![]() Last Update : Monday 24 September, 2001 11:35 PM |
|
เที่ยวเมืองนครธม
ก่อนตายต้องไป...นครวัด
ฮันนีมูนที่เสียมราฐ
ก่อนตายต้องไป...นครวัด
บันทายสรี...อัญมณีแห่งขอม
เที่ยวเมืองนครธม
ตะวันตกดินที่พนมบาเก็ง
เมื่อประมาณหนึ่งพันปีมาแล้ว มีอาณาจักรอยู่แห่งหนึ่ง ทรงทั้งอิทธิพลและอำนาจ แผ่อาณาเขตตั้งแต่ภาคไทยตอนกลาง ภาคอีสาน ผ่านที่ราบลุ่มทะเลสาบเขมร เรื่อยไปจนถึงพื้นที่บางส่วนในเขตประเทศเวียดนาม นี่คืออาณาจักรยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยโบราณ
ประชากรนับล้านสร้างเมืองกว่าห้าสิบเมืองกระจายทั่วถิ่นแคว้น มีถนนหลวงขนาดยักษ์เชื่อมต่อเข้าสู่ศูนย์กลาง หนึ่งมาจากทางตะวันตก มีจุดเริ่มต้นที่เมืองพิมาย อีกหนึ่งมาจากทางตะวันออก มีจุดเริ่มต้นอยู่ในอาณาจักรจาม เส้นทางทั้งสองสายมาบรรจบที่หน้าเมืองใหญ่ มีรั้วทำจากศิลาแลงสูงเกินห้าวา สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสครอบพื้นที่ขนาด 3x3 ตารางกิโลเมตร ที่นี่คือเมือง นครธม
นครธมเป็นเมือง ไม่ใช่เป็นปราสาทเดี่ยวเหมือนนครวัด ถ้าพูดถึงความใหญ่ นครธมใหญ่กว่านครวัด แต่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่ารกร้าง มีปราสาทและสิ่งก่อสร้างกระจายเป็นจุดๆ
หลังจากที่ผมพาคุณกับหวานใจไปฮันนีมูนที่นครวัดในสัปดาห์ก่อน เรามุ่งหน้าต่อจากนครวัดไปทางเหนือเพียง 2 กิโลเมตร รถมาจอดที่ลานข้างคูน้ำเล็กๆ มองไปข้างหน้ามีสะพานและกำแพงเมือง
นครธมมีประตูทางเข้า 5 ประตู ทุกแห่งลักษณะเหมือนกัน ประกอบด้วยคูน้ำขนาดเท่าคลองแสนแสบขวางกั้น มีสะพานกว้างพอช้างเดินเรียงหน้ากระดานได้ 5 เชือก ราวสะพานแกะสลักเป็นรูปยักษ์และเทวดาดึงนาคข้างละ 54 ตัว เลียนแบบมาจากฉากกวนเกษียณสมุทรในศาสนาฮินดู เสียแต่หัวยักษ์และหัวเทวดาบางชิ้นไม่ใช่ของจริง เป็นหินแกะสลักขึ้นใหม่ เพราะของจริงได้เดินทางไปอยู่ตามบ้านเศรษฐีหมดแล้ว
ที่น่าอัศจรรย์คือประตูทางเข้าสูง 23 เมตร เหนือซุ้มประตูสลักเป็นหน้า พระโพธิสัตว์ ทั้งหมด 4 หน้า แต่จากจดหมายเหตุของจิวตากวน ผู้ติดตามมากับคณะทูตจีนในพุทธศตวรรษที่ 18 บอกว่ามี 5 หน้า ที่หายไปหน้าบนสุดทำจากทองคำ เชื่อว่าป่านนี้ทองโดนหลอมกลายเป็นอะไรหมดแล้วก็ไม่รู้ ปะเหมาะเคราะห์ร้ายอาจเป็นสร้อยที่คุณใช้หมั้นสาวก่อนมาฮันนีมูนก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นคืนนี้ระวังตัวไว้ เจ้าของเดิมอาจมาทวง
กฎของผู้มาเยือนที่นี่ ทุกคนต้องเก็กหน้าถ่ายภาพคู่กับประตูเมือง แม้คุณจะมากับหวาานใจเพียงสองคนก็ไม่ต้องห่วง เพราะนักท่องเที่ยวแถวนี้ถ้อยทีถ้อยอาศัยผลัดกันถ่ายภาพ สำหรับคู่ฮันนีมูนที่อยากมีประสบการณ์ล้ำลึก อาจยอมทุ่มทุน 10 เหรียญต่อคน เพื่อขึ้นหลังช้างนั่งผ่านประตูเมือง ตรงลานจอดรถมีช้างให้บริการเยอะเชียว
ช้างจะพาคุณข้ามสะพานเป็นเป้าสายตาของคนอื่น ก่อนค่อยๆลอดประตูที่สร้างขนาดพอดีตัวช้าง เมื่อเทียบกับขนาดสะพานจะเห็นว่าต่างกันลิบลับ อาจเป็นเพราะเทคนิครักษาความปลอดภัย เผื่อข้าศึกบุกจะได้ยกพลเข้ามาทีละน้อย
จากประตูช้างพาเดินท่อมๆผ่านป่าใหญ่ โชคดีอาจเห็นลิงวิ่งมาขอทานอาหารจากนักท่องเที่ยว ใช้เวลาแค่สิบนาที เงินสิบเหรียญของคุณก็หมดค่า เพราะช้างมาถึงจุดหมายอันเป็นปราสาทใหญ่มีชื่อว่า บายน
นครธมและปราสาทบายนสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรขอม ยุคนี้ขอมรุ่งเรืองถึงขีดสุด ชนะศึกกับอาณาจักรจามคู่แค้นในอดีต แถมยังแผ่อำนาจกว้างไกล สร้างปราสาทหลายแห่ง แต่ไม่มีที่ไหนเกินหน้าบายน
ถ้ามองดูไกลๆ บายนไม่ยิ่งใหญ่เหมือนนครวัด เล็กกว่าปราสาทหลวงในอดีต เช่น บากง บาปวน ฯลฯ แต่บายนมีสองสิ่งที่ถือว่าเป็นสุดยอดของอาณาจักรขอม นั่นคือ "ลายสลักกำแพง" และ "สองร้อยสิบหกหน้าพระโพธิสัตว์"
จากจุดช้างจอด คุณจูงมือสาวเดินไปแค่ร้อยเมตรก็ถึงกำแพงชั้นนอก มองดูดีๆจะเห็นนักท่องเที่ยวมุงกำแพงเต็มไปหมด ที่พวกเขาดูไม่ใช่ตัวเลขใบ้หวย แต่เป็นลายสลักที่ถือว่าสวยงามและยิ่งใหญ่ทัดเทียมกับนครวัด
แต่ถ้าคุณเข้าไปดูใกล้ๆ จะพบว่าลายสลักบายนต่างจากนครวัดหลายอย่าง คุณชายคึกฤทธิ์เคยกล่าวไว้ใน ถกเขมร ว่าลายสลักที่นี่อาจสวยน้อยกว่า แต่ติดดินมากกว่า เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของชาวบ้านทั่วไป เช่น แม่บ้านไปตลาด พ่อบ้านเล่นชนไก่และชนหมู สาวกำลังคลอดลูก พรานเข้าป่าล่าสัตว์ ตลอดจนลายสลักตอนชาวขอมอพยพไปตามดินแดนต่างๆ
ลายสลักทุกตารางนิ้วมีคุณค่าบอกถึงอดีตอันยาวไกล แต่ที่ผมแนะนำให้ดูคือลายสลักสงครามระหว่างขอมกับจาม เป็นการยุทธทางน้ำในทะเลสาบเขมร ช่างขอมเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย อาวุธและพาหนะที่ใช้ แม้กระทั่งสัตว์ต่างๆในทะเลสาบ เช่น จระเข้พุ่งขึ้นมางับทหารที่พลัดตกจากเรือ
จากกำแพงชั้นนอกเข้าไปชั้นในที่ฐานปราสาท ยังมีลายสลักตลอดกำแพง ว่าง่ายๆคือถ้าคุณชอบดูลายสลัก ใช้เวลาดูที่นี่ได้หนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องไปไหนเลย เหมาะมากสำหรับคู่รักที่เป็นนักประวัติศาสตร์ แต่ถ้าเป็นสาวออฟฟิศ อาจดูนิดหน่อยพอให้ทึ่ง ก่อนมุ่งหน้าขึ้นบันไดไปชั้นบน
บนยอดปราสาทเป็นลานหินกว้าง ทันทีที่คุณโผล่พ้นบันได...คุณจะอึ้ง ต่อให้ไปนครวัดมาแล้ว...ก็ยังอึ้ง บายนแตกต่างจากนครวัดหรือปราสาทขอมแห่งอื่นๆแบบสุดขั้ว เพราะที่บายนมีหน้า ไม่ใช่หนึ่งหรือสองหน้า แต่เป็น 216 หน้า ทุกหน้าความสูงประมาณ 3 เมตร มองจับจ้องคุณจากทุกทิศทาง
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างบายนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน พระองค์ทรงสร้างหน้าพระโพธิสัตว์ไว้ตามยอดปราสาทใหญ่น้อยทั่วบายน คล้ายกับเป็นตัวแทนที่คอยสอดส่องทุกข์สุขของมนุษย์ นักประวัติศาสตร์บางคนยังวิเคราะห์ว่า หน้าเหล่านี้มีส่วนที่ปนหน้าของพระองค์เอง เพื่อสอดส่องดูความสงบเรียบร้อยในราชอาณาจักร
ลานหินของบายนเดินได้รอบ ทุกย่างก้าวมีมุมมองใหม่ๆเสมอ ถ้าคุณมีกล้องในมือ รับรองทำอย่างไรฟิล์มก็ไม่พอ จงรีบดึงหวานใจไปที่ใบหน้าหนึ่ง สังเกตว่าจะมีชาวเขมรมาต่อคิวเตรียมถ่ายภาพ เพราะหน้านี้ยังสมบูรณ์และอยู่ติดพื้น ที่สำคัญคือพระโพธิสัตว์กำลังแย้มยิ้มอย่างใจดี ถือเป็นมุมถ่ายภาพอันดับหนึ่งในบายน
น่าเสียดายว่าหลังจากยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์องค์ต่อๆมากลับไปนับถือศาสนาฮินดู พราหมณ์ที่เคยตกอับสมัยพุทธศาสนารุ่ง จึงพากันยุแหย่ให้กษัตริย์ทำลายสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา ลายสลักเกือบทั้งหมดเลยไม่เหลือ แต่สังเกตให้ดีจะมีลายสลักพระพุทธรูปองค์เล็กๆอยู่สององค์ บอกไม่ถูกเหมือนกันครับว่าอยู่ตรงไหน? เอาเป็นว่าค่อยๆเดินไปมองให้ต่ำๆหน่อยน่าจะเห็น
ผมเคยไปบายนทั้งเช้าสายบ่ายเย็น พอบอกคุณได้ว่าช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงคือตอนเช้า นักท่องเที่ยวจะแห่กันมาเต็มไปหมด ไม่ค่อยได้บรรยากาศ ช่วงเหมาะที่สุดคือก่อนพระอาทิตย์ตก จะไม่ค่อยมีคนเหลืออยู่แถวนี้ เพราะนักท่องเที่ยวมุ่งหน้าไปดูพระอาทิตย์ตกที่นครวัดกันหมด เวลาเราเดินเคียงคู่กับสาวน้อยตอนตะวันชิงพลบ ให้อารมณ์พิลึกยากบรรยาย ทั้งลึกลับทั้งมหัศจรรย์ แนะนำให้ไปลองเอง แต่ควรแขวนพระไปด้วยเพื่อความปลอดภัย
ในนครธมยังมีปราสาทอีกนับสิบแห่ง แต่ที่สวยงามน่าชมคือ ลานช้าง และ ลานเสด็จ ทั้งสองแห่งไม่ใช่ปราสาท แต่เป็นลานกว้างๆขนาดเท่าสนามฟุตบอล มีกำแพงยกสูงอยู่หนึ่งด้าน เป็นบริเวณจัดแสดงงานหลวงเหมือนสนามหลวงของเรา ตามกำแพงมีลายสลักเต็มไปหมด แต่ส่วนใหญ่ผุกร่อนมองไม่ค่อยออก แต่ถ้าคุณไปถึงลานเสด็จ ลองเดินอ้อมเข้าไปด้านหลัง ช่างขอมจะทำกำแพงลับไว้ภายใน สร้างเป็นช่องขนาดกว้างสัก 3 เมตร ซิกแซกไปมาความยาวประมาณ 100 เมตร ผนังด้านหนึ่งจะแกะสลักพญายม นางอัปสร เทวดา พญานาคห้าหัว เจ็ดหัว และเก้าหัว ตลอดจนเทพและสรรพสัตว์ต่างๆพิสดารมาก เสียแต่ว่าทางเดินในช่องนี้ค่อนข้างต่ำ จะจมอยู่ในน้ำเกือบตลอดเวลา ต้องลุยน้ำเข้าไปดู หน้าร้อนน้ำอาจแค่ตาตุ่ม หน้าฝนผมเคยลุยเกือบถึงเอว
หากเป็นคนไทยมาถึงนครธม คุณไม่ควรพลาดปราสาทชื่อ ธมมานน ที่นี่อยู่นอกโปรแกรมทัวร์ทั่วไป แต่เราต้องไปดูให้ได้เพราะเป็นปราสาทลูกพี่ลูกน้องกับพิมายและพนมรุ้ง รูปแบบการสร้างคล้ายกันมาก ตัวปราสาทจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ปรางค์ และ มณฑป เชื่อมต่อกัน ถ้าเรียงลำดับด้วยขนาด พิมายเป็นพี่ใหญ่ พนมรุ้งเป็นน้องคนกลาง ธมมานนเป็นน้องคนสุดท้อง แต่ที่น่าแปลกคือธมมานนมีลายสลักนางอัปสรและทวารบาลตามกรอบประตูและกำแพงเต็มไปหมด ไม่เหมือนพิมายและพนมรุ้งที่ไม่มีเลย นางอัปสรและทวารบาลที่นี่ยังสวยงามอ่อนช้อยมาก มีรูปแบบต่างจากนครวัดและนางอัปสรที่อื่น แต่ความงามไม่เป็นรองแน่
เมืองเสียมราฐยังมีปราสาทสวยๆอีกจำนวนมาก แต่เพื่อให้การฮันนีมูนครั้งนี้ไม่เยิ่นเย้อจนแฟนคุณคลอดลูก ผมกะว่าสัปดาห์หน้าจะพาไปชมปราสาทสุดท้าย มีขนาดเล็กที่สุดแต่ความงามไม่น้อยหน้าที่ไหนๆ หลายคนชอบมากจนบอกว่า ที่นี่แหละปราสาทสวยสุดของอาณาจักรขอม
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.