www.talaythai.com
Last Update : Monday 13 August, 2001 2:36 AM

Searching for the lost fish

          "ทะเลไทยมีปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ (Ghost Pipefish) เพียง 1 ชนิด คือ ชนิด Solenostomus cyanopterus"

          ข้อมูลรายงานโดยหนังสือ Checklist of Fishes in Thailand (Office of Environmental Policy and Planning : Biodiversity Series Vol. 4, 1997)

          ...........

          เช้าวันหนึ่งกลางเดือนมีนาคม เรือสำรวจลอยลำอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งเกาะห้า หมู่เกาะสิมิลัน ทีมงานจากนิตยสาร Advanced Thailand Geographic และจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ กำลังเตรียมอุปกรณ์พร้อมลงสำรวจโลกใต้ทะเล

          นี่เป็นทริปที่ 3 ในรอบปี ที่พวกเราออกท่องทะเลอันดามัน เพื่อตามหาปลาตัวหนึ่ง...ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจตัวตลก (Harlequin Ghost Pipefish) ชนิด Solenostomus paradoxus ปลาที่ไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ ในวงการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของเมืองไทย

          อย่างไรก็ตาม เมื่อสามปีที่แล้ว คุณนัท สุมนเตมีย์ (Nat Sumanatemeya) ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพ พบปลา Harlequin Ghost Pipefish อาศัยอยู่กับปะการังดำกอหนึ่ง (Black Coral) ที่หินแดง จังหวัดตรัง (Hin Daeng) เขาถ่ายภาพปลาตัวนั้น นำลงเป็นภาพปกอนุสารอสท. (TAT Magazine)

          นับตั้งแต่นั้น วงการดำน้ำในเมืองไทยเริ่มตื่นตัว มีการค้นพบปลาชนิดนี้ในบริเวณต่าง ๆ เช่น เกาะตาชัย (Tachai) เกาะพีพี (Phi Phi) หินมูสัง (Hin Mu Sang) และที่อื่นอีกสองสามแห่ง แต่ยังไม่มีใครเคยศึกษาพฤติกรรมของปลาชนิดนี้อย่างจริงจัง

          เราทราบเพียงว่า พวกเขาเป็นปลาอยู่ใน Family Solenostomidae เป็นญาติสนิทของม้าน้ำและปลาจิ้มฟันจระเข้ (Seahorse & Pipefish) ที่อยู่ใน Family Syngnathidae แต่ปลา HGP (Harlequin Ghost Pipefish ผมขอเรียกชื่อย่อนะครับ - ธรณ์) มีครีบท้อง (Pelvic Fin) ขณะที่ม้าน้ำและปลาจิ้มฟันจระเข้ไม่มีครีบท้อง นอกจากนั้น ปลา HGP ตัวเมียเป็นผู้ฟักไข่ ขณะที่ม้าน้ำและปลาจิ้มฟันจระเข้ตัวผู้เป็นผู้ฟักไข่

          เรายังทราบว่า ปลาชนิดนี้จะอาศัยอยู่ตามกัลปังหา (Sea Fan) ปะการังอ่อน (Soft Coral) ปะการัง (Hard Coral) ปะการังดำ (Black Coral) และดาวขนนก (Feather Star) แต่เราไม่ทราบว่าพฤติกรรมในช่วงกลางวันและกลางคืนแตกต่างกันอย่างไร? วิวัฒนาการจากตัวอ่อนจนถึงตัวเต็มวัยเป็นเช่นไร? ไม่ทราบแม้กระทั่งว่าเขาหาอาหารด้วยวิธีการไหน?

          นั่นคือจุดมุ่งหมายในการมาทำสารคดีครั้งนี้...

          เวลาเก้าโมงเช้า นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทยอยกันลงสู่ผืนน้ำสีครามข้างเกาะห้า เมื่อจัดอุปกรณ์ทุกอย่างเข้าที่ ทีมงานแยกย้ายออกไปเป็นคู่ ทั้งหมด 3 คู่ เพื่อตามหาปลา HGP ที่เคยมีคำบอกเล่าว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้

          สามสิบนาทีต่อมา ผมพบตัวเองอยู่ข้างหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง รู้จักกันในวงการดำน้ำว่า "หินม้วนเดียว" (Hin One-Roll Film) เพราะความสวยงามของปะการังอ่อนและกัลปังหา ทำให้ช่างภาพใต้น้ำทุกคน มักมาถ่ายภาพจนหมดม้วนเสมอ

          ทิวทัศน์ใต้น้ำทำให้ผมต้องหยุดพิจารณาอยู่ชั่วขณะ รอบตัวคือดงปะการังอ่อนหลากสีสัน ฝูงปลา Basslet ว่ายคลอเคลียอยู่ใกล้พื้น นี่คือโลกที่ผมหลงใหล แต่วันนี้ผมกลับกระสับกระส่าย เพราะยังไม่บรรลุจุดประสงค์ของการดำน้ำในทริปนี้ ตลอดสี่วันที่ผ่านมา ผมยังไม่เจอปลา HGP เลยแม้แต่ตัวเดียว

          เกจ์วัดระดับอากาศในถัง บอกว่าผมเวลาอยู่ใต้น้ำอีกไม่เกิน 10 นาที เวลาบางส่วนต้องเผื่อไว้สำหรับการพักน้ำ (Safty Stop) เพื่อให้ระดับไนโตรเจนในกระแสเลือด (Nitrogen Concentration) ลดลงสู่ระดับปรกติ ผมตัดสินใจว่ายต่อจากหิน One-Roll มุ่งต่อไปที่ดงปะการังเขากวาง (Staghorn Coral)

          ก่อนถึงดงปะการัง เป็นพื้นทรายกว้างใหญ่ มีปลาไหลสวน (Garden Eel) นับร้อยตัวอาศัยอยู่ พวกเขายื่นหัวออกมาจากรูที่ขุดอยู่ตามผืนทราย โผล่ขึ้นมาสักหนึ่งฟุต ส่ายไปมาเพื่อดักกินเศษอาหารลอยตามน้ำ แต่เมื่อผมผ่านเข้าไป พวกเขาพากันหดหัวหายไปในรูจนหมด

          ผมเหลียวซ้ายแลขวา มองเห็นกัลปังหาสีเหลืองกอหนึ่ง อยู่ที่ความลึก 70 ฟุต หลังจากค้นหาปลา HGP ตามกัลปังหามาไม่รู้กี่สิบกอตลอดหลายวันมานี้ ผมไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้เลย แต่คงเป็นความเคยชินที่ทำให้ตัวเองว่ายเข้าไปจนใกล้ ก่อนมองดูกัลปังหากอนั้น

          พลันสายตาเหลือบไปเห็นเศษไม้ชิ้นหนึ่ง ลองเท้งเต้งอยู่ระหว่างเส้นกัลปังหา ในตอนแรกผมมองผ่านเลยไปแบบไม่คิด แต่เมื่อสมองเริ่มสั่งการ ผมสงสัยว่าทำไมเศษไม้จึงมาลอยอยู่กับกัลปังหา? อีกทั้งทำไมเศษไม้มีสีเหลือง? ผมรีบหันกลับไปดูอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าในที่สุด การมาทำสารคดีครั้งนี้บรรลุจุดประสงค์แล้ว ผมพบปลา HGP!!?

          ปลาตัวที่ผมกำลังสังเกตอยู่นี้ ความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เขาลอยตัวตั้งฉากกับพื้น เอาหัวทิ่มลง ตลอดเรือนร่างเต็มไปด้วยติ่งเนื้อพะรุงพะรัง พรางตัวเข้ากับกัลปังหาได้อย่างยอดเยี่ยม

          ผมรีบนำทุ่นสีส้มออกมา ผูกไว้ที่หินก้อนหนึ่งข้างกัลปังหากอนั้น เวลาใต้น้ำที่จำกัด ทำให้ผมต้องขึ้นจากพื้นท้องทะเลเดี๋ยวนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีหมายชัดเจนแล้ว การดำน้ำครั้งต่อ ๆ ไป เราคงมีโอกาสได้ศึกษาพฤติกรรมของปลาชนิดนี้เพิ่มขึ้น

          บนเรือสำรวจ ทุกคนกำลังเตรียมการ เรากำหนดการลงน้ำออกเป็น 4 ช่วง ก่อนเที่ยงพวกเราชุดหนึ่งจะลงน้ำเพื่อศึกษาลักษณะรูปร่างและความแตกต่างระหว่างตัวผู้และตัวเมีย ในตอนบ่ายพวกเราจะลงศึกษาพฤติกรรมตอนกลางวัน และหลังสามทุ่ม เราจะกลับไปอีกครั้งเพื่อศึกษาพฤติกรรมตอนกลางคืน ไดฟ์สุดท้ายจะสิ้นสุดตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถศึกษาปลาชนิดนี้ได้ครบรอบ 24 ชั่วโมง

          จากผลการศึกษา เราพบข้อมูลหลายอย่างที่น่าสนใจ ปลา HGP มักอยู่เป็นคู่ ตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมียเสมอ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลาวัยอ่อนกับปลาเต็มวัย (Juvenile & Adult) นอกจากนี้ ปลาตัวเมียจะมีครีบท้องขนาดใหญ่ประกบกันเป็นถุง ครีบท้องลักษณะดังกล่าวเตรียมไว้เพื่อใช้เป็นที่ฟักไข่ ใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนลูกปลาจะออกจากครีบท้องของคุณแม่ กลายเป็นแพลงก์ตอนล่องลอยไปตามกระแสน้ำ จนเติบใหญ่ได้ประมาณ 1/2 ของตัวเต็มวัย จะลงสู่พื้นพรางตัวตามกัลปังหาหรือสัตว์อื่นต่อไป

          ลูกปลา HGP มีลักษณะแตกต่างจากตัวเต็มวัย พวกเขาไม่มีติ่งเนื้อพะรุงพะรัง ลำตัวจะกลมเรียวมากกว่า (more slender than adults) ลูกปลาจะพัฒนารูปร่างและสีสันให้เหมือนกับสัตว์ที่เขาอาศัยพรางตัว รูปร่างและสีของปลาแต่ละตัวอาจแตกต่างกันไป แต่พวกเขาเป็นชนิดเดียวกัน

          ในเวลากลางวัน ปลา HGP จะแอบซ่อนพรางตัวกับสัตว์อื่นตลอดเวลา พวกเขาพับเก็บครีบท้อง ครีบหลัง และครีบหาง (Pelvic Fin, Dorsal Fin, Caudal Fin) เพื่อช่วยในการพรางตัว

          ในเวลากลางคืน ปลาจะกางครีบแผ่แบนเห็นสีสันสวยงาม พวกเขาจะว่ายออกจากที่ซ่อน ไปสู่พื้นทะเลใกล้เคียง ในรัศมี 2-3 เมตร ปลาจะลอยหัวทิ่มมองหากุ้งขนาดเล็กพวก Mysid ที่อาศัยตามพื้น ปากที่มีลักษณะเป็นท่อเหมาะสำหรับตอดกินเหยื่อ เมื่อจวนตัวปลาอาจว่ายกลับไปที่ซ่อน แต่เท่าที่สังเกต พวกเขาไม่ได้สนใจต่อการเข้าไปศึกษาและถ่ายภาพของเราเลย

          หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในภาคสนาม เรากลับมากรุงเทพฯเพื่อรวบรวมภาพถ่ายและข้อมูลเพิ่มเติม โดยได้รับความเอื้อเฟื้อด้านข้อมูลและภาพจากนักดำน้ำหลายท่าน ที่ให้ความสนับสนุนในด้านการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลไทยมาโดยตลอด

          ในที่สุด การตามหาปลาที่สาบสูญ ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ข้อมูลส่วนหนึ่งถูกนำไปจัดทำเป็นสารคดีในนิตยสาร Advanced Thailand Geographic ฉบับที่ 35 อีกส่วนถูกเก็บไว้ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการศึกษาปลาชนิดนี้ในรายละเอียดต่อไป

          สำหรับคนส่วนใหญ่ อาจเป็นเรื่องประหลาด ที่นักวิจัย 6 คนใช้เวลาหลายเดือน งบประมาณนับแสนบาท ติดตามปลาเพียงหนึ่งชนิด ที่ไม่เคยมีรายงานในการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของเมืองไทย ทั้งที่ยังมีปลาหรือสัตว์น้ำเศรษฐกิจอีกมากมายหลายชนิด ให้ศึกษาวิจัย

          แต่สำหรับพวกเรา ความสำคัญของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ไม่ได้อยู่ที่พวกเขาจะกินได้หรือไม่? แต่เป็นการศึกษาเพื่อให้เราทราบถึงคุณค่าในด้านต่าง ๆ ของพวกเขา ที่มีต่อระบบนิเวศทางทะเล และที่มีต่อคนไทย

          ปลา HGP อาจกินไม่ได้ แต่เขาคือทรัพยากรสิ่งมีชีวิตด้านการท่องเที่ยว นักดำน้ำจากทั่วโลกล้วนอยากเห็นปลาประหลาดชนิดนี้ เพียงแต่ไม่ใช่ทุกประเทศในโลกมีเขา สำหรับเมืองไทย พวกเราโชคดี ที่มีปลาชนิดนี้อาศัยอยู่

          จึงมีความจำเป็น ที่พวกเราต้องรู้จักและรักษาพวกเขา ให้คงอยู่ใต้ผืนน้ำของเมืองไทย เป็นประโยชน์ต่อวงการท่องเที่ยวดำน้ำของพวกเราต่อไปในวันหน้า

          การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืน จะเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบใดที่พวกเรายังไม่ "รู้จัก" และ "รัก" เพื่อนใต้ทะเลของเราเอง...

 

Home

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

HitBox