www.talaythai.com
Last Update : Wednesday 13 September, 2000 2:20 PM

4. แนวปะการังในประเทศไทย

THE REEF

ระบบนิเวศและแนวทางจัดการ
ความหมายและความสำคัญ
ปะการัง
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
แนวปะการังในประเทศไทย
กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สำคัญในแนวปะการัง
การใช้ประโยชน์และปัญหาที่เกิดขึ้น
รูปแบบและปัญหาด้านการจัดการ
แนวทางการจัดการ

แสดงความคิดเห็น

          ประเทศไทยมีแนวชายฝั่งยาวกว่า 2,600 กิโลเมตร มีเกาะ 564 เกาะ ถึงแม้ไม่ใช่ทุกเกาะที่มีแนวปะการัง แต่กล่าวได้ว่าเกือบทุกจังหวัดชายฝั่งมีแนวปะการัง ยกเว้นกรุงเทพมหานครฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

          เมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะของแนวปะการังในโลก แนวปะการังทั้งหมดในประเทศไทยเป็นแบบชายฝั่ง (Fringing Reef) เราไม่มีแนวปะการังห่างฝั่ง (Barrier Reef) และแนวปะการังกลางสมุทร (Atoll) รวมทั้งไม่มีเกาะที่เกิดจากการสะสมตัวของปะการัง (Coral Cay)

          ลักษณะแนวปะการังชายฝั่งของไทยแบ่งออกง่าย ๆ ได้เป็น 2 รูปแบบ คือ กลุ่มปะการัง (Coral Community) และแนวปะการัง (Coral Reef)

4.1 กลุ่มปะการัง

          เป็นบริเวณที่ปะการังอาศัยอยู่ตามพื้นแข็ง เช่น หิน ไม่มีการสะสมตัวของหินปูนจนเกิดเป็นแนวปะการัง

          อย่างไรก็ตาม การแบ่งดังกล่าวใช้การตัดสินโดยดูจากลักษณะทางภูมิสัณฐานและการสร้างแนวปะการังเพียงอย่างเดียว กลุ่มปะการังอาจมีความสมบูรณ์ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต หรือความสำคัญต่อการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ เทียบเท่าแนวปะการัง

          กลุ่มปะการังหลายแห่งของประเทศไทย มีความสำคัญทั้งต่อการประมงและการท่องเที่ยวทางทะเล บางแห่งมากกว่าแนวปะการัง อาทิ หินริเชลิว (พังงา) กองหินในหมู่เกาะสิมิลัน (พังงา) หินม่วง-หินแดง (ตรัง) บริเวณเหล่านี้ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มปะการัง แต่กลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำสำคัญที่สุดของประเทศไทย

          เพื่อให้เห็นลักษณะและความสำคัญของกลุ่มปะการังตามกองหิน จึงขอยกตัวอย่าง กองหินริเชลิว (พังงา) โดยอาศัยข้อมูลจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ทำการศึกษามาในระหว่างปีพ.ศ. 2538 จนถึงปัจจุบัน

          หินริเชลิว (พังงา) เป็นกองหินปริ่มน้ำ มีพื้นที่มากกว่า 16,000 ตารางเมตร (วัดที่ฐานโดยประมาณ) ตั้งอยู่กลางทะเลระหว่างชายฝั่งอำเภอคุระบุรีกับหมู่เกาะสุรินทร์ สิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดกลุ่มหลัก ประกอบด้วย ดอกไม้ทะเล ปะการังอ่อน และกัลปังหา มีปะการังเกาะติดอยู่ไม่มากนัก แต่ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงมาก หลายชนิดเป็นสัตว์หายาก เช่น ม้าน้ำ กุ้งตัวตลก เป็นแหล่งที่ปลาหลายชนิดอาศัยอยู่หรือแวะเวียนเข้ามา เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาอินทรี ปลาสาก

          นอกเหนือไปจากความสวยงามและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตแล้ว หินริเชลิวยังเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นักดำน้ำจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพราะอยากเห็นฉลามวาฬ ทำให้หินริเชลิวเป็นจุดดำน้ำสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

          ประมาณว่าในระหว่างฤดูกาลท่องเที่ยวปี 2540-2541 มีนักดำน้ำมาที่หินริเชลิวมากกว่า 10,000 คน ทำรายได้มากกว่า 200 ล้านบาท (คิดเฉลี่ยจากค่าดำน้ำประมาณ 20,000 บาทต่อคน)

          ปัจจุบัน หินริเชลิวเป็นเขตรักษาพืชพันธุ์ของกรมประมง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาในเรื่องการลักลอบจับสัตว์น้ำอยู่มาก

4.2 แนวปะการัง

          เป็นบริเวณที่มีการสะสมตัวของโครงร่างหินปูนหรือก้อนปะการัง เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยถึงหลายพันปี จึงเกิดมาเป็นแนวปะการังในที่สุด

แนวปะการังในประเทศไทยมีการพัฒนาหลายรูปแบบ แต่ที่รู้จักกันดี แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

แนวปะการังติดเกาะ (Fringing Reef) เกือบทั้งหมดของแนวปะการังในประเทศไทย อยู่ในรูปแบบนี้ จุดสังเกตโดยง่ายคือแนวปะการังจะตั้งอยู่ตามชายฝั่งของเกาะ มีส่วนต่อเนื่องมาจากชายหาดถึงแนวปะการัง สามารถแบ่งเขตต่าง ๆ เช่น เขตตอนใน (Reef Flat) ขอบแนวปะการัง (Reef Edge) เขตแนวปะการังหักชัน (Reef Slope) นอกจากตามเกาะแล้ว อาจมีแนวปะการังบางแห่งตั้งอยู่ติดชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ เช่น บ่อทองหลาง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ่าวสลัด จ.ระยอง แต่แนวปะการังติดฝั่งเหล่านี้พบอยู่ไม่มากนัก เนื่องจากมีปัจจัยสิ่งแวดล้อมจำกัด

 

แนวปะการังกลางน้ำ (Patch Reef) ในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของแนวปะการังชายฝั่งมาก่อน ต่อมาเมื่อลักษณะภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง จึงกลายเป็นแนวปะการังกลางน้ำ ไม่มีส่วนเชื่อมต่อกับชายหาด แต่ยังอยู่ใกล้ฝั่ง ไม่สามารถแบ่งแนวปะการังเป็นเขตต่าง ๆ ได้ชัดเจน แนวปะการังแบบนี้ เช่น อ่าวเจ้าหลาว จ.จันทบุรี หินกรูด จ.ประจวบฯ รอบเกาะหมาก จ.ตราด เป็นต้น

 

 

 

แนวปะการังกองหิน เกิดจากกองหินที่ตั้งอยู่กลางทะเล มีปะการังมาเกาะ จนพัฒนาเป็นพื้นที่ซึ่งมีปะการังเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม บริเวณนี้ไม่สามารถแบ่งเขตแนวปะการังได้ชัดเจน เช่น หินอ่างวัง จ.สุราษฎร์ฯ เกาะโลซิน จ.นราธิวาส เป็นต้น

 

 

 

          หินกรูด (ประจวบฯ) เป็นแนวปะการังกลางน้ำ ตั้งอยู่ห่างชายฝั่งบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ประมาณ 1,000 เมตร สัณฐานเป็นรูปไข่ ความยาวประมาณ 500 เมตร กว้าง 300 เมตร อยู่ในระดับน้ำลึก 2-4 เมตร แม้จะมีชื่อเรียกว่า "หิน" แต่ที่นี่ไม่มีหินเลย พื้นเป็นปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 68 เกือบทั้งหมดเป็นปะการังก้อนขนาดใหญ่ ความสูง 2-3 เมตร เป็นที่อยู่อาศัยของปลาเป็นจำนวนมาก เช่น ปลาเก๋า กะพงแดงเขี้ยว กล้วยญี่ปุ่น รวมทั้งสัตว์น้ำพวกกุ้งและปู 14 ชนิด

          หินกรูดเป็นตัวแทนที่ดีของแนวปะการังกลางน้ำส่วนใหญ่ของเมืองไทย มักมีปะการังก้อนขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก เช่น รอบเกาะหมาก จ.ตราด



4.3 แนวปะการังในอ่าวไทย

          แนวปะการังในอ่าวไทย กลุ่มสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ มีความหลากหลายน้อยกว่าในอันดามัน เช่น กลุ่มปะการัง บริเวณอ่าวไทยตอนในมีปะการังประมาณ 50 ชนิด (เกาะล้าน) ถึง 85 ชนิด (เกาะสีชัง) อ่าวไทยฝั่งตะวันออกมีความหลากหลายของปะการังมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 100 ชนิด อ่าวไทยฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่มีจำนวนชนิดปะการังมากขึ้น เช่น เกาะแตนมี 118 ชนิด เกาะสมุยและพงันประมาณ 80-100 ชนิด

 



อ่าวไทยตอนในและอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

จังหวัดชลบุรี แบ่งเป็น 2 กลุ่ม หมู่เกาะสีชัง หมู่เกาะไผ่ และหมู่เกาะล้าน อยู่ในบริเวณน้ำขุ่นเนื่องจากได้รับตะกอนปากแม่น้ำ ทำให้ระบบนิเวศมีความหลากหลายต่ำ ขณะที่แนวปะการังห่างไกลออกมา เช่น หมู่เกาะคราม อยู่ในสภาพสมบูรณ์และสวยงามมากกว่า

จังหวัดระยอง หมู่เกาะเสม็ด หมู่เกาะกุฎี และหมู่เกาะมัน น้ำทะเลค่อนข้างใส แนวปะการังสมบูรณ์และหลากหลายมากขึ้น ส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่แบ่งแยกกลุ่มชัดเจน ที่น่าสังเกตคือบริเวณนี้มีหอยมือเสือเป็นจำนวนมาก

จังหวัดจันทบุรี มีแนวปะการังขนาดเล็กตามหมู่เกาะชายฝั่ง เช่น เกาะนมสาว และกลางน้ำ เช่น หาดเจ้าหลาว ลักษณะคล้ายแนวปะการังในจังหวัดระยอง

จังหวัดตราด แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม หมู่เกาะช้าง อยู่ใกล้ชายฝั่ง แนวปะการังมีความหลากหลายต่ำ เมื่อห่างฝั่งจึงสูงขึ้น หมู่เกาะหมากและเกาะกระดาด ลักษณะชายฝั่งเหมาะสม แนวปะการังกว้างใหญ่ที่สุดและหลากหลายที่สุดในภาคนี้ โดยเฉพาะหอยมือเสือ ดอกไม้ทะเล และปลาการ์ตูน มีเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย หมู่เกาะกูด อยู่ไกลชายฝั่งมีน้ำใส แต่พบแนวปะการังขนาดเล็กและไม่ค่อยพัฒนามาก

อ่าวไทยฝั่งตะวันตก

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม เกาะสิงโต หมู่เกาะเหลื่อม เกาะพิง-พัง ลักษณะคล้ายที่พบในจังหวัดชลบุรี อยู่ใกล้ชายฝั่งมีน้ำขุ่น แนวปะการังมีขนาดเล็กและความหลากหลายต่ำ เกาะจานและหมู่เกาะทะลุ มีขนาดใหญ่และความหลากหลายมากขึ้น

จังหวัดชุมพร แนวปะการังแบ่งเป็น 2 กลุ่ม หมู่เกาะจระเข้ หมู่เกาะง่าม เกาะไข่ เกาะทะลุ หมู่เกาะมาตรา หมู่เกาะมัดหวาย และหมู่เกาะค้างเสือ แนวปะการังพัฒนาใกล้เคียงจังหวัดระยองและตราด แต่กลุ่มสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะฟองน้ำและปลา มีปริมาณและความหลากหลายมากกว่า หมู่เกาะง่ามและหินหลักง่าม อยู่ในเขตน้ำใส มีปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล ถ้วยทะเล และปะการังดำจำนวนมาก มีปลาขนาดใหญ่ เช่น ฉลามวาฬ จัดเป็นแหล่งดำน้ำที่สำคัญ

จังหวัดสุราษฎร์ธานี แบ่งเป็น 3 กลุ่ม หมู่เกาะอ่างทอง อยู่ในเขตน้ำขุ่น แนวปะการังขนาดเล็กความหลากหลายต่ำ หมู่เกาะสมุย แตน และพงัน แนวปะการังพัฒนาดีมีขนาดใหญ่มาก จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย แต่มีความหลากหลายปานกลาง โดยเฉพาะปลามีไม่มากนัก หมู่เกาะเต่าและกองหิน เช่น หินชุมพร หินใบ ลักษณะคล้ายหมู่เกาะง่าม (ชุมพร) แต่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตมากกว่า อาทิ กระเบนราหู ฉลามวาฬ เป็นจุดดำน้ำที่สำคัญ

จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส แบ่งเป็น 2 กลุ่ม เกาะเล่าปี่ หินกวนอู แนวปะการังมีขนาดเล็กความหลากหลายปานกลาง แต่มีปริมาณของทากทะเลและสัตว์กลุ่มหอยสูง เกาะโลซิน มีแนวปะการังสมบูรณ์ที่สุดและลึกที่สุดในอ่าวไทย (40 เมตร) มีปริมาณและความหลากหลายของปลาสูง (ยกเว้นดาวขนนกและสัตว์บางกลุ่มไม่พบในบริเวณนี้) จัดเป็นจุดดำน้ำสำคัญ

4.4 แนวปะการังในอันดามัน

          แนวปะการังในอันดามันแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ เขตอันดามันเหนือ ตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต เขตอันดามันใต้ ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงมากเมื่อเทียบกับอ่าวไทย เช่น พบปะการังมากกว่า 180 ชนิดที่หมู่เกาะตะรุเตา

จังหวัดระนอง พบตามเกาะชายฝั่ง เช่น หมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว มีขนาดเล็กน้ำทะเลขุ่นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตปานกลาง (สูงกว่าอ่าวไทย) บริเวณที่แนวปะการังมีความหลากหลายสูงคือเกาะร่ม เกาะไข่ มีม้าน้ำและกัลปังหามาก

จังหวัดพังงา พบตามหมู่เกาะห่างไกลชายฝั่ง ได้แก่ หมู่เกาะสุรินทร์ แนวปะการังกว้างใหญ่และพัฒนาสูงสุดในประเทศไทย หินริเชลิวเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายสูง พบฉลามวาฬบ่อย เกาะตาชัยและเกาะบอนพบกระเบนราหูบ่อยครั้ง หมู่เกาะสิมิลันน้ำใสทะเลสวย ปะการังอ่อนและกัลปังหาหลากหลาย เกาะทั้งหมดที่กล่าวถึงเป็นจุดดำน้ำสำคัญที่สุดในเมืองไทย

จังหวัดภูเก็ต แบ่งเป็น 2 กลุ่ม แนวปะการังตามชายฝั่งตะวันตกและใต้ หมู่เกาะใกล้เกาะภูเก็ต เช่น เกาะเฮ แนวปะการังมีขนาดเล็กความหลากหลายปานกลาง หมู่เกาะราชาและกองหินใต้น้ำมีความหลากหลายสูง เป็นจุดดำน้ำที่สำคัญ

จังหวัดกระบี่ หมู่เกาะปอดะ หมู่เกาะด้ามหอกด้ามขวาน หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะห้าใหญ่ แนวปะการังขนาดเล็กแต่ความหลากหลายสูงมาก พบสัตว์หายากหลายชนิด จัดเป็นจุดดำน้ำสำคัญ

จังหวัดตรัง หมู่เกาะไหง เกาะกระดาน เกาะรอก มีแนวปะการังขนาดเล็กแต่สวยงามหลากหลาย หินม่วงหินแดง เป็นกองหินกลางทะเล จัดเป็นจุดดำน้ำสำคัญ

จังหวัดสตูล เกาะตะรุเตาน้ำขุ่น พบแนวปะการังน้อยมาก หมู่เกาะบุโหลนมีแนวปะการังขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายเกาะไข่ หมู่เกาะอาดัง-ราวีมีแนวปะการังหลากหลายที่สุดในบริเวณนี้ หลายเกาะเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะหินงาม ส่วนหินขาวเป็นจุดดำน้ำที่สำคัญ

บริเวณที่พบแนวปะการังในทะเลไทย

          ข้อมูลจากการสำรวจของคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ และอ้างอิงจากอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา พ.ศ. 2540 ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดมีแค่นี้ อาจมีบางแห่งนอกเหนือจากการสำรวจได้ อีกทั้งอาจมีความคลาดเคลื่อนเมื่อเวลาเปลี่ยนไป

จังหวัด สถานที่
จังหวัดชลบุรี สีชัง ค้างคาว ท้ายตาหมื่น ล้าน ครก สาก มารวิชัย ไผ่ กลึงบาดาล หูช้าง นก แสมสาร แรด ครามใหญ่ ครามน้อย เกล็ดแก้ว เขาแหลมขาม ขามน้อย ขามใหญ่ ปรง พานดอกไม้ จวง ริ้น อีเลา อ่าวทุ่งไก่เตี้ย แหลมปู่เจ้า จาน
จังหวัดระยอง สะเก็ด เสม็ด หินคันนา หินขาว เกาะจันทร์ ปลายตีน กรวย เกล็ดฉลาม กุฎี ท้ายค้างคาว ทะลุ ยุ้งเกลือ มันใน มันนอก มันกลาง
จังหวัดจันทบุรี อ่าวเจ้าหลาว นมสาว
จังหวัดตราด ช้าง ช้างน้อย หยวก ปลี มันนอก มันใน พร้าวใน พร้าวนอก คลุ้ม เหลาใน เหลานอก เหลากลาง ระยังใน ระยังนอก กระ ไม้ซี้ใหญ่ ไม้ซี้เล็ก หวาย กูด หมาก กระดาด รัว ร่ม เทียน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แรด เหลื่อม อีแอ่น พิง พัง จาน รำร่า หินกรูด ทะลุ สิงห์ สังข์
จังหวัดชุมพร มะพร้าว มาตรา ทองหลาง ลังกาจิว รังห้า ไข่ จระเข้ ละวะ ทะลุ ง่ามใหญ่ ง่ามน้อย หลักง่าม กุลา อีแรด ค้างเสือ มัดหวายใหญ่ มัดหวายน้อย ทองแก้ว กระ ยูง หลักแรด ทะลุ สาก
จังหวัดสุราษฎร์ธานี เต่า หางเต่า นางยวน หินกงทรายแดง หินชุมพร หินวง หินตุ้งกู หินใบ ทองทั้งแท่ง สามเส้า วัวเตะ มัดโกง พงัน แรด แม่เกาะ แตน แตนอก แตใน วังใน มดแดง วังนอก หินอ่างวัง สมุย มัดหลัง มัดสุ่ม ท้ายเพลา
จังหวัดปัตตานี เล่าปี่ หินกวนอู
จังหวัดนราธิวาส โลซิน
จังหวัดระนอง พะยาม ค้างคาว ลูกกำตก กำใหญ่ กำนุ้ย ลูกกำกลาง ลูกกำออก ล้าน ไข่ ร่ม ช้าง ทะลุ ตาครุฑ หม้อ ปริง ไร่ ไฟไหม้
จังหวัดพังงา สุรินทร์เหนือ สุรินทร์ใต้ ปาจุมบา ตอรินลา สต๊อค หินแพ หินกอง ริเชลิว ตาชัย บอน สันฉลาม เกาะหนึ่ง-เก้า(หมู่เกาะสิมิลัน) ละวะใหญ่ ยาวใหญ่ ยาวน้อย
จังหวัดภูเก็ต หาดไนยาง อ่าวบางเทา อ่าวกะตะ หาดกมลา อ่าวป่าตอง แหลมพรหมเทพ ไม้ท่อน ตะเภาใหญ่ นาคาน้อย บอน ราชาใหญ่ ราชาน้อย เฮ
จังหวัดกระบี่ ลันตา พีพีดอน พีพีเล ด้ามหอก ไม้ไผ่ หาดนพรัตน์ธารา ด้ามขวาน ยูง ห้อง แดง ปอดะใน ปอดะนอก
จังหวัดตรัง ไหง รอกใน รอกนอก แหวน เชือก มุก กระดาน ตะลิบง ไน หลาวเหลือง เภตรา หินแดง หินม่วง เหลาเหลียงเหนือ เหลาเหลียงใต้ แดง
จังหวัดสตูล ตะรุเตา อาดัง ราวี กลาง รอก หินงาม ไข่ หลีเป๊ะ ยาง ดง บุโหลนใหญ่ บุโหลนขี้นก บุโหลนไม้ไผ่ หินขาว

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

| THE REEF |

Copyright © 1999-2000 SeaPapa. All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com