![]() Last Update : Friday 25 January, 2002 4:10 AM |
![]() |
บ่อนอกและบ้านกรูด...ความจริงที่หายไป
เหตุการณ์ที่นักวิชาการมากกว่า 500 คนออกมานำเสนอประเด็นเกี่ยวกับกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าที่ริมทะเลบ่อนอกและบ้านกรูด กลายเป็นที่สนใจของสังคม นักวิชาการเหล่านั้นร่วมกันเรียกร้องให้ระงับการสร้างโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งไว้ก่อน เพราะประเด็นหลัก 4 ประการ อันได้แก่ สัญญาที่อาจเสียเปรียบไม่โปร่งใส ถ่านหินเป็นพลังงานที่มีมลพิษสูง ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น และทรัพยากรในท้องทะเลทั้งสองแห่ง
โรงไฟฟ้าเอกชนทั้งสองแห่งเป็นโครงการของรัฐบาล มีมูลค่าลงทุนรวม 76,562 ล้านบาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าภาคตะวันตกและภาคใต้ตอนบน ลดภาระการลงทุนและหนี้สินของภาครัฐ รวมทั้งเสริมสร้างการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่สูญเสีย สิ่งที่รัฐบาลกำลังจะตัดสินอยู่ในขณะนี้ คือการเปรียบเทียบส่วนได้ส่วนเสีย ว่าอย่างไหนจะคุ้มค่ามากกว่ากัน แต่ที่น่าสงสัย ข้อมูลทั้งหมดได้รับการพิจารณาหรือเปล่า?
บทความเรื่องนี้จึงจะกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับท้องทะเลบางส่วนที่อาจหายไป จากการพิจารณาของภาครัฐ
ประมาณ 20 กิโลเมตรทางตอนเหนือของอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือที่ตั้งของบ่อนอก ชายฝั่งทะเลเป็นทรายปนโคลน ไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำหรือการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง แต่ไม่ได้หมายความว่า ทะเลแห่งนี้ไม่สมบูรณ์
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในการสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก มีข้อมูลส่วนหนึ่งระบุไว้ว่า จากการศึกษาปริมาณแพลงก์ตอนโดยเฉลี่ยของน้ำทะเลบริเวณชายฝั่ง ในน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรมีลูกปลา 2 ตัว (ในรายงานใช้คำว่า Fish Larvae หมายถึงลูกปลา)
โรงงานไฟฟ้าที่บ่อนอก ใช้ระบบหล่อเย็นแบบเปิด จำเป็นต้องดูดน้ำทะเลเข้าไปเพื่อใช้ในอัตรานาทีละ 550 ลูกบาศก์เมตร หมายถึงจะมีลูกปลาถูกดูดเข้าไปนาทีละ 550 x 2 เท่ากับ 1,100 ตัว ในระยะเวลาหนึ่งวันจะมีลูกปลาถูกดูดเข้าไป 1,100 x 60 x 24 เท่ากับ 1,584,000 ตัว ลูกปลาเหล่านี้เมื่อผ่านระบบความร้อนของโรงงานไฟฟ้าย่อมตายหมด
จากตัวเลขดังกล่าว ในหนึ่งปีมีลูกปลาตายไป 1,584,000 x 365 เท่ากับ 578,160,000 ตัว หากโรงงานนี้ดำเนินการติดต่อกัน 25 ปี ทะเลบ่อนอกจะสูญเสียลูกปลาไป 14,454 ล้านตัว มากกว่าจำนวนลูกปลาที่ถูกดูดเข้าไปในโรงงานไฟฟ้าขนอมหลายสิบเท่า อย่างไรก็ตาม EIA ของโรงไฟฟ้าบ่อนอก ไม่ได้กล่าวถึงตัวเลขดังกล่าว เพียงแต่บอกว่าผลกระทบเกิดขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ
สิ่งที่น่าสงสัยคือคำว่า "นัยสำคัญ" วัดที่ระดับใด? ทำไมปลาหายไปจากทะเลหมื่นกว่าล้านตัว ถึงไม่ได้รับความสนใจ? ไม่ได้มีการคิดความสูญเสียทั้งในทางเศรษฐกิจและในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งที่ในอดีตกรมประมงเคยทำการศึกษาที่โรงไฟฟ้าขนอม ประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจออกมาได้ชัดเจน หมายถึงวิธีการนี้สามารถทำได้ แต่ทำไมถึงไม่ทำที่โรงไฟฟ้าบ่อนอก?
อีกประเด็นที่สำคัญของโรงไฟฟ้าบ่อนอกคือปลาวาฬบรูด้า (Balaenoptera edeni - Bryde's Whale อ่านว่าบรูด้าเพราะไม่ใช่ภาษาอังกฤษ) ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ปลาใหญ่" หรือ "ปลาจ้าว" ชาวบ้านพยายามนำเสนอข้อมูลส่วนนี้มานาน ขอให้ภาครัฐไปพิสูจน์ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ จนพวกเขาต้องพยายามหากล้องถ่ายภาพและกล้องวิดีโอออกไปถ่ายภาพเองจนสำเร็จ
ช่วงนี้มีหลายคำถามเกิดขึ้น เช่น ถ้ามีวาฬทำไมถึงไม่มีข้อมูลหรือข่าวก่อนหน้านี้? คำตอบง่ายๆ ชาวบ้านเคารพปลาวาฬ เขาไม่อยากยุ่งกับปลาวาฬ เมื่อเจอก็แล่นเรือไปห่างๆ เพราะกลัวจะหนุนเรือ ชาวบ้านไม่ได้แจ้งกรมประมงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้คิดว่ามีความสำคัญ ต่อเมื่อเริ่มมีเรื่องของโรงไฟฟ้า ชาวบ้านแจ้งภาครัฐ แต่กลับไม่มีหน่วยงานไหนมาดู จนพวกเขาต้องออกไปพิสูจน์กันเอง
อีกคำถามหนึ่งคือปลาวาฬที่ไหนก็มี ทำไมปลาวาฬที่ทะเลบ่อนอกถึงสำคัญ? คำตอบคือปลาวาฬบรูด้าพบได้ทั่วทะเลไทย แต่ปลาวาฬที่บ่อนอกโผล่หัวมากินอาหาร มีรายงานพร้อมภาพถ่ายยืนยัน เหตุการณ์ที่ปลาวาฬเข้ามาติดต่อกันเป็นเวลานาน นับจากครั้งที่การถ่ายภาพครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2544 จนถึงวันที่ 19 มกราคม 2545 (สอบถามจากชาวบ้านรายงานพบปลาวาฬ 2 ตัว) เป็นเวลาติดต่อกัน 8 เดือน และยังอาจไม่สิ้นสุด การพบเห็นปลาวาฬติดต่อกันนานเช่นนี้ จนสามารถทำเป็นการท่องเที่ยวได้ และอาจมีประโยชน์อย่างมากมายต่อการศึกษาปลาวาฬ มีอยู่ที่ใดในประเทศไทยบ้าง?
หลังจากเวลาผ่านไปหลายเดือน ประเด็นนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงในสังคม ภาครัฐถึงเริ่มสนใจ สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) จัดตั้งคณะทำงานพิสูจน์ปลาวาฬบ่อนอก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่คณะทำงานฯพิจารณา เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับปลาวาฬ ยังไม่เคยลงในพื้นที่ ไม่มีข้อมูลสถิติการพบเห็นปลาวาฬ ไม่มีข้อมูลการศึกษาพฤติกรรมการกินอาหารของปลาวาฬ ฯลฯ มีเพียงการรายงานจากเจ้าหน้าที่ประมงที่ติดเรือไปกับชาวบ้าน 1 ครั้ง และได้พบเห็นปลาวาฬ
รัฐบาลกำลังเรียกร้องให้ชาวบ้านเคารพข้อมูลวิชาการ อยากให้ชาวบ้านเข้าใจในกระบวนการพิจารณา แต่อะไรคือสิ่งที่รัฐบาลกำลังพิจารณา? ในเมื่อคณะทำงานฯขาดข้อมูลในพื้นที่แทบทุกด้าน ทั้งสถิติ ภาพถ่าย และวิดีโอที่เก็บรวบรวม ล้วนเป็นการประสานงานระหว่างชาวบ้าน นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ไม่ได้เก็บโดยภาครัฐ อะไรคือข้อมูลวิชาการที่รัฐบาลอยากให้ชาวบ้านเข้าใจ?
ทะเลเป็นโลกแห่งความลี้ลับ สิ่งที่รวบรวมอยู่ในเอกสารหรือในหนังสือ เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความเป็นจริงอันยิ่งใหญ่ในโลกสีคราม ไม่มีนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญท่านใด สามารถบอกได้ว่าโรงไฟฟ้าที่อาจสร้างขึ้นมา จะไม่มีผลกระทบต่อปลาวาฬ หากการพิจารณานั้นขาดข้อมูลและการศึกษาในพื้นที่จริง
ทุกวันนี้ ภาครัฐกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง แต่เหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวไปดูวาฬที่บ่อนอก จนกลายเป็นกิจกรรม Whale Watch แห่งแรกของเมืองไทย สร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวบ้าน กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งที่ในต่างประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฯลฯ กิจกรรมนี้จัดเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ทำรายได้ให้แก่ประเทศมากมาย (นักท่องเที่ยว 1 คนที่ไปดูปลาวาฬที่นิวซีแลนด์ เสียค่าใช้จ่ายเฉพาะดูปลาวาฬหลายพันบาท มีนักท่องเที่ยวสนใจไปดูจนต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลานาน)
ในกรณีของโรงไฟฟ้าบ้านกรูด ข้อมูลทางวิชาการและกระบวนการพิจารณา EIA ของภาครัฐ ผ่านมาจนถึงขั้นอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่าแนวปะการังขนาดใหญ่มากกว่า 70 ไร่ อยู่หน้าโรงไฟฟ้า ห่างจากชายฝั่งเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เป็นแนวหินโสโครก และจะมีการทิ้งตะกอนที่ได้จากการก่อสร้างหลายแสนตันลงไปในบริเวณนั้น
ชาวบ้านไม่สามารถเชื่อถือข้อมูลส่วนนั้นได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าตรงนั้นคือแนวปะการัง ที่ปู่ย่าพ่อแม่ตลอดจนตัวเขาและลูกหลานชาวประมงในพื้นที่ ใช้เป็นแหล่งหากินมาไม่รู้กี่ชั่วอายุคน เปรียบเสมือนฝรั่งมาศึกษาประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญโน่นนี่นั่น จากนั้นก็บอกคนไทยว่า กรุงเทพฯไม่มีสนามหลวง
ชาวบ้านต้องใช้เวลาแสนนาน ในการพิสูจน์ให้ภาครัฐรู้ว่า แนวหินโสโครกคือแนวปะการัง ในที่สุดเมื่อมีข้อมูลและหลักฐานหลายอย่าง ภาครัฐจึงทบทวนและทำ EIA เพิ่มเติมในส่วนของแนวปะการัง
แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความไม่น่าเชื่อถือ ในข้อมูลวิชาการและกระบวนการของภาครัฐในการพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อม ในเมื่อแนวปะการังขนาดใหญ่ห่างฝั่งเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ยังหาไม่เจอ ทั้งที่มีเวลาศึกษาและพิจารณานานนับปี แล้วทำไมภาครัฐถึงเรียกร้องให้ชาวบ้านเชื่อถือข้อมูลวิชาการและกระบวนการเช่นนี้?
ทำไมภาครัฐไม่ยอมรับว่ากระบวนการดังกล่าวมีปัญหา? ไม่คิดปรับปรุงแก้ไข แต่ยังคงใช้กระบวนการในรูปแบบเดิม เพื่อทำ EIA เพิ่มเติม ภาครัฐได้ทำอะไรให้ชาวบ้านรู้สึกเชื่อถือมากขึ้นบ้าง? หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
การศึกษาที่บ้านกรูดยังมีข้อมูลหลายส่วนที่หายไป เช่น ผลกระทบที่เกิดจากการท่องเที่ยว ข้อมูลแหล่งประมงและการทำประมงที่ไม่ครบถ้วน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่ผิดพลาด เช่น ระบุว่า "ปลาวาฬ" เป็น "ปลา" ทั้งที่ปลาวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ฯลฯ
ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ว่า การพิจารณาว่าสร้างหรือไม่สร้าง เราต้องดูสิ่งที่ได้และสิ่งที่เสีย นำมาชั่งน้ำหนักแล้วตัดสินใจ ข้อดีของการสร้างโรงไฟฟ้ามีมากมาย แต่ข้อเสียล่ะ? สิ่งที่รัฐบาลกำลังพิจารณาคือข้อเสียทั้งหมดหรือเปล่า? ได้คิดถึงลูกปลาที่ต้องตายไปหมื่นกว่าล้านตัว คิดถึงปลาวาฬและการท่องเที่ยว คิดถึงปัญหาของชาวประมง ฯลฯ หรือข้อเสียถูกลบให้หายไปด้วยคำว่า "ไม่มีนัยสำคัญ" ตาชั่งในการตัดสินใจครั้งนี้ ได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนหรือเปล่า?
กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยถูกใช้มาเป็นเวลานาน หากกระบวนการดังกล่าวใช้ได้ดี ทำไมเราถึงมีปัญหาเรื่องเขื่อนปากมูล ฯลฯ กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เราต้องเสียเงินสร้างในสิ่งที่ทำลายความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ก่อนลงเอยด้วยการแก้ไขที่ทำแทบไม่ได้ ก่อปัญหาให้พื้นที่ทีละแห่ง...สองแห่ง ขยายไปจนทั่วประเทศ
การตัดสินใจที่กล้าหาญคือสิ่งที่คนไทยหวังอยากเห็นจากรัฐบาลชุดนี้ แต่การตัดสินใจที่กล้าหาญและ "รอบคอบ" เปิดเผยสิ่งที่อยู่ทั้งสองด้านของตาชั่งให้สังคมรับรู้ อาจเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยให้ในอีกยี่ห้าปีข้างหน้า ผู้เฒ่าที่บ่อนอกและบ้านกรูดจะไม่ต้องบอกกับลูกหลานของพวกเขาว่า แต่ก่อนนะ บ้านเราเคยมีแนวปะการัง เคยมีปลาจ้าว เคยมีกุ้งหอยปูปลาเต็มท้องทะเล สมัยนั้นนะพ่อยังเป็นชาวประมง เราไม่อดเหมือนทุกวันนี้หรอกลูกเอ๊ยหลานเอ๊ย
ช่วงนั้นคุณทักษิณเขาเป็นนายกฯ แล้วเขาก็...
หมายเหตุ - ผู้เขียนไม่เคยต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้า แต่สิ่งที่ผู้เขียนต่อต้านคือการตัดสินใจโดยปิดปังข้อมูลบางส่วน ไม่คำนึงถึงผลได้และผลเสียในทุกด้าน ทั้งข้อมูลวิชาการ ข้อมูลชาวบ้าน และสิ่งที่สายตาสามารถมองเห็นได้ เช่น ภาพถ่ายแนวปะการังบ้านกรูดจากทางอากาศ และภาพถ่ายปลาวาฬบ่อนอกกำลังหาอาหาร ที่นำมาเสนอแก่ชาวทะเลไทยในครั้งนี้ รายละเอียดสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก บ้านกรูด & บ่อนอก
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.