![]() Last Update : Wednesday 17 January, 2001 11:28 AM |
|
ในอ้อมกอดของอ่าวนาง เขียนจากประสบการณ์ของผมเอง สมัยเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนนั้นยังมีเงินอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีหวานใจอยู่เคียงข้าง แต่วันนี้ทั้งสองได้จากไปแล้ว (อ่านแล้วไม่เข้าใจ หมายความง่ายๆว่าอาจารย์ธรณ์เป็นโสดครับ)
ครั้งนั้นผมไปดุสิตรายาวดี รีสอร์ตแห่งอ่าวนาง จุดฮันนีมูนที่ได้ชื่อว่าสวยสุดและโรแมนติกที่สุดของเมืองไทย แต่ปัจจุบัน รีสอร์ตได้เปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว ถือว่าเล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์ สำหรับคุณๆที่ตอนนี้เพิ่งแต่งงานหรืออยากหวนไปกินน้ำผึ้งครั้งที่สอง
รวมทั้งเป็นอดีตของผมที่...ฮือ...ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว โอ้...วันวานที่ผ่านไป เสียดายแฟนไม่เท่าไหร่ แต่เสียดายช่วงเวลาที่เคยมีเงินน่ะสิครับ เมื่อไหร่จะกลับมาอีกหนอ
ฮือ...ฮือ
.........
"สวย...พี่ธรณ์...สวยมาก ต้องไปให้ได้นะครับ"
พชร สมุทวานิช หรือนายเพชร นักเขียนใหญ่เจ้าของคู่มือคนรักหมา ที่ปรึกษาใหญ่ทะเลไทยดอตคอม บอกกับผมอย่างนี้ รวมทั้งพยายามทำทุกวิถีทางให้ผมไปกระบี่ให้ได้ (ไม่ทำอยู่ทางเดียวคือให้เงินไป ทำไมเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้?)
หลังจากฟังคำบรรยายจนตัวอ่อนระทวย ผมตัดสินใจไปติดต่อเอเย่นต์ทัวร์ที่ใช้กันเป็นประจำ เมื่อได้ยินราคาแล้วถึงผวาโทรหานายเพชร บอกว่าไปฮันนีมูนสี่วันใช้เงินตั้งหลายหมื่น แถมยังเป็นการดื่มน้ำผึ้งแบบในประเทศอีกต่างหาก อย่างนั้นมันจะไม่เกินไปเรอะ!!?
"สวย...สวยน่า...เชื่อผมเหอะ" นายเพชรยังคงมุ่งหน้าเชียร์ต่อไป ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไปก็ไปวุ้ย
คุณผู้อ่านหลายคนคงบอกว่านี่มันพวกไฮโซคุยกันนี่หว่า ไปเที่ยวอะไรกันวุ้ยใช้เงินตั้งหลายหมื่น ถ้าชั้นมีเงินขนาดนั้นเอาไปช้อปปิ้งเมืองนอกดีกว่า เห็นว่าที่ฮ่องกงเค้ากำลังลดราคาของเป็นการใหญ่ เรื่องอะไรจะไปเที่ยวในเมืองไทยที่เห็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว
ใจเย็นครับ...ผมขอแก้ความเข้าใจผิด อันที่จริงนักเขียนทั้งสองนี้จนพอกัน แต่เราเป็นพวกนิยมการเที่ยวเพราะนั่นคือประสบการณ์ชีวิต เห็นมาหลายคนแล้วครับ ไปเที่ยวไหนก็ไม่อยากไปเพราะเสียดายเงิน สู้ซื้อหุ้นฝากไฟแนนซ์ไม่ได้เกิดดอกเกิดผล พอเจอเศรษฐกิจทรยศขึ้นมาจ๋อยกันเป็นแถบ บางคนหมดเงินขนาดพอเที่ยวอย่างผมได้ทั้งชาติในหนึ่งวันเท่านั้นเอง
ส่วนพวกที่ชอบช้อปปิ้ง อันนี้คงมีรสนิยมต่างกัน เพราะผมคิดว่าการเดินซื้อของในสิงคโปร์หรือฮ่องกงก็ไม่ผิดอะไรกับการไปเดินห้างในกรุงเทพฯ แต่พอพูดถึงเกาะหินปูนสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกที่อ่าวพระนาง แต่ละคนต่างอ้าปากค้างทำหน้าตาเหรอหราว่ามีด้วยหรือ?
ด้วยเหตุผลประการฉะนี้ ผมเลยยินดีจ่ายเงินหลายหมื่นเพื่อเดินทางไปรีสอร์ทสวยที่สุดและแพงที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยในจังหวัดกระบี่ เค้ามีชื่อว่า "ดุสิตรายาวดี" ครับ
ก่อนจะเข้าเรื่องการฮันนีมูน ผมคงต้องบอกคุณผู้อ่านไว้สักนิดว่าการมาเที่ยวครั้งนี้จ่ายเงินเองหมด แม้แต่คนที่รีสอร์ทเองก็ไม่ทราบว่าผมเป็นนักเขียน ทุกอย่างที่บรรยายไปใช้ความรู้สึกตัวเองตัดสิน มีดีบ้างแย่บ้างตามประสาคนที่มาพักแบบควักกระเป๋า ไม่ได้ชมกันตะพึดตะพือเพราะเค้าให้นอนฟรีต้องตอบแทน
ก่อนจะออกเดินทาง ผมลองทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับดุสิตรายาวดี เพื่อนผมบางคนบอกว่ารีสอร์ทนี้เส้นใหญ่ สร้างอยู่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติ มีการสร้างบาร์ในถ้ำกินเหล้ากันคึกครื้น แถมยังปิดหาดไม่ให้คนไทยเข้ามีแต่ฝรั่ง ส่วนอีกรายบอกว่าที่นี่เบื่อลิงตายไปตั้งไม่รู้กี่ร้อยตัวเพราะวานรแถวนั้นชอบแกล้งฝรั่งที่มาเที่ยว
ได้ยินมาอย่างนี้ผมฟังหูไว้หูครับ ไม่ชอบตัดสินอะไรที่ไม่ได้เห็นด้วยสายตา อีกทั้งยังไม่ใช่นักอนุรักษ์หัวรุนแรงนายทุนทำอะไรต้องผิดไว้ก่อน แต่ถ้าชาวบ้านออกมาประท้วงต้องถูกเสมอ เพราะทั้งสองฝ่ายล้วนต้องการผลประโยชน์จากธรรมชาติ เอาไว้ลิงหมีชะนีช้างออกมาก่อม๊อบอย่างนั้นพอเชื่อได้ทันที เพราะพวกเค้าคงไม่หวังอะไร นอกจากร้องขอชีวิตตนเอง
การเดินทางของผมกับสาวน้อยร้อยชั่ง เริ่มต้นในวันอังคาร สองวันหลังจากเราแต่งงานกัน จากสนามบินดอนเมืองเรามุ่งหน้าสู่ภูเก็ตด้วยบริการแบบนิ่มนวลดุจใยไหม ของการบินไทยรักคุณเท่าฟ้า
ภูเก็ตต้อนรับเราด้วยฝนฟ้าคะนอง เหมาะมากสำหรับเปิดฉากฮันนีมูน เครื่องบินสั่นเป็นเจ้าเข้ากว่าจะแลนดิ้งลงลานจอดได้ พอเข้ามาในสนามบินบรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มก่อเกิด ที่นี่เค้าปรับปรุงหลายอย่างรับปี Amazing มีโบรชัวร์แจกมีภาพสวยไว้ดู แถมบริการขนส่งกระเป๋าก็รวดเร็วทันใจไม่แพ้ที่ไหนในโลก เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกระริกระรี้ อยากไปเที่ยวมากขึ้น
โรงแรมส่งรถมารับเราตามสัญญา เป็นโฟล์คตู้คันใหญ่ผิดกับรถโรงแรมอื่นที่มักใช้รถตู้จากญี่ปุ่น สงสัยเพราะต้องการสร้างอิมเมจว่าที่นี่เริ่ดกว่านะ ในรถมีน้ำมีกระดาษบริการ คุณคนขับเรียบร้อยน่ารักดี เสียแต่นั่งเงียบไปหน่อย ไม่ค่อยบรรยายอะไรให้เราฟัง
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เลือดไกด์หนุ่มระอุพล่าน (ผมเคยรับจ๊อบเป็นไกด์อยู่บ่อย ๆ) เลยบรรยายให้คุณฝรั่งสองคนจากนิวยอร์คและอีกสองคนจากเพิร์ธฟังเกี่ยวกับธรรมชาติสองข้างทาง เผอิญแถวนี้เป็นถิ่นหากินของผม ปีหนึ่งขับรถผ่านไม่รู้กี่เที่ยว เลยมีความรู้พอฝอยได้
เราข้ามสะพานสารสินที่ลองมองดูแล้ว ไม่เห็นมีใครมากระโดดน้ำตายประชด IMF จากนั้นวิ่งตามชายฝั่งพังงามาตัดเข้าเส้นทางใหม่ ผ่านอุทยานเขาสกไปตามทางลาดยางอย่างดีมุ่งเข้าสุราษฎร์ฯ ก่อนจะเลี้ยวควับแยกไปสู่กระบี่
เจ้าสาวของผมทำตัวสมเป็นหญิงไทยในรถทัวร์ คุณเธอหลับตาพริ้มตั้งแต่รถเริ่มสตาร์ทจนสองชั่วโมงกว่าเรามาถึงเป้าหมายแล้วก็ยังไม่ยอมตื่น จนผมต้องปลุกขึ้นมาดูภูมิทัศน์ข้างทางที่เต็มไปด้วยเขาหินปูนใหญ่น้อย มีถ้ำมีหินย้อยห้อยระย้าดูน่าตื่นเต้น ถึงตรงนี้แฟนผมค่อยเบิกตาโพลงขึ้นบอกว่าสวยจังก่อนพริ้มตาลงหลับต่อ
จากกระบี่เราเลี้ยวเข้าเส้นทางสู่สุสานหอย ก่อนถึงประมาณสองกิโลเมตรเราจอดที่หน้าห้องแถวแห่งหนึ่งติดป้ายว่าดุสิตราชาวดี เบ็ดเสร็จแล้วเราเดินทางจากสนามบินภูเก็ตมาเกือบร้อยหกสิบกิโลเมตร
หลายคนคงร้องอุ้ยว้าย!!? เสียเงินมาตั้งเป็นก่ายกองแล้วมานอนห้องแถว กรุงเทพฯก็มีเยอะแยะไม่เห็นต้องลงทุนมาถึงกระบี่เลย ใจเย็นครับ...นั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางเท่านั้น
ถึงตอนนี้แฟนผมตื่นจากการนอนซบไหล่มาตลอดทางแล้ว (เริ่มพัฒนาเพื่อการเป็นภรรยาที่ดี...แต่ก่อนนอนพิงกระจกเดี๋ยวนี้หันมานอนซบไหล่) เธอมองไปข้างนอกเห็นสายฝนโปรยปรายทั่วฟ้าแล้วทำท่าจะหลับตาต่อ ผมต้องรีบรุนหลังลงไปนอกรถ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปให้ถึงโรงแรม
ดุสิตรายาวดีตั้งอยู่ที่แหลมพระนาง เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวนางที่สวยงามสุดยอดแห่งหนึ่งในสยาม ชายฝั่งแถวนี้เป็นเทือกเขาหินปูน แตกต่างจากแถวอื่นในเมืองไทยที่เป็นหินแกรนิต ตามฐานเขาหรือหน้าผาเลยมีหินงอกหินย้อยกันยุ่มย่าม แถมมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยสลับกับป่าดงดิบแบบดั้งเดิม
ก่อนสร้างโรงแรมที่นี่เคยเป็นสวนมะพร้าว ตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แต่ทางดุสิตกรุ๊ปเค้ามีไอเดียว่า แหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยแยกเป็นสองแบบ อย่างโรงแรมอยู่นั้นมักอยู่ในเมืองหรือตามถิ่นที่เจริญแล้ว ส่วนที่พักแบบธรรมชาติตามอุทยานต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบตามมีตามเกิดเหมือนงบประมาณที่ได้รับ
อย่ากระนั้นเลย...ไหนๆ ก็มีที่ตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติอยู่แล้ว สู้มาสร้างรีสอร์ทชั้นดีให้บริการตามมาตรฐานดุสิต แต่ตั้งอยู่ติดกับทิวทัศน์สวยงามตามแบบอุทยานแห่งชาติ ถ้าอย่างนั้นคงได้กลุ่มลูกค้าที่อยากไปเที่ยวในที่สวย ๆ แบบสบาย ๆ ไม่น้อย (โดยเฉพาะฝรั่งและคนไทยที่ไม่นิยมความลำบาก)
ปัญหาคือแหลมพระนางแม้ไม่ใช่เกาะแต่ก็ไม่มีทางรถเข้า ถ้าจะทำคงต้องสร้างอุโมงค์ทะลุเขายุ่งยากไม่ใช่น้อย การเดินทางมาโรงแรมนี้เลยทำได้อย่างเดียวคือใช้เรือ กินเวลาแค่ห้านาทีจากชายฝั่งที่เราลง แต่ถึงกระนั้นเมื่อคิดถึงความยุ่งยากในการขนส่งสิ่งก่อสร้าง ขนของกินของใช้รวมทั้งขนพนักงานที่ต้องกลับไปนอนที่ฝั่งแล้ว นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รีสอร์ทแห่งนี้มหาแพง
เรือบึ่งขนาดยี่สิบคนนั่งวิ่งฝ่าคลื่นมารับพวกเรา จากนั้นถึงเวลาโล้คลื่นตูม ๆ สลับกับสายฝนที่ยิ่งตกหนักขึ้น แฟนผมแทนที่จะทำหน้าซีดเผือดเหมือนสาวน้อยในนิยายเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน คุณเธอกลับดีใจเกาะที่นั่งร้องเย้ว ๆ แข่งกับคลื่น เล่นเอาผมที่หวังจะทำตัวเป็นพระเอกตั้งแต่จุดเริ่มของชีวิตวิวาห์ ต้องนั่งจ๋อยมองดูเธอด้วยสายตาละห้อยหา ทำไมไม่เปิดโอกาสให้ฉันเลยล่ะจ๊ะ...ที่รัก (สาวน้อยคนนี้ดำน้ำมาเกือบทั่วประเทศแล้วครับ คลื่นแค่นี้เธอบอกว่าอ่อนมาก)
กินเวลาเกือบสิบนาทีกว่าจะมาถึงรีสอร์ท เพราะเรือเราต้องเบาเครื่องเป็นระยะ เมื่อคลื่นใหญ่ถาโถมเข้ามา มองจากทะเลแล้ว นับว่าดุสิตออกแบบโรงแรมได้ดีมาก ที่พักทั้งหมดสูงไม่เกิดยอดมะพร้าว ทำให้เรามองไม่ขัดนัยน์ตาเหมือนโรงแรมบ้าๆ บางแห่งแถวภูเก็ต (มีหลายบ้าครับ ใครไปแถวนั้นคงรู้ดี ถล่มเขาตัดป่าแล้วสร้างตึกสีขาวบ้างแดงบ้างขึ้นมา ดูแล้วสงสัยว่าทำไมสถาปนิกถึงเก็บกดปานนั้น)
ที่ตั้งของรีสอร์ทอยู่ปลายแหลมพอดี ติดกับหาดถึงสามแห่ง ได้แก่ หาดน้ำเมา ท่าเรือที่เราขึ้นฝั่งรีสอร์ตหรือลงเรือไปที่ต่างๆ หาดไรเร ที่ตั้งของสถานที่ดื่มน้ำผึ้งของผมและสาวน้อย และหาดพระนาง หาดสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
เจ้าบ่าวและเจ้าสาวโซเซมาขึ้นหาดท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา บรรยากาศชวนให้หนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาวเป็นที่สุด (ฮั่นแน่!!? จ้างให้ก็ไม่เล่าเพราะเราจะเซ็นเซอร์) พนักงานต้อนรับพุ่งเข้ามาพร้อมกับพวงมาลัยและน้ำมะพร้าวหอมกรุ่น ก่อนเริ่มบรรยายให้เราฟังว่าสถานการณ์ต่อไปเป็นฉันใด?
NEXT >>
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com