![]() Last Update : Friday 15 March, 2002 1:14 AM |
![]() |
ขับรถลดเลี้ยวเที่ยวเกาะช้าง (1)
สัปดาห์ก่อนสัญญากันไว้ดิบดี เรื่องตอนนี้จะพาไปเที่ยวตะรุเตา แต่ขอโทษครับที่ต้องทรยศ ผมมานึกดูแล้วว่าช่วงนี้ไม่มีวันหยุดยาวเลยนี่นา คุณๆ อาจอยากไปทะเลประเภทค้างหนึ่งหรือสองคืนบ้าง ขืนไปถึงสตูลต้องใช้เวลาตั้งห้าหกวัน ถึงแม้เด็กๆ จะหยุดเรียนพอมีเวลาบ้างแล้ว แต่ไปตะรุเตาต้องลงทุนเยอะหน่อย ไม่ต่ำกว่าสามสี่พันบาท เยาวชนของชาติคงปวดใจไม่น้อย ผมเลยขออนุญาตเปลี่ยนมุขกระทันหัน แทนที่จะลงใต้ เราไปเที่ยวเกาะช้างดีกว่า ใกล้ๆ กรุงเทพฯแค่นี้เอง ประหยัดเงินประหยัดเวลากว่าเยอะ
ขอบอกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ครั้งนี้ผมตั้งใจไปทำสารคดีโดยเฉพาะ เก็บรายละเอียดมาเพียบ แถมยังเพิ่งไปมาชนิดที่เรียกว่าปั่นต้นฉบับในคืนที่กลับถึงกรุงเทพฯ คิดว่าข้อมูลคงทันสมัย เป็นเรื่องประเภทหลายตอนจบ รายละเอียดถึงกึ๋น กลุ่มเป้าหมายคือคนที่หวังจะไปเกาะช้างโดยขับรถยนต์ส่วนตัว แต่อาจรวมประเภทแบกเป้เที่ยวทะเลด้วย สำหรับใครที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำน้ำ ผมมีโอกาสได้ลงดำน้ำทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก เพื่อร่วมสำรวจแนวปะการังหมู่เกาะช้าง แม้เป็นช่วงสั้นๆ แต่อาจทำให้คุณรู้จักโลกสีครามของทะเลตราดมากขึ้น และเพื่อให้พิสดารสาสมใจคุณผู้อ่านสยามรัฐ ผมนำแหล่งเที่ยวที่มีลักษณะคล้ายกัน อันได้แก่ เกาะสมุยและเกาะพงัน มาเปรียบเทียบด้วย เผื่อใครงบน้อยหรือเวลาจำกัด ไปเที่ยวได้แห่งเดียว จะได้เลือกให้โดนใจ
เกาะช้างมีเนื้อที่ 268,125 ไร่ ใหญ่เป็นรองเพียงเกาะภูเก็ต แม้แต่เกาะสมุยที่ใครคิดว่าบักเอ้บ ยังมีขนาดเล็กกว่าเกาะช้าง ทั้งเกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะช้าง ตั้งอยู่ในอ่าวไทย ทะเลมีส่วนคล้ายกัน การเดินทางยังมีเฟอรี่คอยบริการให้เราเอารถขึ้นไปที่เกาะได้ บนเกาะมีถนนให้ขับรถบรืนๆ แต่ที่น่าสงสัย ทำไมการท่องเที่ยวที่เกาะช้างถึงเจริญช้ากว่าเกาะสมุย? ทั้งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯกว่าตั้งเยอะ ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่า จนเมื่อไม่นานมานี้เอง รัฐบาลถึงมีโครงการพิเศษพัฒนาเกาะช้าง หวังให้เป็นมัลดีฟส์ปานนั้นเชียว ครั้งนี้นอกจากเที่ยวแล้ว ผมยังนำเสนอข้อคิดบางประการ สำหรับโปรเจ็คหลายร้อยล้านที่รัฐบาลไทยกำลังจะลงทุนด้วย
มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า ผมขับรถส่วนตัวไปเอง ทีแรกว่าจะใช้รถเก๋ง เห็นเขาว่าถนนบนเกาะช้างเจ๋งแล้วนี่ มานั่งคิดนอนคิดว่า เจ้ารถคันนี้เราก็เพิ่งลงทุนซื้อมา ผ่อนไปได้สองเดือนนับเดือนนี้ แถมยังมีข่าวว่าค่าอะไหล่แพงระเบิด ขืนเอาไปลุยเกาะเฉียดทะเล ขืนมีอะไรพังขึ้นมามีหวังซวย เลยตัดสินใจขอยืมรถกระบะ 4x4 ของเพื่อนไปใช้แทน ภายหลังปรากฏว่า การตัดสินใจของผมถูกต้องมาก แต่เรื่องจะเป็นยังไงต้องอดใจไว้เดี๋ยวเล่าให้ฟังครับ
เนื่องจากติดภารกิจบางประการ (รอแฟนตื่น) กว่าผมจะได้ออกจากบ้านก็เที่ยง แม้เฟอรี่จะมีบริการถึงเย็น แต่ผมไม่ได้รีบร้อนอะไร กะว่าจะไปนอนที่ตราดก่อนสักคืน ผมเลือกใช้เส้นทางปรกติที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการเดินทางไปตราด จากกรุงเทพฯมุ่งหน้าไปบ้านบึง ต่อไปตามเส้นทางบ้านบึง-แกลง ถนนสายนี้แจ๋วมาก แทบไม่มีหลุมบ่อทำร้ายช่วงล่างรถ
มาถึงสามแยกแกลง ผมใช้เส้นทางผ่านจันทบุรีไปตราด สมัยก่อนถนนเส้นนี้เป็นสองเลน แต่ปัจจุบันตัดใหม่กลายเป็นสี่เลนรถวิ่งเฟี้ยวเลย ถ้าสังเกตให้ดีในช่วงจันทบุรี-ตราด คุณจะเห็นถนนสายเก่าคู่ขนานไปด้วย มีต้นยางขนาดยักษ์ขึ้นอยู่เยอะเชียว สมัยก่อนถนนเส้นเก่าถือว่าสวยมากสุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย ปัญหาคือขยายถนนไม่ได้เพราะต้องตัดต้นยาง เมื่อจำเป็นต้องทำถนนใหม่ กรมทางหลวงเลยตัดสินใจไม่ขยายแต่ตัดถนนใหม่ทั้งหมด นับว่าเป็นการกระทำที่น่ายกย่อง น้อยครั้งที่กรมทางหลวงจะเห็นใจต้นไม้ข้างทางถึงเพียงนี้
จากกรุงเทพฯถึงเมืองตราดเป็นถนนสี่เลนตลอดสาย ผมใช้เวลารวม 4 ชั่วโมงมีเศษนิดหน่อย จะว่าไปใช้เวลาน้อยกว่าลงใต้ไปชุมพรเสียอีก แถมถนนยังดีกว่าเยอะ ถ้าใครออกจากกรุงเทพฯตอนเช้า รับรองไปถึงเกาะช้างตอนบ่ายแน่ ผมลองจับเวลาเที่ยวขากลับดู ลงเฟอรี่ที่เกาะช้าง 13.20 นาฬิกา มาถึงบ้านที่เอกมัย 18.30 นาฬิกา คิดง่ายๆ ว่าถ้าคุณออกจากบ้านสักเจ็ดโมงเช้า ไม่เกินบ่ายโมงคุณน่าจะเดินยิ้มอยู่บนเกาะเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเร็วกว่าไปเกาะสมุยเยอะ เพราะระยะทางใกล้กว่า ถนนดีกว่า เฟอรี่ไม่ต้องรอคิว เรือใช้เวลาวิ่งน้อยกว่า ถ้าเป็นเกาะสมุย คุณคงต้องใช้เวลาเกิน 10 ชั่วโมงแน่ เผลอๆ อาจถึง 12 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น เสียเวลาเที่ยวไปครึ่งวันเต็ม แถมยังเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการนั่งรถเมื่อยระเบิด บทสรุปแรกในเรื่องการเดินทางและระยะเวลาที่ใช้จากกรุงเทพฯ เกาะช้างชนะขาดครับ
เมื่อมาถึงจังหวัดตราดตอนเย็น ผมเริ่มกิจกรรมหาที่พัก สมัยก่อนตัวเมืองตราดหาที่แรมทางยากมาก มีโรงแรมเก่าๆ อยู่แห่งเดียว แถมเพื่อนหลายคนยังเคยเล่าว่าที่นี่มีปีศาจเป็นของแถม ผมเคยนอนค้างหนเดียว แม้ไม่ได้ของแถมแต่ก็ไม่คิดจะนอนอีก โชคดีที่ปัจจุบันเมืองตราดเริ่มมีที่พักมากขึ้น ครั้งนี้ผมใช้บริการของ เหลายาอินแลนด์ อยู่ข้างถนนฝั่งซ้ายมือก่อนถึงเมืองตราดสัก 3-4 กิโลเมตร ด้านหน้าเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่เห็นชัด
ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผมรับผิดชอบคอลัมน์นี้ คุณผู้อ่านได้กรุณาส่ง E-Mail เสนอแนะความคิดมากมาย บางท่านเสนอว่าผมไม่น่าเขียนถึงแหล่งท่องเที่ยวในเชิงลบ เพราะอาจทำให้คนไทยไม่รู้สึกอยากไปเที่ยว ผมจึงขอเรียนไว้เลยว่า การเขียนสารคดีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของผม ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ยึดหลักการไปเที่ยวเองจ่ายเงินเอง ไม่เคยบอกเจ้าของสถานที่สักครั้งว่าผมเป็นนักเขียน ไม่เคยไปกับคณะสื่อมวลชน ไม่มีสปอนเซอร์ใดๆ การพูดถึงแหล่งเที่ยวหรือสถานบริการแต่ละแห่ง ไม่ว่าภาครัฐหรือภาคเอกชน ผมจึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะใช้ความคิดของผมเป็นหลัก ในการเล่าเรื่องว่าผม ชอบ หรือ ไม่ชอบ โดยมีเหตุผลที่ผมจะบอกเสมอ ส่วนที่ว่าคุณๆ จะคิดเหมือนผมหรือไม่? เป็นสิทธิของคุณผู้อ่าน ที่ต้องบอกกันให้ชัดไว้ตรงนี้ เพราะทริปสู่เกาะช้างคงมีการวิจารณ์เยอะหน่อยครับ
เหลายาอินแลนด์คงเป็นรีสอร์ตในเครือเดียวกับเหลายารีสอร์ต ที่พักบนเกาะเหลายา หมู่เกาะช้าง สนนราคาห้องพักคืนละ 1,000 บาท อาจต่อได้เล็กน้อยถ้าคุณลองพยายาม ราคานี้รวมอาหารเช้าด้วยสองคนต่อหนึ่งห้อง แต่อย่าหวังว่าจะเริ่ดขนาดบุฟเฟ่ต์ อาหารที่ให้คือขนมครกและปาท่องโก๋ พร้อมข้าวต้มเครื่องหนึ่งชามที่รสชาติปานกลาง เรียกว่ากินได้สมเป็นข้าวต้มปรกติก็แล้วกัน
ห้องพักที่นี่ทำเป็นบังกาโลแนวราบ ต่างจากโรงแรมในเมืองทั่วไป ขนาดกว้างใช้ได้ แต่ไม่ได้ตกแต่งพิสดาร แอร์ทำงานดี ทีวีจอเล็กกว่าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านผม (เป็นจอปรกติเหมือนกับที่คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ใช้ครับ) มีตู้เย็นในห้อง มีเตียงด้วยล่ะ ห้องน้ำใช้ได้ น้ำอุ่นก็มีแถมไหลแรง แต่ในห้องมดเยอะไปหน่อย สรุปแล้วถ้าโรงแรมนี้ตั้งอยู่ในภูเก็ตหรือเชียงใหม่ จะเป็นโรงแรมที่คุ้มค่า เผอิญตั้งอยู่ในเมืองตราดก็เลยรู้สึกงั้นๆ โรงแรมที่โคราชหรือขอนแก่นแพงกว่านี้นิดเดียวแต่เจ๋งกว่ากันเยอะ ถ้าจำเป็นต้องมานอนเมืองตราดคงแวะ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ติดใจถึงขั้นต้องมานอนให้ได้
ตกเย็นย่ำค่ำคืนท้องเริ่มร้อง ร้านอาหารของเราชื่อ กังหันลม อยู่ในตัวจังหวัด แต่ผมบอกไม่ถูกว่าไปทางไหน เรียกว่าหลงไปก็แล้วกัน ใครอยากไปบ้างลองตามป้ายบอกทางที่มีอยู่เยอะเชียว อาหารราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ รสชาติปรกติเหมือนอาหารทะเลทั่วไป ไม่ได้สดหรือแซ่บจนกินแล้วน้ำตาไหล เรียกว่าเฉยๆ จะดีกว่า
สรุปแล้วเป็นคนไร้ความรู้สึก...ว่างั้นเถอะ คุณผู้อ่านบางท่านอาจคิดเช่นนี้ งั้นผมพาไปกินของดีเมืองตราดบ้างแล้วกัน อยู่ที่ตลาดโต้รุ่งครับ เดินเข้าไปเกือบสุดทาง เป็นร้านขายข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวของคุณป้าธรรมดามาก แต่มะม่วงนี่สิครับ เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ลูกใหญ่เกือบเท่ามะม่วงทองดำ แถมยังหอมหวานสุดๆ คุณป้าบอกว่าทั้งเมืองมีร้านป้าร้านเดียวเท่านั้น แกเหมามาทั้งสวน ลองเดินดูก็ได้ครับ ในตลาดโต้รุ่งมีร้านมะม่วงอยู่แค่สองสามเจ้า ร้านของคุณป้ามะม่วงใหญ่กว่าร้านอื่น แม้จะขายแพงกว่านิดหน่อย แต่กินแล้วคุ้มเด็ดขาด
หนึ่งคืนในเมืองตราดผ่านไป ตอนเช้าฝนตกลงมาจั้กๆ ถามคนแถวนั้นเขาบอกว่าไม่มีฝนนานแล้ว เพิ่งมาตกวันนี้เองแหละ ผมอดชื่นชมในโชคชะตาของตัวเองไม่ได้ เพื่อนๆ รู้กันดีสำหรับฉายา ธรณ์มาฝนมี ธรณ์หนีฟ้าสว่าง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ผมไปทะเลแห่งไหน ต่อให้เรียบกริบยังไง สักเดี๋ยวลมก็มา เพราะอย่างนี้ผมเลยไม่เมาคลื่นไงครับ ชินมานานแล้ว ไม่เหมือนนักดำน้ำคนอื่นที่ไปกับผมทีไร กลับมาหน้าเขียวทุกที
ตกได้ตกไปเย็นดีเสียอีก เรายังมุ่งหน้าไปตามแผนเดิม จากจังหวัดตราดตรงไปแหลมงอบ ช่วงนี้เป็นถนนสองเลนระยะทาง 17 กิโลเมตร ระหว่างทางก่อนถึงแหลมงอบหน่อยเดียวคือบ้านน้ำเชี่ยว มีงอบขายเยอะมาก ผมเลยแวะซื้องอบไปฝากสาวเจ้าที่ตอนนี้กำลังทำนากุ้งอยู่ทางใต้ งอบมีหลากรูปแบบหลายราคา ส่วนใหญ่ประมาณ 70-100 บาท สภาพแข็งแกร่งกว่างอบที่จตุจักรเยอะ แถวนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องสานอีกหลายอย่าง บางอันก็สวยดีราคาถูก ผมเลยขนซื้อมาเต็มหลังรถ
ก่อนถึงแหลมงอบนิดหน่อย จะเป็นทางแยกขวามือไปท่าเรือเฟอรี่ต่างๆ ต้องบอกกันไว้ก่อนเลยว่า เรือเฟอรี่ไปเกาะช้างมีหลายเจ้านะครับ เช่น เกาะช้างเฟอรี่ เซนเตอร์พ้อยท์ ฯลฯ ราคาขึ้นบ้างลงบ้างจนผมงง ทางไปก็เป็นทางเดียวกัน บางทีอาจมีมุขติดป้ายดึงดูดใจให้เราเลี้ยว จึงขออธิบายไว้ว่า จุดลงเรือเด่นๆ มี 2 แห่งคือ ท่าเรืออนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพรฯ ที่นี่ตั้งอยู่ใกล้แหลมงอบ ถ้ามาจากจัดหวัดตราด จะผ่านเป็นแห่งแรก อีกท่าชื่อ ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ถ้ามาจากกรุงเทพฯ วิ่งตรงเข้าแหลมงอบไม่ผ่านจังหวัดตราด จะถึงท่าเรือแห่งนี้ก่อน
ความแตกต่างของเรือเฟอรี่ยังมีอีกเยอะ เช่น เวลาที่พยายามจะออกไม่ให้ตรงกัน เราเป็นนักเที่ยวเลยสบาย ไม่ทันเรือที่ท่านี้ก็ไปท่าอื่นได้ ขับรถแค่ไม่นานก็ถึง สำหรับราคาจะอยู่ประมาณ 125-150 บาทต่อรถหนึ่งคันพร้อมคนขับหนึ่งคน คนอื่นเสียอีกคนละ 30 บาท ราคาทั้งหมดเป็นราคาต่อเที่ยว
ว้า...กำลังเขียนสนุกเชียวครับ จริงๆ แล้วผมเขียนเลยโควต้าหน้ากระดาษไปด้วยซ้ำ เพิ่งมาทราบทีหลัง สัปดาห์หน้านั่งเรือเฟอรี่ต่อ สารคดีเรื่องนี้ยาวแน่ครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.