![]() Last Update : Wednesday 20 June, 2001 2:33 AM |
|
ความชั่วของดาวหนาม (1)
สวัสดีครับ ผม...นายดาวหนามหรือ "ดาวมงกุฎหนาม" ขอรายงานตัวครับ (ชื่อสามัญ Crown-of-Thorn ชื่อวิทยาศาสตร์ Acanthaster planci )
หลังจากบรรดาสัตว์ทะเลทั้งหลาย พากันมาเสนอหน้าในคอลัมน์นี้ บ้างหายาก บ้างน่ารัก มีอยู่ไม่น้อยที่น่าสงสาร ถึงขั้นเรียกน้ำตาคุณผู้อ่านมาแล้ว แต่ทั้งหมดนี้ ไม่เคยมีคุณสัตว์ตัวไหนได้รับการประนามว่า "ชั่ว" เช่นดังตัวกระผม ความชั่วนี้จัดอยู่ในระดับชั่วจริงชั่วจัง ถึงขั้นบางคนเห็นแล้วต้องจับมาใช้มีดจิ้มๆๆก่อนตื้บซ้ำ บ้างเอามาเผาให้มอดไหม้เป็นธุลี
ผู้คนเหล่านั้นมักบอกว่า นี่แหละ...ไอ้ตัวร้าย มันเป็นสัตว์กินปะการัง ตอนนี้เมืองไทยยิ่งมีปะการังเหลืออยู่นิดเดียว ขืนปล่อยไว้มีหวังโดนกินหมด อย่างงี้ได้ไง? ตายเสียเถอะแก
หลังจากเพื่อนผมโดนตื้บจนสู่สวรรค์ไปหลายตัว ถึงเวลาบ้างแล้วที่ผมต้องมาเสนอหน้า เพราะสงสัยเหลือเกินว่า ข้าน้อยนี้หนา...ชั่วยังไง?
ก่อนเข้าเรื่องที่อาจจะยาวหน่อย ต้องบอกกันไว้ว่าผมเป็นดาวทะเลหรือที่พวกคุณบางคนเรียกว่า "ปลาดาว" อยู่ในไฟลั่ม Echinodermata (เอ็ค-ไค-โน-เดอ-มา-ต้า) พวกเรามีห้ากลุ่ม ได้แก่ ดาวทะเล ปลิงทะเล เม่นทะเล ดาวเปราะ และดาวขนนก สัตว์ในไฟลั่มนี้ล้วนเป็นสัตว์ทะเล
เมื่อเอ่ยถึงดาวทะเล หลายคนคงร้องอ๋อ บอกว่ารูปร่างเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าใช่มั้ยล่ะ แต่พวกเราไม่จำเป็นต้องมีขาห้าแฉกเสมอไป บางชนิดอาจไม่มีเลยสักขา อย่างคุณ "ดาวหมอน" ตัวกลมๆคล้ายหมอนปักเข็มเย็บผ้า
ดาวทะเลเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่เรามีโครงร่างแข็งสานกันไปมาคล้ายร่างแห องค์ประกอบเป็นสารพวกแมกนีเซียมแคลไซต์ โครงร่างเหล่านี้เชื่อมต่อกันด้วยนื้อเยื่อ เมื่อคุณมองดาวทะเลสักตัว อาจเห็นผิวของเขาเรียบ แต่จริงๆแล้วแข็งแถมยังสากมือ (ไม่แนะนำให้จับเล่นนะครับ พวกผมบอบบางจะตาย)
แนะนำญาติแล้ว ถึงเวลาบอกเล่าเกี่ยวกับตัวเองบ้าง ดาวหนามเป็นดาวทะเลที่มีขนาดใหญ่ บางตัวอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 50 เซนติเมตร ใหญ่กว่านั้นก็มี เรามีขา 14-18 ขา แต่เอกลักษณ์ที่โดดเด่น กลายเป็นที่มาของชื่อ คือหนามแหลมอยู่รอบกาย แหลมในที่นี้หมายถึงแหลมเปี๊ยว ทิ่มจึ้กเดียวคุณเป็นแผลแน่นอน
นักดำน้ำหลายคนเคยตั้งคำถามว่า หนามของพวกผมมีพิษหรือไม่? บางคนบอกว่าไม่มีพิษ แต่มีแบคทีเรียจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่บางคนศึกษาแล้วบอกว่ามีพิษพวก Saponin ผมเองก็เป็นดาวหนามเรียนไม่สูง ไม่รู้ว่าตกลงมีหรือไม่มีกันแน่? แต่ที่บอกได้คือหากคุณโดน...คุณเจ็บ
อาการเจ็บตอนแรกคล้ายโดนหนามเม่นทะเล แต่แผลของพวกผมจะหายช้ากว่ากัน...มาก คิดว่าหายแล้ว กลับพุพองขึ้นมาเป็นหนองเฉยเลย บางทีก็คันคะเยอพุพองขึ้นมาใหม่ กว่าจะหายอาจใช้เวลาหลายต่อหลายเดือน เป็นปียังเคยมีรายงาน
ด้วยเหตุนี้เอง หลายคนเลยเกลียดผมมาก ไม่ยักคิดว่าผมไม่ได้พุ่งเข้าไปทิ่มคุณสักหน่อย คุณว่ายมาโดนเองต่างหาก คงนับเป็นความชั่วของดาวหนามไม่ได้
เรื่องราวของแผลจากดาวหนาม ถูกพูดต่อไปมากมาย จนบางครั้งกลายเป็นสัตว์ประหลาดกระโดดพรวดออกมาจากเทพนิยาย นักดำน้ำอาจได้ยินเรื่องเล่าว่า มีคนไปโดนดาวหนามจนหนามหักคาแผล ไม่ได้สนใจอะไร แผลหายไปแล้ว แต่หลายเดือนต่อมาเจ็บแผลมาก เลยไปหาหมอ ผ่าแผลถึงขั้นร้องเหวอ เพราะพบลูกดาวหนามตัวเล็กๆกำลังคลานยุ่บยั่บอยู่ในนั้น
ขอผมมีโอกาสชี้แจงบ้างนะครับว่า เหตุการณ์เช่นนี้เป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะเหตุผล 2 ประการ
อย่างแรก... ดาวหนามอยู่ในร่างกายมนุษย์ไม่ได้ เพราะเราไม่สูบเลือดคุณมาเป็นอาหาร เหมือนหมัดหรือปลิงที่เคยมีเรื่องราวลงหน้าหนังสือพิมพ์
อย่างที่สอง... สำคัญมาก เพราะเกือบทุกคนเข้าใจผิดกันมานาน ดาวหนามสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ...ไม่ได้ครับ
หลายคนคงทราบว่า สัตว์บางชนิดสามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual Reproduction) ดาวทะเลบางชนิด เมื่อขาหลุดไป ขานั้นจะงอกเป็นตัวใหม่ ขณะที่ดาวตัวเดิมจะงอกขาขึ้นมาทดแทน สุดท้ายคือมีดาวทะเลสองตัว
เมื่อเอาความรู้นี้มาใช้กับดาวหนาม นักดำน้ำมักเข้าใจผิดว่าถ้าเอามีดสับดาวหนามเป็นชิ้นๆ พวกเราจะร้องยะฮู้ ก่อนงอกใหม่กลายเป็นดาวหนามตัวเล็กตัวน้อยยั้วเยี้ย
แต่...ดาวหนามงอกใหม่อย่างนั้นไม่ได้ หมายความว่าถ้าคุณหั่นขาดาวหนามออกมาหนึ่งขา ดาวหนามอาจงอกขาทดแทนได้ แต่ขาที่โดนหั่นออกไป ไม่สามารถงอกออกมาเป็นตัวใหม่ ถ้ายังไม่เข้าใจขอให้คิดถึงจิ้งจกหางหลุด
ดาวทะเลที่งอกตัวใหม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นดาวห้าขา และต้องมีบางส่วนของตรงกลางลำตัวติดไปด้วย ไม่ใช่สะกิดแค่ปลายขาดาวทะเลออกมาหนึ่งเซนติเมตร จะงอกเป็นตัวใหม่ทั้งตัว ต้องหลุดออกมาทั้งขา ถึงจะงอกได้สำเร็จ
จึงเป็นไปไม่ได้ที่หนามของผมหักคาแผลคุณ วันดีคืนดีมีเวทมนต์งอกเป็นลูกดาวหนามตัวเล็กๆ ไม่เช่นนั้นผมคงไม่มีวันตาย กลายเป็นดาวอมตะไปแล้ว
มาเรียนรู้เรื่องราวของเรือนร่างผมอีกหน่อย เชื่อมั้ยครับว่าดาวทะเลมีตา?
ตาของเราไม่ได้แป๋วเหมือนสาวน้อยบางคน แต่เป็นจุดเล็กๆ (Eyespot) อยู่ที่ปลายขาแต่ละข้าง ใช้รับแสง เรายังมีเซลล์อีกเยอะแยะที่ใช้รับสัมผัส อยู่ตามเท้าดูด เพื่อช่วยในการแสดงพฤติกรรมต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการหาอาหาร เช่น ตอนนี้คลานอยู่บนก้อนหินนะ...กินไม่ได้ ตอนนี้คลานอยู่บนก้อนปะการัง...กินได้
ย่อหน้าที่แล้วมีสองข้อมูล หนึ่งคือเท้าดูด (Tube Feet) ที่เรียงรายอยู่ตามร่องข้างใต้ลำตัว เท้าเล็กๆพวกนี้ลักษณะคล้ายท่อ สามารถยืดหดได้ เมื่อยืดไปโดนอะไร ปลายเท้ามีปุ่มดูดเล็กๆดูดติดกับพื้น จากนั้นก็หดเท้า เมื่อทำพร้อมกันหลายพันเท้า ย่อมเกิดแรงดึงให้เคลื่อนไปข้างหน้า
นักวิทยาศาสตร์เค้าศึกษาแล้วว่า ในหนึ่งชั่วโมงถ้าดาวหนามตั้งใจเดินอย่างจริงจัง อาจไปไกลได้ถึง 4 เมตร มีข้อมูลติดตามดาวหนามพบว่า หนึ่งอาทิตย์เคลื่อนที่ได้ตั้ง 580 เมตรแน่ะ (น้อยมากถ้าเทียบกับมนุษย์หรือรถสปอร์ต แต่ถือว่าเร็วมากสำหรับสัตว์กลุ่มดาวทะเล)
ดาวทะเลบางชนิดใช้เท้าดูดช่วยในการหาอาหาร เช่น เจอหอยสองฝา จะใช้เท้าดูดเปลือกหอยทั้งสองข้างให้แน่น ก่อนออกแรงง้างเปลือกหอยให้อ้า แล้วยื่นกระเพาะเข้าไปกินเนื้อหอยข้างใน แต่ดาวหนามไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ
เรื่องของเราจึงมาถึงข้อมูลที่สอง ดาวหนามกินอะไรและกินยังไง? อาหารของพวกผมคือปะการัง นั่นอาจเป็นสาเหตุที่มนุษย์จงเกลียดจงชังผมเหลือเกิน
คำว่าปะการังนี้ยังมีรายละเอียด เพราะผมเลือกที่รักมักที่ชัง อาหารโปรดคือปะการังเขากวางและปะการังแผ่นนอน แต่ผมไม่ค่อยชอบปะการังก้อน อาจเป็นเพราะเนื้อน้อยกินไม่อร่อย
นอกจากนี้ ยังมีปะการังพุ่มบางชนิดที่มีขนาดเล็กและมีสัตว์พวกกุ้งปูอาศัยอยู่ เพราะเวลาจะไปกิน เจ้ากุ้งปูทั้งหลายมักยื่นก้ามมาออกหนีบบ้างทิ่มบ้าง เป็นการป้องกันแหล่งที่อยู่ ดังสุภาษิตที่ว่า "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น"
แต่ในยามจำเป็น หมายถึงไม่มีอะไรกิน ต่อให้ควายผมก็ไม่กลัว ผมอาจจะกินปะการังที่ว่านี่เหมือนกัน บางครั้งอดอยากปากแห้งจริงๆ ถึงขั้นกินปะการังอ่อนหรือกัลปังหา กินสาหร่าย หรือบางครั้งกินกันเองก็เป็นได้
เพียงแต่...พฤติกรรมเหล่านั้นไม่ค่อยเกิดหรอกครับ ต้องเป็นเหตุการณ์เฉพาะจริงๆ เช่น พวกผมในอะควอเรี่ยม บางครั้งอาจเป็นช่วงที่มีพวกผมมากจนท่วมทะเล เรียกว่าปรากฏการณ์ Outbreak เหมือนชื่อหนังเรื่องหนึ่งเมื่อสักสามสี่ปีที่แล้ว แต่นั่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับไวรัส แต่เวลาดาวหนามมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากๆ เราก็เรียก Outbreak เหมือนกัน
จำนวนมากนี้...แค่ไหนกันนะ? หลายคนบอกว่าเห็นผมร้อยสองร้อยตัว ในแนวปะการังหนึ่งแห่ง อย่างนั้นก็เป็น Outbreak แต่นักวิทยาศาสตร์ให้จำกัดความว่า ปรากฏการณ์นี้ต้องมีดาวหนามเป็นพันๆตัวหรืออาจเกินกว่านั้น อาจมีจำนวนเป็นล้าน ปกคลุมแนวปะการังจนมองเห็นแทบไม่เห็นพื้น
ปรากฏการณ์ที่ว่า ในเมืองไทยยังไม่มีรายงานหรอกครับ จุดที่พบมาก เช่น อาดัง-ราวี อาจมีพวกผมหลายสิบตัวต่อระยะทาง 100 เมตร แต่ยังไม่ถึงขั้น Outbreak แต่ทั่วโลกอันกว้างใหญ่ เคยมีรายงานเกี่ยวกับ Outbreak หลายครั้ง เช่น มอลดีฟ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ
ย้อนกลับมาอธิบายเรื่องการกินปะการังของผมต่อ ดาวหนามอย่างผมธรรมชาติวิวัฒนาการมาเพื่อกินปะการังโดยเฉพาะ เทคนิคการกินไม่ได้ง่ายๆเหมือนคุณแทะน่องไก่ย่าง
ปะการังเป็นสัตว์ มีโครงร่างหินปูนสีขาวอยู่ข้างใน ตัวปะการังเคลือบอยู่ด้านนอก มีสีต่างๆกัน เช่น เขียว ฟ้า เหลือง เทา ฯลฯ ตัวปะการังเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในช่องเล็กๆกว้างไม่กี่มิลลิเมตร
นักล่าปะการังไม่ได้มีเฉพาะดาวหนามเพียงอย่างเดียว ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่กินปะการัง โดยมีเทคนิคแตกต่างกัน เช่น ปลาผีเสื้อมีปากยาวแหลม ใช้ยื่นเข้าไปตอดปะการังกินทีละตัว ปลานกแก้วขนาดใหญ่บางชนิด ใช้ปากแข็งแรงขูดปะการังเข้าไปทั้งหินปูน จากนั้นไปย่อยในท้อง ก่อนขับถ่ายออกมาเฉพาะเศษหินปูนที่เหลือ
แต่ดาวหนามมีเทคนิคพิสดาร เราเริ่มจากปีนป่ายไปบนปะการัง อ้าปากที่อยู่ด้านล่าง (ดาวทะเลทุกชนิดปากอยู่ด้านล่าง) ยื่นกระเพาะออกมา ค่อยๆคลุมปะการังจนได้ที่ แนบชิดสนิทสนมกับตัวปะการัง แล้วปล่อยน้ำย่อยสลายตัวปะการัง ดูดซึมเข้าไปในกระเพาะ ต่อเมื่อกินจนอิ่ม ผมค่อยดึงกระเพาะกลับเข้ามาในตัว ปะการังที่เหลืออยู่จะเห็นเป็นสีขาวจั๊ว เพราะตัวปะการังที่เคลือบอยู่ด้านนอกโดนย่อยไปหมดแล้ว
วิธีการดังกล่าวทำให้ผมกินปะการังได้หมดจดดีแท้ ตามปรกติใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมงในการกินปะการังหนึ่งครั้ง ขนาดประมาณเล็กกว่าตัวดาวหนามนิดหน่อย แต่ผมไม่ได้กินตลอดเวลา มีพักผ่อนหรือจีบสาวบ้างเช่นกัน ดาวหนามตัวโตๆขนาดกว้างเกือบสองคืบ จะกินปะการังประมาณปีละ 5-6 ตารางเมตร
เนื่องจากผมหน้าตาน่าเกลียด กินปะการังโดยตรง แถมยังเป็นเป้านิ่ง เลยกลายเป็นที่เกลียดชังของคนทั้งหลาย กลายเป็นศัตรูตัวร้ายที่เห็นแล้วต้องทำลาย ทั้งที่ความจริงปลาผีเสื้อน้อยน่ารักหรือปลานกแก้วสวยสด ก็กินปะการังเหมือนกัน แล้วทำไมถึงมาไล่ล่าฆ่าผมคนเดียวล่ะวุ้ย?
คำถามนี้มีคำตอบแน่ รวมถึงปรากฏการณ์ Outbreak และความเป็นมา สาระน่ารู้เกี่ยวกับดาวหนาม ที่ใครสนใจต้องติดตามต่อในอาทิตย์หน้า เพราะหมดโควต้าหน้ากระดาษแล้วเอย...
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.