![]() Last Update : Friday 16 March, 2001 0:35 AM |
|
คุณผู้ชม TalayThai.com ที่ติดตาม "ปฏิบัติการหมั้นสาว" คงทราบว่าบัดนี้นักเขียนหนุ่มได้ตกหลุมรักสาวน้อยคนหนึ่ง อดรนทนไม่ไหวเลยไปขอหมั้นเธอ เตรียมตัวซื้อของหาแหวนจนเรียบร้อยแต่ต้องกั๊กเรื่องไว้ ต้องมาต่อวันขออาหมวยในตอนนี้
วันแห่งความรักเริ่มต้นในตอนเช้า ผมตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ควรจะสดชื่นแต่ไม่ใช่ เหตุเพราะเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลย ใจมัวแต่เต้นตุ้บเราจะมีห่วงแล้ว...ไชโย!!?
เพื่อนฝูงหนึ่งโขยง ช่วยกันขนของขึ้นรถตู้โดยมีผมเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เคยทราบมาว่าวันนี้เค้าไม่ให้เจ้าบ่าวทำงานหนัก (จริงหรือเปล่านะ) ยังไงก็ตามเหล่าเพื่อนที่แสนดีไม่มีปริปากบ่น ทุกคนขยันขันแข็ง เพราะทราบดีว่าจะมีสมาชิกร่วมสมาคมสามีไทยอีกหนึ่งราย จัดว่าเป็นคนสุดท้ายก็ว่าได้สำหรับพรรคพวกที่สนิทกัน
เรามุ่งหน้าไปตามถนนวิภาวดี ระหว่างเส้นทาง ผมเริ่มคิดถึงความหลัง เพราะถนนสายนี้คือที่มาของการหลงรักสาวน้อย ในอดีตเราเดินทางไปทริปแห่งหนึ่งด้วยกัน สายลม แสงจันทร์ และน้ำค้างยามดึกทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ กับเธอ และเธอก็คงรู้สึกแปลกๆ กับผม เพราะแก่จะตายอยู่แล้วดันคิดมาจีบเด็ก อูย...อายครับ เล่าแค่นี้พอ
เราเดินทางมาถึงจังหวัดแห่งนั้นตอนสิบโมง ฝ่ายเจ้าสาวจัดห้องให้เตรียมขบวน ห่างจากบ้านไปห้าสิบเมตร ผมบอกรถจอดก่อนกระโดดไปเสนอหน้า บอกว่าเจ้าบ่าวมาแล้วครับ เล่นเอาคนในบ้านงง ยังเหลืออีกตั้งชั่วโมง ทำไมหนุ่มกรุงเห่อปานนี้?
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเอาน้ำท่ามารับรองพร้อมผ้าเย็น นับเป็นแผนงานที่เยี่ยมยอด ผิดกับผมซึ่งจัดขันหมากแบบมือใหม่ ทุกอย่างเตรียมเองล้วนๆ ไม่ได้ขอให้ญาติหรือผู้ใหญ่ช่วย เลยดูกระโดกกระเดกพิลึก
เพื่อนฝูงเริ่มทยอยกันมาทีละรายสองราย เมื่อทุกอย่างพร้อมเราเตรียมจัดขบวน เริ่มจากต้นอ้อยสูงสองวาและหน่อกล้วยอีกหนึ่งคู่ ต่อมาเป็นพานแหวนหมั้นที่ต้องให้เด็กสาวโสดถือ (น้องสาวผมเองครับ...จบปริญญาโท MBA แถมทำงานถึงระดับผู้จัดการแล้ว แต่เธอบอกว่าหนูยังเด็ก) แนะนำกันไว้เลยว่า ถ้าสาวใดไปช่วยงานหมั้นแบบจีน พยายามยึดพานแหวนให้ได้ เพราะตำแหน่งนี้มีซองให้ แถมข้างในแบงค์ใหญ่ด้วย
จากตำแหน่งพานแหวน ขนาบซ้ายขวาด้วยขันเงินและขันทอง หน้าที่ถือเป็นของหนุ่มที่แต่งงานแล้ว ต้องมีลูกคนแรกเป็นผู้ชายด้วยนะ แต่พอดีผมหาไม่ได้ เลยกลายเป็นพ่อของลูกสาวล้วน คาดว่าในอนาคตอันใกล้ ลูกคนโตผมคงเป็นหญิง หนุ่มใดสนใจรีบมาเอาใจพ่อตาก่อนก็ได้ไม่ผิด ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างนี้ยิ่งจำฝังใจ (ตอนนี้คงต้องเป็นประเภทนิวฮาร์ฟครับ เพราะลูกผมดันเกิดเป็นผู้ชาย)
จากหัวขบวน ต่อมาเป็นคุณพ่อคุณแม่ของผม ตรงกลางเป็นที่อยู่ของถาดขนมนานาชนิด มีตั้งแต่ขนม "จับกิ้ม" ขนมหมั้น ขนมเปียะ และขนมไทยจำพวกจ่ามงกุฎ ทองเอก เสน่ห์จันทร์อะไรเทือกนั้น ของเหล่านี้บรรดาเพื่อนและลูกศิษย์เป็นคนช่วยกันถือ จวบจนมาถึงผมซึ่งเป็นลำดับสุดท้าย ระหว่างเดินใจเริ่มเต้นตุ้บหนักเพราะรอบข้างไม่มีใครว้าเหว่ชะมัด
เพื่อนผมที่เดินถือกล้วยเริ่มส่งเสียงโห่ รายนี้ลูกคอนุ่มลึกมาก ผ่านประสบการณ์โห่มาหลายงาน แถมหน้ายังด้านอีกต่างหาก คราวก่อนคุณยายที่ติดตามชมอยู่ข้างถนน ถึงกับร้องอังกอร์ (แปลว่าขอใหม่อีกที) แต่หนนี้เมื่อคืนช่วยกันสละโสดดึกไปหน่อย หางเสียงเลยแตกพร่า
เนื่องจากฝ่ายหญิงครอบครัวใหญ่มีญาติเยอะ อีกทั้งยังอยู่จังหวัดนี้มานาน ผู้คนให้ความนับถือ งานหมั้นหนนี้เลยมีผู้มาช่วยเกือบห้าร้อยคน กว่าจะผ่านด่านฝูงชนเข้าไปในบ้านได้ เล่นเอาเจ้าบ่าวใกล้เป็นลม เคราะห์ดีที่ประเพณีจีนไม่มีกั้นประตูขันหมากไม่งั้นมีหวังล้มตึงแน่นอน (เขียนถึงตอนนี้ว่าที่เจ้าสาวร้องบอกมาว่าไม่ต้องดีใจไปตอนวันรับตัวฉันเธอเจอกั้นแน่ย่ะ)
เมื่อเข้าถึงบริเวณจัดงาน ผมเห็นเจ้าสาวเป็นครั้งแรก เธอใส่ชุดสีครีมแต่งหน้านิดทาปากหน่อยน่ารักมากครับ (ชมแฟนตัวเอง กิ๊ว...กิ๊ว...หน้าไม่อาย) ลืมบอกไปว่าสาวแต่งชุดขาวไม่ได้เพราะคนจีนถือ จะเอาสีแดงหรือสีอื่น ร้านตัดเสื้อในเมืองไทยเขาก็ไม่ค่อยทำกัน เลยต้องใช้สีครีมพร้อมกระโปรงบานหน่อยเพื่อให้ลุกนั่งได้คล่อง (ร้านที่ตัดชื่อ Rico A Mona อยู่แถวสยาม...โฆษณาให้ฟรีเพราะใส่แล้วคนชมว่าเจ้าสาวสวย)
งานเริ่มจากขนของมาวางเรียงบนโต๊ะ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็นั่งปุ๊กบนเก้าอี้ มีคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายนั่งคนละฝั่ง พร้อมสักขีพยานข้างละสองคน ฝ่ายเจ้าสาวมีท่านผู้ว่าจังหวัดกับประธานผู้พิพากษาจังหวัด ส่วนฝ่ายผมมีท่านอธิบดีกรมประมงกับศาสตราจารย์แพทย์หญิงอุไร จึงเจริญ...คุณป้าญาติผู้ใหญ่ที่สุดของผมในงานวันนั้น
ผู้ใหญ่เริ่มคุยกันว่าอะไรก็ไม่ได้ยิน เพราะผมมัวแต่เก็กหล่อมองช่างกล้อง รู้ตัวอีกทีพิธีกรเค้าให้เข้าไปขอเจ้าสาว ผมสะดุ้งสุดตัวเพราะไม่ได้เตรียมข้อความมา (ก็ไม่รู้นี่นา) ครั้นจะมัวอึกอักก็ใช่ที่ ผมเลยคลานเข้าไปหน้าฝ่ายหญิงแล้วพูดออกมาอย่างใจคิด (ผมมันคนซื่อครับ)
ใจความทำนองว่า ผมเกิดมาเป็นคนหนึ่งคน ทางครอบครัวทั้งสาย คุณปู่คุณตาคุณพ่อคุณแม่ก็รับราชการมาตลอด ไม่มีใครร่ำรวยเพราะอาชีพนี้แต่ทุกคนภูมิใจ เมื่อผมคิดจะมีแฟนสักคน มิใช่เพียงเพราะรัก แต่ต้องแน่ใจว่าเธอจะสามารถทนต่ออนาคตเช่นนี้ และภูมิใจที่จะอยู่อย่างนี้ไปอีกตลอดชีวิต ถึงวันนี้ผมพบเธอคนนั้นแล้ว และเธอกำลังนั่งอยู่ข้างผม
คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมขอเธอคนนี้มาเป็นเจ้าสาว ให้สัญญากับทุกคนและให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะดูแลเธอดีที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ (ผมถือมากเรื่องนี้ คนเราอาจผิดสัญญาผิดคำพูดกับคนอื่นได้ในบางเหตุการณ์ แต่เมื่อใดเราผิดคำมั่นต่อตัวเอง ไม่ได้ครับ)
อาการโล่งอกโล่งใจเป็นยังไงเพิ่งรู้เมื่อพูดจบ เงยหน้าขึ้นไปเห็นทุกคนยิ้มก็เป็นอันว่าใช้ได้ จากนั้นถึงการคลานมาด้านหน้าแล้วเปิดของหมั้น มีเงินมีทอง ถึงตอนนี้เจ้าบ่าวต้องประกาศว่านำอะไรมาหมั้นบ้าง ผมมองทองประมาณสิบกว่าบาทที่ยืมเพื่อนมา เห็นเกลี่ยๆ เต็มพานเลยมั่วไปว่า เอาทองมายี่สิบสี่บาท เงินอีก...(ไม่บอกครับ ใบ้นิดเดียวว่ามากกว่าพี่เจหมั้นน้องปิ่นเล็กน้อย)
ที่สำคัญคือแหวนเอามาสวมนิ้วเจ้าสาว เธอไหว้ผมก่อนครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการแสดงว่า ต่อจากนี้จะเชื่อฟัง (รู้สึกได้ยินเสียงพึมพำว่าฝันไปเถอะ) จากนั้นเมื่อสวมแหวนก็ไหว้อีกครั้ง แล้วนำแหวนมาสวมให้ผมบ้าง เหมือนเป็นเครื่องหมายว่าเธออยู่หมัดแล้วนะ (ฝันไปเถอะเหมือนกัน)
จากนั้นเราเข้าไปกราบคุณพ่อคุณแม่ ตามด้วยสักขีพยาน ก่อนนั่งยิ้มให้ผลัดกันถ่ายรูป ทั้งหมดเกือบสิบม้วน มีทุกมุมมองยิ้มจนเหงือกแห้ง ถ่ายกันจนช่างภาพปาดเหงื่อ บ่นว่าเงินค่าฟิล์มก็ไม่ให้ยังเรียกร้องมากอีก (ขอบคุณ ATG ที่ช่วยสปอนเซอร์ครับ)
งานมาสิ้นสุดด้วยการกินอาหารกลางวันขอบคุณแขกเหรื่อ ผมพาเจ้าสาวเดินไปเกือบทุกโต๊ะ ถ่ายรูปกับคนโน้นบ้างคนนี้บ้างสนุกดี จากนั้นถึงเวลาอำลา รับรองได้ว่าตั้งแต่เริ่มงานยันบ่ายผมกินเม็ดมะม่วงไปได้ตั้งสามเม็ดแถมน้ำอีกหนึ่งแก้ว
บทสรุปของปฏิบัติการหมั้นสาวคือผมโบกมือบ๋ายบายหวานใจเมื่อบ่ายแก่ อีกสี่เดือนข้างหน้าเราจึงจะแต่งงานกัน (สาวคนนี้แปลก...อ่านนิยายมากชอบคำว่า "คู่หมั้น" อยากเป็นนานๆ เลยขอให้หมั้นไว้ล่วงหน้า) ไว้ตอนนั้น รับรองคุณได้อ่านปฏิบัติการเข้าหอแน่นอนครับ (ถึงแล้ว แต่ยังหาต้นฉบับที่เขียนไว้ไม่เจอ ชาวทะเลไทยรอไปก่อนนะครับ)
ก่อนจะจากกัน ผมแนะนำชายหญิงที่กำลังคิดหมั้นไว้สักหน่อย อย่างแรกคือโปรดเข้าใจว่าประเพณีเราอาจไม่ถือแต่คนอื่นเขาถือ การตามใจบางฝ่ายในตอนนี้ไม่ใช่เสียเกียรติหรือเรื่องมาก แต่เป็นเพื่อให้ทุกคนสบายใจ ลองเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา อีกยี่สิบปีข้างหน้าคุณคงไม่อยากเปิดประตูห้องลูกสาวเข้าไป แล้วเจอไอ้หนุ่มยิ้มกริ่มอยู่พร้อมบอกว่าไม่เป็นไรครับผมไม่ถือ
ข้อแนะนำประการที่สองคือทำใจให้สบายอย่าเครียด อย่าพยายามคิดว่าทุกอย่างเป็นพิธีการทำผิดแล้วต้องโดนประหาร เราไปหมั้นสาวไม่ใช่ไปโรงพยาบาลเพื่อเอาสวัสดิการจ่ายเงิน 30 บาท ยิ้มเข้าไว้เพราะทุกคนเค้าก็อยากมาดูคุณยิ้มไม่ใช่คุณเก็กเรียบร้อยเป็นผ้าพับ ทั้งที่นั่นมิใช่นิสัยคุณ
อย่างสุดท้ายคือทำใจรักสนุก พยายามดูทุกเรื่องอย่างสดใส ปัญหานั้นรับรองมีแน่ แต่ถ้าเราเตรียมทุกอย่างสุดฝีมือแล้ว อะไรจะเกิดก็ช่วยไม่ได้ ต่อให้ย้อนเวลากลับไป คุณคิดว่าจะแก้ไขตรงนั้นได้โดยไม่ผิดตรงนี้หรือ?
ส่งท้ายปฏิบัติการหมั้นสาวด้วยคำแนะนำส่วนตัว เราทำให้เธอรักเพราะรอยยิ้มและความจริงใจ ของหมั้นประเพณีพิธีผู้คนเป็นเพียงส่วนประกอบ ใช้สองสิ่งที่ทำให้เราได้เธอมา ในวันที่เธอและเราอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำ
รอยยิ้มและความจริงใจ คือจุดเริ่มและจุดหมายในความรักของสองคน
ปล. จริงๆ แล้วไม่ได้บอกอีกนิดคือผมเป็นคนมีมุขครับ นิสัยไม่ค่อยเหมือนใคร สาวเดาทางยาก เลยเป็นที่น่าสนใจมากของบางคน แฮ่ม!!?
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.