![]() Last Update : Tuesday 10 April, 2001 2:37 AM |
|
ที่ตั้ง ต.พระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา 82150 (ประมาณ 60 กิโลเมตรจากชายฝั่ง) เอกลักษณ์ แนวปะการังน้ำตื้นกว้างใหญ่ เต่าทะเล กุ้งมังกร ป่าดงดิบชื้น ชาวเลเผ่ามอแกน ฤดูกาล ธันวาคม-พฤษภาคม (ไม่เปิดให้บริการในช่วงเวลาอื่น) เดินทาง - กรุงเทพฯ-คุระบุรี (11 ชั่วโมง) จากท่าเรืออุทยานฯ ไปหมู่เกาะสุรินทร์ (2-4 ชั่วโมง)
- รถประจำทาง 380 บาท/คน/เที่ยว จากท่ารถไปท่าเรือใช้มอเตอร์ไซด์ 40 บาท/เที่ยว
- เรือโดยสาร 1,200 บาท/คน/ไป-กลับ เรือเช่าเหมา 8,000-20,000 บาท/วันที่พัก 1. บ้านระกำหวาน 1-4,6 คน/หลัง 1,200 บาท/คืน จองที่อุทยานฯ
2. บ้านชมทะเล 1-4,6 คน/หลัง 1,200 บาท/คืน จองที่กรมป่าไม้
3. บ้านพลับพลึง 2 10 คน/หลัง 2,000 บาท/คืน จองที่อุทยานฯ
4. เรือนแถว (5 ห้อง) 3 คน/ห้อง 400 บาท/คืน จองที่อุทยานฯ
5. เต๊นท์พักแรม (ไม่มีเครื่องนอน) 3-5 คน/หลัง 300 บาท/คืน ติดต่ออุทยานฯโดยตรง
6. เต๊นท์พักแรม (ไม่มีเครื่องนอน) 2 คน/หลัง 200 บาท/คืน ติดต่ออุทยานฯโดยตรง
7. สถานที่กางเต๊นท์พักแรม (กรณีนำเต๊นท์มาเอง) 40 บาท/คืน ติดต่ออุทยานฯโดยตรงอาหาร อาหารเช้า 80 บาท กลางวัน 90 บาท เย็น 180 บาท กิจกรรม เรือสำหรับดำน้ำ 100/คน/ครึ่งวัน หน้ากากและชูชีพ 150 บาท/วัน ระยะเวลา อยู่บนเกาะอย่างน้อย 2 คืน เตรียมตัว ติดต่อที่พัก เรือ และอาหาร ล่วงหน้า 1 เดือน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โทร 076-491378, 076-419028-9
เหนือสุดของอันดามัน ห่างจากเส้นเขตแดนไทย-พม่าเพียง 8 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งหมู่เกาะแห่งหนึ่ง บริเวณที่ได้รับการยกย่องว่า มีแนวปะการังน้ำตื้นสวยและสมบูรณ์ที่สุดของเมืองไทย หนึ่งในทะเลแห่งสุดท้ายที่ธรรมชาติยังคงความงดงาม
หลังจากรอนแรมผ่านทะเลไกล ภาพแรกที่ทุกคนได้เห็นคือน้ำใสสีคราม ติดกับสีฟ้าของแนวปะการังชายฝั่ง กว้างใหญ่จนถึงสีขาวจ้าของทรายละเอียดบนชายหาด ตัดกับสีเขียวเข้มของป่าดงดิบเขตร้อนชื้นไล่เรียงตามทิวเขา ก่อนสิ้นสุดที่ท้องฟ้าใสมีปุยเมฆลอยผ่าน เสียงเหยี่ยวทะเลร้องแก๊กแว่วมาแต่ไกล
ณ ที่แห่งนี้ ป่าดงดิบเขตร้อนชื้น...ระบบนิเวศหลากหลายที่สุดบนผืนดิน มาพบบรรจบกับแนวปะการัง...ระบบนิเวศหลากหลายที่สุดของท้องทะเล
ไม่มีคำกล่าวอ้างอันใด จะบรรยายถึงความยิ่งใหญ่ของหมู่เกาะสุรินทร์ได้ ทุกอย่างต้องรับรู้ด้วยสายตา ได้ยินด้วยประสาทหู สัมผัสด้วยความรู้สึก...ของคุณเอง
สำหรับครั้งนี้ ทะเลไทยดอตคอมจะพาคุณไปเที่ยวเกาะสุรินทร์ โดยใส่ข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆ ที่เราได้พบประสบเจอมา พร้อมกับสาวน้อยในฝันคนหนึ่ง (ฮือ...เธอจากไปแล้ว ชีวิตช่างเศร้านัก)
การไปเกาะสุรินทร์ทำได้ง้ายง่าย เริ่มจากตัดสินใจ ชวนเพื่อนชวนฝูงให้เรียบร้อย เราแนะนำว่ามกราคม-กุมภาพันธ์เป็นเวลาที่แจ่มแจ๋ว โดยเฉพาะการขอความรักกับใครสักคนหนึ่ง บนชายหาดกลางผืนทราย ท่ามกลางแสงดาวพร่างพราว มีปูลมเป็นพยานหนึ่งตัว ในวันวาเลนไทน์ จะสร้างความโรแมนติกมากยิ่งนัก
อย่างไรก็ดี คุณส่วนใหญ่คงมีปัญหา ไม่มีวันหยุดบ้าง ลาพักร้อนไปหมดแล้วบ้าง โรงเรียนยังไม่ปิดบ้าง เราเลยอยากแนะนำให้คุณไปเกาะสุรินทร์ ในช่วงปิดเทอมหมาดๆ หมายถึงช่วงต้นของเดือนมีนาคม ช่วงนี้ทะเลสวยมาก ที่สำคัญคือ...สาวตรึม เพราะนิสิตหน้าหวานจากมหาวิทยาลัยต่างๆ จะพากันมาเที่ยวเกาะสุรินทร์ช่วงนี้ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่า ทำไมทีมงาน Sea Papa จึงไม่เคยอยู่ติดสำนัก ในช่วงต้นเดือนมีนาคม
ตัดสินใจได้แล้ว คราวนี้เชิญจองบ้าน โทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่เราให้ไว้ บอกว่าบ้านว่างไหม ถ้าเป็น "บ้านพลับพลึง" หลังจะใหญ่มาก เหมาะสำหรับบุคลระดับวีไอพี เราเป็นพวกเบี้ยน้อยหอยหาย ควรใช้บริการบ้านพักแบบเรือนแถว หรือจะไปนอนบ้านระกำก็ได้ (เราเคยไปนอนแล้ว ระกำมาแล้ว เพราะเสร็จทริปนั้นสาวทิ้งเฉยเลย แต่ระกำในที่นี้ หมายถึงไม้ระกำ ที่ชาวเลเค้าเอามาทำเรือนะจ๊ะ ไม่ใช่ชอกช้ำระกำทรวง)
บ้านพักของหมู่เกาะสุรินทร์ อยู่ในสภาพใช้ได้ มีห้องน้ำห้องท่าเรียบร้อย (เรือนแถวไม่มีจ้ะ) เตียงใหญ่วางเรียงกัน นอนได้หลายคนสบายมาก แต่ถ้าใครอยากนอนเต๊นท์ เชิญใช้บริการได้ ตอนนี้หมู่เกาะสุรินทร์กำลังมีสถานที่กางเต๊นท์แห่งใหม่ เปิดไว้ให้ที่หาดไม้งาม (กำลังปรับปรุง ถึงช่วงมีนาคมคงเสร็จแล้ว) ทีมงานไปชมมาแล้ว ชอบมาก เพราะรู้สึกเงียบสงบจนวังเวง ไม่มีไฟฟ้าให้รำคาญ ตอนกลางคืนใช้แสงดาวแสงเดือนแทนไฟฉาย มีหาดทรายอยู่ห่างจากเต๊นท์แค่สิบวา นอนละเมอกลิ้งลงหาดได้เลย รอบด้านเป็นป่าไม้ตรึม ในน้ำมีปลาและแนวปะการังน้ำตื้นสุดสวย สรุปความโดยง่าย ใครชอบธรรมชาติแบบจริงจัง อยากพาสาวๆไปนอนฟังเสียงคลื่น เสียงปูเสฉวนเดินซวบซาบ ที่นี่ใช่เลย...หาดไม้งาม
หลังจากจองบ้าน เราต้องไปจ่ายเงินที่กรมป่าไม้ ไปได้ง่ายแสนสะดวก อยู่ที่บางเขนนี่เอง ไปตึกสำนักอนุรักษ์ อยู่ชั้น 4 เป็นที่ทำการของส่วนอุทยานฯทางทะเล เปิดประตูเข้าไป เจอเคาท์เตอร์พร้อมสาวหน้าใส รอรับตังค์จากคุณ พร้อมให้ใบเสร็จที่ต้องติดตัวไว้ เนื่องจากไปถึงอุทยานฯแล้วจะต้องใช้ยืนยัน
ยังพอมีเวลาว่างลองไถ่ถามเรื่องเรือให้เรียบร้อย ปรกติมีออกทุกวันตอน 9 โมงเช้า ค่าใช้จ่ายปีนี้ขึ้นราคาเป็น 1,200 บาท (ของเอกชนนะครับ ไม่เกี่ยวกับอุทยานฯ) แต่เราลองสอบถามเอาให้แน่สักครั้ง ว่าวันที่เราจะไปมีเรือหรือเปล่า? จากนั้นเชิญเดินทางไปเมืองใต้ ปรกติเราไปทางรถ นั่งรถที่สายใต้ ค่าใช้จ่ายไปกลับสักประมาณ 800 บาทน่าจะอยู่ บอกเค้าว่าไปลง "คุระบุรี"
รถจะถึงหน้าอำเภอคุระบุรีก่อนเจ็ดโมงเช้า ช่วงนี้มีเวลา ไม่ต้องรีบไปท่าเรือเลย เพราะไปท่าเรือใช้เวลาจากที่นี่ แค่ 15 นาทีก็ถึงแล้ว อาจลองเดินเตร็ดเตร่ชมสาวใต้จ่ายตลาด ซื้อกาแฟร้อนแถวนั้นมากิน ขนมครกเค้าก็อร่อย กินให้อิ่มตบพุงปุๆเป็นข้าวเช้า แล้วค่อยไปหามอเตอร์ไซด์รับจ้าง รถกระบะก็ได้ มีจอดให้บริการแถวนั้นเยอะแยะ จัดแจงนั่งรถไป "ท่าเรือเกาะสุรินทร์" คนละ 40 บาทน่าจะอยู่ (พวกเราใช้รถกระบะส่วนตัวลุยโลดครับ เลยไม่ค่อยแน่ใจเรื่องค่ารถ)
ถึงท่าเรือแล้ว เข้าไปที่ทำการฯอุทยานก่อนเลย บอกเจ้าหน้าที่ว่า พี่ขา...หนูหิว เอ๊ย พี่ขา...หนูจะไปเกาะ หนูจองไว้แล้วค่ะ ชื่อน้องติ๊ดตีวิ๊ด นี่ไงคะ...ใบจอง (ต้องนำใบจองมาด้วยนะครับ) พี่ "มรกต" เป็นผู้ช่วยหัวหน้าอยู่ที่นี่ น่ารักมากครับ พอทุกอย่างเรียบร้อย เชิญไปนั่งกินกาแฟที่ท่าเรือ รอเวลาเรือออก ถึงตอนนั้นขนของลงเรือได้เลยครับ
เรือ "รุ่งอรุณ" ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ขึ้นกับคลื่นและลม บอกแน่ไม่ได้หรอกนาย ระหว่างนั้นนั่งกลิ้งนอนจีบกัน พอใกล้เกาะค่อยลุกมาชื่นชมวิว วิวเกาะสุรินทร์บอกได้คำเดียวว่าสุดยอด โดยเฉพาะก่อนเรือจอด จะวิ่งเลียบแหลมแม่ยาย มองเห็นแนวปะการังใสแจ๋ว น้ำสีฟ้าพาใจฝัน อยากกระโดดลงน้ำสักสามตูม (หมายถึงกระโดดแล้วกระโดดอีก)
เรือจอดเทียบทุ่น เรือหางยาววิ่งมารับ เอาล่ะครับ...ต่อจากนี้ไป ถึงเวลาปล่อยใจปล่อยกาย ให้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ของสุดยอดอุทยานฯทางทะเล ในเมืองไทย สามสี่วันต่อจากนี้ไป...ฉันจะมีรักใหม่...ไชโย้
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.