www.talaythai.com
Last Update : Friday 18 May, 2001 11:46 AM

ปล่อยหอยลงทะเลชุมพร

          โลกนี้มีหอยครับ คุณผู้อ่าน ประมาณว่าพวกเขามีอยู่ไม่ต่ำกว่า 65,000 ชนิด ส่วนใหญ่ความยาวแค่ 10-20 เซนติเมตร มีเพียงไม่กี่ชนิดที่ขนาดใหญ่กว่านั้น

          โปรดหลับตาแล้วคิดภาพ คุณว่ายน้ำไปในแนวปะการัง เจอหอยยาวหนึ่งคืบ...อ่อน เจอหอยตัวที่สองยาวหนึ่งศอก...ใหญ่ดีเหมือนกันแฮะ เจอหอยยาวหนึ่งวา...ไอ๋หยา!!? ว่ายหนีโลด

          นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า หอยที่มีความยาวเกือบหนึ่งวา น้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัม...มีจริง พวกเขาคือ "หอยมือเสือ" (Giant Clam)

          หอยมือเสือมี 8 ชนิด ชนิดที่มีขนาดใหญ่สุดในโลกชื่อ "Tridacna gigas" ความยาวสูงสุดเท่าที่มีรายงานคือ 1.37 เมตร มีหลักฐานว่าเคยพบอยู่ในทะเลไทย แต่ไม่มีใครสนใจ ไม่ได้คิดอะไรเลย ยกเว้นจับเขามากินบ้าง นำเปลือกมาประดับสวนบ้าง หอยยักษ์ที่มีน้อยอยู่แล้ว เลยสูญพันธุ์จากบ้านเมืองเรา เมื่อประมาณ 20-30 ปีนี่เอง

          ทุกวันนี้ เราเหลือหอยมือเสือ 3 ชนิด แม้ไม่ได้ใหญ่เหมือนญาติเขา ตัวโตเต็มที่ประมาณ 55-60 เซนติเมตร แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นหอยยักษ์

          ในบรรดาหอยมือเสือที่เหลืออยู่ Tridacna squamosa สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก พวกเขาเปลือกสวยกว่าหอยมือเสือชนิดอื่นๆ ตัวใหญ่แต่อาศัยอยู่ในน้ำตื้นตามพื้น เพียงมือเปล่าๆเสียเวลาไม่ถึงนาที ก็เอาขึ้นมาหม่ำได้แล้ว

          นอกจากถูกจับไปกิน เปลือกยังถูกนำไปขาย เป็นจานสลัด เป็นของประดับบ้านอิงธรรมชาติ บางครั้งก็ใช้เป็นที่เขี่ยบุหรี่หรือที่รองสบู่

          สถานการณ์ตอนนี้จึงเป็นช่วงตะวันชิงพลบ ยกตัวอย่างง่ายๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมเคยดำน้ำสำรวจแนวปะการังเกาะแตน พบหอยมือเสือชนิดนี้ประมาณ 40-50 ตัว เมื่อสามปีก่อนกลับไปสำรวจซ้ำ ผมเจอแค่ 1-2 ตัว ที่เหลือหายไปไหนหมดก็ไม่รู้

          หอยมือเสือที่เหลืออยู่เพียง 1-2 ตัว ย่อมมีโอกาสน้อยมากในการสืบพันธุ์ เพิ่มลูกหลานให้ท้องทะเลแถวนั้น เรียกว่าหมดอนาคตเรียบร้อยแล้ว

          ที่น่าแปลกใจคือหอยมือเสือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย ห้ามจับหรือห้ามซื้อขายเปลือก ห้ามมีไว้ในครอบครอง แต่กฎหมายรู้สึกจะใช้ไม่ได้ผล ยังมีเปลือกหอยมือเสือขายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าหรือตามชายทะเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

          ถ้าเรายังปล่อยไปตามยถากรรม มุ่งแต่หวังรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันอนุรักษ์ทะเล กว่าจะเห็นผล คงไม่มีหอยเหลือให้อนุรักษ์

          ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง คลองวาฬ กรมประมง โดยคุณจินตนา นักระนาด จึงเริ่มจากนำพ่อแม่หอยมือเสือชนิด Tridacna squamosa มาจากทะเลประจวบฯและชุมพร ใช้เวลาและความพยายาม เพาะลูกหอยได้สำเร็จ

          อนาคตหอยมือเสือไทยเริ่มมีหวัง ปัญหาคือกรมประมงไม่ค่อยได้รับงบสนับสนุนด้านนี้ หอยที่เพาะได้นับแสนตัว ไม่มีงบประมาณในการนำไปปล่อย ค้างเติ่งคาบ่อเต็มไปหมด

          เท่าที่กรมประมงทำได้ คือนำพวกเขาบางส่วนไปปล่อยที่ "เกาะเต่า" จังหวัดสุราษฎร์ฯ และ "เกาะมันใน" จังหวัดระยอง บริเวณนั้นมีศูนย์ของกรมประมงตั้งอยู่ คอยช่วยดูแลปกป้อง

          แต่ถ้าคนไทยหวังพึ่งกรมประมงอย่างเดียว ทะเลของเราคงเจ๊งไปนานแล้ว เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2543 ผมจึงมีโอกาสเข้าร่วมกับชมรมรักษ์ฉลามวาฬ ขอความร่วมมือกับกรมประมงและกรมป่าไม้ นำลูกหอยมือเสือจำนวน 1,760 ตัว ไปปล่อยที่เกาะมาตรา อุทยานฯหมู่เกาะชุมพร

          ผมกลับไปที่เกาะมาตราอีก 2 ครั้ง พบว่าหอยที่ปล่อยไปมีอัตรารอดพอควร เท่าที่ดูคร่าวๆคิดว่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ที่น่าสนใจคือหอยเหล่านั้นตัวโตขึ้นเร็วมาก จากตัวเท่ากำปั้น กลายเป็นตัวเท่าสองกำปั้น ภายในเวลาเพียง 7-8 เดือน

          ไม่น่าแปลกใจหรอกครับ เพราะหอยเหล่านั้นเคยเบียดเสียดยัดเยียดอยู่แต่ในบ่อ เมื่อมีโอกาสมาเจอธรรมชาติของจริง เลยโตวันโตคืน มีวี่แววจะกลายเป็นพ่อแม่ในไม่ช้า

          เมื่อครั้งแรกสำเร็จ โครงการควรต่อเนื่อง ปลายเดือนเมษายน ผมจึงชวนนักดำน้ำอาสาสมัครจาก www.TalayThai.com จำนวน 20 คน ไปร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมประมง เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และเด็กวัยรุ่นเอ๊าะๆจากรายการ E for Teen อีกหลายสิบชีวิต ปล่อยหอยมือเสืออีก 2,000 ตัว...ที่เดิม ด้วยไอเดียว่า นอกจากในทะเลจะมีหอยเพิ่มขึ้น มีเยาวชนไทยวัยกำดัด ได้รู้จักและได้รักหอยมือเสือมากขึ้น

          เราเลือกเกาะมาตรา อุทยานฯชุมพร เพราะบริเวณนั้นมีแนวปะการังสมบูรณ์ ที่สำคัญคืออยู่ไม่ไกล ศึกษาติดตามได้ง่าย แถมยังมี "ลุงขาว" ที่ทำร้านอาหารและรีสอร์ตเล็กๆ อยู่ตรงหน้าแนวปะการังที่เราปล่อยหอยมือเสือพอดี

          ลุงขาวมาช่วยเราปล่อยหอยทั้งสองครั้ง ยืนยันมั่นคงว่า แกไม่กินหอยมือเสือแน่ เพราะนักท่องเที่ยวมากันเยอะแยะเพื่อดูหอยเหล่านี้ แกจะไปทุบหม้อข้าวตัวเองทำไม?

          ลุงขาวยังช่วยสอดส่องดูแล เวลามีใครคิดจับหอยไปกินหรือไปขาย แกจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯทราบโดยด่วน

          พี่สมเกียรติ หัวหน้าอุทยานฯหมู่เกาะชุมพร ไปร่วมปล่อยหอยกับเราทั้งสองครั้งเหมือนกัน เสริมขึ้นมาว่า ลุงไม่ต้องห่วง ลุงแจ้งมา...ผมส่งคนมาช่วยแน่ เรามีเรือเร็ววิ่งแค่ 20 นาทีก็ถึง ของกลางมีพร้อม รับรองคนจับหอยได้เดินเข้าคุก

          คำพูดของคนบางครั้งอาจไม่พอ หากไม่มีการกระทำมาสนับสนุน เท่าที่ผมแวะเวียนมาดู หอยมือเสือที่เกาะมาตรายังอยู่ดีมีสุข ที่ตายก็มีบ้าง แต่น่าจะเป็นจากสาเหตุธรรมชาติ หอยปรับตัวไม่ได้เลยไปสวรรค์

          อ่านถึงตรงนี้ บางคนอาจสงสัยว่า ปล่อยลงทะเลเยอะๆแล้ว แน่ใจหรือว่าไม่มีผลกระทบ?

          ผมบอกไม่ได้ว่า หอยมือเสือทำให้เกิดอะไรกับแนวปะการัง? พวกเขามีสาหร่ายสังเคราะห์แสง กินแพลงก์ตอนบ้าง แต่ไม่ได้กินปลากินกุ้งหรือแม้กระทั่งกินคน เหมือนที่บางคนเข้าใจผิด คิดว่าหอยอ้าเปลือกหลอกให้คนเอามือแหย่เข้าไป ก่อนงับมือไว้กินงั่มๆๆ

          ลูกหอยมือเสือที่เราปล่อยลงในบริเวณนั้น มีพ่อแม่มาจากพื้นที่เดียวกัน ไม่มีผลในเรื่องพันธุกรรม เรายังไม่ได้นำหอยมือเสือไปปล่อยในฝั่งทะเลอันดามัน เพราะลูกหอยทั้งหมดเกิดจากพ่อแม่หอยฝั่งอ่าวไทย ถ้าเราข้ามฟากนำหอยไปปล่อยฝั่งโน้น อาจเกิดปัญหาเรื่องสายพันธุ์

          การปล่อยหอยของเรา ทำตามหลักวิชาการ มีเจ้าหน้าที่มาคอยแนะนำ ติดตามผลต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มปล่อยหอยในอ่าวไทยมาเป็นเวลา 5-6 ปี ยังไม่มีรายงานใดยืนยันถึงผลกระทบเนื่องจากจำนวนหอยมือเสือมากเกินไป

          ทั้งหมดนี้คือข้อมูลสั้นๆที่ผมอยากให้คุณผู้อ่านได้รับทราบว่า บางครั้ง...เราไม่สามารถใช้การรณรงค์เพื่อรักษาทะเลไทยได้อย่างเดียว บางครั้ง...เราจำเป็นต้องทำอะไรให้มากกว่านั้น การปล่อยหอยมือเสือ เป็นหนึ่งในโครงการน้อยแสนน้อย ที่เรากำลังพยายามช่วยทะเลไทย อย่างถูกหลักวิชาการและดำเนินการต่อเนื่อง

          นอกจากที่ชุมพร นักดำน้ำอาสาสมัคร ยังช่วยกันปล่อยหอยมือเสือที่แสมสาร จังหวัดชลบุรี ในเขตกองทัพเรือ ได้ข่าวว่าประสบความสำเร็จมากเช่นกัน

          สำหรับคุณผู้อ่าน แม้ไม่ได้เข้าร่วมปล่อยหอย แต่ถึงบรรทัดนี้ คุณคงรู้แล้วว่า หอยมือเสือเป็นสัตว์น่าสงสาร เขาเกิดมาเพื่ออยู่กับธรรมชาติและตายไปในธรรมชาติ มิใช่เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องประดับหรือที่เขี่ยบุหรี่ของมนุษย์

          เราอาจใช้ประโยชน์จากพวกเขาได้จากการท่องเที่ยว ทำกันอย่างจริงจังและยั่งยืน เหมือนที่อุทยานฯชุมพรกำลังพยายามทำอยู่ เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ไปดูอุทยานฯหอยมือเสือที่เกาะมาตรา มีการให้ความรู้ ตลอดจนโครงการต่างๆที่กำลังจะตามมาในอนาคต เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติใต้น้ำ

          หากใครสนใจ มีโอกาสไปชุมพร ลองแวะเวียนไปเที่ยวเกาะมาตรากันได้ ขึ้นเรือหางยาวที่หาดทรายรี ใช้เวลานั่งเรือแค่ครึ่งชั่วโมง หรือซื้อแพ็คเกจจากรีสอร์ตต่างๆ บอกเขาว่าจะไปเกาะมาตรา ชั้นอยากเห็นหอยมือเสือ เสียค่าใช้จ่ายสองสามร้อยบาทต่อครึ่งวัน คุณได้เห็นหอยแน่นอน

          ผมหวังเพียงว่า ทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี ที่ชุมพรหรือที่ไหนๆ พ่อแม่หอยอยู่ดีมีสุข กำเนิดลูกหลานมากมาย ช่วยให้ทะเลไทย "สวย" อีกครั้ง

          หวังอย่างเดียวยังไม่พอ ผมกะว่าจะหาทางปล่อยหอยต่อไป ชวนคนโน้นบอกคนนี้ จะหาทางปล่อยหอยในทะเลชุมพรให้ได้สัก 10,000 ตัว ไม่รู้จะสำเร็จไหมเอ่ย?

          แต่ถึงพวกเราจะปล่อยได้กี่หมื่นกี่แสนตัว ถ้าทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม...ไร้ค่า

          ทางรอดของหอยไทย มีเพียงพวกคุณเท่านั้นที่ช่วยได้ เลิกซื้อเปลือกหอยมือเสือ เลิกกินเนื้อหอยมือเสือ เลิกทำอะไรก็ตามที่ "สำนึก" บอกได้ว่า นั่นคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

          เราเคยทำผิดพลาดมาแล้วในอดีต เคยทำให้หอยใหญ่ที่สุดในโลก...สูญพันธุ์

          เศษเสี้ยวของรายได้ 50,000 ล้านบาทจากการท่องเที่ยว ที่เราคาดหวัง มาจากหอยมือเสือแน่ๆ

          จะเป็นดารานักร้อง เป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษาหรืออาจารย์ เป็นรัฐบาลฝ่ายค้านหรือทำงานเอกชน ทุกคนมีสิทธิแก้ตัว และมีสิทธิช่วยเมืองไทยให้รวยขึ้น

          ลองช่วยกันไหมครับ?

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

HitBox