www.talaythai.com
Last Update : Thursday 6 September, 2001 11:41 AM

เป็ดก่า

ชื่อไทย

เป็ดก่า
ชื่อสามัญ White-winged Wood Duck
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cairina scutulata

ถิ่นกำเนิดและการกระจาย

          เป็ดก่ามีถิ่นกำเนิดและการกระจายอยู่เฉพาะในทวีปเอเชีย มีอยู่ในแคว้นอัสสัม มานิเปอร์ ประเทศอินเดีย เนปาล บังกลาเทศ พม่า ไทย จนถึงมาเลเซีย ชวา และสุมาตรา

รูปร่างลักษณะ

          เป็ดก่าเป็นเป็ดน้ำที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะเด่นของเป็ดก่าคือ หัวและลำคอตอนบนสีขาว ประดับด้วยจุดกระดำกระด่างสีดำ โดยทั่วไปสีของลำตัวจะเป็นสีน้ำตาลเหลือบเขียว มีขนเป็นปื้นขาวตรงหัวไหล่เป็นลักษณะเด่น ดูผิวเผินเป็ดก่ามีรูปร่างเทอะทะ ปีกกว้าง ขาสั้น การจำแนกเพศระหว่างเพศผู้และเพศเมียที่เด่นชัดคือสีของม่านตา โดยเพศเมียมีสีม่านตาเป็นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนเพศผู้สีของม่านตาสดใสกว่าเป็นสีเหลืองส้ม ปากทั้งสองเพศสีเหลืองเข้มหรือสีส้ม มีประดำเป็นหย่อมๆ เพศผู้ในฤดูผสมพันธุ์โคนปากจะพองโต เพศผู้มีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย น้ำหนักโดยเฉลี่ยเพศผู้ 2,945-3,855 กรัม เพศเมีย 1,925-3,050 กรัม

นิสัยตามธรรมชาติ

          เป็ดก่าเป็นนกเป็ดน้ำชนิดเดียวของประเทศไทย ที่อาศัยหากินเฉพาะในป่าดงดิบ อยู่ได้โดยไม่จำกัดความสูงของภูมิประเทศ จากป่าดงดิบพื้นราบ จนถึงระดับความสูง 5,000 ฟิต ชอบออกหากินในเวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ (Nocturnal) จัดอยู่ในพวก Omnivorous ได้แก่ เมล็ดพืช พืชน้ำ หนอน แมลง กบ เขียดเล็กๆ หรือแม้กระทั่งงูน้ำขนาดเล็ก

          ดังได้กล่าวแล้วถึงรูปลักษณะเป็ดก่าที่ดูผิวเผินแล้วออกจะเทอะทะไม่ปราดเปรียว แต่โดยธรรมชาติที่แท้จริงแล้ว เป็ดก่ามีความสามารถในการบินได้รวดเร็วอย่างยอดเยี่ยม สามารถบินหลบหลีกกิ่งไม้ ช่องว่างในป่าทึบได้อย่างคล่องแคล่วจนไม่น่าเชื่อ บางครั้งจะพบเกาะอยู่ตามต้นไม้สูงๆ เนื่องจากเป็นเป็ดที่อาศัยเฉพาะในป่าดงดิบทึบ เป็ดก่าจึงไม่ชอบที่โล่งแจ้งมีแสงสว่างเจิดจ้าอย่างเป็ดน้ำอื่นๆ มักหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าตลอดเวลา

          ในฤดูผสมพันธุ์ เป็ดก่าจะส่งเสียงร้องขณะบิน กล่าวว่าเสียงของเป็ดก่าน่ากลัวและวังเวงมากดุจเสียงของปีศาจ การจับคู่ผสมพันธุ์อาจเป็นในรูปแบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamy) แต่ยังไม่เป็นที่ยืนยัน เป็ดก่าวางไข่ครั้งละ 6-13 ฟอง สีของไข่เป็นสีเหลืองอมเขียว มักทำรังตามโพรง เพศเมียเท่านั้นที่กกฟักไข่ ระยะเวลาฟักประมาณ 33-35 วัน ขณะฟักไข่หรือเลี้ยงลูกอ่อนเพศผู้จะอยู่พัวพันเพียงห่างๆ เท่านั้น

สภาวะความอยู่รอดในธรรมชาติ

          เป็ดก่า จัดอยู่ในสัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ (Endangered species) ในประเทศไทยเคยมีเป็ดก่าอยู่ในธรรมชาติมาก่อน เคยมีผู้พบเป็ดก่าที่ดอยอ่างกา ดอยอินทนนท์ เมื่อประมาณ 60 ปีมาแล้ว คุณโกมลชัย บุญไชย ป่าไม้จังหวัดสมุทรสาคร เคยจับเป็ดก่าได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว และเคยมีผู้พบเป็ดก่าทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร โดยภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเคยพบที่บริเวณบึงละกะตู และบริเวณลำห้วยขาแข้งภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเมื่อปี พ.ศ. 2529

การนำมาเพาะเลี้ยง

          ในต่างประเทศได้ตระหนักถึงภาวะความอยู่รอดโดยธรรมชาติของเป็ดก่าดีว่าเป็นเป็ดป่าที่หายาก และกำลังมีจำนวนลดน้อยลงทุกขณะ โดยได้รับความกระทบกระเทือนจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของสัตว์ป่าชนิดนี้ จึงได้มีการนำมาเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น โดย National Zoological Park แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นแห่งแรกที่ผสมพันธุ์เป็ดก่าจนได้ลูกสำเร็จในปี ค.ศ. 1978

          Wildfowl Trust ก็ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์เป็ดก่าในเวลาต่อมา ขณะนี้มีเป็ดก่าที่เกิดจาก Captive breeding เป็นจำนวนมากพอสมควร บางส่วนถูกส่งกลับไปยังถิ่นกำเนิดเพื่อ re-introduction บ้างแล้ว เรื่องที่น่าวิตกจากการผสมพันธุ์สัตว์ป่าในกรงเลี้ยงคือ ปัญหาการผลิตลูกสัตว์ป่าที่เกิดจากสายเลือดชิดกันเข้าไปทุกที ซึ่งผลเสียทางด้านพันธุกรรมจะตามมาบั่นทอนต่อไปในที่สุดอย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องมีการปล่อยเป็ดก่ากลับคืน เพื่อไปผสมพันธุ์กับเป็ดก่าในบริเวณที่เคยมีรายงานในธรรมชาติ

ข้อเสนอแนะ

          สำหรับประเทศไทย แหล่งเหมาะสมในการเพาะและขยายพันธุ์เป็ดก่า ได้แก่

1. สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

2. สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว

3. สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

ข้อมูล - กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ และสถานีวิจัยเขานางรำ ห้วยขาแข้ง

 

e-Card Wallpaper
Screen | 640x480 | 800x600 | 1024x768 |

Home

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

HitBox