www.talaythai.com
Last Update : Wednesday 13 September, 2000 2:20 PM

2. ปะการัง

THE REEF

ระบบนิเวศและแนวทางจัดการ
ความหมายและความสำคัญ
ปะการัง
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
แนวปะการังในประเทศไทย
กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สำคัญในแนวปะการัง
การใช้ประโยชน์และปัญหาที่เกิดขึ้น
รูปแบบและปัญหาด้านการจัดการ
แนวทางการจัดการ
แสดงความคิดเห็น

2.1 ชีววิทยา

          ปะการังเป็นสัตว์ในไฟลั่ม Cnidaria (ไนดาเรีย) นอกจากปะการังแล้วยังมีสัตว์อีกหลายกลุ่ม อาทิ กัลปังหา แมงกะพรุน ลักษณะที่เด่นชัดของสัตว์ในไฟลั่มนี้คือมีเข็มพิษ (Nematocyst) ใช้หาอาหารและใช้ป้องกันตัว

          ในเนื้อเยื่อปะการังมีสาหร่ายเซลล์เดียวอาศัยอยู่ (Zooxanthellae) สาหร่ายดังกล่าวสังเคราะห์แสงให้พลังงานแก่ปะการัง ทำให้ปะการังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ลักษณะดังกล่าวพบในสัตว์อื่นในไฟลั่มนี้อีกหลายชนิด อาทิ ปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล นอกจากนั้น ยังพบในกลุ่มสัตว์ทะเลไฟลั่มอื่น อาทิ หอยมือเสือ เพรียงหัวหอม ฟองน้ำ

          นอกจากพลังงานที่ได้จากสาหร่าย ปะการังยังมีหนวดใช้จับอาหารตอนกลางคืน ในช่วงเวลาที่สาหร่ายสังเคราะห์แสงไม่ได้ อาหารของปะการังเป็นแพลงก์ตอน อย่างไรก็ตาม ปะการังเกือบทุกชนิดได้พลังงานจากสาหร่าย ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยหาอาหารกินเองเพียงอย่างเดียว

2.2 การแบ่งกลุ่มปะการัง

          ในโลกมีปะการังมากกว่า 600 ชนิด ในประเทศไทยมีปะการังไม่ต่ำกว่า 250 ชนิด การแยกชนิดปะการังตามหลักอนุกรมวิธานยุ่งยากซับซ้อน ในระดับของการใช้ประโยชน์และการจัดการ เราแบ่งโดยใช้รูปทรงของโครงร่างปะการัง 7 รูปแบบหลัก ได้แก่

  1. ปะการังก้อนปะการังก้อน ปะการังที่พบทั่วไปในแนวปะการังของประเทศไทย สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำขุ่นและในน้ำใส ทนต่อตะกอนและการรบกวนจากมนุษย์ได้ดี แต่เติบโตช้ามากประมาณ 1-4 เซนติเมตรต่อปี เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เจาะและสัตว์เกาะติด เช่น หนอนฉัตร ฟองน้ำ
    ในพื้นที่บางแห่งของประเทศไทย เช่น เกาะพงัน เกาะสิมิลัน อาจพบปะการังก้อนขนาดใหญ่สูงนับสิบเมตร มีอายุหลายร้อยปีถึงพันปี ปะการังก้อนลักษณะนี้มักมีสัตว์อื่นมาเกาะ เช่น ปะการัง ปะการังอ่อน มีสัตว์น้ำมาอาศัยตามรูหรือใต้ก้อนปะการัง เช่น ปลาเก๋า กุ้งมังกร ลักษณะดังกล่าวมีประโยชน์มาก ทั้งในด้านระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์ เช่น ที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ แหล่งหาปลา จุดดำน้ำ

  2. ปะการังเคลือบ ลักษณะคล้ายปะการังก้อนแต่อาศัยเคลือบหินหรือก้อนปะการังตาย แทนที่จะสร้างก้อนปะการังขึ้นมาเอง พบอยู่ทั่วไป ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีแต่เติบโตช้า

  3. ปะการังแผ่นนอน บางครั้งเรียกว่า "ปะการังโต๊ะ" เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน เติบโตเร็วแต่เปราะบาง มักพบในบริเวณน้ำนิ่ง เป็นปะการังที่หักพังได้ง่าย หากมีการใช้ประโยชน์จากมนุษย์เกินควร เช่น การท่องเที่ยว การประมง

  4. ปะการังแผ่นตั้ง มีตั้งแต่ขนาดเล็กคล้ายผักกาดจนถึงขนาดใหญ่ พบทั่วไปทั้งในน้ำขุ่นและน้ำใส บางแห่งพบอยู่เป็นดงปกคลุมแนวปะการังเกือบทั้งหมด เติบโตเร็วแต่เปราะบาง เป็นปะการังที่มีความสำคัญในด้านที่อยู่อาศัยของสัตว์เล็ก เช่น ปู ปะการังพุ่ม

  5. ปะการังเขากวาง สามารถขึ้นอยู่บนพื้นทรายได้ มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นดงกว้าง ในน้ำตื้นพบบริเวณที่คลื่นลมสงบ เช่น อ่าว บางครั้งอาจพบเป็นดงในน้ำลึก เติบโตเร็วมากอาจถึงปีละ 10 เซนติเมตร แต่ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงหรือการใช้ประโยชน์จากมนุษย์ มักพบปลาสวยงามอาศัยอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก เช่น ปลาผีเสื้อ

  6. ปะการังพุ่ม ปะการังกลุ่มหลักที่พบทั่วไปทั้งในน้ำตื้นและน้ำลึก น้ำขุ่นหรือน้ำใส เติบโตเร็ว ทนต่อสภาพแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ได้ดี เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เล็ก เช่น ปู

  7. ปะการังเห็ดและปะการังหนอน ปะการังกลุ่มเดียวที่สามารถเคลื่อนที่ได้แต่ช้ามาก มีหนึ่งชีวิตต่อหนึ่งก้อน บางบริเวณพบรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก นิยมใช้เป็นของแต่งบ้านและตู้ปลา

ปะการังเห็ด

การแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการนี้ ช่วยให้เข้าใจสภาพของระบบนิเวศและแนวทางในการจัดการได้

สภาพ - พื้นที่ซึ่งมีปะการังก้อนเป็นส่วนใหญ่ จะพบสัตว์น้ำจำพวกเกาะติด เช่น หนอนดอกไม้ หนอนฉัตร ฟองน้ำ มากกว่าพื้นที่ซึ่งมีปะการังเขากวางเป็นหลัก ในทางกลับกัน ปลาผีเสื้อมักพบอยู่ตามดงปะการังเขากวาง มากกว่าบริเวณที่มีปะการังก้อน

การจัดการ - กิจกรรมดำน้ำและท่องเที่ยว จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ซึ่งมีปะการังแผ่นนอนและแผ่นตั้ง มากกว่าพื้นที่ซึ่งมีปะการังก้อนและปะการังเคลือบ เพราะปะการังแผ่นนอนและแผ่นตั้ง มีรูปทรงบอบบางง่ายต่อการแตกหักเสียหาย

รูปทรงปะการัง

หอยปะการังเคลือบปะการังสมองปะการังพุ่มปะการังพุ่มปะการังก้อนปะการังพุ่มปะการังพุ่มปะการังเห็ดปะการังแผ่นนอนปะการังเขากวางปะการังเขากวางปะการังเขากวางปะการังพุ่มปะการังพุ่มปะการังเขากวางปะการังก้อนปะการังแผ่นตั้งปะการังเห็ดปะการังก้อนปะการังก้อนปะการังก้อนปะการังสมองปะการังก้อนปะการังเห็ดปะการังก้อนปะการังสมอง

 

2.3 การสืบพันธุ์

          ปะการังมีการสืบพันธุ์สองรูปแบบ คือ อาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ ชีวิตของปะการังเริ่มจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ออกไข่และสเปิร์มไปผสมกันในมวลน้ำ (ปะการังส่วนใหญ่เป็นกะเทย แต่จะปล่อยไข่และสเปิร์มออกไปในน้ำ ไม่ผสมพันธุ์ในตัวเอง) ตัวอ่อนปะการังจะเป็นแพลงก์ตอนล่องลอยไปตามกระแสน้ำระยะหนึ่ง อาจลอยจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งได้ จากนั้นตัวอ่อนปะการังจะลงสู่พื้น

ปะการังปล่อยไข่          เมื่อตัวอ่อนลงสู่พื้นจะเกาะบนพื้นแข็ง (หิน ปะการังตาย ฯลฯ) พวกเขาจะเริ่มสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยใช้การแบ่งตัวและการแตกหน่อ เพิ่มจำนวนขึ้นพร้อมกับสร้างโครงร่างปะการัง หนึ่งก้อนปะการังจึงมีตัวปะการังอยู่มากมาย มีเนื้อเยื่อเชื่อมติดกัน สามารถส่งผ่านพลังงานได้

          เมื่อนำลักษณะการสืบพันธุ์มาเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของแนวปะการัง จะเห็นว่ามีสองรูปแบบ เมื่อปะการังสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ตัวอ่อนจะแพร่กระจายจากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกแห่งหนึ่ง โดยขึ้นกับกระแสน้ำในระยะเวลานั้น เป็นการแพร่กระจายปะการังในวงกว้าง

          เมื่อตัวอ่อนปะการังลงเกาะ จะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ขยายโครงร่างปะการังออกไปจนปกคลุมพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการแพร่กระจายของปะการังในวงแคบ

          การอนุรักษ์ปะการังจึงจำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับตัวอ่อนปะการัง ระยะเวลาที่ล่องลอยในน้ำ และกระแสน้ำ มิฉะนั้น อาจเกิดความผิดพลาดในการจัดการได้

ปะการังปล่อยไข่ตัวอย่าง - เกาะ A และเกาะ B เป็นเกาะที่มีปะการัง แต่ตัวอ่อนปะการังจากเกาะ A จะลอยตามกระแสน้ำมายังเกาะ B และลงเกาะในบริเวณนั้น ขณะที่ตัวอ่อนปะการังจากเกาะ B จะลอยสู่ทะเลเปิดและตายไป ถ้าเราเลือกอนุรักษ์เพียงเกาะ B เพราะคิดว่ามีปะการังสวยกว่าหรือมากกว่า (เนื่องจากมีตัวอ่อนปะการังจากเกาะ A มาลงเกาะในบริเวณนี้ด้วย) แล้วใช้ประโยชน์จากเกาะ A จนแนวปะการังพังทลาย ตัวอ่อนปะการังจากเกาะ A จะหมดไป ทำให้เกาะ B ไม่มีตัวอ่อนปะการังมาเพิ่มเติม จึงเสื่อมสลายลงไปในที่สุด หากมีการศึกษาที่ดีและจัดลำดับความสำคัญของแนวปะการัง เกาะ A จะมีความสำคัญมากกว่า เพราะเป็นแหล่งตัวอ่อนของปะการังในบริเวณนั้น (Source Reef)

 

2.4 การสร้างโครงร่างหินปูน

          สิ่งที่ทำให้ปะการังสามารถสร้างแนวปะการังขึ้นมาได้ แตกต่างจากสัตว์อื่นที่ทำไม่ได้ เพราะปะการังมีกระบวนการสร้างโครงร่างหินปูน (Calcification) โดยอาศัยสาหร่ายเป็นผู้ช่วย สาหร่ายให้พลังงานแก่ปะการังในรูปของคาร์โบไฮเดรต ปะการังจะนำคาร์บอนไปสร้างเป็นหินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) ใช้เป็นโครงร่างอยู่อาศัย เรารู้จักกันในนาม "ก้อนปะการัง"

          ตัวปะการังเคลือบอยู่ที่ผิว เมื่อปะการังตาย ตัวจะหลุดล่อนออกไป เหลือเพียงหินปูนด้านใน ทับถมกันจนกลายเป็นแนวปะการังในที่สุด

 

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

| THE REEF |

Copyright © 1999-2000 SeaPapa. All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com