www.talaythai.com
Last Update : Friday 6 July, 2001 2:16 PM

กินฉลามให้สิ้นโลก

ฉลามไทยใกล้ซี้แล้ว
กินแล้วลูกโง่
ฉลามถูกตุ๋น...คนก็ถูกตุ๋น
กินอนาคตลูกหลาน
อนุรักษ์ฉลามในความฝัน?
ความหวังฉลามไทย

กินอนาคตของลูกหลาน

          หลังจาก WildAid บอกเล่าเรื่องต่างๆที่ผมเล่าไปแล้ว ถึงเวลาของตัวแทนจาก J Walter Thompson บริษัทโฆษณาระดับโลก ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำสื่อโฆษณาทั้งหมด 4 ชิ้น ซึ่งชาวทะเลไทยก็เห็นไปบ้างแล้ว โฆษณาเหล่านี้ตรงใจมากครับ ต้องขอชื่นชมผู้คิดไอเดียไว้ ณ ที่นี้

          TalayThai.com จะช่วยสนับสนุนการนำเสนออีกแรงหนึ่ง รวมถึงนิตยสาร ATG ที่ผมเป็นบก.พิเศษ จะให้หน้าโฆษณาฟรีๆ ใครที่ติดตาม ATG คงจะได้เห็นกันในฉบับเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม

          คราวนี้ถึงเวลาผมบ้าง สิ่งที่ผมเล่าให้ทุกคนในห้องนั้นฟัง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ผมบอกพวกเขาว่า ฉลามถือเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีชีวิต นักดำน้ำแทบทุกคนอยากเห็นฉลาม แต่ละคนยอมจ่ายเงินเยอะแยะ เพื่อได้มีโอกาสเจอตำนานผู้ล่า 400 ล้านปีสักครั้งในชีวิต เรามีจุดดำน้ำที่ใช้ฉลามเป็นตัวเอกหลายแห่ง เช่น Shark Point ที่ภูเก็ตและที่เกาะเต่า จุดดำน้ำบางจุด เช่น หินสันฉลาม (สิมิลัน) ถ้าไม่เจอฉลามก็ไม่รู้จะดำน้ำดูอะไร สำหรับนักดำน้ำแล้ว ไดฟ์ไหนที่พวกเขาได้เห็นฉลาม ไดฟ์นั้นน่าจดจำ

          การรณรงค์เรื่องฉลาม ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะนักดำน้ำอยากเห็นฉลามต่อไปเรื่อยๆ แต่เป็นเพราะกิจการดำน้ำทำรายได้มหาศาลให้ประเทศไทย จากรายงานในพ.ศ.2543 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาทำกิจกรรมดำน้ำแบบ SCUBA ที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ถึง 300,000 คน ค่าใช้จ่ายขึ้นเรือทัวร์ดำน้ำทริปหนึ่ง ถ้าเป็นเรือหรูหน่อยอาจถึง 3,000 เหรียญสหรัฐ คิดแล้วกิจกรรมนี้ทำรายได้ให้ประเทศไทยนับหมื่นล้านบาท ที่สำคัญคือเราแทบไม่ต้องสั่งวัตถุดิบอะไรเข้ามาเลย

           เพื่อการเปรียบเทียบ ผมอยากยกตัวอย่าง "อุตสาหกรรมทูน่ากระป๋อง" ประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก แต่ละปีทำรายได้เฉียด 50,000 ล้านบาท แต่ถ้าลองดูให้ลึก เราจับทูน่าแทบไม่ได้เลย ร้อยละ 99 หรือมากกว่านั้นของวัตถุดิบ ล้วนนำเข้ามาจากต่างประเทศ เครื่องจักรก็นำเข้า ฯลฯ สรุปแล้วอุตสาหกรรมนี้ทำรายได้ให้กับเมืองไทยจริงๆ น่าจะใกล้เคียงกับกิจกรรมดำน้ำแบบ SCUBA

          เมื่อมาลองเปรียบเทียบกิจกรรม SCUBA และการกินหูฉลามบ้าง จากข้อมูลที่ผมอ่านในหนังสือพิมพ์ แต่ละปีมีเงินหมุนเวียนในเรื่องเกี่ยวกับการกินหูฉลาม 2-3,000 ล้านบาท ที่น่าคิดคือเมืองไทยแทบไม่มีหูฉลามเป็นวัตถุดิบเหลือแล้ว เกือบทั้งหมดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อมองในภาพรวม การกินหูฉลามไม่ผิดอะไรกับการซื้อกระเป้าหรูหรือของใช้จากเมืองนอก ที่น่าสงสัยคือทำไมเรารณรงค์ให้ใช้ของไทย แต่ในกรณีนี้ไม่มีใครพูดถึง ทั้งที่กระเป๋าอย่างน้อยก็ยังได้ใช้ แต่หูฉลาม...กลายเป็นภาพที่คุณเห็นอยู่ข้างล่างนี่แหละครับ

          สิ่งที่เราได้คือคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับการกินปลาทู 1 ตัว (คุณค่าเหล่านั้นรวมน้ำซุปด้วยนะครับ ไม่ได้มาจากหูฉลาม แต่มาจากไก่ ปู ฯลฯ) ถ้าเทียบถึงความคุ้มค่าแล้ว การกินหูฉลาม ไม่ผิดอะไรกับการกินอนาคตลูกหลานของตัวเอง

          กิจกรรมดำน้ำแบบ SCUBA ล่มสลาย นักท่องเที่ยวหดหาย เงินตรารั่วไหลออกนอกประเทศ นี่คืออนาคตลูกหลานที่กำลังริบหรี่ลงครับ

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

HitBox