www.talaythai.com
Last Update : Wednesday 19 July, 2000 4:05 PM

รายชื่อสัตว์ทะเลที่เห็นสมควรนำเสนอเพื่อผลักดันให้ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย

ขอเชิญร่วมเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับรายชื่อสัตว์ทะเลที่เห็นสมควรนำเสนอเพื่อผลักดันให้ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย

แสดงความคิดเห็น

จากคุณ


ความคิดเห็นจากคุณๆ

@ สัตว์ทะเลบางชนิดท่มีขายท่จตุจักถึงแม้จะทราบก็จับไม่ได้หรือคะ เพราะไม่ใช่สัตว์คุ้มครอง ติดว่าการจะผลักดันให้สัตว์ทะเลชนิดหนึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองคงเป็นเรื่องท่ยากมาก เพราะถ้าเอ่ยชื่อไปแล้ว ผู้ท่มีหน้าท่ผลักดันและกลั่นกลองกฎหมายอาจจะนึกภาพไม่ออกด้วยซำเนื่องจากไม่เคยเห็นหน้าค่าตา เมื่ออ่านรายชื่อสัตว์ทะเลแล้วก็เห็นด้วยนะคะท่จะมีการนำเสนอเพราะปริมาณของสัตว์เหล่านั้นลดลงทุกวัน และแม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีนักดำนำมากมายสนใจสัตว์ทะเล แต่มีบางส่วนท่ไม่เข้าใจถึงการดำนำแบบไม่รบกวนเจ้าาบ้าน มีเพื่อนนุ้ยบางคนนะคะ บอกว่าถ้าเจอฉลามวาฬจะเข้าไปเกาะเค้าให้ได้ แม้จะอธิบายถึงผลเสียอย่างไรเค้าก็ไม่ฟัง เพราะเค้าคิดว่ามันไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ท่จะพิสูจณ์ได้ถึงผลเสียนั้น แต่เรื่องอย่างนี้นุ้ยว่าไม่ต้องอาศัยอะไรหรอก ใช้แค่จิตสำนึกก็น่าจะพอ
จากคุณ นุ้ย

@ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการออกกฏหมายตรงนี้นะครับ
แต่ไม่อยากให้ลืมอย่างนึงว่า กฏหมายบ้านเมืองเราตอนนี้ มีมากมายเหลือเกิน ปัญหามันอยู่ที่การบังคับใช้กฏหมาย และปัญหาของปัญหามันอยู่ที่คนไทยเราเอง ทัศนคติ และความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
ยังไงก็อยากให้ทางทีมงาน SEA PAPA, ATG หรืออื่น ๆ ช่วยกันรณรงค์ด้านการนำสัตว์ (ทะเล) มาเลี้ยง โดยเฉพาะชนิดที่ไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้โดยมนุษย์ ซึ่งหมายถึงที่มาที่ไปของมัน
จากคุณ ปิ่นสักก์

@ สัตว์ทะเลที่นำมาขายตามที่ต่างๆ หากไม่มีรายชื่อเป็นสัตว์คุ้มครอง ไม่สามารถจับกุมได้ครับ เพราะไม่มีกฏหมายบังคับ
ปัจจุบัน ผู้ใหญ่หลายท่านเข้าใจแล้วครับ แม้แต่ท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ก็เป็นนักดำน้ำครับ ท่านเคยลงดำน้ำเห็นสัตว์ทะเลหลายต่อหลายครั้งแล้ว
การใช้กฏหมายเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ครับ เราได้แต่ฝากความหวังและอยากมีส่วนช่วยรักษาทรัพยากรเหล่านี้ไว้บ้าง เท่าที่มีกำลังจะทำได้ สำหรับการรณรงค์ ทำในทุกรูปแบบที่คิดออกครับ หากทุกคนช่วยกัน เชื่อว่าต้องเห็นผลครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ควรจะมีชื่อของปลาฉลามบางประเภทเข้าไปด้วย เนื่องจากทราบว่าได้มีชาวประมงบางส่วนได้ทำการล่าปลาฉลามเพียงแค่ต้องการส่วนที่เป็นครีบซึ่งมีความต้องการอย่างสูงในตลาดอาหารจีน ทำให้สถานการณ์ของปลาฉลามในปัจจุบันค่อนข้างอยู่ในขั้นวิกฤต
จากคุณ itthip@ji-net.com

@ ไปที่เกาะ พี พี มา เห็นบริษัทที่สอนว่ายนำเขียนไว้ว่าไม่กินปลาฉลาม แต่พอเดินมาอีก 2-3 ก้าว เห็นร้านอาหารโชว์ปลาฉลามตัวเขื่องในถาดหน้าร้าน พร้อมมีเมนูบรรยายสรรพคุณไว้เสร็จ ถ้าเป็นเช่นนี้ระวังปลาฉลามตัวที่นักท่องเที่ยวพากันดำน้ำไปดูจะอยู่ในท้องสักวัน ถ้าไม่ช่วยกันสร้างจิตสำนึกในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกแห่งนี้
จากคุณ salayarpong

@ เรากำลังจะเพิ่มข้อมูลส่วนนี้เรื่อยๆครับ คิดว่าวันอังคารน่าจะมีข้อมูลเพิ่มเข้ามาอีก ตอนนี้กำลังทำอยู่ครับ สัตว์ที่มีเพิ่ม เช่น ปลากบ ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ ฯลฯ ใครคิดตัวอื่นออก บอกมาได้เลยนะครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ หอยมือเสือ
จากคุณ ด.ช.กุลสรณ์ ล้อมวงค์ไพศาล

@ หอยมือเสือเป็นสัตว์คุ้มครองแล้วครับ แต่ขอบคุณครับที่น้องช่วยให้ความคิดเห็น
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ปลิงทะเลค่ะ สงสารมันค่ะ เกิดมาหน้าตาก็น่าเกลียดน่ากลัวอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีเพื่อนในทะเลคบอีกด้วย ยังถูกคนจับมาขาย(ขนาดไม่สวยนะเนี่ย)และนำไปทานอีก ต้องตายอย่างทรมาน ซากสังขารยังต้องทนตากแดดตากลมอีก
เห็นมั๊ยคะชีวิตมันน่าสงสารแค่ไหน (หนับหนุนมั๊ยคะ)
จากคุณ ปาย (อนาคตเด็กเกษตรค่ะ)

@ สนับสนุนครับ แต่การประกาศปลิงทะเลเป็นสัตว์คุ้มครอง ต้องพิจารณาให้ดี เพราะจะเกิดปัญหาตามมาหลายประการ ต้องพิจารณาให้ดี เพราะเกี่ยวข้องกับผู้คนในวงกว้าง แต่ไม่ใช่จะเลิกพยายามนะครับ จะพยายามทำต่อไป แต่คงต้องใช้เวลามากกว่าสัตว์ชนิดอื่น
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ขอเสนอรายชื่อปลาสวยงามที่ถูกจับขายทั้งในประเทศและต่างประเทศจนมีจำนวนลดน้อยลงและน่าจะสูญพันธุ์ได้ในอนาคตดังนี้ค่ะ

1. ปลาผีเสื้อทุกชนิด
2. ปลาโนรีทุกชนิด
3. ปลาสินสมุทรทุกชนิด
4. ปลาวัวทุกชนิด
5. ปลาค้างคาวหรือปลาหูช้างทุกชนิด

ขอบคุณค่ะอาจารย์ธรณ์



จากคุณ สายชล

@ ขอบคุณครับพี่สายชล เราคงต้องพิจารณากันหลายด้านครับ รวมทั้งด้านการประมงด้วย สำหรับชุดแรกพยายามเลือกสัตว์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างมากนัก เพื่อความราบรื่นของการนำเสนอ ภายในไม่ช้า เราจะเพิ่มข้อมูลของสัตว์อีกหลายตัวที่กำลังจะนำเสนอ คอยอ่านกันนะครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ปลาโลมา กับปลาวาฬ
จากคุณ innocent_br@hotmail.com

@ ดีมากเลยครับที่จะมีกฏหมายออกมาคุ้มครองสัตว์ทะเลเหล่านี้ และควรที่จะเป็นกฏหมายที่เข้มงวด มีมาตรการที่เด็ดขาด เพราะจะได้ทำให้มนุษย์บางจำพวกที่มีจิตใต้สำนึกวิปริตชอบกักขังชีวิตของสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรไว้ชื่นชมเป็นส่วนตัว โดยไม่คิดถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้เข็ดหลาบและเลิกกระทำการชื่นชมสัตว์ทะเลแบบผิดๆเสียที
จากคุณ frogman@thai2k.com

@ do you have any information on hard coral? what are the species that are being threatened by wildlife trade business?

Tip
WWF Thailand
Bangkok, Thailand
email: tivani@usa.net, wwfcomms@ait.ac.th
จากคุณ Tip, Bangkok, Thailand

@ โลมากับวาฬเป็นความคิดเห็นที่ดีมากครับ เราจะลองตรวจสอบดู
สำหรับปะการังต่างๆ ปัจจุบันมีกฏหมายคุ้มครองอยู่แล้ว ห้ามจำหน่ายครับ แต่ถ้าเห็นยังวางจำหน่ายอยู่ แจ้งเจ้าหน้าที่ประมง เช่น ประมงอำเภอ มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ถ้ายังไม่ได้ผล ส่งข้อมูลมาที่นี่ได้ครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ตกลงว่าตอนนี้บรรดาสัตว์ทะเลที่มีรายชื่อขึ้นอยู่ที่web นี้
ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง ถูกต้องไหมครับ..
นั่นหมายความว่า ยังไม่สามารถจับกุมทั้งผู้จับ และผู้จำหน่าย ได้..
เพราะวันนี้ ผมไปเดินที่ห้างแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง
เห็นร้านขายปลาร้านหนึ่ง มีปลาทะเลหลายตัวครับ..

ที่จำได้ก็ (ในวงเล็บด้านหลังคือขนาดครับ)
ปลาการ์ตูน (Clown Anemone Fish) ประมาณ 20 ตัว (2-3 cm)
Goby 1 ตัว (5-6 cm)
โนรี (ผีเสื้อหางยาว) ประมาณ 5 ตัว (5-6 cm)
ผีเสื้อคอขาว 5 ตัว (4-5 cm)
Anglefish 2 ตัว (6-7 cm)
ปลาสิงโต 3 ตัว (10-15 cm)
และมีปลาอื่นที่ผมนึกชื่อไม่ออกอีกประมาณ 20 ตัว.. (หลายขนาดครับ..)

เห็นแล้ว รู้สึกไม่ดีมากๆ
เพราะอย่างปลาการ์ตูนนั้น เคยเห็นเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นของเขา
(อยู่กับ Sea Anemone) แล้วมาอยู่ในตู้ว่างๆ เปล่าๆ อย่างนี้..

ราคาหรือครับ.. ผีเสื้อคอขาว ตัวละ 150 บาท
Anglefish ตัวละ 250 บาท
ยังไม่ได้แกล้งถามราคาปลาสิงโต.. แต่ไม่น่าจะหนี 500-600 บาท
นี่หรือครับ.. ค่าตัวที่เขาควรจะได้รับ..

ขอสนับสนุนการออกกฏหมายเพื่อจำกัดการจับปลาเหล่านี้ครับ..
เพราะพิจารณาจากขนาดที่เห็น.. การจะจับได้มีอยู่อย่างเดียว
คือต้องเข้าจับในแนวปะการัง.. ซึ่งความเสียหายข้างเคียงมีอีกเท่าไร..
ประเมินไม่ได้..

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มคนที่ต้องการเลี้ยงปลาเหล่านี้อยู่..
ถ้าเป็นไปได้.. น่าจะมีการจัดระบบควบคุมนะครับ..
คือ ห้ามจับในน่านน้ำไทย แต่ถ้าจะนำเข้า ต้องมีเอกสารกำกับ
ซึ่งจะบอกแหล่งที่จับมา จำนวน ชนิด และผู้ค้าที่จะส่งไป
ส่วนผู้ค้านั้น จะต้องมีการทำบันทึกว่ารับเข้ามากี่ตัว
ขายไปกี่ตัว ให้กับใคร เมื่อไร..
ส่วนผู้เลี้ยง ก็จะต้องมีการบันทึกเอกสารเช่นกันว่าซื้อมาจากไหน เมื่อไร..
ให้เหมือนกับกรณีของซากสัตว์ป่า (เช่นพวกหัวกวาง หัวเสือ น่ะครับ)

อย่างน้อย น่าจะแก้ปัญหาได้บ้าง..
จากคุณ อนุพงศ์ anupong_t@hotmail.com

@ อ้อ.. นึกออกอีกตัวหนึ่ง..
Trigger fish ครับ.. เห็นอยู่ 1 ตัว ขนาดประมาณ 3-4 cm

น่าเสียดายจริงๆ
จากคุณ อนุพงศ์

@ สัตว์เหล่านี้ยังไม่ได้รับการคุ้มครองครับ เราจึงพยายามผลักดันต่อไป คาดว่าอีกไม่นานจะนำชื่อเสนอครับ
สำหรับการนำสัตว์เข้ามาจากต่างประเทศ มีบัญชีไซเตสควบคุมอยู่ขั้นหนึ่งแล้วครับ
ขอบคุณครับที่ให้ข้อมูลและความคิดเห็น
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ แล้วที่มีการนำสัตว์ทะเลมาขายนี้ยังไม่มีการจับกุมหรือครับ ทำไมบ้านเมืองไทยถึงมีการปล่อยปะละเลยกันอย่างนี้ละครับ ยิ่งกุ้งตัวตลกที่เห็นว่าพบเห็นได้ยากยังมีการนำมาขายแล้วมันไม่หมดไปหรือครับ ผมว่าน่าจะมีการประชาสัมพันธ์กันมากกว่านี้นะ ผมขอบสนับสนุนเต็มที่และขอเป็นกำลังใจให้กับพวกคุณนะครับ
จากคุณ ทวีพล

@ ปลาวัว โดยเฉพาะ crow trigger fish หรือ ปลาวัวตัวตลก.
ปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า. ปลาการ์ตูนทุกชนิด. ปลาปั๊กเป้ากล่อง box fish ที่ตัวสีเหลืองสด มีจุดสีดำ. ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เคยเห็นในตู้เลี้ยงปลาเหมือนกัน.
จากคุณ หมูตัวเขื่อง

@ การที่จะเสนอให้สัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ได้รับความคุ้มครองเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน
แต่การกระทำดังกล่าวต้องระมัดระวังในการดำเนินการ การเสนอรายชื่อเป็นสิ่งสำคัญ
ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าสัตว์ชนิดนั้นๆมีความเสี่ยงจริง ไม่ใช่ประกาศรวมๆกันไปทั้งครอบครัว
เช่น ครอบครัวปลาผีเสื้อทั้งหมด หรือสัตว์ในครอบครัวอื่นๆการณ์จะกลายเป็นว่าถ้าประกาศ
อย่างนี้ปลาทุกตัวในอนาคตจะถูกคุ้มครองทั้งหมดเพราะไปอยู่ในครอบครัวที่ถูกประกาศคุ้มครอง
ทั้งๆที่ไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เลย เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นการเหวี่ยงแหเนื่อง
จากขอให้ประกาศเป็นครอบครัวซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง ควรจะเสนอเป็นตัวๆไปมากกว่า แต่ทั้งนี้
ต้องมีข้อมูลวิชาการสนับสนุนว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จริงๆ เราต้องไม่ลืมนึกไปว่าชาวประมง
บางกลุ่มอาศัยจับปลาเหล่านี้เลี้ยงชีพไปวันๆ ถ้าประกาศเหมาทั้งครอบครัวอย่างนี้ชาวประมงจนๆเหล่านี้
จะทำอย่างไร สรุปว่าควรจะประกาศเฉพาะตัวที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เท่านั้นอย่าเสนอเป็น
ครอบครัว และควรจะผลักดันให้มีมาตรการการควบคุมการจับสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่ห้ามโดยเด็ดขาด
เช่น ให้มีการขึ้นทะเบียนชาวประมงผู้จับสัตว์ทะเลสวยงาม มีการกำหนดโควต้าชนิดของสัตว์ที่
ให้จับได้ในแต่ละปีต่อผู้จับแต่ละราย มีการอบรมการจับที่ถูกวิธี เป็นต้น เพื่อที่ทรัพยากรที่มีอยู่
ได้ถูกใช้อย่างยั่งยืน และคุ้มค่า ไม่ใช่ห้ามใช้โดยเด็ดขาด เพราะประเทศเรายังมีผู้ยากจนที่อาศัยทรัพยากร
เหล่านี้ยังชีพอยู่อีกมาก ดังนั้นการกระทำใดๆ ควรจะนึกถึงประเด็นนี้ให้มากด้วย
จากคุณ มีนกรคนหนึ่ง

@ ขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็น ผมเรียนดังนี้ว่า ข้อมูลทั้งหมดของสัตว์ที่เรานำเสนอครั้งนี้ ผ่านการพิจารณาของกลุ่มรักษ์ฉลามวาฬ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้ มิใช่ของผมคนเดียว ผมทำหน้าที่เป็นฝ่ายวิชาการ เมื่อกลุ่มเห็นควรว่าจะนำเสนอกลุ่มนี้ ตามแบบของการโหวต ผมมีหน้าที่ไปหาข้อมูลมาให้ครับ เพราะฉะนั้น บางตัวหรือบางชนิด อาจไม่ใช่ความคิดเห็นของผมทั้งหมด แต่เป็นความคิดเห็นของส่วนรวมครับ
ในกรณีสัตว์เป็นครอบครัว ผมเรียนตามตรงในความคิดเห็นส่วนตัวว่า สัตว์บางชนิดสามารถประกาศเป็นครอบครัวหรือมากกว่านั้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลให้มากกว่านี้ เพราะเป็นสัตว์ที่มีผลกระทบกับชาวประมงน้อย สำหรับข้อมูลที่ต้องรอ คงต้องรออีกนานและไม่ทราบว่าจะรอจากใครครับ
ในความคิดเห็นของผม (ที่อาจแตกต่างจากคนอื่น) สัตว์ที่กรมประมงประกาศคุ้มครอง ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และไม่จำเป็นต้องประกาศทีละชนิด ตัวอย่างเช่น ปะการัง ที่ได้รับการคุ้มครองในกฏหมายปัจจุบัน ประกาศรวมทั้งหมด ตั้งไม่รู้กี่ร้อยชนิด ปะการังหลายชนิดไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แน่ เช่น มีอยู่ทั่วไปในทะเลไทย ยังประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองแล้วครับ
สัตว์บางชนิด เช่น กัลปังหา เรายังไม่มีข้อมูลอะไรมากเลย แม้แต่ชนิดและการแพร่กระจายของกัลปังหา เราก็เพิ่งทำวิจัยเสร็จสิ้นในปีนี้ แต่ได้รับการประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองมาแล้วหลายปีครับ
ในความคิดเห็นของผม ถ้าปะการังที่ไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และประกาศรวมกันทั้งอันดับ (ใหญ่กว่าครอบครัว) ได้ รวมถึงกัลปังหาที่แทบไม่มีข้อมูลเลย ประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองได้ทั้งอันดับเช่นกัน สัตว์ที่เรานำเสนอในที่นี้ น่าจะไม่ผิดต่อการประกาศที่แล้วมา เพราะมีตัวอย่างเรียบร้อยแล้วครับ
ขอบคุณมากครับที่ให้ความคิดเห็น เป็นประโยชน์และช่วยให้เราระมัดระวังมากขึ้นครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ อจ. ธรณ์ ครับ, ผมเป็นนักดำน้ำ open wagter, fin ใหม่อยู่. การประกาศสัตว์คุ้มครอง เราไม่สามารถทำได้ง่ายๆ ดังความคิดเห็นต่อไปนี้หรือครับ
1) list รายชื่อสัตว์เศรฐกิจทั้งหมดออกมา เช่น ปลาทู ปลาเก๋า, etc ที่คนรับประทานกัน และเลี้ยงชีพชาวประมง ว่าสามารถจับได้ แต่ต้องมีกฏระเบียบเช่น ห้ามให้อวนตาถี่ ห้ามจับในฤดูวางไข่ ห้ามซื้อขายปลาที่ตั้งครรภ์ ห้ามรับประทานปลามีท้อง, etc.
ส่วนที่เหลือ เช่นประการัง กัลปังหา สัตว์พรางตัว ปลาสวยงามตามแนวประการังต่างๆ (ทุกอย่างที่ไม่ใช่สัตว์เศรฐกิจ) ห้ามจับเด็ดขาด เป็นสัตว์คุ้มครองทั้งหมด
ผมว่าอย่างนี้ง่ายดีนะ ไม่กระทบพวกประมงด้วย.
เพราะกว่าจะศึกษาผลกระทบ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ etc ตามที่บางคนคิดกัน ผมว่าพวกสัตว์คงสู่สวรรค์กันเกือบหมดแล้ว.
ผมว่าเอาแบบที่ผมว่านี่แหละ รวบรัด ง่ายดี และได้ผลดีที่สุด ที่สำคัญไม่กระทบใครเลย กลับจะเป็นผลดีที่สุด ต่ออนาคตเมืองไทยด้วย.

จากคุณ หมูตัวเขื่อง

@ อยากทำอย่างนั้นเหมือนกันครับ เพียงแต่คงทำยากหน่อย เพราะมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย แต่ละคนก็พูดกันคนละอย่างสองอย่าง มันก็เลยยุ่งยังไงครับ
จากคุณ อ.ธรณ์

@ ปะการังอ่อนในO.Alcyonacea และปะการังดำในO.Antipatharia ได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์คุ้มครองเช่นเดียวกับปะการังแข็งในO.Scleractinia แล้วครับ
จากคุณ พิชิตศึก

@ \"สรุปว่าควรจะประกาศเฉพาะตัวที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เท่านั้นอย่าเสนอเป็น
ครอบครัว และควรจะผลักดันให้มีมาตรการการควบคุมการจับสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่ห้ามโดยเด็ดขาด
เช่น ให้มีการขึ้นทะเบียนชาวประมงผู้จับสัตว์ทะเลสวยงาม มีการกำหนดโควต้าชนิดของสัตว์ที่
ให้จับได้ในแต่ละปีต่อผู้จับแต่ละราย มีการอบรมการจับที่ถูกวิธี เป็นต้น เพื่อที่ทรัพยากรที่มีอยู่
ได้ถูกใช้อย่างยั่งยืน และคุ้มค่า ไม่ใช่ห้ามใช้โดยเด็ดขาด เพราะประเทศเรายังมีผู้ยากจนที่อาศัยทรัพยากร
เหล่านี้ยังชีพอยู่อีกมาก ดังนั้นการกระทำใดๆควรจะนึกถึงประเด็นนี้ให้มากด้วย\"
ผมว่าถ้าได้พิจารณาให้ดีจากข้อสรุปน่าจะได้ข้อคิดในเรื่องของการใช้ทรัพยากรที่ถูกต้อง
แม้แต่นักดำน้ำเองซึ่งไม่ได้นำอะไรขึ้นมาก็กำลังใช้ทรัพยากรเหล่านี้เช่นกันแต่คนละรูปแบบ
ส่วนปะการังและกัลปังหาคงจะนำมาเทียบกับปลาคงจะลำบาก และผมเห็นด้วยที่ทั้งปะการังและกัลปังหา
เป็นสัตว์คุ้มครองเพราะค่อนข้างชัดเจน เพราะถ้าไม่มีแนวปะการังก็ไม่มีปลาหรือสัตว์น้ำเหล่านี้
ดังนั้นการนำมาเปรียบเทียบกันว่าถ้าปะการังทำได้ ปลาก็ทำได้คงไม่ใช่เหตุผล อีกอย่างการเสนอความคิดเห็น
ของผมก็อยากจะให้มีการมองแทนชาวบ้าน ชาวประมง ที่ไม่มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นอย่างที่เรา
ทำกันอยู่นี้ อีกอย่างการรอข้อมูลคงจะไม่รอจากใครหรอกครับ เพราะข้อมูลเกี่ยวกับปลาสวยงามในแนวปะการัง
ก็มีมากเช่นวิทยานิพนธ์ของนิสิต แล้วที่จริงผมว่าพวกที่อยู่ในวงการคงจะรู้ดีว่าตัวไหนบ้างที่มีจำนวนลดน้อยลงมาก
ซึ่งส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้เกิดจากการจับด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมทำให้สัตว์เหล่านั้น
ลดน้อยลงไป การมองสิ่งต่างๆรอบตัวเพื่อที่จะทำงานต่างๆให้รัดกุมขึ้นน่าจะเป็นผลดีกับการทำงาน ซึ่งการเปิดให้มี
การแสดงความคิดเห็นที่นี้ก็น่าจะเป็นวัตถุประสงค์เช่นนั้น การแสดงความเห็นของผมคงไม่ได้เจตนาจะตำหนิใครเพราะรู้
ว่าเป็นการแสดงความเห็น ซึ่งจะทำให้ความคิดกว้างออกไปและรอบคอบมากขึ้น คนเสนอรายชื่อคงไม่ใช่ อ. คนเดียว
ซึ่งผมก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน หวังว่าความคิดเห็นที่เสนอคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการจุดประกายความคิดและเกิดข้อสรุปที่เหมาะสมซึ่งเกิด
จากความเห็นที่หลากหลาย คิดว่าคนไทยทุกคนคงอยากจะเห็นทะเลไทยและทรัพยากรของเรามีความอุดมสมบูรณ์ตราบจน
ชั่วลูกชั่วหลานกันทุกคน
ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของทุกท่านเพื่อความงอกงามของปัญญา

จากคุณ มีนกรคนหนึ่ง

@ เมื่อต้นเดือนที่แล้วผมได้ไปดำน้ำที่เกาะทะลุ ก็เจอลอบอันหนึ่งมีปลาอยู่หลายตัวเลย
ที่เห็น ๆ คือมีปลาสินสมุทร 2 ตัว
ปลากระเบนจุดฟ้า 5 ตัว
ปลาปักเป้าหนัง 1 ตัว
ปลานกแก้ว 3 ตัว
และอีกหลายตัวที่จำไม่ได้
ดูแล้วปลาบางชนิดก็กินไม่ได้ก็ อยากให้ชาวประมงที่วางลอบดักมันนั้น
ถ้ามันกินไม่ได้ หรือขายได้ราคาไม่ดีก็ปล่อยมันเหอะครับ
ผมก็ยอมรับว่าเป็นคนหนึ่งที่ชอบตกปลา แต่ผมก็เอาเฉพาะที่กินได้
ซึ่งถ้ากินไม่ได้หรือตัวเล็กผมก็ปล่อยมันไป
โดยผมถือคติว่า จะไม่ฆ่าถ้าไม่คิดจะกินมัน
อย่างปลากระโทง (Marlin) และ (sailfish) นั้นถ้าผมตกได้ผมจะปล่อยทุกตัว
เพราะเป็นปลาหายาก และเป็นปลาเกมส์ที่ทั่วโลกยอมรับกัน
ปลาสวยงามส่วนใหญ่ จะได้มาจากการใช้ยา หรือระเบิดก็มี
ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ดีเลย เวลาผมออกไปตกปลา จะเจอเรือพวกนี้บ้าง
แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับพวกเขา เพราะเราไม่มีอำนาจอะไร
ยังไงก็ฝากช่วยกันดูแลนะครับ เมื่อในน้ำไม่มีปลา ก็เหมือนขาดชีวิตไป

จากคุณ GIGANTIC

@ to preserve marine creature, i would comment it could be impossible to control fishing. Maybe our country can issue a regulation to control rate of fishing and strictly control for these creatures.
จากคุณ iamcoupe@hotmail.com

@ เรียนคุณมีนกรครับ
ขอบคุณครับที่กรุณาเสนอความคิดเห็นครับ แน่นอนว่าการนำเสนอครั้งนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียวครับ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำเสนอขึ้นไปโดยกลุ่มรักษ์ฉลามวาฬครับ และผมขอขอบคุณ...คุณมีนกรที่กรุณาให้ความคิดเห็นครับ แต่อย่างที่ทราบ นี่เป็นความคิดเห็นของกลุ่มครับ ไม่ใช่ของผม (คุณมีนกรอาจแปลกใจว่าผมพยายามชี้แจงกับกลุ่มว่าหลายตัวไม่สามารถนำเสนอได้ เพราะกระทบต่อชาวประมง หมายถึงผมพยายามตัดรายชื่อสัตว์ออกนะครับ ไม่ใช่เพิ่มขึ้น เพราะถ้าให้ทางกลุ่มเสนอจริงๆ รู้สึกว่าสัตว์ทะเลเกือบทุกชนิดจะกลายเป็นสัตว์คุ้มครองหมด) แน่นอนว่าทุกคนมีสิทธิในการเสนอความคิดเห็นครับ ชาวประมงที่มีอินเตอร์เน็ตก็เสนอได้นะครับ ไม่ได้ให้เสนอเฉพาะนักดำน้ำ แต่จะพิจารณายังไงนั้น ขึ้นอยู่กับกลุ่ม ไม่ใช่ขึ้นกับผม เพราะกลุ่มเป็นคนเสนอ สำหรับการพิจารณาให้หรือไม่ให้ ขึ้นอยู่กับกรมประมงครับ กลุ่มฯมีหน้าที่เสนอในฐานะพลเมืองไทยและเป็นมุมมองที่เอียงไปทางนักดำน้ำ เพราะส่วนใหญ่เป็นนักดำน้ำครับครับ
ตอนนี้รายชื่อสัตว์ถูกเสนอไปแล้วชุดแรกครับ มีผลเป็นอย่างไร คงจะนำมาแจ้งให้ทราบ
อ้อ...ที่คุณมีนกรบอกว่ามีวิทยานิพนธ์นิสิตจำนวนมากที่ทำด้านนี้ รบกวนแจ้งให้ทราบได้มั้ยครับ ผมค้นมาในระยะหลังหาแทบไม่ได้เลย ถ้าได้...จะได้มีข้อมูลอ้างอิงมากขึ้นครับ เพราะตอนนี้เห็นแต่ทำเรื่องกุ้ง ขอบคุณล่วงหน้าครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ทุกชนิดเลยครับ แล้วก็ต้องเลยไปถึงการอนุรักษ์ที่ถูกต้องและแนวทางที่ชัดเจน เนื่องจากโดยปกติคนไทยเราชอบทำอะไรแห่ตามกันอยู่แล้ว ก็จะคอยดูอยู่ว่าอีกนานแค่ไหน ถึงจะพูดถึงกิจกรรมทางน้ำที่ถูกต้อง และก็คงอีกไม่นานที่เราจะต้องกลับมาพู฿ดถึงผลกระทบอันเนื่องมาจากกิจกกรรมดำน้ำ
ฝากด้วยครับอาจารย์
จากคุณ คุณ สันติ(suntitravel@thaimail.com)

@ ตามความเห็นของกระผม ผมคิดว่า สัตว์ทะเลนัน้ไม่มีความคุ้มครองที่ดีเลยมีแต่คนเอาเปรียบ มุ่งแต่หวังเอากำไรจากทรัพยากรธรรมชาติ จนทำไห้น้ำบางชนิดจะสูญพันธ์ไปแล้ว ขอให้ทางรัฐบาลออกกฎหมายที่บังคับใช้อย่างจริงจัง
จากคุณ สมพงค์

@ เห็นด้วยอย่างยิ่งคะที่กับการจะออกกฎหมายตรงนี้คะ
แต่ไม่อยากให้ลืมอย่างหนึ่งว่ากฎหมายบ้านเรามักจะมีช่องโว่และเอื้อต่อการทําผิดกฎหมายอยู่เรื่อยกฎหมายยบ้านเราตอนนี้ก้อมีมากเหลือเกินปัญหามันมีอยู่ที่ว่าการบังคับใช้กฎหมายและปัญหาของคนไทยเราเองและทัศน์คติและความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมยังไงก้ออยากให้ทีมงานหรือหน่วยงานอื่นๆช่วยกันรณรงค์ต่อต้านการนําสัตว์(ทะเล)มาเลี้ยงโดยเฉพาะสัตว์บางชนิดที่ไม่สามารถทําการผสมพันธุ์ได้โดยมนุษย์
จากคุณ นก

@ ผมว่าสิ่งที่สำคัญก็คือให้กฏหมายที่ออกมานั้นศักสิทธิ์จริงๆ เพราะเห็นกฏหมายออกมาแต่ก็ปล่อยกันเสียส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการดูแลอย่างจริงๆจังๆเลย
จากคุณ KL

@ ปลาพยูน






จากคุณ ทิพาพร ขวัญแก้ว จังหวัดเชียงใหม่

@ .... off!!! aquarium . Go to hell
จากคุณ รักทะเล

@ อย่าหาว่ากระแดะเลยนะครับ แต่ชาวประมงไทยทุกวันนี้ไม่มีกินกันจริงๆ เราที่มาเล่นเน็ตกันทุกคนคงจะมีฐานะที่ค่อนข้างดีกันอยู่ แต่ของเขาได้เพิ่ม 1 ตัวก็คืออาหารอีก 1 มื้อ...
โอเค บางครั้งมันก็เกินไป ผมก็เคยออกเรือไปดำน้ำ ไปซื้อปลาจากเรือประมงเป็นอาหารสด บนเรือเหรอ...ปลาใหญ่ไม่ต้องพูดถึง แต่ลูกปลา ปลาจิ้มฟันจรเข้ ที่ผมดำหามาทั้ง dive แต่ไม่เจอ ผมก็มาเจอบนนั้นเอง...ที่ร้ายที่สุด ปูเสฉวนครับ มันติดขึ้นมาด้วย!!! อวนตาถี่ขนาดไหน ลากลึกขนาดไหนคงไม่ต้องเสียเวลาไปดูก็รู้ได้
ที่ผมอยากจะบอกก็คือ นี่เป็นปัญหาระดับชาติและเป็นปัญหาในวงกว้างกว่าที่เราคิด วิธีแก้ก็พูดง่ายแต่ทำยาก คือต้องยกระดับชีวิตของคนในประเทศ ต้องให้การศึกษา เมื่อพวกเขามีความรู้ เขาก็จะเริ่มรู้จักคิด รู้จักมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์แหล่งทำกินของเขาเองแหละ (แต่ เอ...คนในสภาเขาก็มีความรู้กันนะ ทำไมไม่มีจิตสำนึกก็ไม่รู้แฮะ(ไม่ฮา))
ps. โอ สวรรค์ aquarium ที่ผมเคยชื่นชอบอยู่เสมอ ที่แท้เป็นอย่างนี้เองหรือเนี่ย....

จากคุณ เซียวเปียกลี้

@ ทำไมมันชั่วร้ายอย่างนี้หว่า
หน่วยงานที่รับผิดชอบ ไปไหนกันหมดโว้ย!!!!
ช่วยๆ กันหน่อยเร้ว ก่อนที่ปลาในนั่นจะตาย เดี๋ยวมันก็ไปจับ
ปลาหมด ปลากการ์ตูน ปลาอะไร ต่อมิอะไรมาอีกหรอก
จากคุณ เพิ่งมาอ่าน!!!

@ ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องสัตว์ในทะเลเท่าไร แต่อย่างไรก็ตามผมก็คิดว่าสัตว์ป่าก็ควรอยู่ป่า สัตว์ทะเลก็ควรอยู่ในทะเล ควรมีชีวิตที่เสรีเท่าเทียมกันสำหรับทุกชีวิตบนโลก อาจารย์ว่าอย่างไรผมก็ว่าตามอาจารย์ล่ะครับ

จากคุณ กะเต็นน้อย

@ เห็นด้วยกับคุณเซียวเปียกลี้
นี่เป็นผลพวงจากการกระทำของชาวประมง ที่จับปลาแหลก ใช้อวนตาถี่ยิบ ลากอวนแทบทุกตารางนิ้ว ระเบิดปลา เทสารพิษ ฯลฯ ทำอย่างกับว่าอีก 3 วันโลกจะแตก จับกันแบบใครมือยาวสาวได้สาวเอา ไม่คำนึงถึงกำลังการผลิตของทะเล รัฐก็ไม่เข้มงวดเท่าที่ควร เนื่องจากอำนาจของผู้มีอิธิพลและเงินตรา สุดท้ายชาวประมงยุคนี้ จึงต้องลักลอบไปจับปลาต่างแดนจนเป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้
เมืองไทยได้เปรียบทุกชาติในโลกเนื่องจากตั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุด ตั้งอยู่บริเวณแถบอินโดแปซิฟิค มีทะเลทั้ง 2 ฝั่ง ระดับความลึก ความเค็ม กระแสน้ำ เหมาะสม และสมดุลย์ที่สุด จนนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ยอมรับว่า เป็นแหล่งที่ให้ทรัพยากรทางทะเล สูงสุด ในแง่ความหลากหลายทางชีวภาพ และปริมาณ ต่อพื้นที่ ธรรมชาติลำเอียง มอบสิ่งที่ดีที่สุด วิเศษที่สุดให้เมืองไทย ให้พวกเรามีทรัพยากรทางทะเลที่สมบรูณ์ที่สุดในโลก แต่เหมือนลิงได้แก้ว กิ้งก่าได้ทอง คนไทยใช้ทรัพยากรแบบ บู้ล้างพลาญ ไม่หมดไม่เลิก ชาวประมงและคนไทยทั้งชาติจึงต้องรับกรรมเช่นทุกวันนี้
ปัญหาทั้งหมดเกิดจากระดับการศึกษาโดยรวมของเรายังไม่ดีพอ นั่นอาจจะใช่ แต่จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับจิตสำนึก มากกว่า บางประเทศเช่น มาเลเซีย ปาปัวนิวกีนี และอีกหลายที่ ระดับคุณภาพชีวิต และการศึกษาก็ไม่ดีไปกว่าเรา แต่พวกเขายังรักษาทรัพยากรที่ธรรมชาติให้มาน้อยกว่าเราหลายสิบเท่า ไว้ได้ดีมาก (จนปัจจุบันเขามีมากกว่าเราหลายร้อยเท่า เนื่องจากเขาไม่ทำลาย แต่เราทำลายไม่เลิก) สรุปแล้วเกิดจากจิตสำนึกและค่านิยมผิดๆ ความร่ำรวยฟุ้งเฟ้อ ที่พวกเราได้ตัวอย่างและเลียนแบบมาจากพวกผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ พวกอิธิพลในอดีต
จากคุณ หมูตัวเขื่อง

@ อ่านเรื่องความตายที่เกาะสมุยแล้วก็เศร้า น่าจะมีกฎที่คุ้มครองสัตว์ทะเล แล้ว
อคอเลี่ยมก็น่าจะมีกฎหมายบังคับว่าจะต้องมีนักวิชาการดูแล มีการให้ความรู้อย่างแท้จริง เพราะที่ว่าช่วยในการท่องเที่ยวก็ไม่จริงเป็นการทำลายสิ่งมีชีวิตเสียเปล่า ๆ สัตว์ทะเลที่ควรอนุรักษ์ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเกือบทุกชนิด เพราะทุกชนิดก็อยู่ร่วมกันเป็นระบบนิเวศ ขาดสิ่งใด ไปอย่างหนึ่ง ก็ส่งผลต่ออีกสิ่งหนึ่งได้
จากคุณ นักศึกษา environmental science kku

@ ไปดูอควอเรี่ยมมาคือที่ภูเก็ต เห็นแล้วก็น่าสงสารสัตว์ตัวน้อยๆ แต่ก็พอเข้าใจจุดประสงค์เพราะได้สอบถามจากเจ้าหน้าที่จนเข้าใจถึงการทำงานที่ไม่ได้มีแต่การกักขังแต่ยังมีการเพาะพันธ์และอนุบาลสัตว์ป่วยและอื่นๆ อีกด้วย ส่วนที่สมุยไม่ได้ไปจากเท่าที่อ่านมาก็รู้สึกไม่ดีและไม่อยากสนับสนุนด้วย

มีโครงการหนึ่งที่น่าสนใจและอยากให้แวะไปชมก็คือ โครงการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ ที่ท่าเรือทับละมุทางไปหมู่เกาะสิมิลันที่ให้ความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีการให้ความรู้ที่ดี มีเรื่องราวที่น่าสนใจที่อยากจะให้ทุกคนได้เรียนรู้ ซึ่งคิดว่าที่นี่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี น่าจะส่งเสริมให้คนไปชมกันเยอะ เพื่อการท่องเที่ยวและทรัพยากรต่างๆโดยเฉพาะในท้องทะเล จะได้มีความสวยงามอยู่คู่กับเราไปนานๆ
จากคุณ ขวัญ

@ ยังไม่เคยดำน้ำ เป็น plan ที่ ยังนิ่ง อยู่ สำหรับชีวิตผม

แต่หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว ไม่อยากให้ หยุดอยู่เฉพาะ ใน web board นะครับ
เป็นกำลังใจให้ สำหรับ ผู้ที่ ติดตาม เรื่องนี้ ต่อไป ที่อยู่อาศัย ที่ เหมาะสม ของสัตว์ทะเล ต้องเป็นทะเลครับ ไม่ใช่ ตู้ปลาที่สวยหรู ทั้งหลาย
จากคุณ BPMTB#23

@ คนที่เข้าไปดูอะควอเรี่ยมถ้าไม่ใช้ผู้มีความรู้แบบอาจารย์และคณะจะรู้จักถึงชนิดและความสำคัญของเจ้าพวกที่ถูกจับมาทรมาณในตู้หรือเปล่าค่ะ ที่จริงเราน่าจะช่วยกันรนรงค์ปลูกจิตสำนึกให้เด็ก ๆ ให้รู้จักรักสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในธรรมชาติให้มาก ๆ อนาคตพอเค้าโตขึ้นจะได้ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชา บ้าง

จากคุณ หน่อย chada_ph@yahoo.com

@ ท่อยู่ร้านขายสัตว์ทะเล
ร้าน ภูเก็ต ซีกรุ๊ป 1994 Co. Ltd.
530 ถนนกำแพงเพชร ลาดยาว บางเขน กรุงเทพ 10900
2724332 2724334
สหะ ตัณฑเวส marketing director

ร้านนี้อยู่ที่ตลาดนัด อตก. ครับ เป็นร้านใหญ่ มี2ส่วน ส่วนที่ติดกับถนนจะขายปลาน้ำจือ มีปลาทะเลมาโชว์เล็กน้อย อีกส่วนอยู่ข้างใน เดินทะลุถึงกันได้ ขายปลาทะเลล้วนๆ ทั้งจากในและต่างประเทศ มีกุ้งมังกร ฉลามกบ สินสมุทรจักรพรรดิ์ กุ้งตัวตลก ทากทะเล กุ้งมดแดง กุ้งพยาบาล และฟองน้ำกับปะการังอีกมากมาย อ้อ มีปลาไหลริบบิ้นด้วย
เข้าใจว่าอาจจะเส้นใหญ่พอดู อยากให้ปราบให้สิ้นซากครับ แถว อตก. (ฝั่งจตุจักร)มีอีกหลายร้านครับ ประมาณอีก 4 ร้านเห็นจะได้ ช่วยหน่อยนะคระบ ผมเกลียดมัน

ปล. อาจารย์หัวรุนแรงบ้างก็ไม่เป็นไรนี่ครับ เพราะหัวรุนแรงแบบนี้ช่วยสร้างสรรค์สังคม (ผมยังเคยโดนว่าว่าเป็นพวกหัวรุนแรงเลย)
จากคุณ Amun-Ra

@ อ่านบทความแล้วรู้สึกสงสารประเทศไทยนะครับ ที่เงินนั้นสามารถที่จะซื้อได้ทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่อำนาจรัฐยังซื้อได้อย่างเสรี มีเงินทำอะไรก็ไม่ผิด สักวันหนึ่งพวกขี้ฉ้อทั้งหลายคงขายผืนแผ่นดินไทยเราจนหมดสิ้น แล้วเมื่อนั้นคนก็ต้องเปลี่ยนสถานภาพและที่อยู่ ไม่ใช่เฉพาะปลาที่เปลี่ยนมาอยู่ในตู้
จากคุณ Big Boy

@ มีทางปิดที่นี้หรือปล่าวครับ
จากคุณ Mr.K

@ เศร้าครับ
ได้แจ้งไปทางหนังสือพิมพ์หรือหน่วยงานทางราชการที่เกี่ยวข้องรึเปล่าครับ เกี่ยวกับ Aquarium ที่ว่า
จากคุณ Oakyman (oakyman@whoever.com)

@ กำลังแจ้งอยู่ครับ ผ่านทางชมรมรักษ์ฉลามวาฬ นอกจากนั้น ยังนำเรื่องนี้มอบให้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของกรมประมงบางท่าน คงมีอะไรติดตามออกมาในไม่ช้าครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ไม่ดี เพราะปลาอดได้อยู่กับธรรมชาติ แล้วปลามีพ่อแม่ไหมค่ะ
จากคุณ แนน

@ ผมคิดว่าสัตว์สวยงามทุกชนิดในทะเลไทยนั่นแหละที่สมควรได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะสัตว์ทะเลทื่ใกล้จะสูญพันธุ์หรือมีแนวโน้มว่าอาจจะสูญพันธุ์ควรจะผลักดันให้เป็นสัตว์สวงนของประเทศไทย เพราะสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้มีเงินไหลเข้าประเทศ สามารถช่วยเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีและมั่นคงขึ้น นอกจากนี้สัตว์เหล่านี้ยังเป็นสมบัติของคนไทยทั้งชาติซึ่งควรจะต้องอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมและศึกษาต่อไป
จากคุณ ด.ช. จตุรงค์ เทอดเผ่าไทย

@ ชั่วมากเลยอ่ะค่ะ ปล่อยให้มีการทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน แล้วเค้าทำกันมานานแล้วหรือ ? หาทางปิดมันไวไวเถอะสงสารทะเล
จากคุณ พิมาดา

@ เห็นด้วยกับคุณว่าเราควรจะอนุรักษ์ไว้ในธรรมชาติ เราไม่ควรที่จะจับมาเพื่อ
เอาไว้โชว์หรือชมเล่น
จากคุณ สุกัญญา

@ ได้อ่านข้อความข้างต้นแล้ว รู้สึกว่า มันใหญ่จริง ๆ สมคำกล่าว แต่เปิดทำไมเพื่อหาสตางค์ใส่กระเป๋าตนเองหรือเปล่า หรือเพื่อการอนุรักษ์ก็ไม่ใช่เลย ถ้าเกิดพวกอย่างนี้เยอะในเมืองไทยอะไรมันจะเกิดขึ้น......ฝากไว้หน่อย
จากคุณ สบายๆ

@ ขอให้คุณสู่ต่อไป เพื่อท้องทะเลไทยที่สวยงาม
จากคุณ โชค

@ น่าจะแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เข้ามาดูแล ว่าสัตว์ต่างๆ ที่นำจับมาไว้ในตู้นั้น เป็นสัตว์คุ้มครอง หรือว่าสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธ์
เราๆ ท่านๆ คงจะทำอะไรไม่ได้เป็นแน่
จากคุณ PC ครับ

@ เป็นเรื่อองท่สนุกมาก
จากคุณ กิตติ

@ เป็นภาพท่แสดงความรู้สึกดี
จากคุณ รังสรร

@ ถึงอาจารย์ ธรณ์
ตามที่ได้อ่านคำบรรยายที่น่าทึ่งในการใช้คำและอุปมาอุปมัยต่างๆ เราก็คนรักทะเลเหมืนกัน แต่เพิ่งไปมาเองกับตัว ไม่เห็นมันจะเลวร้ายอย่างที่อาจารย์เขียนบรรยาย แน่นอนมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเหมือนกับความอิสระหรือธรรมชาติของปลาเหล่านั้นในท้องทะเลหรอกค่ะ อย่างเต่าทะเล ก็คงเป็นเหตุผลในการให้ผู้คนเข้าใกล้และเชยชมมันโดยการให้ผ้กกาด แต่คนเลี้ยงคงไม่โง่ที่จะให้มันกินแต่ผักกาดอย่างเดียว ไม่งั้นปานนี้คงไม่รอจนอาจารย์ได้ไปเห็นกับตา และมาเขียนอุปมาอุปมัยอย่างนี้...หรอก! ว่าไปกับเหตุการณ์อย่างนี้ก็คงมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ถ้าว่างมากก็ไปเขียนอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ดีรึ!!!!!!!!
จากคุณ รักธรรมชาติแต่พอดี

@ เห็นด้วยครับ น่าจะมีมาตรการจัดการกับสถานที่แบบนี้ให้เด็ดขาดเลยนะครับ
จากคุณ เอก

@ ขอบคุณครับที่สนใจกันมาก ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นของผม เรื่องที่ผมเล่าคือเรื่องที่ผมเห็น ลองดูภาพประกอบก็ได้ครับว่าจริงหรือไม่จริง สำหรับเต่ากินผักกาด คนเลี้ยงจะโง่หรือไม่โง่...ไม่ทราบครับ แต่ที่แน่ๆคือผมเห็นเขากินผักกาด ในเวลาอื่นจะกินอะไรก็ไม่ทราบ ที่สำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่เต่าเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฏหมาย ไม่สามารถมีไว้ในครอบครอง รวมทั้งกัลปังหาและปะการัง ที่เห็นอยู่ในตู้ตามภาพด้วย เขาจะกินผักกาดหรือกินอย่างอื่น ผิดกฏหมายก็คือผิดกฏหมายครับ
ขอบคุณครับที่แนะนำให้ผมไปเขียนเรื่องอย่างอื่น เผอิญผมเขียนเรื่องแนวนี้มาห้าหกปีแล้วครับ ก็ประสบความสำเร็จดีในความคิดของผม ขออนุญาตใช้สิทธิส่วนบุคคล ดำเนินชีวิตตามที่ผมปราถนา ตราบใดที่ยังมีคนอ่านเรื่องผมอยู่ ผมก็ยังเขียนครับ ความรักธรรมชาติจะตัดสินว่าพอดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับใจแต่ละคน สำหรับผม...รักธรรมชาติอย่างนี้ ผมก็ถือว่าพอดีเหมือนกันครับ อย่างไรก็ตาม ขอบคุณที่ให้ความคิดเห็นครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ สวัสดีค่ะอาจารย์ธรณ์

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่รักธรรมชาติใต้ท้องทะเลแต่ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลสักเท่าไหร่ ดิฉันเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาที่ web talaythai นี้เป็นครั้งแรก จากรายการเพื่อโลกสวยทางช่อง 3 ดิฉันได้อ่านเรื่องความตายที่เกาะสมุยของอาจารย์รู้สึกหดหู่จริงๆ ค่ะ แต่ก็ได้ความรู้ดี อยากให้อาจารย์ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของสัตว์ทะเลต่อไปค่ะ จะได้เป็นความรู้แก่คนที่เข้ามาเยี่ยมชม web นี้ต่อไป เพราะดิฉันเคยชื่นชอบ อะควาเรี่ยม คิดว่าเป็นแหล่งความรู้ดีสำหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้ไปดำน้ำดูของจริง และยังรู้จักปลาชนิดต่างๆ แต่อะควาเรี่ยมที่เกาะสมุยนี่แย่จริงๆ อ่านแล้วเศร้านะค่ะ ถ้าไม่มีทางที่จะปรับปรุงอะควาเรี่ยมที่สมุยให้ดีขึ้นมาได้ดิฉันว่าไม่น่าจะมีไว้นะค่ะ เป็นการทรมานพวกสัตว์ทะเลปล่าวๆ

ปล. ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์เขียนเรื่องเกี่ยวกับสัตว์น้ำใต้ทะเลต่อไปนะค่ะ
จากคุณ aomthip@lemononline.com

@ เต่าทะเลในปัจจุบันใกล้สูญพันธ์แล้วเพราะชาวประมงใช้อวนลากทำให้เต่าติดมาด้วย และไม่มีสถานที่ที่เหมาะสำหรับให้เต่าวางไข่เพราะฉนั้นเราจึงต้องช่วยกันรักษาสภาพแวดให้ดี และอนุรักษ์เต่าทะเลไว้
จากคุณ ทวีศักดิ์ อิ่นแก้ว e-mail mawtay@hotmail.com

@ หอยมือเสีอควรได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายถูกทำลายไปมากแล้วต่อไปอาจจะไม่มีอีก
จากคุณ sommain@dit.go.th

@ หอยมือเสือได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายแล้วครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ เพิ่งได้รับ Forward web site นี้ จากเพื่อน อ่านแล้วรู้สึกว่าเสียใจจริง ๆ ค่ะ อยากบอกว่า บางครั้งคนบางกลุ่มบางคนก็เห็นแก่ตัวจนลืมนึกถึงความเสียหายโดยส่วนรวมจริง ๆ เค้าจะคงไม่เข้าใจว่า \"เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว\" เป็นยังไง
จากคุณ คนธรรมดา

@ แจ้งให้ทุกท่านทราบครับ เราได้ดำเนินการแล้วดังนี้
หนึ่ง...รายชื่อสัตว์ทั้งหมดที่ปรากฏในเว็ปนี้ มอบให้ประธานชมรมรักษ์ฉลามวาฬ เพื่อมอบให้กับท่านรัฐมนตรีและท่านอธิบดีกรมประมง ผลจะเป็นอย่างไร ขึ้นกับการพิจารณาของภาครัฐครับ
สอง...ข้อมูลความคิดเห็น รวมทั้งเรื่องความตายที่เกาะสมุย มอบให้ประธานชมรมเช่นกันครับ
สาม...ภาพถ่ายที่เห็น รวมทั้งภาพถ่ายบางภาพที่ไม่ได้นำขึ้นโชว์ เช่น เต่ากินผักกาด มอบให้ท่านประธาน เพื่อหาทางดำเนินการต่อไป
ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เราทำร่วมกันมาหลายเดือน จากความคิดเห็นสารพัดทิศ เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง แต่ทั้งหมดนั้นคือความคิดเห็นของคนไทย ต่อทรัพยากรในทะเลไทย เรายังเปิดส่วนนี้ต่อไป เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิเพิ่มเติมความคิดเห็นไปเรื่อยๆ สำหรับการใช้ประโยชน์ในวันหน้าครับ
อนึ่ง...ท่านประธานชมรมรักษ์ฉลามวาฬ คือ พลตำรวจโทอรรถพล แช่มสุวรรณวงศ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ข้อมูลและความคิดเห็นทั้งหมด รวมทั้งภาพถ่ายและเรื่องราว คงมีประโยชน์บ้าง เนื่องจากตำรวจสามารถใช้กฏหมายประมงได้เช่นกัน
มีข่าวคืบหน้าเช่นใด ผมจะนำมาเสนอต่อนะครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ หากการเสนอรายชื่อเป็นเพียงมาตรการหนึ่ง คงไม่สามารถแก้ปํญหาการลดจำนวนของสัตว์ทะเลเหล่านี้ได้ ทำไมการปราบปรามผู้ค้าสัตว์ทะเล จึงดูไม่ค่อยมีประสิทธิภาพรวมถึงสิ่งที่ไม่มีชีวิตด้วย น่าจะเสนอทางออกในการป้องกันการค้าสัตว์ทะเล ควบคู่กันกับการอนุรักษ์ อย่างน้อยอาจเป็นการลดช่องทางในการจับสัตว์ขึ้นมาขาย ก็เป็นได้ครับ;teem


จากคุณ teem

@ เกืบทุกชนิดในaquariumเลนค่ะที่ควรอนุรักษ์ไว้ อยากทราบว่าทำไมเราไม่สามารถฟ้องร้องได้เลยหรือคะ เพระาเท่าที่อ่านมันเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ที่คุ้มครองสัตว์ทะเลติดสินบนให้แก่aquariumแห่งนี้ อยากให้เรื่องนี้นำเสนอลงข่าวหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อที่จะเรียกร้องอะไรได้บ้าง
จากคุณ เด็กน้อยอายุ13ปีค่ะ

@ ปะการังทุกชนิดและปลาที่หายากค่ะ อยากให้เมืองไทยใช้กฎหมายให้เข้มงวดด้งยค่ะ
จากคุณ teenage

@ ปลาวัวเป็นปลาที่พบได้ไม่มากนักถ้าเทียบกับเมื่อก่อน เด็กสมัยน้น้อยคนนักท่จะรู้จักปลาวัว อยากให้มการอนุรักษ์พันธ์ปลาวัวเอาไว้ เพราะเป็นปลาที่มีรูปร่างแปลกดี
จากคุณ วรัมพา สุวรรณรัตน์

@ ดิฉันไม่เคยได้ออกไปดำน้ำจึงไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับชนิดและความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ของสัตว์ทะเลมากนักแต่ก็พอทราบจากหนังสือ ATG ที่ซื้ออ่านค่อนข้างบ่อยและในความคิดของดิฉันคิดว่าสัตว์ทะเลทุกชนิดสมควรได้รับการคุ้มครอง ไม่เลือกชนิดใดชนิดหนึ่งเพราะทุกชีวิตในทะเลต่างต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันเป็นวัฐจักรของกันและกัน และอยากจะขอให้เจ้าหน้าหรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดอยากเห็นแก่ตัวนักเลย กอบโกยผลประโยชน์จากธรรมชาติเข้าตัวท่านเอง เช่น อะควอเรี่ยมที่เกาะสมุย ลองคิดดูถ้าไม่มีธรรมชาติในโลกนี้ พวกเราซึ่งเป็นมนุษย์จะอยู่ได้หรือ
จากคุณ บุศรา (กุ้ง)

@ ปลาวัวบางชนิดเสนอเพิ่มเติมแล้ว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของภาครัฐครับ สำหรับความเข้มงวด คงต้องพยายามผลักดันกันหลายด้าน ความคิดของพวกเรา เป็นส่วนหนึ่ง เพราะจะจัดส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ เศร้าจัง...เบื่อจัง...ที่เกิดเป็นคนไทย ... พระเจ้าสร้างสิ่งดีๆให้เมืองไทย...แต่ทำไม่ต้องสร้างคนไทยมาทำลายด้วยเล่า
จากคุณ หมอดี้

@ ผมเป็นคนรักปูลมตั้งแต่ยังเด็ก อยากลองความรู้สึกของคนหลายคน ปูลมครับ คงไม่ใช่แค่ความทรวจำ
จากคุณ cookgift@ksc.th.com

@ การที่เราจะนำเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักกับสัตว์น้ำในท้องทะเลนั้นเป็นสิ่งดี แต่การนำเสอนที่ดีควรให้ความเป็นอิสระกับความเป็นธรรมชาติให้แก่สัตว์น้ำพวกนั้นด้วย ดิฉันเห็นด้วยที่ไม่ควรนำพวกเขาเหล่านั้นมาใส่ไว้ในตู้กระจก ทำให้พวกเขาขาดระบบนิเวศน์วิทยาที่ดีไป ถ้าเป็นไปได้ ควรทำเป็นอุโมงค์ลงไปใต้ทะเลจริงๆ เลยก็จะดีมาก ทีนี้เราก็จะได้ดูความเป็นอยู่ตามธรรมชาติจริงๆ (ไม่แน่ใจว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการทำลายสภาวะแวดล้อมด้วยหรือไม่ เพราะต้องมีการก่อสร้างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน)
จากคุณ รักธรรมชาติ

@ ไม่เห็นด้วยเลยที่นำสัตว์นำมาเพื่อแสดงโชว์ อาจจะยกเว้นบ้างสำหรับการสึกษารู้สึกไม่ดีที่มนุษย์เห็นแก่ได้เพียงอย่างเดียว อยากให้รัฐออกกฎหมายอย่างเด็ดขาด และเข้มงวดกว่านี้เพื่ออนาคตในภายหน้า
จากคุณ สวัสดศํกดิ์ นักศึกษาเอกชีววิทยาและเพื่อนๆที่เรียนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ม.ศิลปากร

@ ไม่เห็นด้วยเลยที่นำสัตว์นำมาเพื่อแสดงโชว์ อาจจะยกเว้นบ้างสำหรับการสึกษารู้สึกไม่ดีที่มนุษย์เห็นแก่ได้เพียงอย่างเดียว อยากให้รัฐออกกฎหมายอย่างเด็ดขาด และเข้มงวดกว่านี้เพื่ออนาคตในภายหน้า
จากคุณ สวัสดิศํกดิ์ นักศึกษาเอกชีววิทยาและเพื่อนๆที่เรียนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ม.ศิลปากร

@ ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ
คือต่อให้ออกกฎหมายมาคุ้มครองสัตว์ทุกตัว(ไม่ว่าบนบกหรือในน้ำ) แต่สักวันก็สูญพันธ์อยู่ดี
เพราะมนุษย์เป็นสัตว์เลือดเย็นเห็นแก่ผลประโยชน์เป็นหลัก ไม่สนใจว่าจะมีผลกระทบอะไรกับโลก
หรือมนุษย์เรา ยกตัวอย่างการเก็บปลิงทะเลไปบริโภค ตลาดใหญ่คือ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน (รวยมากตอนนี้)
ส่วนไทย(จนมากตอนนี้)เนื่องจากความยากจนหรืออะไรก็ตาม ก็จับสัตว์สัตว์ทะเลไปขายแบบไม่สนใจผลกระทบต่ออะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเอาไปกิน ไปใส่ตู้โชว์ แบบว่ายากจนจะให้ทำยังไง ทำประมงผิดกฎหมายก็ไม่แปลก เพราะยุคนี้เป็นยุคบริโภคนิยม + ทุนนิยม การผลิตต้องให้ทันกับการบริโภค ตามหลัก demand&supply
และการบริโภคก็เป็นไปเพราะความไม่เข้าใจเหมือนกัน เช่นการล่าพยูนซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครอง เพื่อเอาเขี้ยว
มาทำเป็นเครื่องลางของขลัง เป็นเพราะความเข้าใจผิด ๆ
เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อเข้าใจก็ไม่อยากให้ถูกทำลาย เช่นการกินหูฉลาม ไข่เต่าทะเล
ก็ไม่รู้ว่าสัตว์พวกนี้สำคัญต่อระบบนิเวศน์ อย่างไร ปัจจุบันผมเข้าใจ ผมเลยเลิกกินหูฉลามแล้ว (แต่ไข่เต่าไม่เคยกิน)
เห็นตู้ปลาทะเลโชว์ก็ไม่นิยมชมชอบ (ยังเคยคิดเล่น ๆ เลยว่าน่ามีตู้ปลาทะเลไว้ที่บ้านซักตู้)
ความสวยงามของโลกนี้ทุกคนต้องช่วยกัน และทุกวันนี้ผู้คนต้องการความเข้าใจอีกเยอะครับ
ทั้งนี้ควรปลูกฝังความเข้าใจโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ให้เข้าใจถึงความสมดุลย์
ของธรรมชาติ ความสำคัญระบบนิเวศน์ สิ่งแวดล้อม
สุดท้ายก็ต้องขอชม Web นี้หน่อยนะครับว่าดีมากเลย ได้ความรู้เยอะเกี่ยวกับสัตว์ทะเล แต่บางทีก็ไม่เข้าใจ
เรื่องภาษาเพราะไม่ได้จบทางวิทยาศาสตร์ แล้วจะเข้ามาดูบ่อยๆ ว่ามีอะไรใหม่ สวัสดีครับ
จากคุณ a

@ ช่วยดันเรื่องให้ผ่านด้วยนะครับ กดดันให้เค้าเลิกทำให้ได้ พวกเค้าจะได้รู้ว่าเราไม่ได้มีแต่พูด แต่เรามีพลังและกองกำลังอยู่จริง ช่วยกันโปรโมทประชาสัมพันธ์ทุกฝ่าย ว่าห้ามไปเที่ยวที่นรกแห่งนี้เด็ดขาด ให้มันเจ๊งกันไปเลย

อย่าลืมฝากบอก ททท.ด้วยว่า เลิกซะทีกับการโปรโมทจะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเยอะกว่านี้ ที่มากันทุกวันนี้ก็รับกันไม่ไหวแล้ว มาจัดระบบพื้นฐานให้ดีก่อนดีกว่า อย่าหวังแต่เงินลมๆแล้งที่จะได้จากการท่องเที่ยวเลย มันไม่คุ้มกับสื่งที่จะเสียไปในอนาคตหรอก ถ้าสร้างผลงานอันไหนแล้วมันไม่ดี ฝากไปบอกด้วยว่าไม่ต้องทำเป็นโชว์วิสัยทัศน์มากนักก็ได้ อยากให้รู้ไว้ด้วยว่าพวกคุณก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยเจ้งชัยอยู่ในปัจจุบันี้
จากคุณ จากเด็กที่เคยฝึกงานททท.

@ ทำไม่ไม่แจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดการ เอาเข้าตารางไปซะเลยละครับ ผมไม่ทราบหรอกว่ามีโทษจองจำรึ่เปล่า
จากคุณ คนชอบเที่ยว

@ ขอบคุณครับกับความคิดเห็นหลากหลาย สำหรับตำรวจ เราแจ้งผ่านชมรมรักษ์ฉลามวาฬ เพราะท่านประธานก็เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอยู่แล้วครับ มอบหลักฐานให้เรียบร้อยแล้วครับ ไม่ใช่นำมาเสนอกันอย่างเดียว โดยไม่พยายามทำอย่างอื่นที่ทำได้ ตอบคำถามหมอดี้นิดหนึ่งครับ คงเคยฟังเรื่องตลกว่าพระเจ้าสร้างแกรนแคนยอนให้อเมริกา สร้างป่าอะเมซอนให้บราซิล แต่สร้างสิมิลัน ภูกระดึง ฯลฯ ให้เมืองไทย นักบุญคนหนึ่งเลยถามพระเจ้าว่าทำอย่างนี้ไม่ลำเอียงหรือ พระเจ้าตอบว่าไม่หรอก เพราะตอนจบท่านจะสร้างคนไทยขึ้นมาด้วย แต่ผมเชื่อเสมอว่าคนไทยก็เปลี่ยนแปลงได้ แม้จะเป็นทีละคนสองคน สักวันทุกอย่างคงจะดีขึ้น แต่ก่อนถึงวันนั้น มันอาจจะสายเกินไป (ตอนนี้ก็สายไปเยอะแล้ว) สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้ คือทำทุกวิถีทางที่จะชะลอให้ธรรมชาติอยู่กับเราไปอีกนานหน่อย จนกว่าวันนั้นจะมาถึงครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ อ่านบทความชิ้นนี้จบผมรู้สึกทุเรศแลเกียดตัวเองขึ้นมาตะงิดตะงิด ทำไมน่ะเราถึงเกิดมาอย่างสามัญชนอ่านบทความชิ้นนี้จบผมรู้สึกทุเรศแลเกียดตัวเองขึ้นมาตะงิดตะงิด ทำไมน่ะเราถึงเกิดมาอย่างสามัญชนไม่มีอำนาจไม่มีสิทธิที่จะทำจะตัดสินใจอะไรให้ผืนแผ่นดินไทยได้พัฒนาขึ้นมาบ้างเลย ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากแต่ไม่มีโอกาศมากนักที่จะไปท่องเที่ยวตามป่าเขาหรือดำน้ำดูประการังทั้งๆที่อยากจะไปใจจะขาดแต่ไม่เป็นไรผมดูตามนิตยสารต่างๆ(โดยเฉพาะ ATG )ก็รู้สึกมีความสุขแล้วและเมื่ออ่านบทความนี้จบผมสงสัยว่าพวกเจ้าของอควอเรี่ยมที่กล่าวถึงในบทความมีสามัญสำนึกของความรักชาติบ้างไหม หรือหัวใจทำด้วยอะไรจึงไม่รู้สึกละเอียดอ่อนต่อธรรมชาติบ้าง ขอบคุณไม่มีอำนาจไม่มีสิทอ่านบทความชิ้นนี้จบผมรู้สึกทุเรศแลเกียดตัวเองขึ้นมาตะงิดตะงิด ทำไมน่ะเราถึงเกิดมาอย่างสามัญชนไม่มีอำนาจไม่มีสิทธิที่จะทำจะตัดสินใจอะไรให้ผืนแผ่นดินไทยได้พัฒนาขึ้นมาบ้างเลย ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากแต่ไม่มีโอกาศมากนักที่จะไปท่องเที่ยวตามป่าเขาหรือดำน้ำดูประการังทั้งๆที่อยากจะไปใจจะขาดแต่ไม่งอควอเรี่ยมที่กล่าวถึงในบทความมีสามัญสำนึกของความรักชาติบ้างไหม หรือหัวใจทำด้วยอะไรจึงไม่รู้สึกละเอียดอ่อนต่อธรรมชาติบ้าง ขอบคุณธิที่จะทำจะตัดสินใจอะไรให้ผืนแผ่นดินไทยได้พัฒนาขึ้นมาบ้างเลย ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากแต่ไม่มีโอกาศมากนักที่จะไปท่องเที่ยวตามป่าเขาหรือดำน้ำดูประการังทั้งๆที่อยากจะไปใจจะขาดแต่ไม่เป็นไรผมดูตามนิตยสารต่างๆ(โดยเฉพาะ ATG )ก็รู้สึกมีความสุขแล้วและเมื่ออ่านบทความนี้จบผมสงสัยว่าพวกเจ้าของอควอเรี่ยมที่กล่าวถึงในบทความมีสามัญสำนึกของความรักชาติบ้างไหม หรือหัวใจทำด้วยอะไรจึงไม่รู้สึกละเอียดอ่อนต่อธรรมชาติบ้าง ขอบคุณผู้เขียนบทความนี้ที่ทำให้ผมและคนไทยที่ได้อ่านตระหนักถึงคุณค่าของธรรมาชาติไทย ที่กำลังจะเหือดหายไปฟร้อมกับสำนึงความเป็นไทยของวัยรุ่นยุค \"หัวต่างสี\"
จากคุณ กอล์ฟ

@ อยากเห็นคนที่เอาใจใส่สัตว์ทะเลมานานแล้ว ไม่ทราบว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ในกรณีป้องกันและปราบปรามการส่งสัตว์ทะดไปขายต่างประเทศ เนื่องจากสัตว์ทะเลทั้งหลายเหล่านั้นเป็นทรัพยากรของทะเลไทย
จากคุณ Tatsu Eco

@ เนื่องจากทะเลไทยเป็น web หนึ่งที่ริเริ่มสร้างความรู้และสำนึกให้กับคนไทยที่เข้าไปใช้บริการข้อมูล จึงอยากจะขอเสนอแนะให้มีการใส่ชื่อวิทยาศาสตร์ทุกครั้งเมื่อมีการเอ่ยถึงสัตว์ทะเลแต่ละชนิด เพื่อจะได้ทราบถึงความถูกต้องทางวิชาการด้วย
จากคุณ Tatsu Eco

@ การส่งสัตว์ออกนอกประเทศ จะมีข้อตกลงตามบัญชี CITES ควบคุมอยู่ครับ สำหรับรายชื่อสัตว์ในภาษาวิทยาศาสตร์ จะพยายามใส่ให้มากขึ้น ขอบคุณที่แนะนำครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ทำไมถึงไม่ทำการต่อต้านในกรณีที่นำสัตว์ที่อนุรักษ์มาครอบครอง ซึ่งเห็นว่ามันผิด น่าจะมีการรวมตัวกันประท้วงสำหรับผู้รักทะเลทั้งหลาย ผมไม่เข้าใจหน่วยงานของรัฐในประเทศไทยเหมือนกันที่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ซึ่งบางทีเราเห็นว่ามันผิดเต็ม ๆ อยู่แล้วแต่ไม่ทำอะไร หรือต้องให้ประชาชนรวมกันเกิดการประท้วงเหมือนที่นครศรีธรรมราชก่อน จึงจะค่อยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้
จากคุณ ไกรฤกษ์

@ สำหรับกรณีการทำงานวิจัยด้านปะการังของนักศึกษาและบรรดาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานของกรมประมง ซึ่งได้ประโยชน์ทางด้านวิชาการ ซึ่งการทำเรื่องขออนุญาติยุ่งยากและระยะการพิจารณาช้ามาก ไม่ทราบว่าอาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไร และพอจะเสนอวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร ขอบคุณครับ
จากคุณ Tatsu Ecology PSU

@ วิธีการแก้ไขสำหรับการของบหรือการเสนอโครงการจากทางภาครัฐใช่มั้ยครับ ไม่มีครับ เพราะผมเองยังทำไม่ได้เลย ตอนนี้ผมใช้วิธีเขียนหนังสือขายไปด้วย เอาเงินค่าเรื่อง ไปทำงานวิจัย อนาถดีมั้ยครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ปูเฉสวน ปลาดาวที่หนูเสนอมานี้แม้มันจะดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่หนูเป็นอีกคนที่ชอบไปเที่ยวทะเล(แบบธรรมชาติดีก่วาที่จะได้มาเห็นภาพแบบที่อาจารย์ได้เล่ามา)หนูเคยเห็นเขาขายกันตั้งมากมาย
จากคุณ ด.ญ.ณัฐญา ศรีเมือง อายุ13ปี

@ เนื่องจากมีโอกาสได้ดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งขอเอ่ยนามเลยล่ะกันnational geographic (ไม่ได้มาโฆษณาอะไรหรอกค่ะเพียงแต่ว่าต้นเรื่องมาจากรายการนี้)วันนึงรายการนี้เสนอเรื่องเกี่ยวกับการทำประมงสัตว์ทะเลเรื่องนี้เป็นของต่างประเทศแต่ภาพที่ออกมาคือการที่อวนประมงที่ล่าปลาดาบไปติดปลาชนิดอื่นทำให้มันต้องตายโดนเปล่าประโยชน์เช่นพวกกระเบน ฉลาม ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ในต่างประเทศแน่เพราะเมื่อปีที่แล้วไปเที่ยวที่อ.กันตัง จ.ตรัง พบชาวประมงกำลังลากอวนขึ้นมาก็ไปดูใกล้ๆเห็นพวกปลาลิ้นหมา กระเบนตัวเล็กๆ ปูหนุมาน และอีกสารพัด บางอย่างเขาก็เก็บใส่ตะกร้าที่เอามา พวกกระเบนเขาก็เด็ดเอาหาง(เงี่ยง)ทิ้งทั้งๆที่มันยังเป็นๆอยู่เลย ดูแล้วค่อนข้างทรมานมาก บางอย่างเขาก็เอาทิ้งปลาบางตัวก็ต้องนอนอยู่บนหาดอยู่อย่างนั้น วันนั้นเลยทำบุญโดยการโยนพวกปลาบางตัวที่เขาเก็บไม่หมดหรือไม่เอาไปลงทะเลคืน และจากรายการนี้มีการนำภาพตอนที่ชาวญี่ปุ่นกำลังล่าปลาโลมา (ซึ่งคิดว่าคุณธรณ์คงได้เห็นบ้างตามข่าวหนังสือพิมพ์)เขาต้อนปลามาเกยตื้นโดยให้เหตุผลที่ว่าปลาโลมานั้นมีมากเกินไปทำให้ปลานั้นลดน้อยลง ฟังดูเหมือนจะสมเหตุสมผล แต่ในความเป็นจริงพวกเขาเอาปลาแย่งปลาโลมาพวกนั้นไปไม่รู้ว่ามากเท่าไรต่อเท่าไร และดิฉันคิดว่าพวกเพียงแต่อพยพผ่านมาเท่านั้นเองเพราะมันจะผ่านมาแค่ปีละครั้งเนื่องจากเรื่องของกระแสน้ำอุ่นที่พัดผ่านทางญี่ปุ่น และด้วยเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาอยากให้มีการอนุรักษ์เรื่องของปลาโลมาบ้างก็ดีก่อนที่พวกมันต้องลดจำนวนลงแล้วจึงจะหันมาอนุรักษ์ มันเหมือนเป็นการที่ต้องมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อีกกรณีหนึ่งคือเรื่องที่สวนสัตว์บางแห่งมีที่อยู่อาศัยของสัตว์ที่คับแคบ บางทีสัตว์บางชนิดอยู่ที่ขั้วโลกก็เอามาใส่ห้องที่มีการควบคุมความเย็น บางทีไม่สำเร็จปรากฏว่าพวกมันอยู่ไม่ได้ก็ต้องสังเวยชีวิตไป
คิดดูแล้วก็รู้สึกหดหู่หัวใจเหลือเกิน...
คงไม่ว่านะคะที่พูดพร่ำทำเพลงเสียยาวเหยียดจนเปลืองเนื้อที่ แต่เพราะเห็นว่านานๆทีจึงจะมีคนที่คิดอย่างเราบ้าง เพราะถ้าคนที่เขาไม่ได้มีความรักต่อผืนน้ำสีครามนี้อย่างลึกซึ้ง เขาอาจจะฟัง แล้วก็รู้สึกเฉยๆ โอกาสนี้ก็ขอขอบพระคุณอย่างสูงหากจะนำข้อความนี้ไปพิจารณา เพราะดิฉันเป็นแค่เด็กอายุ16ปีคงไม่มีอำนาจอะไรมากมายที่จะไปทำเพื่อพวกมันมากมายขนาดนั้น จึงขอผ่านสื่อกลางตรงนี้ช่วยในการประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ
จากคุณ adokawa_conan@thaimail.com

@ ทะเลไทยดอตคอมไม่มีเปลืองเนื้อที่หรอกครับ เรามีเนื้อที่เกินพอสำหรับทุกคนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ควรจะแจ้งให้ตำรวจจับ และ ปิดทำการไปเลย จะดีมาก
สงสารสัตว์ ที่โดนสัตว์ที่เรียกว่า คน จับมาขังไว้
จากคุณ moo moo

@ ไม่ทราบว่าเต่าทะเลทั้ง 5 ชนิดที่พบในไทยได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายหรือยังคะ เพราะสถานการณ์น่าเป็นห่วงมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
จากคุณ ปิยมาศ (squadron@chaiyo.com)

@ เต่าทะเลอยู่ในกฏหมายคุ้มครองเรียบร้อยแล้วครับ
สำหรับข้อมูลต่างๆ ได้แจ้งไปยังกรมประมงและตำรวจแล้วครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ***หมา
จากคุณ นานา

@ ส่งเรื่องร้องเรียนรัฐบาลเลยครับ ถ้าพวกเขาสามารถพึ่งได้
เกลียดซะจริง ๆ ไอ้พวกนี้ ไม่รู้จักคุณค่าของธรรมชาติ หวังแต่เงินอย่างเดียว
ขอให้ตกนรกหมกไหม้
จากคุณ ???

@ 1. นักอนุรักษ์ - เห็นสิ่งใดที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง สมควรแก้ไข ก็พยายามแสดงความคิดเห็น กระตุ้นทางสื่อต่าง ๆ ทำเองไม่ได้ก็พยายามอาศัยมือผู้อื่น
2. ชาวบ้าน - ใช้ประโยชน์จากท่าทีของนักอนุรักษ์เพื่อประโยชน์ตนซึ่งบางครั้งก็สมควรได้รับความเห็นใจเพราะเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของเขา
3. ผู้มีหน้าที่ - ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนักอนุรักษ์แต่ที่ไม่ทำตามเพราะสารพัดปัญหา ที่พอจะนำมาเป็นข้ออ้างแล้วตนไม่เดือดร้อนก็กล้าพูดออกมา ที่พูดแล้วเดือดร้อนก็เฉยไว้แล้วดีเอง ด้วยสารพัดเหตุผลอีกเช่นกัน
ผมว่าเมืองไทยเป้นอย่างนี้
ขอให้คุณธรณ์ฯ ทำตามที่ได้พยายามทำมาแล้วต่อไปเถอะครับเพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะไม่เห็นด้วย อย่างน้อยก็ต้องมีคนสะดุดใจคิดบ้างว่า \"เอ๊ ! ที่..ทำนี่มันทำลายธรรมชาติตามที่คุณธรณ์ฯ เคยเขียนไว้นี่นา ..เลิกดีกว่า ไปหาทางทำมาหากินอย่างอื่นก็ได้..\"
(กรุณานำคำว่า \"**\" และ \"**\" เติมในที่ต้องการ)
จากคุณ parata2001

@ น่าสงสารสัตว์ทะเลทุกชนิด ที่เกิดมาบนโลกใบเดียวกะคน ไม่มีทางที่ กฎหมาย จะช่วยชีวติ สัตว์ เหล่านี้ได้หรอก เพราะว่า คน ก็คือตัวการสำคัณ ในการทำลายล้างสิ่งมีชีวติทุกชนิด อยู่แล้ว ถ้าเราไม่สามารถตัดความอยากของตัวเรา ทุกคนไปได้ ไม่ต้องห่วงเลย ตายหมด จะช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง
จากคุณ suntaran@hotmail.com

@ อ่านเรื่องความตายที่ เกาะสมุย ของอาจารย์ทีแรก ก็คิดว่าเดี๋ยวอ.ต้องลงท้ายตลกๆให้พวกเราขำแน่ๆ แต่พออ่านจบแล้วกลับขำไม่ออก ได้แต่บอกว่าความเห็นแก่ตัว ผลประโยชน์ หลายๆสิ่งที่ชักนำให้พวกเขาทำเช่นนั้น คนอย่างเราๆคงไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปจัดการเขาได้ รู้สึกไม่ดีเลย ที่พอคิดว่าคนที่มีอำนาจเขาจะทำอะไรก็ได้โดยไม่คำนึงถึงสิ่งอื่น
จากคุณ หนูแดง overmars23@chaiyomail.com

@ เลวค่ะ......ขอโทษนะคะถ้าแรงไป.....ถือเสียว่าเราฟังความข้างเดียวนะคะ..........ถ้าใครต้องการจะอธิบายเรายินดีรับฟังความอีกข้าง 01 341 9255....อยากทราบเหมือนกันว่า \"รัฐบาน\" บ้านเราจะทำอะไรได้บ้าง
จากคุณ มรกต, morakot38@hotmail.com

@ ขอโทษที่ไม่ได้ใส่ชื่อสัตว์อะไรเพิ่มเติม....มัวแต่โมโหค่ะ.....
หอยมือเสือค่ะ.....อยากไอ้ขนาดที่ใครๆ บอกว่า เหยียดสุดแขนก็วัดไม่ได้ค่ะ
จากคุณ morakot38@hotmail.com

@ เห็นด้วยกับผู้เขียนบทความการที่เรานำสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าสัตว์น้ำไม่สมควรอย่างยิ่ง ให้เขาอยู่ตามธรรมชาติดีที่สุดการกักขังเป็นสิ่งที่เราเองก็ยังไม่ชอบ แล้วสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นก็คงเหมือนกับคนเราเช่นกัน การอยู่ตามธรรมชาติทำให้เกิดสมดุลต่อระบบนิเวศ หากการกักขังสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเพื่อผลประโยชน์ของคนเพียงกลุ่มเดียวหรือเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวมากที่สุด
จากคุณ เย็นฤดี ศรีสร้อย

@ หอยมือเสือมีรายชื่อเป็นสัตว์คุ้มครองแล้วครับ
หอยมือเสือขนาดที่ยาวจนแขนวัดไม่ได้ แต่ก่อนเคยมีในเมืองไทย แต่สูญพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ต้องเป็นห่วง ที่เหลืออีกสามชนิดก็ร่อแร่เต็มที
สำหรับท่านที่กรุณาให้ความคิดเห็น สามารถให้ได้เต็มที่ ในมุมมองใดก็ตาม แต่ขอความกรุณานิดหนึ่งว่า โปรดอย่าใช้คำพูดไม่เหมาะสม (อาจไม่หยาบคายสำหรับคนวัยเรา แต่ทะเลไทยดอตคอมมีเด็กวัยไม่ถึงสิบเข้ามาเยอะ ให้คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟัง) ผมต้องขออนุญาตตัดคำเหล่านั้นออกไป แต่ไม่ได้ตัดทอนข้อความนะครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ สมควรอย่างยิ่งที่จะนำเสนอเพื่อผลักดันให้ได้รับการคุ้มครอง
เพราะจะได้มีให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
จากคุณ ลอย

@ ไม่ควรปล่อยให้บริษัทเช่นนี้แสวงหากำไรโดยการทำลายธรรมชาติอีกต่อไป หน่วยงานราชการควรเข้ามาตรวจสอบก่อนว่าทำถูกต้องหรือไม่ เพราะสื่งเหล่านี้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือนักท่องเที่ยวที่ไปสมุย ต้องไม่ไปเยี่ยมชมกิจการของเขา ให้เหมือนเป็นการลงโทษทางสังคม
จากคุณ ชูเชิด E-mail:chuchird1970@hotmail.com

@ เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ....ดิฉันไม่ทราบเหมือนกันนะคะ ว่จะมีสักกี่คนที่รู้สึกเหมือนดิฉันหรือเปล่า ที่เวลาเห็นปลาทะเลที่อยู่ในตู้ หรือ นกที่ออยู่ในกรง(ขอนอกประเด็น) ไม่ว่าสัตว์ชนิดนั้นจะเป็นสัตว์คุ้มครอง หรือไม่ก็ตาม อดเศร้าไใจไม่ได้ค่ะ
คิดว่าไม่ใชแเค่กฏหมายและ บทลงโทษนะคะ ต้องปลูกฝังจิตสำนึกของผู้ที่เกี่ยวข้องและตัวนักที่องเที่ยวเองด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ถ้ามีสื่อ ต่าง ๆ มาช่วยอีกแรง อย่าง ที่ งATG ทำอยู่ นี้ ดิฉันว่าน่าจะ ดีนะคะ
จากคุณ พัชรี

@ ภาพสีสันที่ลงมาให้ดู สีสวยงามมากค่ะ
ถ้าจะให้มีต้องเป็นภาพที่สามารถเคลื่อนไหวได้น่ะค่ะ
จะดีมากเลย
จากคุณ หญิงค่ะ

@ ควรมีการ register ผู้ประกอบการประมง และชาวประมง โดยออกใบอนุญาติจับสัตว์น้ำเป็นปีต่อปี
- ชาวประมง กำหนดให้จับเพื่อเลี้ยงฃีพและจำหน่ายตามสมควรแก่อัตภาพ กำหนดชนิดของปลาที่ให้จับ จำนวน และอุปกรณ์การจับ
- บริษัทผู้ประกอบการ กำหนดระยะเวลา ปริมาณ ฯลฯ

ผู้ที่ไม่มี license ไม่มีสิทธิจับปลา
จากคุณ song

@ 1.วาฬ
2.โลมา
3.ฉลาม
จากคุณ andaman111@thaimail.com

@ Just wondering, have you notified the authority who in charge of this particular ilegal activity?? If you have, that is great. I do not agree to this sort of activity....capturing sea living creatures to their own commercial benefit..
จากคุณ Vesarat

@ Titan คืออะไรหรือคะ
จากคุณ คนอยากรู้แต่ไม่มีโอกาสเห็น

@ บอกแล้วครับ ทั้งตำรวจและกรมประมง มอบข้อมูลไปหมดแล้วครับ สำหรับไททันคือปลาวัวมงกุฏครับ เป็นปลาวัวขนาดใหญ่ ความยาวเจ็ดสิบเซนติเมตร รอชมภาพในเอทีจี วางแผงปลายเดือนนี้ครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ปลาเหยี่ยว(hawkfish),mandarin,Sea horse,Cleanner wrasse,Cardinalfish,parrotfish ครับ
จากคุณ fish boy

@ ทำไม ไม่มีหนวยงานใดที่จะมาควบคุมได้หรือ แล้วลูกหลานของเราจะมีโอกาสเห็นความสวยงามของทะเลไทยได้อย่างไรกัน
จากคุณ คนรักทะเล

@ ผมมีความรู้สึกร่วมกับคุณมากๆเลย ผมมีความเห็นว่าให้คุณส่ง ข้อความที่มีอยู่นี้พร้อมสถานที่ๆพบเห็น ไปที่กองอนุรักษ์ทรพยากรประมง กรมประมง เดี๋ยวผมจะช่วยอีกแรง
จากคุณ ไปป์ ผู้ช่วยเลขากลุ่มรักษ์สัตว์น้ำ E-mail rokando_kansava@hotmail.com

@ ผมว่าน่าเจ้าของอะควอเรียมนี้น่าจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นานแน่
จากคุณ สหายปลา

@ ผมส่งให้ท่านอธิบดีกรมประมงแล้วครับ สำหรับกองอนุรักษ์ คาดว่าเรื่องคงจะไปถึงโดยอัตโนมัต แต่ถ้าสนใจ...เชิญพิมพ์จากที่นี่ได้เลยครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ อาจารย์ครับวันหน้าช่วย update เรื่องปูมะพร้าวด้วยนะครับอยากรู้สถานะการเป็นยังไงบ้าง
จากคุณ oz_rbike@hotmail.com

@ ควรจะให้พวกเขาอยู่ในธรรมชาติดีกว่าจะมาอยู่ในตู้ปลามันเสียทั้งทรัพยากรและทำลายชีวิตสัตว์
จากคุณ วิทูร ฉัตรรัตติกรณ์

@ เกลียด มัน! ไอ้พวกเวรชอบเอาชีวิตคนอื่น มาทรมานเล่นมันสนุกนักหรือไง ลองให้มันโดนขังอยู่ในตู้แคบๆ ซัก 2 วัน พวกมันคงเป็นบ้าตายแน่ อยากให้มีปาฎิหารยืแบบนั้นจัง...สาธุ
จากคุณ ทศพร(วิศวะ. ม.เกษตรฯ)

@ ดิฉันได้ไปเที่ยวทะเลไม่บ่อยนัก ที่ไปบ่อยก็จะเป็นบางแสนเพราะไม่มีเวลาที่จะไป แต่หลังจากที่อ่านบทความแล้วรู้สึกเศร้าและเสียดายทรัพยากรธรรมชาติที่อาจไม่มีโอกาสได้พบอีกถ้าไม่ช่วยกันรักษา ถูกนำมาเป็นสิ่งของ เหมือนของเล่นที่ไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งมีชีวิต และที่สำคัญมันเหมือนกับนำสิ่งนี้มาเป็นสิ่งชักจูงให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งดิฉันเชื่อว่ามีนักท่องเที่ยวหลายคนที่รู้สึกเศร้าใจกับการกระทำเหล่านี้มาก โดยเฉพาะคนที่ดำน้ำบ่อย ๆ
การที่รัฐเปิดโอกาสให้เอกชนเปิดอะควอเรี่ยมนี้ขึ้นมาเหมือนเป็นการดูถูกสติปัญญานักท่องเที่ยว และตบหน้าประเทศตัวเองอย่างแรง ในเมื่อระบบนิเวศในประเทศยังนำมาย่ำยีชนาดนี้ ทั้งป่าไม้ ภูเขา ทะเล ต่อไปในอนาคตคนไทยจะเหลืออะไรให้เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาประเทศ เพื่อนบ้าน จะเหลืออะไรให้รักษาอีกล่ะคะ จึงอยากขอให้ทุก ๆ คนร่วมกันรักษาความสะอาดและระบบนิเวศของธรรมชาติเรา เพื่อที่เราจะได้มีระบบนิเวศที่ดีต่อไปนาน ๆ
จากคุณ แป้ง

@ ปลาการ์ตูนในสกุล Premnas พบในประเทศไทยด้วยหรือครับ เห็นใส่ไว้ในรายชื่อ


จากคุณ อยากรู้

@ ผมได้มีโอกาสเข้าไปชมสถานที่แห่งนี้แล้ว มีความรู้สึกที่ไม่ดีเลยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยให้มีการนำสัตว์คุ้มครองและใกล้จะสูญพันธุ์มาจัดสรรผลประโยชน์กันระหว่างรัฐกับเอกชน
จากคุณ รักไทย

@ ปลาการ์ตูนสกุลนั้น มีรายงานว่าแพร่กระจายในเมืองไทย ตามหนังสือชื่อ Anemone and Anemonefishes of the world ครับ (หนังสือไม่อยู่กับผมตอนนี้ เลยขออนุญาตไม่ลงชื่อคนเขียน) ผมเองไม่เคยพบเลย เท่าที่ทราบไม่เคยได้ยินว่ามีใครพบเหมือนกัน แต่ในเมื่อมีรายงานอย่างเป็นทางการในหนังสือ ก็เลยใส่ชื่อไว้ด้วยครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ อะไรคือมาตารฐานในการอนุญาติให้เปิด Aquarium
เห็นใน U.S.A. อย่างเช่น Sea World
เขาเปิดแบบให้การศึกษาโดยแท้จริง และไม่ใช่การทรมานสัตว์น้ำแต่เป็นการนำสัตว์มาวิจัยค้นคว้าและแพร่พันธุ์ บ้านเราจะทำอย่างงั้นบ้างได้ไหม ?

ม้าน้ำ เป็นสัตว์สงวนหรือเปล่า ?
เดี๋ยวนี้เห็นม้าน้ำเป็นๆ ยากเข้าทุกทีแล้ว ขอเสนออีกชื่อหนึ่งด้วยนะ
จากคุณ เคียงทะเล

@ น่าสงสารที่สัตว์ที่เป็นสมบัติของทะเลและธรรมชาติ ต้องมาอยู่ในตู้กระจกแคบ ๆ ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีสิทธิ์อย่างเต็มตัวที่จะอยู่ในท้องทะเลที่กว้างใหญ่และสวยงาม ยุติธรรมแล้วหรือที่พวกเขาต้องมารอความตายไปวัน ๆ อยู่ในตู้เล็ก ๆ สนองความอยากรู้อยากเห็นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวของนักท่องเที่ยว ไปวัน ๆ นึง
จากคุณ พีระพงศ์ สุขประเสริฐ

@ ถ้าให้คนเลิกกินปลา เลิกกินสัตว์ทะเลได้ก็ดี จะได้ให้เป็นสัตว์คุ้มครองหมด
ทั้งทะเลเลย !!! แต่ถ้าพูดถึงความเป็นจริงแล้ว ปัญหาอันยิ่งใหญ่แล้วก็รุนแรงแบบนี้ หน่วยงานของรัฐน่าจะเป็นฝ่ายที่มาดำเนินการอันดับแรก ไม่ใช่ต้องรอให้พวกเราๆมาออกโรง เรียกร้องกันเย้วๆแล้วค่อยทำ (หรือรับๆเรื่องไว้แล้วก้ทำไม่รู้ไม่ชี้ก็ไม่รู้)
นึกๆแล้วน่าหดหู่ว่าเมืองไทยซวยที่สุดเลยที่มีผู้บริหารประเทศเฮงซวยแบบนี้
ถึงแม้ว่าจะยุปสภาซักกี่หนก็คงจะไม่มีประโยชน์ เพราะคนที่เข้ามาใหม่มันก็ก๊กเดิมๆทำงานกันอีหรอบเดิมๆ หรือนี่เมืองไทยจะสิ้นผู้บริหารดีๆเสียแล้ว!!!
จากคุณ เด็กม.6

@ เมื่อราย อะควอเรี่ยมนี้จะปิดหละคับ
จากคุณ โต้ง

@ แบบตรงไปตรงมานะครับ
1. เมื่อต้องการไม่ให้คนเลี้ยง ก็ไม่ควรมีการเลี้ยงสาธิตที่บางแสนหรือภูเก็ต
เพื่อไม่ให้มนุษย์เกิดความอยากเลี้ยงด้วย ควรเลิกครับ
2. การอนุรักษ์บางครั้งผมคิดว่าจะทำให้ไม่เกิดการพัฒนาหรือเปล่า ไม่ทราบว่า
ปลาทะเลมนุษย์ไม่สามารถเพาะพันธ์ได้หรือครับ ถ้าหากสามารถเพาะพันธ์
ปลาทะเลได้ ก็ควรให้เลี้ยงเหมือนปลานำจืดที่สามารถเพาะพันธ์ได้
3. ปะการังคุ้มครองแล้ว ทำไมยังมีขาย พวกรัฐมนตรียังเลี้ยงกันเลย
(รู้มาจาลูกน้องคนขายร้านใหญ่ที่ขายปลาทะเลภูเก็ต แถวจัตุจักร) ผมคิดว่า
หากจะคุ้มครองก็ต้องรณรงค์คุ้มครองกันจริง ๆ ไม่ใช่ว่าปากว่าตาขยิบ
ถ้าจะไม่คุ้มครองก็ส่งเสริมวิชาการให้เพาะพันธ์กันไปเลย ผมว่าน่าจะมี
จุดยืนในเรื่องนี้
หัวข้อสุดท้าย ต้องรณรงค์ให้ทุกคนรักชาติ รักศักดิ์ศรี ไม่ใช่เกิดเป็นมนุษย์
แต่คอร์ปรับชั่น (รับประทาน หรือ แ.......กอย่างกับสุนัข)
เหนื่อยใจแทนครับ แต่กํยังคิดว่าควรออกกฎหมาย และจับกุมเพิ่มโทษ
สำหรับคนปฎิบัติหน้าที่ด้านการประมง หากทำผิดกฎหมายเอง

จากคุณ มนุษย์

@ อันนี้ นอกประเด็นหน่อยค่ะ .... จากการอ่าน...ความตายบนเกาะสมุย...ไม่เคยไปเกาะสมุย แต่เท่าที่บรรยายมา เมื่ออ่านแล้วให้ความรู้สึกหดหู่อย่างน่าใจหาย แล้วเราจะช่วยกันกำจัดอย่างไร กับอะควอเรียมสัปรังเคนั่น
จากคุณ น้อยหน่า

@ well i think most of you who know how to drive into reef or can afford to do are objected to this aquarium idea. Imagine if you are someone who never have that chance to do so .... Damn ! So aquarium is where they can see the most amazing lifeform on this planet without I think it \'s ok to sacrify some life for us to enjoy in the aquarium ...

i understand many of you in this web are reef lover .... u can blame the aquarium evil or whatever ..... suck! u are evil too if i am a pig lover ... coz u eat pork everyday ... don\'t u know how hurt does it feel when a pig is killed .... u don\'t care coz u only think that u have a cool life ....u want to protect the reef planet for a small fucking group of driver ( U )

This sea below is not only just for u ok .... how many percent of poeple in this world do go under the sae to drive .. i don\'t think more than 1% ... u want to save every amazing thing to see for yourself and blaming that those who bring it up is evil ... Think about it again

Aquarium lover !
จากคุณ READ THIS ALL REEF PROTECTOR

@ สวัสดีครับ อาจารย์ธร์ณ
ผมอยากให้อาจารย์ช่วยทำหนังสือเกี่ยวกับปะการังชนิดแข็งทุกชนิดของทั้งอ่าวไทยและอันดามัน เป็นแบบสีนะครับทำเหมือนกับหนังสือ ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC ผมอยากจะทราบเรื่องของพวกเขาครับ ทุกชนิดเลยนะครับ พวกเราชาวไทยที่สนใจจะได้ซื้อเก็บเอาไว้ บอกตามตรงว่าในเมืองไทยไม่มีหนังสือเกี่ยวกับปะการังเลยครับ ทั้งๆที่พวกเขาน่าสนใจมาก ช่วยตอบกลับมาด้วยนะครับ
จากคุณ ฉัตรชัย (rainbow1@ksc15.th.com)

@ สวัสดีครับ อาจารย์ธร์ณ
เรื่องหนังสือปะการังชนิดแข็ง มีความเป็นไปได้กี่เปอร์เซ็นต์ครับที่จะได้ยลโฉมและทราบเรื่องราวของพวกเขาครับ อาจารย์ทำเป็นหนังสือเฉพาะเรื่องปะการังชนิดแข็งในเมืองไทยออกมาเลยนะครับ รับรองมีผู้คนจำนวนมากที่สนใจและอยากจะเก็บเอาไว้เป็นข้อมูล ช่วยตอบกลับมาด้วยนะครับ

จากคุณ ฉัตรชัย

@ ไม่ได้เข้ามานาน ขอตอบหลายคำถามนะครับ

อย่างแรก...เรื่องอะควอเรี่ยม ตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นแล้ว รวมทั้งจดหมายชี้แจงจากทางอะควอเรี่ยม ผมจะรวมทั้งหมดแล้วนำเสนอแบบเป็นชุด เพื่อจะได้อ้างถึงได้อย่างมีลำดับ

สอง...ทางตำรวจได้ตรวจสอบทางอะควอเรี่ยมแล้ว ท่านผช.ผบ.ตำรวจแห่งชาติ พลโทอรรถพล บอกกับผมและชมรมรักษ์ฉลามวาฬ แต่ไม่พบสัตว์ผิดกฏหมาย กรณีนี้อาจเกิดขึ้นหลายสาเหตุ แต่ผมยืนยันว่าทุกอย่างที่เขียนเป็นสิ่งที่ตาเห็น ลองดูในภาพถ่ายก็ได้ครับ อย่างน้อยก็เห็นกัลปังหาชัดๆ ผมยังมีภาพเต่าและผักกาด จะนำเสนอในไม่ช้า

สาม...อะควอเรี่ยมต้องขออนุญาต ในรูปแบบของสวนสัตว์ ที่สมุยขออนุญาตจากกรมป่าไม้ เนื่องจากมีเสือเลี้ยงอยู่ด้วย เราลองดูกฏหมาย ยังคลุมเคลืออยู่ว่า จะต้องขออนุญาตจากกรมประมงหรือไม่ สำหรับใบอนุญาตมีกำหนด...ห้าปี...ครับ

สี่...มุมมองของอะควอเรี่ยมภาครัฐ อาจจะแตกต่างกันออกไป สำหรับผมเน้นในเรื่องกฏหมายเป็นหลัก สัตว์ใดผิดกฏหมาย ไม่สมควรมีเลี้ยง เพราะนั่นคือความผิด จะเป็นด้วยเหตผลใด ความผิดก็คือความผิด เหมือนเราฝ่าไฟแดงเพราะต้องรีบไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า สาเหตุบางครั้งอาจไม่เกี่ยว

สี่...ความคิดเห็นของคุณรักอะควอเรี่ยม ขออนุญาตตัดบางคำที่ไม่เหมาะสม แต่ยังคงเนื้อความในกระทู้เหมือนเดิม ต่างจิตต่างใจครับ ในความคิดเห็นของผม คำว่า some ที่ใช้ หมายถึงสัตว์บางชนิด ผมไม่ได้ต่อต้านการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด แม้ใจจะไม่ชอบ ที่ผมเน้นคือสัตว์ผิดกฏหมายครับ คุณบอกว่าเลี้ยงสัตว์บางชนิด ไม่เห็นเป็นไร กฏหมายเมืองไทยก็เห็นด้วย เลี้ยงปลากะพง ปลานกแก้ว ปลาเก๋า แต่สัตว์อีกแค่ไม่กี่ชนิด ที่กฏหมายไม่เห็นด้วย ทำไมต้องเลี้ยงด้วยครับ

ห้า...การเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ทำได้ยากกว่าสัตว์น้ำจืดมาก เนื่องจากเราต้องสร้างทะเลให้สัตว์ ทะเลที่มีปัจจัยแตกต่างหลายร้อยหลายพันอย่าง โอกาสจะเลี้ยงถึงขั้นเพาะพันธุ์ได้ ทำได้เพียงบางชนิด สำหรับเมืองไทย เราเคยเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนได้ แต่เลิกล้มโครงการไปแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก ปัจจุบันเราเพาะพันธุ์หอยมือเสือได้ แต่ก็ยังมีปัญหาหลายประการ โอกาสที่เพาะพันธุ์จนพอให้เลี้ยงได้ทุกชนิด คงอีกนานครับ (กล่าวถึงเฉพาะสัตว์สวยงาม ไม่รวมสัตว์ที่เป็นอาหาร)

หก...ม้าน้ำเริ่มหายากขึ้นทุกวัน ปัจจุบันอะควอเรี่ยมบางแสนเพาะพันธุ์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหา เพราะถูกจับมาทำยาจีนเป็นจำนวนมาก การเสนอม้าน้ำเป็นสัตว์คุ้มครอง จะทำได้ยากมาก เหมือนเสนอให้ฉลามเป็นสัตว์คุ้มครอง เนื่องจากต้องจับร้านขายยาและร้านหูฉลามทั่วประเทศ ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันแห่ง ปฏิบัติได้ยากมาก เลยเสนอเฉพาะส่วนที่สำคัญจริงๆและเกี่ยวข้องกับสัตว์หายากและสัตว์สำคัญต่อการท่องเที่ยว เพื่อกฏหมายที่ออกมา (หากออกมาได้) จะได้มีความเป็นไปได้ในภาคปฏิบัติ

ความคิดเห็นเกี่ยวกับอะควอเรี่ยมมีหลากหลาย กระทู้ทั้งหมดผมจะรวบรวมส่งให้กับทางชมรมรักษ์ฉลามวาฬและมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า ที่ทำในด้านนี้ เราจะติดต่อประสานงานกันต่อไปครับ

จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ สำหรับหนังสือปะการัง บอกตามตรงว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านปะการังครับ ผมทำงานทั่วไปมากกว่า ส่วนตัวแล้วไม่ชอบปะการังมากพอ ชอบสัตว์อื่น สำหรับผมคงทำหนังสือเล่มนั้นไม่ได้ ยกเว้นช่วยถ่ายภาพบ้าง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านปะการังของเมืองไทย มีอย่างน้อยสองคน พวกเขากำลังรวบรวมความรู้และข้อมูล คงใช้เวลาอีกสองสามปี ก่อนจะมาเป็นรูปเล่ม ว่าแต่...ทำแล้วมีคนซื้อจริงๆนะครับ เพราะปะการังบางชนิดหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ ต้องดูภาพขยาย ดุเดือดเลือดพล่านมาก คนที่แยกชนิดปะการังในน้ำได้ จึงเก่งมหาเก่ง และมีอยู่น้อยมากครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ สวัสดีครับ อาจารย์ธร์ณ
ขอบคุณครับสำหรับข้อคิดเห็น ที่อาจารย์ว่ามีสักสองสามคนที่เชี่ยวชาญปะการังในเมืองไทย อาจารย์พอจะแนะนำได้ไหมครับ ผมอยากจะลองติดต่อครับและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ชื่ออะไรครับและติดต่อได้อย่างไรครับ ช่วยกรุณาด้วยครับ ส่วนที่อาจารย์ชอบที่จะถ่ายภาพอย่างอื่นที่มิใช่ปะการัง อาจารย์ก็สามารถทำเป็นรูปเล่มออกมาได้นี่ครับ อย่างเช่น ปลาทะเลของไทย หอยทะเลของไทย และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังต่างๆ รับรองต้องมีคนสนใจอย่างมากเลยครับ ส่วนที่อาจารย์ถามมาว่าจะมีคนสนใจที่จะซื้อรึเปล่าถ้าทำออกมาเป็นรูปเล่ม ง่ายนิดเดียว ผมอยากจะให้พวกเราชาวไทยที่สนใจลองโหวตเข้ามาดู เพื่อที่จะยืนยันอาจารย์ได้ ผมขอสนับสนุนเต็มที่ อย่างน้อยก็มีผมและเพื่อนๆของผมที่สนใจและพร้อมออกเสียงประมาณ สามถึงสี่เสียงแล้วครับ อาจารย์ลองพิจารณานะครับและช่วยตอบกลับมาด้วยนะครับ กำลังรอข่าวดีอยู่ครับ
จากคุณ ฉัตรชัย

@ สวัสดัครับ อาจารย็
ถ้าอาจารย์ว่างแล้วรบกวนช่วยตอบกลับมาหาผมด้วยนะครับ กำลังรออยู่ครับและผมเองก็เปิดเว็บไซด์ของอาจารย์เกือบทุกวันครับ ผมอยากมีหนังสือของคนไทยที่ทำเกี่ยวกับปะการังของไทย และปลาทะเลของไทย รวมทั้งสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังของไทยที่ยังดำรงชีวิตอยู่ใต้ทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามันครับ ช่วยสานฝันให้ผมด้วยนะครับ บอกตามตรงว่าไม่รู้จะหาอ่านได้ที่ไหนแบบว่าเป็นเล่มที่เราพกพาไปได้ครับ

จากคุณ ฉัตรชัย

@ ปูเสแวนครับ น่าจะมีกะเขาบ้างเห็นเอามาขายกันจังเลยสงสารมันครับ

จากคุณ เกริกเวช คำเพ็ชร์ดี kreakwet@chaiyo.com

@ คิดว่าจะทำอยู่ครับ คุณฉัตรชัย กำลังอยุ่ระหว่างการเตรียมการครับ คราวหน้าถ้าคุณฉัตรชัยอยากได้คำตอบเร็วๆ รบกวนถามในส่วน \"คำถาม-คำตอบ\" นะครับ เพราะส่วนนี้ผมไม่ได้ค่อยเข้ามา ถ้าเข้าไปส่วนนั้น รับรองวันสองวันได้คำตอบแน่นอนครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์

@ ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นคนในกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับสัตว์ทะเล ทำวิจัยประการัง ทำวิจัยปลากระพงแดง ทำวิจัยหอยเป๋าฮื้อ แต่ปัจจุบันผมหันมาทำ Computer ด้วยเหตุผลส่วนตัว ในความคิดเห็นส่วนตัวของผมตั่งแต่ขณะทำงานทางวาริชศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน เห็นแนวทางการส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยวสัตว์น้ำ แต่อยากจะข้อตั้งข้อสังเกตุว่าผมเห็นการสนับสนุนการวิจัยทางการเพาะเลี้ยวสัตว์เศรษฐกิจ การสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ และพืช แต่ยังไม่มีโครงการใด หรือหน่วยงานใดให้ความสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์อนุรักษ์เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์เลย หรืออาจมาจากการขาดงบประมาณก็ได้ จึงอยากขอเสนอในหน่วยงานใดที่รับผิดชอบช่วยพิจารณาด้วยครับ
จากคุณ Moherac

@ โลมา
จากคุณ :P

@ เพื่อนๆ marine เกษตร รู้กันรึป่าว ว่า อาจารย์ธรณ์ จบจาก marine จุฬา เป็นลูกศิษย์อาจารย์สุรพล คนที่ดังๆเก่งๆน่ะ
จากคุณ @_@

@ อยากทราบว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการนำปะการังมาเลี้ยงในตู้ปลา? ผมทราบมาว่าการนำปะการังมาเลี้ยงมีส่วนทำความเสียหายกับแนวปะการังประมาณ 5% เมื่อเทียบกับสิ่งอื่น

ในเมืองนอก ทั้งเอมริกาและยุโรปได้มีการทำฟามปะการังและสัตว์ทะเลอื่นเพื่อการค้าขายในธุรกิจปลาทะเลสวยงาม และเป็นการลดความเสียหายต่อธรรมชาติ ได้ทีการตีพิมพ์หนังสือ วรสาร ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงปะการัง เพื่อผู้ที่สนใจจะได้ร่วมกันทำฟามเล็กๆของตัวเอง

ในเมืองไทย เราพยายามจะผลักดันให้ปะการังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งผมมีความเห็นว่าความพยายามนี้อาจจะไม่ได้ผลนัก เพราะ:
- การลักลอบขายปะการังจะเสี่ยงขึ้น ทำให้ราคาของมันสูงขึ้นด้วย
- ความต้องการของนักเลี้ยงอาจจะน้อยลงบ้าง แต่ไม่มาก เพราะการเลี้ยงปลาทะเลเป็นงานอดิเรกที่ค่อนข้างแพง และผู้มีกะตังเท่านั้นที่จะสามารถมีกำลังเงินซื้อสัตว์เหล่านี้
- เมื่อความต้องการยังคงที่ แต่ราคาเพิ่มขึ้น พ่อค้าก็จะลักลอบมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้มีการนำมาขายมากขึ้น
- ท้ายที่สุด พนักงานที่ควรจะสอดส่อง อาจจะ \"รับส่วย\" ลองถามร้านค้าดู ส่วนใหญ่เขาจะบอกว่ามีบ้าง ทำให้ยังมีการลักลอบกันต่อไป

ดังนั้น ถ้าเราหันมาส่งเสริมการทำฟาม ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยธรรมชาติแล้ว ยังสามารถสร้างงาน เพิ่มความรู้ นำรายด้ายเข้าประเทศจากการส่งออก ช่วยลดแรงงานของกรมประมงเพื่อจะได้ไปให้ความสนใจกับปัจจัยอื่นๆมากขึ้น

ผมคิดว่ามันอาจจะมีผลดีกว่ามานั่งคอยสอดส่องและจับผิดผู้ลักลอบ
จากคุณ กร

@ ปูเสฉวนครับ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบปูเสฉวนมากเคยมีครั้งหนึ่งมีคนเอามาขายที่อุบลครับผมเห็นแล้วสงสารมันมากเคยถามคนขายว่ามันกินอะไรเขาก็บอกว่าไม่รู้เขาก็บอกว่าให้อะไรมันก็กินหมดพวก ซากุระ อะไรทำนองเนี้ยในใจผมอยากเอามีดเฉาะหัวเขาแต่ก็กลัวตำรวจจับก็ไดเแต่มองมันอย่างเวทนาเลยอยากให้เสนอชื่อปูเสฉวนหน่องรู้ดีว่าไม่ได้ผมแต่อย่างน้อย ๆ ก็คือความคิดของ ๆ คน ๆ หนึ่งที่รักสัตทะเลครับ kreakwet@chaiyo.com เอยครับ
จากคุณ เกริกเวช คำเพ็ชร์ดี

@ อาจารย์ธรณ์ครับ ปลาหลายต่อหลายชนิดที่อาจารย์ได้นำเสนอเป็นปลาที่ควรได้รับการคุ้มครองโดยอาจารย์เน้นประัเด็นหลักไปที่การจับมาเป็นปลาตู้สวยงาม แต่ตามประสพการณ์ของผมและเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ได้รับตอนเรียนคณะประมง ในช่วงไปเดินตามสะพานปลาพบว่าหลายชนิดติดมากับการทำประมงอวนลาก และมีเป็นจำนวนมากซึ่งทั้งหมดถูกใช้เพียงแค่เป็นปลาเป็ด ไม่ว่าจะเป็นปลากบหรือจิ้มฟันจรเข้ปิศาจ(เจ้าสองตัวนี้ผมพบตอนร่วมสำรวจการทำประมงอวนลากในอ่าวไทยของ seafdec) ซึ่งผมขอยืนยันว่าเจ้าสองชนิดนี้มิได้พบเฉพาะบริเวณที่เป็นแนวประการังเท่านั้น หากแต่ตามพื้นท้องทะเลที่มีสภาพเป็นโคลนก็พบได้ชุกชุม การที่จะประกาศสัตว์น้ำชนิดใดชนิดหนึ่งควรมีการฟังความจากรอบด้าน ผมเห็นด้วยครับกับการที่จะมีแนวคิดในทางอนุรักษ์ แต่ควรมีความรอบคอบและมองข้อมูลจากหลายๆ ด้านรวมทั้งให้โอกาสเสมอภาคใน web ที่เป็นกลาง(ในที่นี่หมายถึง web สาธารณะจริงๆ มิใช่ web เฉพาะกลุ่ม) ซึ่งน่าจะได้แนวความคิดที่หลากหลายและรัดกุมขึ้น
เรื่องสถานะภาพสัตว์ที่ประกาศโดย ส.ผ. นั้นผมคิดว่าเป็นดาบสองคม ประการหนึ่งสัตว์น้ำบางชนิดคนที่ตัดสินใจประกาศก็มองแต่ชนิดที่ตนเองสนใจเป็นสำคัญและโดยมากก็เป็นนักวิชาการซึ่งมีเวลาน้ัอยมากในการเก็บข้อมูลภาคสนาม มีตัวอย่างหลายชนิดครับ ที่เวลาออกไปในพื้นที่แล้วพบว่ามีความชุกชุมมากและชาวบ้านในพื้นที่ก็มีการนำมาใช้ประโยขน์ แต่มีบางชนิดพอดีนักวิชาการไม่ได้สนใจแต่อาจจะเป็นชนิดที่หายากก็น่าคิดนะครับที่ถูกละเลย ฉะนั้นในการจะประกาศชื่อชนิดขอให้มีการกระจายข้อมูลไปในวงกว้างกว่านี้ทั้งนี้เพื่อความสมบูรณ์ปราศจากข้อกังขาจากทุกๆ ฝ่ายครับ
จากคุณ วารินชำราบ


| รายชื่อสัตว์ทะเลที่เห็นสมควรนำเสนอเพื่อผลักดันให้ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย |

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2000 SeaPapa. All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com