเองดีเนอะ

          การอนุรักษ์แนวปะการัง ไม่ได้หมายความว่าอนุรักษ์ปะการังไว้อย่างเดียว แค่นั้นสำเร็จมรรคผล เพราะปะการังในเมืองไทยมีอยู่ประมาณ 250 ชนิด แต่สัตว์ในแนวปะการังมีอีกนับหมื่นนับแสนชนิด การรักษาสัตว์แค่นิดหน่อย แต่ปล่อยให้สัตว์ที่เหลือตายไป หรือดันไปฆ่าสัตว์บางชนิดเสียเอง นั่นไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง หลักการง่ายๆคล้ายการฆ่าเสือเพื่ออนุรักษ์กวาง

          นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากการควบคุมจำนวนดาวหนามด้วยการจับไปฆ่าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่นหรือออสเตรเลีย ปรากฏว่าแทบจะไม่ได้ช่วยแนวปะการังได้เลย หากเกิดปรากฏการณ์ Outbreak ขึ้นจริงๆ แต่ถ้าเป็นในภาวะปรกติ ไม่มีการจับดาวหนามอย่างผมมาฆ่าหรอกครับ

          สรุปแล้วนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่บอกว่า เราควรศึกษาดาวหนามต่อไป ในฐานะของสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง เพื่อหาความสัมพันธ์ที่ทำให้พวกเขาอยู่ควบคู่กับแนวปะการังมาได้แสนนาน ยกเว้นกรณีเฉพาะจริงๆ ที่ควรต้องควบคุมปริมาณดาวหนามไว้บ้าง ลักษณะอาจคล้ายกับการควบคุมประชากรกวางในบางพื้นที่และบางเวลา ไม่ให้มีมากเกินไป เพราะจะไปกินหญ้ากินต้นไม้หมด

          คำว่าบางพื้นที่และบางเวลาอยู่ตรงไหน? กรณีนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตัดสิน นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลจะรวบรวมข้อมูล ศึกษาชีวิตดาวหนาม ประชากรในอดีต ฯลฯ ก่อนจะบอกว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องควบคุมหรือยัง? ไม่ใช่อยู่ดีๆใครก็ไม่รู้มองไปมองมา ดาวหนามเยอะขึ้นนี่นะ จัดมหกรรมฆ่าดาวหนามดีกว่า ได้ทำกิจกรรมอนุรักษ์ด้วย

          อีกอย่างที่อยากแนะนำ สำหรับนักดำน้ำทั่วไปเวลาเห็นพวกผม อย่าจับไปฆ่าเลยครับ

เหตุผลมีหลายประการ อย่างแรกคือการฆ่าผมไม่ได้หมายความว่าคุณได้บุญ ได้ช่วยเหลือแนวปะการัง ที่จริงกลับเป็นทางตรงข้าม คุณได้บาป กำลังฆ่าสัตว์ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแห่งนี้

          ถ้าอยากช่วยแนวปะการังจริงๆ ทำอย่างอื่นเถอะครับ เช่น อย่าจับอย่าแตะปะการัง เห็นใครดำน้ำแล้วทำตัวไม่ดี หาทางเตือนพวกเขา หรืออยากทำกิจกรรมก็ยังมีอีกเยอะแยะ จะวางทุ่น เก็บขยะ คืนบ้านให้ปูเสฉวน ฯลฯ ได้ประโยชน์ทั้งนั้น

          สองคือคุณอาจเจ็บตัว บอกกันไปในตอนที่แล้ว ผมมีหนามแหลมแถมอาจเป็นพิษ ใครโดนไปแล้วกว่าแผลจะหาย บางครั้งเป็นปีก็ไม่หาย ไม่มีประโยชน์เลยที่จะมาเสี่ยง

          สามคือเวลาคุณฆ่าผม แน่ใจหรือว่าไม่รบกวนปะการัง บางหนผมเห็นนักดำน้ำคนหนึ่งกว่าจะลากดาวหนามขึ้นมาได้ ปะการังเขากวางถล่มไปทั้งกอ แต่คนนั้นอาจคิดว่าไม่เป็นไร ฉันฆ่าดาวหนามได้แล้ว...อย่างนี้คุ้ม

          ธรรมชาติใต้ทะเลซับซ้อนกว่าที่มนุยษ์คิด ถ้าทุกอย่างหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง พวกคุณคงไม่ต้องปวดหัวกับการอนุรักษ์ทะเลถึงเพียงนี้ พลอยเดือดร้อนมาถึงพวกผมด้วย

          กล่าวโดยสรุป ขอร้องกันซื่อๆตามประสาดาวหนามตัวหนึ่ง อย่าฆ่าผมเลยครับ สงสารผมเถอะ

          การช่วยทะเลไทย ไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยกิจกรรมใหญ่โต ตัดสินปัญหาด้วยสายตา หรือด้วยความรู้ครึ่งๆกลางๆ อารมณ์เพียงวูบสองวูบ เพราะแม้ปราถนาดี กลับทำให้เกิดความยุ่งเหยิง ดังที่เกิดขึ้นมานับร้อยนับพันครั้งในบ้านนี้เมืองนี้

          โลกนี้มีนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล เพื่อศึกษาและหาทางเข้าใจทะเล โดยรบกวนทะเลให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการใช้ประโยชน์หรือเพื่อการอนุรักษ์ก็ตามที

          ขอให้ใจเย็นและปล่อยพวกเขาและเธอทำหน้าที่ จนกว่าเราจะเข้าใจทุกอย่างดี ระหว่างนี้ถ้าฮึดฮัดอยากช่วยทะเลจัง เรายังมีอะไรอีกร้อยแปดพันเก้าให้ช่วยเหลือ

          อย่าช่วยทะเลโดยฆ่าชีวิตหนึ่ง เพราะหวังอยากให้อีกชีวิตหนึ่งอยู่รอด...

          อย่าคิดว่าปะการังสำคัญกว่าดาวหนาม...

          เพราะในโลกของธรรมชาติ ทุกชีวิตสำคัญเท่าเทียมกัน ตลอดมาและตลอดไป

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

Click Here!