www.talaythai.com
Last Update : Tuesday 10 April, 2001 4:49 PM

ฮันนีมูนเลตรัง

เกริ่นนำ
ฮันนีมูนเมืองตรัง
ปากเมงมีท่าเรือ
ดูนกลิบง
คืนหนึ่งที่เกาะรอก
ทะเลของเรา
 
ดื่มน้ำผึ้งเมืองกระบี่
วันขออาหมวย
ปฏิบัติการหมั้นสาว
เทคนิคท่องเที่ยวเชิงน่ารัก
อันตรายที่อาจเกิดจากการท่องเที่ยวทางทะเล
คำถาม - คำตอบ

ฮันนีมูนเมืองตรัง

          การฮันนีมูนครั้งนี้เริ่มต้นจากกรุงเทพฯตอนเช้าวันวาน เอ้อ...ที่จริงก็ไม่เช้าเท่าไหร่ เพราะข้าวของน้องคนนี้เยอะเหลือเกิน แถมแม่เจ้าประคุณยังตื่นสายอีกต่างหาก เอาเป็นว่าเราออกจากกรุงเทพฯตอนสาย ขับรถมา 8 ชั่วโมง ผมหมดแรงอยู่แถวสุราษฎร์ฯ เราแวะพักกันในตัวเมืองหนึ่งคืน ก่อนออกเดินทางต่อ มุ่งหน้ามาทางถนนหมายเลข 41 เข้า "ทุ่งสง" ต่อไปตามถนนหมายเลข 403 ถึง "ห้วยยอด" ก่อนเข้าสู่จังหวัดตรัง

          "ตรังเค" ผมหันไปยิ้มให้หวานใจ พลางอธิบายให้คุณเธอทราบว่า คำว่า "ตรัง" ในอดีตมีความเป็นมาหลายอย่าง บ้างก็ว่าเป็นชื่อของปาล์มพันธุ์หนึ่งในภาษาเขมร อีกสายบอกว่ามาจาก "ตรังค์" ภาษาสันสกฤตหมายถึง "ม้าวิ่งห้อ" แต่ใจผมชอบตำนานของพ่อค้าชาวมลายู ล่องเรือมาค้าขาย มักจะมาถึงที่เมืองนี้ตอนฟ้ารุ่งหรือ "ตรังเค" ในภาษาพวกเขา

          แฟนน้อยๆ ของผมหันมาค้อน ตลอดเวลาที่นั่งกระดิกขาอยู่ในรถ เธอไม่เคยคิดจะช่วยผมขับแม้แต่น้อย กลับเอียงพนักนอนอ่านหนังสือเกี่ยวกับเมืองตรังที่ผมขนซื้อมา จนตอนนี้ซาบซึ้งดีถึงเรื่องต่างๆของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ผมแอบได้ยินเสียงอุบอิบว่า "เคเคออะไรกัน บ่ายแล้ว จะเย็นอยู่แล้ว...เพ่" (น้องเป็นจิ๊กกี๋เก่าเหรอจ๊ะ ว้า...เราแต่งงานกับใครเนี่ย)

          สัมผัสแรกของเมืองตรัง ที่นี่สงบครับ สงบมากต่างจากภูเก็ตหรือสุราษฎร์ฯ แต่มีบรรยากาศที่แปลกไป ผมขับรถผ่าน "อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี" หรือคอซิมบี้ ณ ระนอง ผู้เป็นเจ้าเมืองตรังในช่วงรัชกาลที่ 5 สมัยนั้นตรังเจริญรุ่งเรืองด้วยหัวคิดพัฒนาของท่านเจ้าเมือง สร้างโน่นต่อเติมนี่ ที่สำคัญคือนำต้นยางพารามาปลูกในปักษ์ใต้เป็นที่แรก อีกทั้งยังตัดถนน "เขาพับผ้า" ไปเชื่อมต่อกับเมืองอื่น ทำให้ตรังที่เคยเป็นเมืองปิดจากการสัญจรบนบก กลายเป็นเมืองเปิดขึ้นมาฉับพลัน ถนนสายนั้นหลายคนคงรู้จักดี เพราะมีชื่อเสียงของความมหาโหด แต่ตอนนี้ทางการตัดถนนสายใหม่ ทางสายเขาพับผ้าเลยเลิกใช้ไปโดยปริยาย

          ผมกับแฟนยกมือไหว้อนุสาวรีย์ฯ นี่แหละคนที่ควรเคารพ แม้เราไม่ใช่ชาวตรังโดยกำเนิด แต่ก็เป็นชาวไทย เมืองตรังอยู่ในเมืองไทย ใครทำอะไรดีๆ ให้เมืองไทย ลูกหลานก็ควรกราบไหว้ได้อย่างภาคภูมิใจ

          ตรังมีชื่อเสียงเรื่องทะเล ในเมืองเลยไม่ฮิตนัก แต่ผมชอบเมืองอย่างนี้มาก เพราะโรงแรมใหญ่ๆ มักราคาถูก ไม่แพงหูฉี่เหมือนเมืองท่องเที่ยวแห่งอื่น แถมยังไม่ต้องจองล่วงหน้าให้วุ่นวาย ผมใช้เทคนิคง่ายๆ แต่ได้ผล นั่นคือขับรถไปดูทีละโรงแรม ขอดูห้องเปรียบเทียบราคาที่พัก จนได้ดังใจแล้วถึงเลือกใช้เป็นที่นอน

          เรามาเดินย่ำต้อกเล่นในเมืองตรัง ตั้งแต่โรงแรมไปจนถึงสถานีรถไฟ ตรังเป็นเมืองเดียวในชายทะเลฝั่งอันดามัน ที่มีทางรถไฟมาถึง ก่อนแต่งงานกับน้องหนูคนนี้ ผมเคยพาน้องสาวคนที่แล้วมาเที่ยว นั่งรถไฟกันตั้ง 15 ชั่วโมง ออกจากกรุงเทพฯตอนเย็น มาถึงตอนเช้าพอดี ปัญหาคือไม่มีรถให้ใช้ แม้แถวนี้จะมีรถเช่ามากมาย แต่ผมชอบขับรถเที่ยวเอง โดยเฉพาะถ้าไปสองคนกับสาว ขับรถเที่ยวเองสนุกกว่าเช่ารถเที่ยวเยอะ

          การเดินทางมาตรังยังทำได้อีกหนึ่งวิธี นั่นคือนั่งเครื่องบินบรื๋อๆมาเลย แต่ค่าเครื่องบินไปกลับเกือบ 5,000 บาท รวมกันสองคนได้เกือบหมื่น เก็บตังค์ไปซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับลูกน้อยที่จะติดตามมาในอนาคตได้ตั้ง 2 ปี (ลองคูณตัวเลขแล้วรับรองตรงเป๋งครับ) แถมยังไม่มีรถใช้ต่างหาก

          ตลาดเมืองตรังมี 2 แห่ง เราเดินมั่วไปมั่วมา หลงทางก็ช่าง เดี๋ยวนั่งสามล้อกลับได้ ปรากฏว่าเย็นนั้นผมได้กินหมูย่างเมืองตรังกับขนมเค้กไข่อันมีชื่อเสียง กินกันจนตบพุงปุๆ แล้วก็ยังไม่หมด ต้องเอากลับมาใส่รถ หมูส่งกลิ่นตลบอบอวล หอมหวนไปอีกแบบ

          สองคืนแล้วยังไม่ได้เที่ยวเลย รุ่งเช้าของวันที่ 3 ในการเดินทาง ผมรีบผลักแฟนตกเตียง (เทคนิคปลุกสาวขี้เซา) ออกจากที่พักเช้าตรู่เพื่อไปกิน "โกปิ๊กับหมูย่าง" (ในรถยังเหลือเพียบเลย แต่เราก็จะกินอีก) ตามด้วยติ่มซำมีชื่ออีกหลายถาด เติมน้ำมันในปั๊มที่อยู่ข้างๆ ให้เต็มถัง แถมบริการเช็ดกระจกหน้าใสปิ๊งปั๊งล้างศพแมลง เราได้ฤกษ์ออกเดินทางแล้วครับ

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

HitBox