![]() Last Update : Tuesday 20 March, 2001 3:01 AM |
|
เชิญทุกท่านร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความเรื่องนี้ หรือถ้าท่านมีคำถามเชิญทางนี้ครับ เว็บบอร์ด
ความคิดเห็นจากคุณๆ
@ หลังจากได้อ่านบทความนี้แล้ว ดิฉันจะไปบอกเพื่อน ๆ ในกลุ่มให้เวลากินหอยแล้วอย่าทิ้งเปลือกช่วยกันเก็บมาล้างและนำมาบริจาคให้กับโครงการนี้ แต่เห็นว่า โครงการนี้จะสำเร็จคงต้องให้สื่อต่าง ๆ ช่วยกันประกาศขอรับบริจาคเปลือกหอย เช่น รายการ Green Wave
จากคุณ คณพร ตัญญะวังรัตน์@ รายการกรีนเวฟคือตัวตั้งตัวตีครับ ทะเลไทยดอตคอมมีส่วนช่วยเผยแพร่และสนับสนุนวิทยากร เป็นโครงการกรีนทริปที่ 29 วันนี้ไปอัดเสียงมาแล้วครับ คงจะออกเป็นสปอตไปเรื่อย ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนจนถึงวันไปทริปครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์@ เศร้าเหลือเกินคับ ยิ่งเห็นภาพประกอบด้วยยิ่งไปเพิ่มอารมขึ้นอีกระดับยกกำลังเลยอ่ะคับ ว่าแต่คุณผู้หญิงข้อคิดเห็นบนสุดนี่ จาทำหยั่งงั้นจิงหรอคับ หอยที่เรากินๆกันมันเป็นหอยสองฝาไม่ใช่หรอคับ หอยแครงหอยลายหอยแมงภู่ หอย....อารายอีกอ่ะคับ หอยเชล หอยแมงภู่ หอยนางรม หอยแครง เอ๊ย งง แต่มันจะใช้ได้กับปูเสฉวนหรอคับ อาจาน
จากคุณ realvee@hotmail.com@ ถูกแล้วครับ เปลือกหอยฝาเดียวเท่านั้นที่ปูจะอยู่ ผมจะรีบเติมเพิ่มไปในเว็ปครับ ขอบคุณที่ช่วยเตือนครับ แต่...แฮ่ม...เปลือกหอยฝาเดียวบางอย่าง เช่น หอยหวาน ใช้ได้ครับ แต่เปลือกหอยทั้งหมดต้องนำมารวมกันที่กรีนเวฟ จากนั้นเราจะคัดหอย ชนิดใดที่ไม่ใช่หอยของเกาะสุรินทร์ จะไม่นำไปไว้ที่นั่น ไม่งั้นเดี๋ยวมั่วหมดครับ (ปูเสฉวนเดินใส่เปลือกหอยหวานที่เกาะสุรินทร์ ดูจะพิสดารไปสักนิด) แต่เปลือกหอยก็ยังนำไปใช้นะครับ เราจะนำไปไว้ในบางพื้นที่ซึ่งเหมาะสม เช่น หาดวนกรน่าจะพอไหว แต่ต้องดูรายละเอียดอีกครั้งครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์@ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจจริงๆสำหรับทะเลไทย ซึ่งได้ชื่อว่าสวยงามติดอันดับโลก แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นเพียงความงามภายนอก ทะเลซึ่งแทบจะไม่เหลือทรัพยากรธรรมชาติเพียงพอที่จะปกป้องทรัพยากรอีกประเภทที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิต เค้าใช้ชีวิตของเค้าภายใต้ผืนน้ำของไทย ประเทศของเรานอกจากไม่สามารถปกป้องมนุษย์ในชาติให้มีความสุขกันทั่วหน้าได้ สัตว์ก็ยังคงได้รับผลกระทบเดียวกันด้วย น่าอนาจใจที่สุด ถ้ามีอะไรให้ช่วย ดิฉันพร้อมจะเข้าร่วมด้วยนะคะ cute_anna@hotmail.com บอกข่าวสารมากบ้างนะคะว่ามีความคืบหน้าหรือโครงการอะไรดีๆ
จากคุณ เปรม มหิทธิวาณิชชา@ แล้วเปลือกหอยฝาเดียวนี่เราจะหามาจากไหนได้กันล่ะคะ เพราะว่าที่ทานๆกันส่วนใหญ่จะเป็นสองฝา หรือว่าจะเป็นพวกที่ซื้อมาเก็บไว้
จากคุณ ปอง@ แฮ่ม...สำหรับคุณที่ไม่มี ไม่เป็นไรครับ ส่งใจไปก็พอ แต่สำหรับคุณที่เคยสะสมไว้ นี่เป็นโอกาสจะคืนสิ่งที่คุณเคยเก็บมา...ให้ทะเลอีกครั้งหนึ่งครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์@ เคยได้อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับปูเสฉวนในแนวๆนี้มาบ้างแล้ว จึงรู้สึกเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเร็วๆนี้ดิฉันได้ไปเที่ยวที่พัทยามา พบชายหญิงคนไทยคู่หนึ่งเดิยเก็บเปลือกหอยอยู่ตามชายหาด เพื่อนของดิฉันถามเค้าว่าจะเก็บไปทำอะไร เค้าบอกว่าจะเอาไปใส่ตู้ปลา ซึ่งทำให้ดิฉันอยากจะบอกเค้าไม่ให้เก็บ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ แต่ยอมรับว่าไม่ค่อยอยากจะมีเรื่องกับใคร เพราะเราก็ยังเด็ก จึงอยากจะให้เรามีการรณรงค์ในเรื่องของปูเสฉวนนี้ให้ประชาชนชาวไทยได้รับทราบข้อมูลมากเพิ่มขึ้น และอยากให้มีการรณรงค์ในเรื่องค่านิยมของการนำพวกเปลือกหอย, ประการัง,สัตว์ทะเล ฯลฯ มาเลี้ยงหรือประดับตู้ เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยต้องสูญหายหรือสูญพันธ์ไปอย่างน่าเสียดาย ถ้ามีอะไรให้ช่วย ดิฉันพร้อมจะเข้าร่วมด้วยนะคะ ที่ yuenum@chaiyo.com บอกข่าวสารมาบ้างนะคะว่ามีความคืบหน้าหรือโครงการอะไรดีๆ <แล้วเปลือยหอยที่สามารถใช้ได้นี่ เช่นอะไรบ้างคะ ช่วยบอกด้วยค่ะ เผื่อจะไปขโมยจากตู้ปลาของเพื่อนๆมาได้น่ะค่ะ (*^O^*) >
จากคุณ ยู่อี่ (yuenum@chaiyo.com)@ ความผิดตรงนี้เป็นความไม่ดีของมนุษย์เราต้องอยู่แบแพึ่งพากัน
จากคุณ อ๋อย@ น่าสงสารปูเสฉวนนะคะ โครงการคืนบ้านให้ปูเสฉวนเป็นโครงการที่ดีมากน่าสนับสนุน
จากคุณ หนึ่ง@ ไม่มีเปลือกหอยครับ มีแต่กำลังใจที่จะให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างที่สุด
จากคุณ เอสุเกะ@ ภาพที่เห็นในรูป ข้าพเจ้าเคยพบเห็นอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อข้าพเจ้าอ่านบทความมีความรู้สึกว่า แย่มากๆ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย แต่อย่างว่าเราต้องปลูกฝัง หยั่งรากให้ลึกกับคนรุ่นใหม่ ส่วนคนรุ่นเก่าข้าพเจ้าหวังว่าเค้าคงมีจิตสำนึกของการอยู่ร่วมโลกบ้าง (ในบางคน)
จากคุณ ประไพพร ญาณสาลี@ บทความนี้ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่สร้างให้สิ่งมีชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์ต้องมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเป็นวงจร ซึ่งน้อยคนนักที่จะคิดถึงจุดนี้คือเขาพึ่งเรา เราต้องพึ่ง
เขา ชีวิตทุกชีวิตจึงจะอยู่รอดไปพร้อมๆกันได้ รู้สึกอยากขอบคุณทุกๆท่าน ที่ช่วยเหลือดูแลธรรมชาติเหล่านี้ตลอดมาและตลอดไปในอนาคต ขอบคุณมาก มากนะคะ
จากคุณ วิไล กลัดพรหม phvkp@mahidol.ac.th@ เปลือกหอยแสดงไว้ในหน้าแรกแล้วนะครับ ขอบคุณครับสำหรับความรู้สึกดีๆ เราจะนำเสนอบทความต่อเนื่องอีกเรื่องในไม่ช้าครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์@ น่าดีใจมากครับ ที่ยังมีผู้ที่เป็นห่วงเป็นใย ต่อไอ้เจ้าตัวเล็กๆ เหล่านี้ .... ปัจจุบัน
เจ้าพวกนี้แพร่ขยายพันธุ์ เยอะมาก โดยเฉพาะที่ สิมิลัน ตอนกลางคืน จะออกมา
เดินต้วมเตี้ยม ..เต็มไปหมด! ถ้าไม่มีหลังคาที่แข็งแรง คงจะต้องโดน เหยียบ..
..แบนแน่นอน ซึ่งทางอุทยานฯก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เรากำลังไปรวบรวม เปลือกหอย
จากหลายๆแห่ง นำมาคืนให้กับเจ้าพวกนี้อยู่ครับ เมื่อได้ทราบข่าว โครงการนี้
ยิ่งดีใจ และรู้สึกดี... ว่าพวกเขาคงได้บ้านใหม่ ในอีกไม่ช้านี้ ! ในฐานะตัวแทน
เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันรณรงค์คืนเปลือกหอย
สู่ธรรมชาติ และช่วยกรุณาบอกต่อไปยังคนใกล้ชิดของท่าน...โปรดเลิก..การเก็บสะสม
เปลือกหอยตามชายหาดด้วย นะครับ
ขอขอบคุณ ชาว Greenwave , อ.ธรณ์ และคนไทยยุคใหม่ที่ไม่สะสมเปลือกหอย.
จากคุณ อานนท์ ....... สิมิลัน 2 !@ อ่านแล้วรู้สึกสลดใจเหลือเกินค่ะ อยากให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ถึงแม้มันจะเป็นไปได้ยากก็ตามค่ะ
ดิฉันคงช่วยได้เพียงประชาสัมพันธ์ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเป็ฯคนเราที่หาบ้านอยู่ไม่ได้เหมือนเค้าจะรู้สึกยังงัย
จากคุณ ตุ๊กตา@ ปูเสฉวนมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งหรือเปล่าครับ
จากคุณ ด.ช.วิพุธ เจนวณิชสถาพร@ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆสำหรับผู้ที่ได้อ่านบทความนี้มาแต่ต้น อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ให้รู้ทั่วกันถึงเรื่องที่อาจเรียกได้ว่า\"วิกฤตทะเลไทย\" ที่ใครๆไม่ว่าชาติไหนอยากจะเข้ามาชมความงามของท้องทะเลไทยและคนที่เรียกตัวเองว่า\"นักอนุรักษ์\"ทั้งหลาย น้อยคนนักที่จะรู้จักการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจริงๆ และยิ่งได้รับข้อมูลนี้ทำให้เรายิ่งต้องตระหนัก ไม่เฉพาะเจ้าปูเสฉวนเท่านั้นแม้กระทั้งปะการังที่มีคนมากมายอยากลงไปสัมผัสความงามนับวันความเสรีที่คนเรียกร้องจะยิ่งรุกรานเสรีของทรัพยากรที่โอกาสจะงอกงามได้เต็มที่โดยไม่มีใครรบกวน จะเป็นไปได้ไหมที่จะมีการปิดอ่าว ในบางช่วง อย่างภูกระดึง หรือภูต่างๆ ให้เวลาธรรมชาติได้พักผ่อนบ้างเหมือนอย่างที่คนมักจะบอกว่าหาเวลาผ่อนคลายกับธรรมชาติ
และสำหรับโครงการนี้ ควรจะเปิดโอกาสให้กว้าง กระจายความรู้ความเข้าใจให้คนทั่วไปได้ทราบโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่อาจต้องรับภาระจากความรู้เท่าไม่ถึงการของกลุ่มนักท่องเที่ยว ความเอาแต่ได้ของนายทุนและผู้ประกอบการทั้งหลายที่มักอ้างว่าทำเพื่อชาติ ในเรื่องการเชิญชวนนักท่องเที่ยวนำเงินตราต่างประเทศเข้ามา และอาจเป็นตัวเราเองก็ได้ที่ขาดความรู้ความเข้าใจที่ดีพอหรืออาจขาดความสนใจ
ขอฝากทุกๆคน และจะเตือนตัวเองเสมอ
จากคุณ เสาหฤท สิทธิเชนทร์ oaow@thaimail.com@ ผมได้ฟังจากรายการกรีนเวฟแล้วนึกสนใจเลยลองเปิดดูเวปนี้ ผมรู้สึกเสียใจกับการกระทำของคนหลาย ๆ คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์รวมทั้งผมด้วยซึ่งก็เคยจับเจ้าปูเสฉวนมาเล่นเหมือนกันและแต่ละตัวก็ไม่เคยรอดชีวิตกับไป (สำนึกผิดครับ) ผมได้ฟังถึงประโยชน์ของเจ้าปูเสฉวนนี้แล้ว ไม่น่าเชื่อนะครับว่ามันจะมีประโยชน์มากมาย เกินตัวมันเสียอีก พอรู้อย่างนี้แล้วผมก็คงไม่ไปจับมันมาเล่นอีกครับ ผมสัญญาครับ
จากคุณ เอก@ คือผมอยากถามว่าแล้วทำไมวันนั้น คนถ่ายรูปไม่ช่วยหาเปลือกหอยให้ปูก่อนล่ะครับ
ปล่อยไปก็เหมือนกับให้เค้าไปเสี่ยงก่อนน่ะ
จากคุณ เจี๊ยก@ โครงการนี้น่าสนใจมากค่ะ มีคำถามที่สงสัยคือ ถ้าต้องการนำเปลือกหอยที่ถูกแปรร ูปแล้วไปเป็นที่เขี่ยบุหรี่ หรือของประดับจะต้องแก้ไขเปลือกหอยนั้นก่อนหรือเปล่าค่ะ
จากคุณ กุ้ง dkanti_006@yahoo.com@ Can we actually make the artificial shells for those crabs? We know the compositions of the shell and its construct. This might boost up the number of shells for the crabs. Plus, these shells will not be that attactive to those environmental unfriendly people who are looking for them for collections.
This is just a wild idea (that may be possible, who knows?)
จากคุณ Noi (mboonmee@netscape.net)@ ดีใจค่ะที่มีโครงการดีๆอย่างนี้ แต่กำลังคิดว่าเราจะช่วยปูเสฉวนทั้งหมด(นอกจากที่หาดเจ้าไหมและหมู่เกาะสุรินทร์)ได้ยังไง
จากคุณ Lek@ ให้ความคิดเห็นไว้ดังนี้ครับ
หนึ่ง...คนถ่ายภาพก็หาเปลือกหอยไม่เจอเหมือนกันครับ ปูตัวใหญ่ เปลือกหอยก็ต้องอันใหญ่ ปูยังหาไม่เจอ คนก็หมดปัญญา เลยต้องกลับมาขอเปลือกหอยจากพวกเราไงครับ
สอง...เปลือกหอยเทียม เป็นเรื่องที่พูดกันถึงมาก แต่บางคนแย้งว่า จะทำให้ธรรมชาติมีสิ่งแปลกปลอม ในระยะแรก เราเลยขอเฉพาะหอยจริงๆก่อน นอกจากนี้ ยังต้องเลือกให้เป็นหอยในพื้นที่ เช่น หอยหวาน ไม่อยู่ที่เกาะสุรินทร์ เราก็พยายามคัดออก ไปเก็บไว้สำหรับบริเวณที่มีหอยหวาน แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ อาจต้องมีไอเดียทำเปลือกหอยเทียม สำหรับอนาคตครับ
สาม...หอยแปรรูปไปแล้ว ลำบากครับ ขึ้นกับว่าแปรขนาดไหน เช่น ที่เขี่ยบุหรี่ คงต้องดัดแปลงกันเยอะหน่อย ระยะนี้ ขอหอยแบบธรรมดาก่อนดีกว่าครับ
ขอบคุณที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ แม้ไม่มีหอย แต่มีไอเดีย ก็ถือว่าส่งใจไปช่วยแล้วครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์@ ไม่อยากบอกว่าที่ไปเห็นมา มีทั้งปูที่อยู่ในแก้วอย่างในภาพ อยู่ในขวดแบนซุปไก่ อยู่ในกลักฟิล์ม
และอื่นๆอีกมากมาย เฮ้อ เห็นแล้วก็อนาจใจจริงๆ หรือคุณปูแกกำลังฮิตบ้านแบบใหม่?
ช่วยอะไรกันได้ก็รีบช่วยกันนะจ๊ะ
จากคุณ แทนเทา@ หนังสือ ATG เล่มแรกที่หยิบมาอ่านคือเล่มที่มีเรื่องคืนบ้านให้ปูเสฉวน หลังจากที่อ่านจบก็รู้สึกสำนึกผิดและเสียใจที่ทำไม่ดีต่อเพื่อนรวมท้องทะเล,โลก, .... เคยเก็บและซื้อเปลือกหอยมาบ้างถึงแม้จะน้อยนิดก็เสียใจ รีบกลับไปเก็บเปลือกหอยทั้งหลายลงใส่กล่องเตรียมพร้อมไว้ไปทะเลคราวหน้าจะขอนำไปคืนเจ้าของด้วยมือของตนเอง ไม่นึกเลยว่าหลังจากเรียนจบป.ตรีอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จบออกมาจะกลายเป็นคนออกแบบบ้านให้คนอยู่อาศัย เป็นอาชีพที่รักที่ชอบแต่กลับกลายมาเป็นผู้ทำลายบ้าน \" บ้าน \" ที่ธรรมชาติ..นักออกแบบผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้สร้างมาไว้ให้เพื่อนร่วมท้องทะเลอาศัย ขอคืน........ขอโทษ......
จากคุณ หวาน@ รู้สึกสงสารปูเสฉวนน้อยจังเลย แต่ดีใจที่มีคนริเริ่มสิ่งๆดีๆขึ้นมา ก็ขอให้พวกเราร่วมมือ
กันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีต่อสังคมกันต่อไปนะคะ
จากคุณ pony@ เคยฟังจากรายการกรีนเวฟเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็รู้สึกสนใจ เผอิญได้เข้ามาเยี่ยมเวบนี้เลยไม่ลังเลที่จะเข้ามา ซึ่งก็ได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับธรรมชาติของปูเสฉวนที่ดิฉันไม่เคยทราบมาก่อนเลย ทำให้รู้สึกทึ่งในธรรมชาติ เห็นภาพที่เขาเข้าไปอาศัยเศษแก้วแล้วรู้สึกสะเทือนใจมากยิ่งได้อ่านบทความแล้วรู้สึกสงสารเขามาก แต่ก็ดีใจค่ะที่อย่างน้อยคนไทยกลุ่มหนึ่งกำลังสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับคนไทยอีกหลายคน ขอให้โครงการณ์ดีดีอย่างนี้มีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วดิฉันจะบอกต่อไปยังคนรู้จักเพราะตัวเองไม่เคยสะสมเปลือกหอย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันค่ะ
จากคุณ ศรีสุพร ชมชาติ@ เมื่อผมได้อ่านบทความเเละดูภาพผมรู้สึกสลดใจยิ่งนัก ว่าทําไมคนส่วนใหญ่สมัยนี้ถึงชอบ
ทิ้งขยะเเละชอบเก็บเปลือกหอย จนปูเสฉวนไม่มีที่อยู่ต้องใช้เเก้วที่เเตกเเล้วอยู่อาศัย
จากคุณ ด.ช. พงศ์พันธ์ บุญมาก@ เป็นโครงการที่มีคนรู้จจักนัอยมาก ควรมีการ PR มากกว่านื้
จากคุณ สถาพงศ์ ตระกูลดี@ หนูอยากเข้ามา web นี้มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเข้ามาซะที เพิ่งจะได้เข้ามาก็ครั้งนี้แหละค่ะ เห็นแล้วน่าสงสารปูนะค่ะ เมื่อประมาณปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมา หนูได้ไปเที่ยวเกาะมาค่ะ ... หนูอยากจะบอกว่า ... ขอโทษ เพราะตอนนั้น ก็เก็บหอยมา แบบ ไม่ได้คิดอะไร ... ตอนนี้อยากจะเอาไปคืนมาก ก ก ก เลย แต่ยังไม่มีโอกาสซะที หนูอยากทราบว่าถ้าหนูอยากจะเอาไปคืน หนูจะเอาไปคืนที่ไหนได้บ้างค่ะ สงสารปูไม่มีบ้านอยู่จังเลย
จากคุณ มาย@ เป็นความคิดที่ดีมากที่จะคืนบ้านใหปูเสฉวนค่ะ
จากคุณ MUY@ ได้อ่านแล้วเราก็ดีใจแทนปูเสฉวนที่เขาได้บ้านใหม่ แทนบ้านหลังเก่าที่เป็นเพียงเศษแก้ว ที่คนใจบุญช่วยกันบริจาคให้บรรดาปูเสฉวน แต่ก็ขอขอบคุณ กรีนเวฟที่ได้จัดกิจกรรมที่ดีอย่างนี้ แต่หนูก็ไม่มีโอกาสได้ร่วมโครการนี้ แต่หนูก็ไดไปเข้าค่าที่ชลบุรี เป็นป่าชายเลน ซึ่งมีปูเสฉวนบ้าง มีบ้านอยู่ สีสวยมาก ตอนเวลาน้ำลงก็จะมีหลงเหลืออยู่บ้างเวลาเราเดินชายหาด หนูก็ขอให้กรีนเวฟมีโครงการที่ดีอย่างนี้อีกน้ะค้ะ
จากคุณ นุชนารถ มุสิกานนท์ ( mikagami@thaimail.com,mokuri@ff8 source.com)@ ผมก็เพิ่งเคยเปิดเวบนี้อ่านดู แล้ว ก็เข้าใจดีถึงสภาพแวดล้อมนี้พอสมควร แต่เมื่อดูถึงระบบนิเวศแล้วมนุษย์รุกรานธรรมชาตฺมากเกินไปผมไม่เข้าใจว่าเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ แต่ขอตำหนิ
คนไทยและคนทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆเสียสละเพื่อสิ่งแวดล้อมบ้างเถอะครับ
จากคุณ นักอนุรักษ์ ภาคเหนือ@ ชอบมากเลยค่ะสำหรับบทความปูเสฉวน อยากไปร่วมงานด้วยแต่ไม่มีโอกาสค่ะ
ปกติก็เป็นคนรักทะเลอยู่แล้วเห็นใครทำร้ายทรัพยากรทางทะเลแล้วก้อเศร้าใจค่ะ
แต่ก็คงจะช่วยกันดูแลท้องทะเลด้วยอีกคนค่ะ
จากคุณ kpiyamas@hotmail.com@ ผมเห็นว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก เพราะถ้าถามถึงปูเสฉวนเราไม่ค่อยสนใจกันนักทั้งที่เป็นสัตว์ที่น่ารักทีเดียว ขอบคุณทุกคนที่ร่วมโครงการทุกคน การที่ผมสนใจโครงการนี้จึงขอไปทำทีซีสส่งอาจารย์
จากคุณ ต้น .ชุมพร@ ต้องการคุยกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับปูเสฉวนเพราะกำลังทำโครงงานเรื่องนี้อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าจะติดต่อใครได้บ้าง
จากคุณ วรรณธิดา เอกบุตร@ ต้องการคุยกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับปูเสฉวนเพราะกำลังทำโครงงานเรื่องนี้อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าจะติดต่อใครได้บ้าง
จากคุณ วรรณธิดา เอกบุตร@ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ร่วม Green Trip ไปคืนบ้านให้ปูเสฉวน ได้เห็นกับตาว่าปูเสฉวนตัวใหญ่มาก อยู่ในแก้วพลาสติก พวกเราจึงนำมันมาแล้วไปปล่อยที่หาดไม้งามพร้อมเปลือกหอยบ้านของพวกมัน ที่มีผู้ใจบุญคืนบ้านให้พวกมันอย่างมากมาย เพราะมีปูเสฉวนที่หาดไม้งามมาก แต่เปลือกหอยมีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย ดูพวกมันมีความสุขที่มีบ้านคืนมา อยากขอบคุณแทนปูเสฉวนด้วยนะคะ ที่พวกคุณจะไม่ทำร้ายโดยการเอาบ้านพวกมันไปอีกแล้ว ขอบคุณคะ
จากคุณ ตัวแทนปูเสฉวน@ ปูเสฉวนเป็นโครงการเฉพาะกิจค่ะ ถึงตอนนี้ มีผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับปูเสฉวนมาก แต่เท่าที่ชาวทะเลไทยดอตคอมรู้ เรายังไม่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ในเมืองไทยสักคน ได้ยินว่ากำลังมีนิสิตทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้อยู่ แต่ยังหาสถานที่ติดต่อไม่ได้ค่ะ
จากคุณ หนูดาวเองเจ๊า@ ดีใจมากที่ทุกคนให้ความสำคัญกับปูเสฉวนมากขนาดนี้ค่ะ ดิฉันได้ไปที่ชายหาดชะอำจำไม่ได้ว่าเดือนไหน มีปูเสฉวนตัวเล็กๆ เต็มชายหาด เยอะมากมาก มีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ เอาถุงพลาสติกเอย ขวดน้ำเอย เดินเก็บ ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นมีความคิดบ้างหรือเปล่า ดิฉันว่าถ้ามีก็คงไม่ทำหรอก พ่อแม่บางคนก็ช่วยลูกๆเก็บ ด้วย อยากจะไปบอกพวกเขาว่าอย่าเก็บเลย แต่ความกล้ามีไม่มากพอที่จะบอกพวกเขา ดิฉันมีความเห็นว่า จะเป็นได้ไหม ว่าสื่อ ต่างๆไม่มากพอ ที่จะให้คนส่วนใหญ่ (เน้นนะคะส่วนใหญ่) ได้รู้ และไม่ทำสิ่งที่ผิดอีกต่อไป ไม่ทราบว่าเพื่อนได้ไปเดินดูสวนจตุจักรบ้างไหม ดิฉันไม่ได้ไปมาหลายเดือนแล้ว พึ่งไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ได้เห็นร้านขายเปลือกหอยเยอะมาก มีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก เห็นแล้วเสียดาย รู้สึกแย่จังเลย โดยเฉพาะเทียนเจลตกแต่งด้วยเปลือกหอยเล็กๆ ซึ่งกำลังนิยมกันมาก แล้วเพื่อนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างจ๊ะ
ง
จากคุณ annsomcheng@hotmail.com@ ได้เห็นภาพปูเสฉวนในบ้านแก้วของมันแล้วน่าสงสารจริงๆค่ะ ป่านนี้จะยังคงมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ แต่อย่างน้อยเจ้าปูตัวนี้ก็ได้ทำหน้าที่กระตุ้นจิตสำนึกคนไทยได้อเป็นอย่างดี(แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ก็ตาม) มีข้อคิดเห็นบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ดังนี้ค่ะ 1) ขอพูดอย่างคนนอกที่ไม่ได้ร่ำเรียนหรือใกล้ชิดกับการอนุรักษ์ธรรมชาตินะคะว่า เรื่องบางเรื่องเกิดจากการความไม่รู้ เช่น การที่ปูหล่นมาจากแก้วแล้วคิดว่าจะจับเล่นได้ มนุษย์มีธรรมชาติของความอยากรู้อยากเห็น(แม้ว่าเพียงแค่ใช้สามัญสำนึกแล้วก็จะรูว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรก็ตาม)ฉะนั้นการช่วยกันเผยแพร่ความรู้ว่า ทำไม เพราะอะไร(ธรรมชาติของปู)จึงทำแบบนั้นไม่ได้ จะเป็นอันตรายต่อชีวิตมันอย่างไร ก็คิดว่า คน(ส่วนหนึ่งที่สามารถสอนได้)ที่ไม่รู้ก็จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจ และไม่ทำเช่นนั้นอีก เราไม่สามารถให้คนทั้งหมดทั้งโลกคิดได้เหมือนกันหมด ฉะนั้นถ้าแก้ไขเท่าที่ทำได้ก็ยังดีค่ะ 2) สืบเนื่องมาจากข้อแรก ดิฉันคิดว่าการเผยแพร่ความรู้ และการสร้างจิตสำนึกให้รัก หวง แหน และทนุถนอมธรรมชาติ ให้กับเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ชั้นอนุบาลจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เด็กๆอนุบาลโดยธรรมชาติแล้วจะรักสัตว์ จิตใจอ่อนโยน ปลูกฝังทัศนคติง่าย และยังเชื่อมโยงไปถึงผู้ปกครองด้วย หากว่าทางภาควิชา หรือหน่วยงานใดๆก็ตามที่มีจิตเปป็นกุศล อาจจะทำโครงการเล็กๆ เผยแพร่ตามโรงเรียน เช่น จัดกิจกรรม เกม ให้ความรู้แก่เด็ก ซัก 2-3 ชั่วโมงหรือ ครึ่งวัน ในหนึ่งสัปดาห์ (โดยต่อเนื่อง หรือเดือนละ 1 ครั้ง)สนับหมุนเวียนไปตามโรงเรียนต่างๆที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก หากเป็นไปได้ค่ะ โดยใช้ผู้ที่มีความรู้ หรือนักศึกษาที่เรียนมาโดยตรง หรืออาจทำแผ่นพับ ใบปลิว
ให้ความรู้กับครูอนุบาลก็ได้ค่ะ คิดว่าครูอนุบาลก็อยากรู้และอยากสอนเรื่องที่เป็นประโยชน์กับชีวิตจริงๆของเด็กเช่นกัน แต่ว่าขาดข้อมูลและเวลาที่จะหาข้อมูล (บทความเรื่องความเศร้าของปูเสฉวน เป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ และเด็กอนุบาลก็ซึมซับความรู้สึกเหล่านี้ได้ง่ายไม่แพ้เด็กประถมหรือมัธยมเลยค่ะ) หากได้รับการส่งเสริมหรือสนุบสนุนก็จะเป็นประโยชน์กับสังคมไทยมากค่ะ ทั้งหมดเป็นเพียงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคนที่รักทะเลคนหนึ่งนะคะ ขอบคุณที่ภาควิชาฯได้สร้างสรรค์Website ดีๆให้กับสังคมไทยค่ะ
จากคุณ จริยาภรณ์@ ได้เห็นภาพปูเสฉวนในบ้านแก้วของมันแล้วน่าสงสารจริงๆค่ะ ป่านนี้จะยังคงมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ แต่อย่างน้อยเจ้าปูตัวนี้ก็ได้ทำหน้าที่กระตุ้นจิตสำนึกคนไทยได้อเป็นอย่างดี(แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ก็ตาม) มีข้อคิดเห็นบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ดังนี้ค่ะ 1) ขอพูดอย่างคนนอกที่ไม่ได้ร่ำเรียนหรือใกล้ชิดกับการอนุรักษ์ธรรมชาตินะคะว่า เรื่องบางเรื่องเกิดจากการความไม่รู้ เช่น การที่ปูหล่นมาจากแก้วแล้วคิดว่าจะจับเล่นได้ มนุษย์มีธรรมชาติของความอยากรู้อยากเห็น(แม้ว่าเพียงแค่ใช้สามัญสำนึกแล้วก็จะรูว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรก็ตาม)ฉะนั้นการช่วยกันเผยแพร่ความรู้ว่า ทำไม เพราะอะไร(ธรรมชาติของปู)จึงทำแบบนั้นไม่ได้ จะเป็นอันตรายต่อชีวิตมันอย่างไร ก็คิดว่า คน(ส่วนหนึ่งที่สามารถสอนได้)ที่ไม่รู้ก็จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจ และไม่ทำเช่นนั้นอีก เราไม่สามารถให้คนทั้งหมดทั้งโลกคิดได้เหมือนกันหมด ฉะนั้นถ้าแก้ไขเท่าที่ทำได้ก็ยังดีค่ะ 2) สืบเนื่องมาจากข้อแรก ดิฉันคิดว่าการเผยแพร่ความรู้ และการสร้างจิตสำนึกให้รัก หวง แหน และทนุถนอมธรรมชาติ ให้กับเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ชั้นอนุบาลจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เด็กๆอนุบาลโดยธรรมชาติแล้วจะรักสัตว์ จิตใจอ่อนโยน ปลูกฝังทัศนคติง่าย และยังเชื่อมโยงไปถึงผู้ปกครองด้วย หากว่าทางภาควิชา หรือหน่วยงานใดๆก็ตามที่มีจิตเปป็นกุศล อาจจะทำโครงการเล็กๆ เผยแพร่ตามโรงเรียน เช่น จัดกิจกรรม เกม ให้ความรู้แก่เด็ก ซัก 2-3 ชั่วโมงหรือ ครึ่งวัน ในหนึ่งสัปดาห์ (โดยต่อเนื่อง หรือเดือนละ 1 ครั้ง)สนับหมุนเวียนไปตามโรงเรียนต่างๆที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก หากเป็นไปได้ค่ะ โดยใช้ผู้ที่มีความรู้ หรือนักศึกษาที่เรียนมาโดยตรง หรืออาจทำแผ่นพับ ใบปลิว
ให้ความรู้กับครูอนุบาลก็ได้ค่ะ คิดว่าครูอนุบาลก็อยากรู้และอยากสอนเรื่องที่เป็นประโยชน์กับชีวิตจริงๆของเด็กเช่นกัน แต่ว่าขาดข้อมูลและเวลาที่จะหาข้อมูล (บทความเรื่องความเศร้าของปูเสฉวน เป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ และเด็กอนุบาลก็ซึมซับความรู้สึกเหล่านี้ได้ง่ายไม่แพ้เด็กประถมหรือมัธยมเลยค่ะ) หากได้รับการส่งเสริมหรือสนุบสนุนก็จะเป็นประโยชน์กับสังคมไทยมากค่ะ ทั้งหมดเป็นเพียงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคนที่รักทะเลคนหนึ่งนะคะ ขอบคุณที่ภาควิชาฯได้สร้างสรรค์Website ดีๆให้กับสังคมไทยค่ะ
จากคุณ จริยาภรณ์@ ขอบคุณครับสำหรับหลายความคิดเห็น เรามาช่วยกันคนละไม้ละมือ โดยเฉพาะความคิดเห็นที่จะเริ่มตั้งแต่เด็กอนุบาล ดีมากเลยครับ ถ้ามีใครวาดรูปเก่งๆ น่าจะเขียนเป็นหนังสือออกมา คงช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้เยอะ ไว้ทีมงานจะพยายามทำเท่าที่ทำได้ครับ
แก้ความเข้าใจผิดนิดหนึ่ง ทะเลไทยดอตคอมเป็นเว็บอิสระครับ เราได้ข้อมูลบางส่วนจากภาควิชาฯ รวมทั้งผมเองก็เป็นบุคลากรของที่นั่น แต่เว็บนี้ไม่ขึ้นกับระบบราชการ เนื่องจากเป็นเว็บส่วนตัวครับ
จากคุณ อาจารย์ธรณ์@ ผมมีเอาไปให้ที่ไหนดีครับผมจะเอาไปให้ด้วยความยินดีคิดต่อผมมานะครับ ton_direk@hotmail.com บอกผมมาผมจะไปให้ถึงที่จะช่วยเต็มที่
จากคุณ ต้น@ ผมไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้เป็นอย่างมาก
เสฉวนที่พวกคุณเห็นอยู่ในขวดแก้ว อาจจะเป็นแค่ตัวเดียวก็ได้ ไม่ใช่ตัวแทนของเสฉวนทั้งหมด
อาจเป็นเพราะมันเติบโตจนใหญ่เกินกว่าเปลือกเดิมแล้วยังอยู่ระหว่างหาเปลือกใหม่ที่ดีกว่าไม่ได้
เชื่อในสิ่งที่เห็นงั้นหรือ คุณไม่มีการวิจัยอะไรเลย หลักการและเหตุผลของโครงการก็ไม่เห็นชัด
โครงการนี้เหมือนถูกทำขึ้นมาเพื่อการอื่น เพียงโฆษณาสถานที่ กลุ่ม หรือสื่อมวลที่สนับสนุน
ดีเจที่จัดรายการพูดออกมาได้ว่าเอาเปลือกหอยที่กินแล้วมาก็ได้ ทั้งที่มันถูกเผาอบแล้วเนี่ยนะ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การรวมเปลือกหอยจากที่อื่นมาปล่อยไว้ที่ใดที่หนึ่งนั้น รังแต่จะสร้างปัญหา
ไม่ว่าจะเป็นทาง สัณฐานวิทยาMorphology บรรพชีวินPaleontology และทางชีววิทยาอื่นๆ
.....
จากคุณ Shore Process@ โอเคเลยคับคุณ shore นักวิชากานผู้มากฟามรู้ท่วมหัวตัวรอด เป็นอันว่าคุณคิดเช่นนั้น แต่ผมคิดอย่างนี้ครับ คุณบอกว่าเห็นรูปถ่ายรูปเดียวแล้วจะทำให้รวมเหมาหมดได้เช่นไร คงไปเหมาหมดไม่ได้ แต่เพียงภาพนี้ก็ไปกระตุ้นให้มนุษย์หลายๆต่อหลายคนรู้และเข้าใจประโยชน์ของเปลือกหอยที่ไม่มีเนื้อหอย เปลือกหอยแสนๆหมื่นๆชิ้นถูกเก็บไปทำเรื่องไม่เป็นเรื่องเพื่อปากท้องของคนเก็บ คนๆหนึ่งเก็บวันนึงนับเป็นกิโลๆไปขาย ได้ไม่กี่ตัง แต่ก็พอกินพออยู่ได้ นับไปกับชาวเลทั้งประเทศที่ทำเช่นนี้ รวมกับพวกที่มาเที่ยวแล้วอยากได้ความงดงามของธรรมชาติเป็นของตัวเองซึ่งก็ตัวเองก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งเหมือนปูเสฉวนนั่นแหล่ะ รวมๆกันแล้วผมว่าคงมากพอที่จะทำให้เจ้าปูน้อยๆทั้งหลายเดินเก็บหาขวดเหล้า แก้วกาแฟ ถามคุณหน่อย....ถ้าคุณมีบ้านสวยๆมากพอให้คุณเลือกอยู่แล้วคุณจะอยากได้สังกะสีกะละมังมาสร้างบ้านหรือปล่าว ผมว่าคุณมองโลกในแง่ร้ายเกินไป โครงการที่คุณบอกว่าเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มบางกลุ่ม ผมว่ามีให้เห็นมากกว่านี้เยอะ แล้วถึงผมจะทราบว่าโครงการนี้มีผู้ได้รับผลประโยชน์ ผมก็ไม่ได้แคอะไร เพราะประเด็นหลักคือไปโปรดสัตว์ ถึงใครจะทำเพื่อเอาหน้า หรือมีผลประโยชน์อะไรมันก็คุ้มค่า เพราะการจะช่วยเหลือสัตว์น้อยนี้ได้ทีละมากๆเราคงทำแบบนี้ไม่ได้ด้วยตัวคนเดียวหรือกลุ่มๆเดียว เราคงต้องมีทุนและความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย และหอยเผา หอยต้ม ถ้าสภาพยังดี ผมก็คิดว่ามันก็ไม่เสียหายอะไร เพราะดีกว่าให้มันลากแก้วลากกระป๋อง ว่าแต่คุณเหอะ......ช่วยอะไรบ้างยัง
จากคุณ realvee@hotmail.com@ หลากหลายความคิดเห็นดีครับ สำหรับงานวิจัยหรือการศึกษาวิชาการ ปัจจุบันเริ่มมีนักวิจัยหลายท่านกำลังให้ความสนใจ นิสิตบางคนก็กำลังทำวิทยานิพนธ์ ผมคงต้องบอกตามตรงว่าพวกเขาเหล่านั้นบางคน ที่สนใจอยากทำก็เพราะได้ยินเรื่องราวจากโครงการนี้ด้วย
สำหรับผลประโยชน์ที่จะได้รับ ผมไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรนะครับ ถ้าเป็น Green Wave หรือ THINK EARTH พวกเขาเป็นองค์กรเอกชน ในรูปแบบบริษัท ไม่ได้เป็นมูลนิธิ ไม่ได้ขอเงินบริจาคใครมาเพื่อจัดทำโครงการนี้ เป็นการจัดทำในรูปแบบบริษัท เหมือนกับเป็นทัวร์หรือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่ได้ช่วยตามธรรมชาติในความคิดของเขาด้วย ในความคิดส่วนตัว ผมไม่เห็นว่าผิดตรงไหน เพราะเราไม่ได้ขอบริจาคเงินใครมาทำนี่ครับ เขาทำด้วยเงินของเขาเอง
สำหรับ TalayThai.com คงไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกครับ ถ้าจะได้อาจเป็นการประชาสัมพันธ์ทางอ้อม ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของเว็บไซต์ทั่วโลก ที่ต้องหากิจกรรมมาเพื่อประชาสัมพันธ์ ผมเลยงงนิดๆว่าการได้ประโยชน์ที่ว่าเป็นอย่างไร ถ้าหมายถึงเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องปรกติในความคิดผมครับ
การอนุรักษ์ของเมืองไทย หากรอให้มีงานวิจัยมารองรับให้หมด...ค่อยเริ่ม ผมเรียนตามตรงว่าเกิดมายังไม่เคยเห็นโครงการไหนที่ทำอย่างนั้นได้เลย ปล่อยเต่าก็ทำวิจัยพร้อมกิจกรรม ปล่อยหอยมือเสือก็เช่นกัน ย้ายปะการังหรือปลูกปะการังก็ยังวิจัยอยู่เลย การคืนบ้านให้ปูก็เป็นโครงการหนึ่ง ทำทำวิจัยไปด้วยมีกิจกรรมไปด้วย ปัจจุบันกรมป่าไม้ก็ยังทำอยู่ครับ
ผมคิดว่าบางคนอาจเข้าใจโครงการนี้ในคนละมุมกับผม อาจสงสัยว่าทำไมเราไม่รณรงค์ให้คนไม่เก็บเปลือกหอยจะดีกว่าหรือไม่? ถ้าทำอย่างงั้นได้ก็ดีครับ แต่การรณรงค์ในเมืองไทย...ไม่ง่ายเช่นนั้นแน่นอน ยังมีเรื่องอื่นๆทีเกี่ยวข้อง เช่น ถ้าไม่มีประเด็น สื่อมวลชนก็ไม่ค่อยให้ความสนใจนำเสนอ คนอ่านก็เฉยๆรู้มาตั้งนานแล้ว แต่ถ้ามีประเด็นมีตัวอย่าง การตอบสนองจะมากกว่ากันเยอะ
ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ของผม อาจตรงหรือแตกต่างจากของท่านอื่น แต่ผมยังรักที่จะทำโครงการในลักษณะนี้ต่อไป เพราะในความคิดเห็นของผม...มีประโยชน์ครับ
ไม่ได้ต่อว่าหรือแก้ต่าง แต่ละคนย่อมคิดแต่ละทาง ดีครับมีหลายมุมมองดี
จากคุณ อาจารย์ธรณ์@ เอ่อ...อ่านแล้วเศร้าคับ แต่ดีใจที่อย่างน้อยคนไทยก้อยังมีจิตสำนึกต่อคุณค่าทรัพยากรท้องทะเลไทย ผมเคยได้ไปเที่ยวเกาะรอก เมื่อปี่ที่แล้ว(2543) ไปพบปูเสฉวนตัวใหญ่เท่ากำปั้น ใหญ่มาก เปลือกหอยที่ปูตัวนั้นอยู่ก้อคงเป็นเปลือกที่ได้จากความร่วมมือร่วมใจของผู้บริจาคแน่ๆ นึกแล้วปลื้มครับ เกาะอาดังก้อเคยไป ได้เห็นปูเสฉวนด้วย ดีใจมาก...
จากคุณ วัยวัยคุง waiwai@dynamiczone.com@ ดิฉันและเพื่อนๆที่ทำงานโฆษณาด้วยกันอยากจะช่วยปูเสฉวนไม่ให้โดนขโมยบ้่านไปมากกว่านี้
เพราะเคยเห็นภาพปูกับฝาขวดก็เศร้าจะแย่แล้ว เมื่อวานไปสวนจัตุจักรเห็นร้านค้าหลายร้านขาย
เปลือกหอยเต็มร้าน รู้สึกว่าอยากช่วยเท่าที่ช่วยได้ จึงขออาสาอีกแรง คิดกันว่าอยากทำสื่อรณรงค์
ให้คนไทยเลิกสนับสนุนสินค้าเครื่องประดับจากเปลือกหอย ยิ่งคุยกันก็ยิ่งอยากทำ แต่ไม่ทราบ
จะเริ่มติดต่อกับใครดี หากอาจารย์เห็นว่าดิฉันและเพื่อนๆพอจะเป็นประโยชน์กับโครงการนี้ได้
กรุณาแนะนำบุคคลหรือหน่วยงานที่เราควรเริ่มคุยด้วยนะคะ แล้วจะตามมาอ่านคำตอบค่ะ
จากคุณ สีส้ม@ ดิฉันและเพื่อนๆที่ทำงานโฆษณาด้วยกันอยากจะช่วยปูเสฉวนไม่ให้โดนขโมยบ้่านไปมากกว่านี้
เพราะเคยเห็นภาพปูกับฝาขวดก็เศร้าจะแย่แล้ว เมื่อวานไปสวนจัตุจักรเห็นร้านค้าหลายร้านขาย
เปลือกหอยเต็มร้าน รู้สึกว่าอยากช่วยเท่าที่ช่วยได้ จึงขออาสาอีกแรง คิดกันว่าอยากทำสื่อรณรงค์
ให้คนไทยเลิกสนับสนุนสินค้าเครื่องประดับจากเปลือกหอย ยิ่งคุยกันก็ยิ่งอยากทำ แต่ไม่ทราบ
จะเริ่มติดต่อกับใครดี หากอาจารย์เห็นว่าดิฉันและเพื่อนๆพอจะเป็นประโยชน์กับโครงการนี้ได้
กรุณาแนะนำบุคคลหรือหน่วยงานที่เราควรเริ่มคุยด้วยนะคะ แล้วจะตามมาอ่านคำตอบค่ะ
จากคุณ สีส้ม@ ที่รักคะภัทร์รักคุณนะ
จากคุณ บีบี้
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.