www.talaythai.com
Last Update : Friday 14 September, 2001 11:02 AM

บอบบางทัวร์ดูบัวผุด

          บัวผุดเป็นดอกไม้ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในสกุล Rafflesia ทั่วโลกมีทั้งหมด 14 ชนิด เป็นพันธุ์ไม้ที่อาศัยอยู่ในเถาย่านไก่ต้ม ไม่มีลำต้นหรือใบโผล่พ้นดิน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม บัวผุดจะโผล่ดอกขึ้นมาจากพื้น ตอนแรกๆเป็นดอกตูม ลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำปลี แต่เมื่อบานเต็มที่จะมีสีแดง มีกลีบทั้งหมด 5 กลีบ ขนาดกว้างประมาณ 70-80 เซนติเมตร

          บัวผุดจะบานอยู่นานหลายเดือน ก่อนจะเริ่มโรยราไป ปรกติถ้าปีไหนดีมีฝนเยอะ บัวผุดจะบานเกือบตลอดทั้งปี แต่ถ้าชมให้สวยควรไปช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ชนิดที่พบบ่อยคือ Rafflesia kerrii มีเขตการแพร่กระจายตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ตั้งแต่ประจวบฯเรื่อยไปจนถึงป่าเขาสกและคลองพนม

          เมืองไทยยังมีบัวผุดอีกหลายชนิด เช่น กระโถนฤษี กระโถนพระราม กระโถนสีดา ฯลฯ แม้กระทั่งชนิดที่เคยไม่มีรายงานเกือบร้อยปีแล้ว เพิ่งมาค้นพบใหม่ที่ภูกระดึง ลักษณะไม่เหมือนเจ้าบัวผุดที่เราคุ้นตา หากใครอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ รบกวนอ่านในนิตยสาร Advanced Thailand Geographic ฉบับที่ 48 ซึ่งคงออกวางแผงในอีกไม่นานนี้ ในนั้นมีข้อมูลและภาพถ่ายบัวผุดครบทุกชนิดในเมืองไทย

          ทั้งหมดคือข้อมูลที่ผมค้นเจอ ก่อนจะพาหวานใจออกย่ำต้อกไปฮันนีมูนชมบัวผุด อ้าว...อย่าประหลาดใจนะครับ คนอื่นเขาพาคู่รักไปเที่ยวช้อปปิ้งที่สิงคโปร์ได้ ผมก็พาสาวน้อยมาดูบัวผุดที่ป่าเขาสกได้ ประสบการณ์น่าประทับใจกว่าเยอะ ผมว่าคนไทยที่เคยเห็นลัคกี้พลาซ่า อาจมีมากกว่าคนไทยที่เคยเห็นบัวผุดด้วยซ้ำ

          ปรกติคนไปดูบัวผุดกันที่เขาสก บริเวณที่เรียกว่า "บางลูกช้าง" แต่ต่อมาคนชักเยอะ เทคนิคจัดการยังไม่ค่อยดี บัวผุดเลยสู่สวรรค์หายไปหมด เดี๋ยวนี้เค้ามีจุดใหม่ให้ดู อยู่แถวกม.111 แต่ไม่ใช่คุณจอดรถข้างถนนแล้วชะโงกหน้าออกไป อุ๊ย...บัวผุด มันไม่ง่ายถึงขนาดนั้น เพราะคุณต้องเดินเข้าป่าไปอีก 3 กิโลเมตร โดยติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานฯเขาสก เขามีบริการไกด์ให้ด้วยครับ

          แต่ผมไม่ได้ทำเช่นนั้น เพราะได้ข่าวมาว่า บัวผุดแถวเขาสกช่วงนี้ไม่ค่อยมี เลยเปลี่ยนใจไปดูที่อุทยานฯคลองพนมแทน สองอุทยานฯไม่ได้ห่างไกลกันเลยครับ ความจริงแค่ถนนกั้น ถ้าขับรถมาจากสุราษฎร์ฯ ด้านขวามือคือเขาสก ด้านซ้ายมือคือคลองพนม ที่ทำการอุทยานฯคลองพนมจะถึงก่อน อยู่ด้านซ้ายมือ บริเวณกม.ที่ 90 ส่วนเขาสกต้องขับรถไปจนถึงกม.ที่ 109 ทั้งสองแห่งจะมีทางแยกจากถนนใหญ่เข้าไป ไม่เท่าไหร่หรอกครับ

          ผมกับสาวน้อยหาที่พักริมทางก่อน เราอยากนอน Tree Top ที่เป็นบังกาโลอยู่บนต้นไม้ ราคาหลังละ 500 บาท อยู่ติดอุทยานฯเขาสก ปัญหาคือดันมีฝรั่งมาอยู่แล้วไม่ยอมไป บ้านมีอยู่หน่อยเดียวเลยเต็มหมด สรุปแล้วต้องมานอนรีสอร์ทข้างทาง ราคาคืนละ 700 บาท ห้องใช้ได้ไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในระดับมาตรฐานของรีสอร์ทในป่าเขาเมืองไทย รีสอร์ทพวกนี้มีเยอะแยะไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง คงไม่บรรยายเป็นพิเศษว่าแห่งไหนเหมาะ ลองเลือกกันได้ด้วยสายตา ถ้าไม่ไปช่วงเทศกาลจริงๆไม่น่าจะเต็ม หรือจะลองพักบ้านอุทยานฯก็ได้ ที่คลองพนมยังไม่มีบริการ แต่ที่เขาสกมี โทรศัพท์จองได้ที่เบอร์ 077-299-151

          จากรีสอร์ทผมขับรถกลับมาที่อุทยานฯคลองพนม เข้าไปติดต่อที่ศูนย์บริการฯ เขาบอกว่ายินดีเลยครับ แต่เดินไปเดินกลับหลายกิโลเมตรอยู่ แถมทางเดินยังซับซ้อน หากไม่รู้ทางเข้าไปมีหวังหลงป่า แนะนำให้ใช้บริการนักสื่อความหมายธรรมชาติ หรือแปลให้ง่ายขึ้นคือไกด์นำทาง เป็นคนท้องถิ่นแถวนี้ จะได้ช่วยกระจายรายได้ด้วย

          ผมชอบกระจายรายได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้ากระจายจากคนอื่นมาใส่กระเป๋าผม แต่หนนี้ก็ถือว่ากระจายจากคุณผู้อ่านไปให้คุณไกด์ เลยจัดแจงบอกให้เขานำทางไปได้เลย ตลอดเส้นทางสับสนมาก เพราะไม่ได้เดินเข้าป่ากันโต้งๆ เราดันเดินไปตามสวนยางและหมู่บ้านชายป่า กว่าจะเข้าป่าจริงๆผ่านไปแล้วเกือบครึ่งทาง

          ป่าภาคใต้ในหน้าฝนทั้งชื้นและแฉะ โชคดีที่ช่วงผมไปไม่ค่อยมีฝน เรายังพอเดินกันได้ หลังจากเดินกันจนสงสัยว่า ทำไมไม่มีใครเอาบัวผุดไปไว้ที่สวนจตุจักรบ้างวุ้ย เราก็เดินมาถึงจุดหมายจนได้

          ตรงนั้นเป็นลานดิน บนพื้นที่ปกคลุมด้วยใบไม้ ผมมองเห็นสิ่งหนึ่งโผล่ขึ้นมาชัดถนัดตา โอ้โฮ นี่เหรอดอกไม้ ความคิดแรกของผมคือน่าจะมีคนมาขอหวย แต่เมื่อมองรอบด้าน ไม่เห็นก้านธูปเศษเทียน ดีกว่าเต่าหกขาลิงห้าหางตั้งเยอะ ถือว่าคนไทยมีความรู้เรื่องพืชพรรณดีไม่หยอก

          เมื่อลองพิจารณาดู ผมเห็นว่ากลางดอกบัวผุดมีเกสรเป็นแท่งๆอยู่เพียบ แถมยังมีแมลงวันหลายตัวพากันไต่ตอม สงสัยแมลงวันนี้เองที่เป็นตัวคอยผสมเกสรให้บัวผุด

          ถึงเวลาเดินกลับ คราวนี้ทั้งหนุ่มและสาวชาวรีฮันนีมูน ถึงขั้นเดินไปหอบไป วันๆนั่งแต่ข้างโต๊ะประชุม ถึงแม้ออกต่างจังหวัดบ่อยก็นั่งในรถในเรือ ไม่ค่อยได้เดินในป่า กล้ามเนื้อมันจะมาจากไหน? คิดเบ็ดเสร็จแล้วระยะทางเดินไปกลับเพื่อชมบัวผุด ผมว่าไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร เสียเงินค่าน้องคนนำทางอีก 200 บาท หากถามว่าคุ้มไหม? ผมบอกได้ว่า ถ้าไม่เคยเห็น...คุ้มครับ นอกจากบัวผุดแล้วคุณยังได้บรรยากาศป่าเมืองใต้ แต่ถ้าเคยเห็นแล้ว ลองแงะความทรงจำดูก็ได้ คนเราคงไม่ต้องดูบัวผุดกันหลายครั้งในชีวิตหรอกนะ

          ชมบัวผุดแล้ว ไปเที่ยวไหนต่อดี ผมดูข้อมูลในอุทยานฯ โอ้โฮ...แต่ละแห่งเด็ดๆทั้งนั้น น้ำตกโตนกลอย น้ำตกสิบเอ็ดชั้น (เขาสก) น้ำตกคีรีวงษ์ (คลองพนม) ปัญหาคือทุกแห่งต้องหนทางพิสูจน์ม้า กำลังขาพิสูจน์คน แต่ผมไม่มีกล้ามเนื้อขาเหลืออยู่มาก หันไปดูสาวน้อย แม้น่องยังเรียวแต่อัตราส่วนไขมันสงสัยไม่น้อย สรุปแล้วเราเลยพยายามเลือกแหล่งฮันนีมูนแบบบอบบาง

          จุดแรกที่พอเที่ยวไหวคือ "น้ำตกแม่ยาย" อยู่ข้างถนนเลยไชโย้ แค่ขับรถไปตรงกม.ที่ 113 แค่นี้ก็ได้เห็นสมใจอยาก แถมช่วงนี้น้ำยังไหลแรงตกจากหน้าผาสูงตั้งเกือบยี่สิบเมตร

          ขากลับจากถ้ำแก้ว ผมมองดูนาฬิกายังเหลือเวลาพอไปเที่ยวอีกสักแห่ง เพราะคืนนี้เราจะตีรถกลับไปนอนสุราษฎร์ฯ เข้าจังหวัดค่ำหน่อยก็ไม่กลัว ไงๆก็มีที่พักอยู่แล้ว เลยชวนสาวข้างกายไปออกกำลังกายให้สมกับมารีฮันนีมูน เป้าหมายคือ "เส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำแก้ว" ที่ผมหมายตาไว้แล้วตั้งแต่ตอนขับรถเข้าไปดูบัวผุด

          เส้นทางนี้อยู่ใกล้ๆกับที่ทำการอุทยานฯ บริเวณกม.ที่ 91 จะมีทางแยกเข้าไปวัดถ้ำวราราม ที่จอดรถอยู่ใกล้ๆกัน สังเกตป้ายได้ จากที่จอดเดินไปตามทางแค่ไม่กี่เมตร เราจะมุดถ้ำเล็กๆออกไปที่ "วังมัจฉา" ตั้งอยู่ติดกับคลองสก ใครอยากทำบุญเชิญเลี้ยงปลา "ลำปำ" ที่เป็นปลาตะเพียนแดงได้เลยครับ แถวนี้มีเป็นพัน หรือใครอยากจะพายเรือชมคลองสก แถวนี้เขาก็มีให้บริการ แบบมีคนพายให้ก็ได้ ราคา 600-1,000 บาท แต่ผมไม่ได้ลองติดต่อ เพราะใจอยากจะไปชมถ้ำ

          ถึงเวลาเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ จากจุดนี้ไปถ้ำแก้วแค่ไม่ถึง 1,000 เมตร แต่โปรดอย่าประมาท เพราะบางจุดคณต้องเดินขึ้นเขา มีปีนป่ายบ้างเป็นบางระยะ แต่อุทยานฯเขาทำทางไว้ให้เสร็จสรรพ ค่อยๆเดินค่อยๆไป ระวังอย่าให้เป็นการฮันนีมูนครั้งสุดท้ายในชีวิต ปรกติคนเขาเดินกัน 30 นาที แต่ผมเล่นไปเกือบ 45 นาที เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ไม่ให้หัวใจเต้นตุ้บๆจนอกแตกเสียก่อน คำเตือนในย่อหน้านี้คือ โปรดอย่าคิดมาเดินตอนเที่ยง

          ทางเข้าปากถ้ำแก้วพิสดารไม่น้อย มีต้นไม้รกครึ้ม ตามหน้าผาหินปูนเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ปากถ้ำแห่งนี้สูงใหญ่ดีแท้ พอเข้ามาถึงถ้ำ ผมก็จัดแจงเรียกให้สาวหยุด ควักไฟฉายออกมาเพื่อเตรียมลุยถ้ำ

          ไฟฉายของผมเป็นที่อิจฉาของเหล่านักเดินป่าทั้งหลาย เนื่องจากเป็นไฟฉายดำน้ำอันนิดเดียว แต่ให้แสงสว่างชนิดส่องลิงตกต้นไม้ ข้อเสียคือกินไฟสะบัดช่อ ถ่านอัลคาไลน์ 6 ก้อนใช้ได้แค่ชั่วโมงนิดๆก็เหี้ยนแล้ว แถมเวลาหมดยังหมดแบบพรวดพราด ผมเลยเปลี่ยนถ่านใหม่อยู่เสมอ

          ตอนพวกผมเข้าถ้ำ ไม่มีใครสักคน เราเลยกะว่าจะเข้าไปนิดเดียว มีไฟฉายสำรองอันเล็กอีกหนึ่งอันกันเหนียว เมื่อเข้าปากถ้ำ มองไปทางขวามือ จะมีทางเดินขึ้นสู่ภายในตัวถ้ำ ตรงนี้ต้องปีนนิดหน่อย แต่มีบันไดไม้คอยช่วย อย่าก้าวรุนแรงเกินไปก็แล้วกันครับ

          ห้องโถงแรกของถ้ำชื่อว่า "เกร็ดแก้ว" เป็นหินงอกหินย้อยเรียงกันเป็นชั้น ส่องไฟแล้วเห็นแสงระยิบยับ สวยใช้ได้เชียวครับ เสียดายกล้องดิจิตอลของผมถ่านหมด เลยไม่มีโอกาสถ่ายภาพมาฝากกัน พอเดินเข้าไปอีกหน่อย คราวนี้เราเข้ามาถึง "ห้องฤๅษี" มีหินงอกมองแบบใช้จินตนาการแล้วเหมือนฤๅษี แถมยังมีผ้าแดงผูกไว้ด้วย พอถึงตรงนี้ ผมมองหน้าสาว คุณเธอก็มองสวน สองเรามองกันกลับบ้านดีกว่า เพราะไม่แน่ใจว่าต้องเข้าไปอีกแค่ไหน แถมยังมากันแค่สองคน ลุยต่อไปมีหวังอาจได้ฮันนีมูนอีกเจ็ดวันก่อนสิ้นชีพกลางถ้ำ ตกลงปลงใจกันแล้วเลยถอยทัพ แนะนำว่าใครจะไปเที่ยวถ้ำแก้ว ลองติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน อย่าลุยโลดอย่างผม คิดว่าเขาน่าจะมีไกด์คอยช่วยนำทางครับ

          ถึงเวลาโบกมือบ๋ายบายเขาสก-คลองพนม ผมลำดับเรื่องราวอีกครั้ง ที่นี่เหมาะมากสำหรับโปรแกรมเที่ยวแบบสองวันหนึ่งคืน เริ่มจากมาดูบัวผุดตอนเช้า ตอนบ่ายไปนั่งเรือดูคลองสก นอนรีสอร์ทแถวนี้หนึ่งคืน ตื่นขึ้นมาไปเที่ยวน้ำตกแม่ยาย ก่อนย้อนกลับมาเที่ยวถ้ำแก้ว แล้วขับรถไปเขื่อนเชี่ยวหลาน เที่ยวเขื่อนจนถึงเย็น ค่อยขับรถกลับไปนอนสุราษฎร์ฯ หรือใครจะไปเที่ยวไหนต่อก็ตามใจ ถ้าคุณมาจากกรุงเทพฯ เผื่อเวลาขับรถไปกลับเที่ยวละ 8 ชั่วโมง มีเวลาเสาร์อาทิตย์ ลางานวันศุกร์อีกสักวัน ถ้าใครมีแรงขับรถกลางคืนได้ก็ลุยถึงกรุงเทพฯเลย แต่ถ้าไม่มีแรง ลางานวันจันทร์อีกวันกำลังสวย หรือใครจะเลือกมาช่วงวันปิยะมหาราชก็น่าสน แม้ว่าคนอาจจะเยอะสักนิด

          แต่ทริปของผมยังไม่จบง่ายๆ เนื่องจากต้องจากป่าไปทะเลต่อ สัปดาห์หน้าผมจะพาคุณลุยเกาะสมุย ถ้ามีเวลาเหลือจะไปพงันและเกาะเต่าด้วย ไหนๆก็เที่ยวป่ามานาน ขอลงทะเลของถนัดสักที ลองติดตามกันนะครับ

 

e-Card Wallpaper
Screen | 640x480 | 800x600 | 1024x768 |

Home

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

HitBox