![]() Last Update : Thursday 22 February, 2001 0:23 AM |
|
Shark Feeding หรือลงทะเลเลี้ยงฉลาม ได้ยินชื่อแค่นี้บางคนอาจขนลุกซู่ๆ สงสัยว่าอยู่บนบกแก่ตายดีๆไม่ชอบเหรอ? ทำไมต้องลงไปให้ฉลามหม่ำถึงใต้ทะเลด้วย จริงๆ แล้วกิจกรรมนี้สุดฮิต นิยมมากในหมู่มนุษย์กบ ต้องจ่ายเงินเกิน 30,000 บาทเพื่อเข้าไปดำน้ำในพม่า นั่งเรือตั้งเป็นวันเพื่อไปกองหิน Burma Bank กลางทะเลอันดามัน ที่นั่นแหละครับแหล่งอาศัยของฉลามครีบเงินหรือ Silvertip Shark ราชาแห่งมหาสมุทรอินเดีย
ผมเคยลงทะเลเลี้ยงฉลาม 3-4 ครั้ง สมัยเมื่อเข้าไปดำน้ำในพม่าใหม่ๆ ระยะหลังไม่ค่อยได้ไปเพราะ Burma Bank อยู่ไกล ทริปไหนมีจะหลีกเลี่ยงเพราะขี้เกียจนั่งเรือ ที่นำมาเล่านี่เป็นเรื่องในอดีต ครั้งที่เลี้ยงฉลามแบบสะใจสุดๆ ผมไปกับบริษัทไดฟ์มาสเตอร์ ตอนนั้นมีคุณปัญญาเป็นผู้จัดการเรือ (ปัจจุบันคุณปัญญาไปทำเรือ Junk) คุณนัทยังทำงานอยู่อสท. (ตอนนี้อยู่ที่ Nature Explorer) และคุณสกลพรรณยังเป็นบก. ATG (แยกไปเปิดบริษัทอิสระแล้วครับ) แต่เพื่อคงความสนุกดังเดิม ผมจะไม่แก้ไขเรื่อง (ที่จริงขี้เกียจน่ะ)
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากเสียงโทรศัพท์ก่อนขึ้นปีใหม่ ร้านไดฟ์มาสเตอร์เค้าชวนไปเที่ยวเมืองพม่า บอกว่าอาจารย์ลองไปเลี้ยงอาหารฉลามกันบ้างไหม? รับรองได้ประสบการณ์แปลกใหม่ ชีวิตจะสดใสขึ้นเยอะ
หลังจากเงียบไปอึดใจ เพราะกำลังคิดว่าเราไปทำร้ายอะไรบริษัทเขาเหรอ? ถึงหลอกเราไปให้ฉลามหม่ำ ผมถึงบางอ้อว่าที่เลี้ยงฉลามนั้นไม่ใช่ยื่นขาออกไปส่ายดุ๊กดิ๊ก บอกว่าคุณฉลามจ๋าง่ำหน่อยจ้ะ แต่เป็นการลงไปใต้น้ำเพื่อชมมหกรรม Shark Feeding
ด้วยความเป็นชายไทยรูปหล่อและใจกล้า ผมรับปากว่าไปแน่ จากนั้นกลับมาเตรียมตัวเตรียมใจ แอบกระหยิ่มว่าอนาคตในอาชีพมาถึงแล้ว งานนี้กลับมาเขียนบทความหาตังค์ ความรุ่งเรืองจะหนีไปไหนพ้น กรณีนี้มีข้อยกเว้นเพียงประการเดียว คือต้องพยายามกลับมาพร้อมแขนที่อยู่ครบ เพื่อพิมพ์คอมฯเขียนเรื่องได้
เช้ามืดของวันที่หนึ่งมกราคม เรือทัวร์ดำน้ำขนาด 124 ฟุต จอดลอยลำกลางสมุทรห่างจากชายฝั่งเกือบร้อยไมล์ เป้าหมายในวันนี้คือแนวปะการังที่เรียกว่า "Burma Bank" อันเป็นทะเลในเขตพม่า แต่ทางบริษัทได้ทำข้อตกลงปลงใจกับทางบ้านเมืองเขาไว้แล้ว เหตุการณ์ประเภทดำน้ำลงไปขึ้นมาเรือหายไปไหนคงไม่เกิดขึ้น
คุณปัญญาหัวหน้าคณะเดินออกมา บอกว่าสวัสดีปีใหม่จ้ะนักดำน้ำที่น่ารักทุกคน เริ่มต้นฉลองปีนี้ พวกเราจะลงไปเลี้ยงข้าวฉลามสร้างผลบุญกัน
หลังจากดูหน้าสลดๆ ของบรรดานักเที่ยวทุกคน คุณปัญญาบอกต่อว่าแนวปะการังตรงนี้เป็นเขตกลางสมุทร ไม่มีเกาะแก่งโผล่ขึ้นมาให้รกหูรกตา ความงดงามนั้นสู้เกาะสุรินทร์หรือหลายเกาะในเมืองไทยคงไม่ได้ แต่ที่น่าสนใจคือบรรดาฉลามที่พากันว่ายวนอยู่ใต้ท้องเรือ
ฉลามเหล่านี้มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่พวกที่จะมากินเลี้ยงฟรีมีแค่สอง หนึ่งคือนายฉลามขี้เซา (Nurse Shark) เขาเป็นฉลามขนาดยาวสามเมตรครึ่ง มีนิสัยใจดีโอกาสงั่มคนมีน้อย ปรกติจะนอนนิ่งอยู่ตามแนวปะการัง หาหอยหาปูกินไปตามเรื่อง อีกชนิดคือคุณฉลามครีบเงิน (Silvertip Shark) ความยาวใกล้เคียงกับคุณขี้เซา แต่ฉลามพันธุ์นี้หน้าตาดุกว่าเยอะ พวกเขามีครีบมีหางพร้อมมีเขี้ยว สามารถงับปลา รวมทั้งงับคนได้หากใจฉลามปราถนา
บรรดาพวกเราเหล่านักดำน้ำพากันขนลุกซู่ หันหน้ามองกันเลิ่กลั่ก คนธรรมดาเค้าฉลองปีใหม่กับแฟน เราดันมาหาเรื่องฉลองกับตัวงั่มๆ ใต้ทะเล แต่ไหนๆ ก็มาจนถึงนี่แล้ว จะถอดใจไปก็อายประชาชี เราเลยกลั้นใจฟังคำบรรยายสุดสยองต่อ
ถึงตอนนี้ คุณปัญญาเริ่มลงมือวาดภาพใส้เดือนกิ้งกือบนไวท์บอร์ด บอกว่าที่เห็นเป็นก้อนกลมนั้นคือแนวปะการังปราการหลังพวกเรา นักดำน้ำที่ไม่ใช่ช่างภาพโปรดไปรวมตัวกันใต้ปะการังยักษ์ก้อนนั้น รับรองปลอดภัยเพราะไม่ต้องระวังหลัง ส่วนด้านข้างจะมีองครักษ์พิทักษ์มนุษย์ คอยช่วยปกป้องฉลามน้อยที่หวังงับพุงคนเล่น
บรรดาตากล้องทั้งหลาย โปรดมาเข้าแถวหน้ากระดานอยู่ข้างคนป้อนอาหาร วิธีการนี้จะได้มุมกล้องแบบดีเป็นพิเศษ รวมทั้งได้เฉลี่ยโอกาสให้ฉลามเลือกงับ แบบไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน
บรรดานักดำน้ำที่ไม่ใช่คนบ้ากล้องถอนใจปล่อยยิ้มโล่งอก ส่วนผมหันไปมองหน้าพรรคพวกร่วมแก้งค์ ในจำนวนนี้มีคุณสกลพรรณ ทิพานันท์และคุณนัท สุมนเตมีย์ สุดยอดช่างภาพใต้น้ำของเมืองไทยที่แทบทุกคนคงรู้จักกันดี ทั้งคุณสกลพรรณและคุณนัท ล้วนเป็นช่างภาพที่ให้ความกรุณา TalayThai.com ในการนำภาพมาใช้อย่างถูกต้อง
ถึงตอนนี้ คุณสกลพรรณส่งยิ้มมาเป็นความหมายว่าให้สู้ตายเพื่อค่าเรื่อง ส่วนคุณนัทอมยิ้มลูบกล้องพลางเหล่ตา คล้ายบอกว่าอาจารย์เอาไงครับ ไม่ยอมเข้าไปใกล้เดี๋ยวผมได้ภาพดีกว่า แล้วอย่ามาอ้างโน่นอ้างนี่นะ เมื่อหนึ่งเป็นเหมือนรุ่นพี่ของนักเขียนยาจก อีกหนึ่งเป็นคู่แข่งเชิงธุรกิจ (ล้อเล่นครับ...คุณนัทกับผมสนิทสนมกันปานน้ำผึ้งหยด) ผมเลยตัดสินใจว่างานนี้ยอมตายไม่ยอมสยบ แขนขาดไปดีกว่าโดนทับถมให้ลือลั่นสนั่นวงการสารคดี
ชะรอยคุณปัญญาจะเห็นอาการแขนขาสั่นของผม แกเลยปลอบใจบอกว่าไม่ต้องห่วงอาจารย์อยู่กับมืออาชีพ ผมเลี้ยงอาหารฉลามมากว่าเก้าปีแล้ว เป็นคนริเริ่มเทศกาลแจกของฟรีประเภทนี้ในเมืองไทย พานักดำน้ำลงไปดูไม่รู้กี่หนึ่งร้อยคน ยังไม่เค้ยไม่เคยเลยที่จะมีใคร โดนฉลามลากไปกิน (มันก็บ่แน่หรอกนาย)
เหล่าหญิงชายไทยใจกล้าพากันโดดลงน้ำทีละตูมสองตูม ผมลากกล้องตัวใหญ่ที่อาจใช้เป็นอาวุธป้องกันฉลามงับพุงติดลงไปใต้ทะเล สัมผัสแรกบอกว่าน้ำที่นี่ใสดีแฮะ ส่วนสัมผัสที่สองบอกว่าไอ้ตัวว่ายดุ๊กดิ๊กอยู่ข้างล่างนั่นมันฉลามนี่หว่า ทำไมตัวใหญ่กว่าปลาช่อนตั้งเยอะ?
เมื่อทุกคนเข้าที่รอบก้อนปะการังใหญ่ที่ใต้ทะเลลึกห้าสิบฟุต คุณปัญญาหอบหิ้วถังพลาสติกปิดฝาแน่นลงมาเป็นคนสุดท้าย หลังจากกวาดสายตาดูความเรียบร้อยแล้ว แกเริ่มเปิดเกลียวฝาถัง พร้อมดึงปลาสากขนาดยาวสองศอกออกมาเป็นตัวแรก เทศกาล Shark Feeding เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ฉลามที่ผมเห็นมีอยู่สี่ตัว ทั้งหมดล้วนเป็นนายครีบเงินขนาดประมาณสองเมตรมีเศษนิดหน่อย เขาเริ่มว่ายวนไปมาตามประสาฉลามได้กลิ่นเลือด จากนั้นพี่ท่านตัวแรกก็มุ่งหน้าเข้ามา
ผมเป็นชายหนุ่มสมัยหลังสงครามโลก เกิดไม่ทันมีประสบการณ์โดนเครื่องบินพุ่งเข้ามาทิ้งบอมบ์ แต่จากภาพที่เห็นเบื้องหน้าตอนนี้ คิดว่าคงมีอะไรที่คล้ายกัน
คุณฉลามตัวใหญ่นั้นว่ายแบบนิ่งและแน่วแน่ เริ่มจากสูงเหนือพื้นประมาณสามเมตร จากนั้นลดความสูงลงเรื่อย จนอยู่เหนือพื้นในระดับสายตาของนักดำน้ำผู้นั่งคุกเข่า เป้าหมายของเขาคือปลาในมือคุณปัญญา แต่อย่าลืมว่าบรรดาหัวของช่างภาพทั้งหลายก็อยู่ในระดับเดียวกัน
เมื่อฉลามเข้ามาในระยะสามสี่เมตรจากเป้าหมาย ผมแทบทิ้งกล้องราคาสามแสนพร้อมเผ่นขึ้นจากน้ำ ชาวทะเลไทยทั้งหลายครับ ความรู้สึกตอนนั้นมันบรรยายไม่ได้ มันเหมือนกับ...เหมือนกับ...เวลาเราริเริ่มแรกรัก เข้าไปจีบสาวน้อยหน้าหวานในชั้นมัธยม
ใจผมเต้นตูมตามขณะเห็นคุณปัญญาเขย่ามือให้ปลาเหยื่อสั่นดุ๊กดิ๊ก นัยว่าเพื่อล่อฉลามให้เข้าเป้าถูก มิใช่ว่ายเข้ามาแล้วงับหัวนักดำน้ำไปกิน ถึงเวลาตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต ยามเมื่อฉลามครีบเงินตัวนั้นกัดงั่มลงบนปลาเหยื่อเป็นครั้งแรก
เมื่อเขี้ยวโง้งพร้อมแรงงับกว่าสองพันปอนด์ต่อตารางนิ้ว กดผ่านเนื้อหนังของเหยื่อ สิ่งที่ผมเห็นเป็นอันดับต่อไป คือคุณปัญญารีบปล่อยมือ เห็นหางปลาโผล่ออกมาระหว่างเขี้ยวฉลาม จากนั้นได้ยินเสียงดังกร๊อบ เมื่อกระโหลกเหยื่อถูกบดแตก บอกตามตรงครับว่าเสียงสาวร้องไห้เพราะถูกหักอก ผมเคยได้ยินมาแล้ว...บ่อยด้วย แต่ถ้านับความสยดสยองนั้นห่างไกลนัก
ใจยังไม่หายระทึก ขณะที่ฉลามตัวสองมุ่งหน้าเข้ามา ติดตามด้วยตัวที่สามและสี่ คราวนี้พวกเขาเรียงหน้าเข้ามาแบบฝูงบินประจัญบาน คุณปัญญารีบเก็บเหยื่อตัวใหม่ใส่กระป๋อง ภายหลังแกมาบอกกับผมว่า หากฉลามเข้ามาพร้อมกันเกินหนึ่งตัว จะเกิดบทอัศจรรย์อันตราย เมื่อตัวหนึ่งได้เหยื่อไป ที่เหลือไม่ได้จะทำยังไงดี? มีสองวิธีคือแย่งเหยื่อจากตัวแรกกับหาเหยื่อใหม่ ในกรณีนั้นหมายถึงนักดำน้ำ
เหล่าฉลามเข้ามาใกล้แต่หาเหยื่อไม่เจอ บางตัวก็ว่ายวนออกไป แต่มีบางตัวไม่ยอมแพ้ เขาว่ายเข้ามาใกล้แบบเอื้อมมือแตะถึง ผมมองเห็นตากลมสีขาวมีลูกตาดำเจืออยู่ตรงกลาง สายตามันฟ้องว่าข้าพเจ้าคือฉลามนะ แล้วข้าพเจ้าก็หิวด้วย นายกินได้ไหมยื่นมือมาหน่อยสิ จากนั้นเราจะได้มาสนุกกันไงเล่า
แทนคำตอบผมกดชัตเตอร์กล้องใต้น้ำ เก็บภาพฉลามหิวมาฝากชาวทะเลไทยดอตคอม เป็นของขวัญสไตล์ซาดิสต์ เมื่อแสงแฟลชแว่บออกไป ฉลามออกอาการสะบัดตัวพุ่งขึ้นข้ามหัว เหลือบตาเห็นท้องสีขาวเนียนน่าลูบไล้เป็นอย่างยิ่ง
คุณผู้อ่านรู้จักเต่าหดหัวในกระดองมั้ยครับ หากนึกภาพออกก็คงทราบว่าอากัปกริยาของผมเป็นเช่นไร เริ่มจากโผล่หัวพ้นกล้องพอฉลามเข้ามาใกล้ก็ถ่ายภาพ จากนั้นรีบหดหัวเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของศีรษะ ก่อนกลั้นใจมองเห็นฉลามว่ายน้ำผ่านหน้าไป
หลังจากห้านาทีใต้น้ำผมเริ่มคึก บอกกับตัวเองว่าไม่เห็นน่ากลัวอะไรเลย มองออกไปรอบด้านเห็นคุณสกลพรรณกับคุณนัทกำลังถ่ายภาพกันยกใหญ่ ผมเลยเริ่มกล้าเขยิบตัวออกไปใกล้คุณปัญญายิ่งขึ้น มือยกกล้องพร้อมหัวเราะฮึๆ บอกว่าเข้ามาเลยคุณฉลาม คนเราเมื่อไม่มีความกลัวในจิตใจ ต่อให้ตัวใหญ่กว่านี้ก็อ่อน
ผมเข้าใจผิดครับ รวมทั้งทุกคนใต้น้ำในตอนนั้นกำลังเข้าใจผิด ไม่มีใครสักคนทราบว่าในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้าความน่ากลัวที่แท้จริงของ Shark Feeding จะเริ่มต้นขึ้น...
ฉลามตัวนั้นว่ายใกล้เข้ามา...ใกล้เข้ามา แต่สายตาเขาไม่ได้จับจ้องเหยื่อในมือคุณปัญญาเพียงอย่างเดียว
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com
All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com