![]() Last Update : Tuesday 20 March, 2001 2:57 AM |
|
รวมมิตรเสฉวน ความเศร้าของปูเสฉวน
หนูดาวกับปูเสฉวนแก้ว
คืนบ้านให้ปูเสฉวน
บ้านมีรูของปูตัวนิ่ม
บ้านในฝันของเสฉวน
Green Trip กับบ้านมีรูของปูตัวนิ่ม
แสดงความคิดเห็น
คืนบ้านให้ปูเสฉวน
บรรดาปูทั้งหลายในโลก เราสามารถแบ่งง่ายๆได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Brachyurans หรือปูทั่วไป เช่น ปูลม ปูม้า ปูทะเล ส่วนหางของปูกลุ่มนี้จะลดรูปจนหายไปเกือบหมด อีกกลุ่มคือ Anomurans ปูกลุ่มนี้ยังมีส่วนหางพอให้สังเกตเห็นได้ เช่น ปูหัวแหลม และที่รู้จักกันดีคือปูเสฉวน
ธรรมชาติย่อมมีวิวัฒนาการ แสนปี...ล้านปี...หรือมากกว่านั้น ไม่มีใครสามารถบอกได้ แต่ปูกลุ่ม Anomurans ทราบดีว่าหากเขายังมีหางยาวล่อเป้าศัตรูเช่นนี้ โอกาสที่เผ่าพันธุ์จะดำรงอยู่ต่อไปแทบไม่มี แต่ละชนิดจึงต้องหาทางรอด บางชนิดเข้าไปพึ่งพาดอกไม้ทะเลเป็นที่อาศัย หลายชนิดปีนป่ายตามปะการังอ่อนและกัลปังหา
ในจำนวนนี้มีหนึ่งกลุ่มที่วิวัฒนาการแปลกประหลาด แทนที่พวกเขาจะไปอาศัยร่วมกับสัตว์อื่น ปูเสฉวนกลับเลือกซ่อนกายไว้ในเปลือกหอยฝาเดียว ที่เจ้าของเดิมได้ลาโลกไปแล้ว จากนั้นไม่ว่าปูน้อยเดินไปไหน เปลือกหอยฝาเดียวหรือ "บ้าน" ของเขาจะติดไปด้วยเสมอ
ทุกครั้งที่เจอเปลือกหอยใหม่ ปูเสฉวนออกมาจากเปลือกเก่า เพื่อเข้าไปทดลองเปลือกใหม่ว่าเหมาะสมกว่าหรือไม่? ทำเช่นนี้ไปเรื่อย บ้านของปูน้อยจึงเป็นบ้านดีที่สุด พฤติกรรมเช่นนี้สอนให้เรารู้ว่าไม่มีสิ่งใดในธรรมชาติที่ไร้ประโยชน์
แต่การรุกรานก็เริ่มต้น นักท่องเที่ยวไปทะเล เปลือกหอย...สวยจัง เก็บกลับบ้านดีกว่า ฝากคนนี้...ให้คนนี้ เหลือเก็บไว้หน่อยนึงเป็นที่ระลึกถึงความทรงจำที่ดีของเรา มีเพียงน้อยคนที่ทราบว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นความทรงจำสุดเศร้าของปูเสฉวน
สายสัมพันธ์แสนงดงาม ผ่านการทดสอบจากธรรมชาติครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลาเนิ่นนาน ถูกทำลายลงจนเกือบสิ้นไปในช่วงสั้นๆ ปูน้อยไม่มีบ้านอยู่อีกแล้ว เมื่อเขาลอกคราบจนมีขนาดใหญ่ เปลือกหอยเดิมคับแคบ เขาจำเป็นต้องทน ลูกหลานอีกนับแสนนับล้านชีวิต แม้ว่ารอดจากศัตรูผู้ล่าในช่วงเป็นเด็ก แต่เติบโตขึ้นมาเพื่อตาย เพราะไม่มีบ้านให้อาศัย เปลือกหอยกลายเป็นความทรงจำที่ดีของนักท่องเที่ยวไปหมดแล้ว
สิ่งที่มาแทนคือขยะ เศษกระป๋อง แก้วแตกที่ถูกขว้างทิ้งหลังจากเมาได้ที่ กระป๋องแป้งถูกโยนไว้เมื่อหมดประโยชน์ เสฉวนจำต้องเลือก เดินคุ้ยหาตามกองขยะ ตัวโน้นได้แก้วแตก ตัวนี้ได้กล่องฟิล์ม นี่แหละบ้านใหม่ของปูเสฉวน
หลายคนหัวเราะเมื่อเห็นปูน้อยเดินโซเซแบกแก้วหนักอึ้งบนหลัง สามสี่ก้าวแก้วก็หลุดพรวดกลิ้งกับพื้น เพราะเสฉวนไม่ได้ใช้เวลาหลายล้านปีวิวัฒนาการมาเพื่ออยู่ในขยะ ส่วนหางของเขาเอียงขวาเพื่อให้เหมาะสำหรับสอดใส่ในเปลือกหอย
บางคนบอกว่าโอ้โฮปูไฮเทค ฉลาดจังรู้จักใช้ขยะให้เป็นประโยชน์ พวกเราไม่ได้นึกเลยว่านั่นคือหนึ่งในหลักฐาน ประจานความล้มเหลวของการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืนของคนไทย
ถึงเวลาแก้ไขความผิดพลาด หลายต่อหลายปีที่หลายต่อหลายคนพบสภาพดังกล่าว ถ่ายภาพและเขียนบทความบรรยายถึงความรู้สึกเมื่อได้เห็น ในวันนี้...ความพยายามไม่สูญเปล่า
โครงการ "คืนบ้านให้ปูเสฉวน" เกิดขึ้นตามความตั้งใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ ปองพล อดิเรกสาร หลังจากท่านเป็นผู้หนึ่งที่เคยเห็นภาพปูเสฉวนกระป๋องแป้งบนเกาะอาดังเมื่อห้าปีก่อน ส่งภาพถ่ายและเขียนบทความลงตีพิมพ์หลายครั้ง รวมถึงการอ่านบทความในทำนองเดียวกันจากนักเขียนท่านอื่น ทำให้เชื่อว่าสภาพเช่นนี้มีทั่วไป
คณะกรรมการอนุรักษ์ปูเสฉวนถูกจัดตั้ง ตามด้วยการดำเนินงานของกรมป่าไม้ กรมประมง บริษัท Dive Master จำกัด ฯลฯ เพื่อขอรับบริจาคเปลือกหอยทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน โครงการ THINK EARTH บริษัท สยามกลการ จำกัด ร่วมกับภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ และนิตยสาร Advanced Thailand Geographic จัดทำสื่อโปสเตอร์เรื่องนี้เพื่อให้คนไทยเข้าใจและหยุดทำร้ายปูเสฉวน
นี่คือหนึ่งในจุดเริ่มของการอนุรักษ์แนวทางใหม่ นอกเหนือไปจากการเก็บขยะ ปล่อยเต่า วางทุ่น ฯลฯ ที่ทำกันเป็นประจำ จริงอยู่ว่าครั้งนี้เราไม่สามารถหยุดยั้งการทำลายทุกรูปแบบได้ถาวร แต่เรากำลังขอโทษกับปูเสฉวนว่าทำผิดไปแล้ว ขอโทษที่เราเคยทำร้ายพวกเขาแสนสาหัส และสัญญาว่าการกระทำเช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก
เปลือกหอย 7,080,000 เปลือกในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน เป็นหลักฐานยืนยันถึงสำนึกที่ยังไม่สูญหายของคนไทย
ในวันที่ 10 ธันวาคม 2542 คณะทำงานนำโดยท่านรัฐมนตรีฯปองพล อดิเรกสาร ท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เดนมาร์ก และฮังการี อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมประมง และผู้บริหารชั้นสูงของกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงสื่อมวลชนสาขาต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 100 ชีวิต ออกเดินทางไปอุทยานฯหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง เรามาเพื่อคืนบ้านให้ปูเสฉวน แต่ยังมีงานที่เกี่ยวข้องอีก 2 โครงการ หนึ่งคือพิธีการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเล และสองคือการเปิดระวางเรือ "ธำรงนาวาสวัสดิ์"
เรือเหล็กขนาด 72 ฟุตของกรมป่าไม้ สามารถวิ่งด้วยความเร็วถึง 28 น๊อต (1 น๊อตเท่ากับ 1.85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ออกแบบมาเพื่อปราบปรามการทำร้ายทะเลในเขตอุทยานฯทุกรูปแบบ ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตรมช.และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่ท่านบำเพ็ญคุณประโยชน์ให้แก่อุทยานฯทางทะเล และมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เปิดอุทยานฯทางทะเล 12 แห่ง อาทิ อุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา อุทยานฯสามร้อยยอด อุทยานฯหาดเจ้าไหม อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้น
เรือ "ธำรงนาวาสวัสดิ์" ประจำอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน มีภารกิจเพื่ออนุรักษ์อุทยานฯทางทะเล ให้สมเจตนาของท่านอดีตปลัดกระทรวงฯ ที่ต้องการรักษาสมบัติแห่งโลกสีคราม ไว้ให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์ตราบนานเท่านาน
คณะทำงานออกเดินทางต่อไปเกาะรอก อุทยานฯหมู่เกาะลันตา สองทุ่มคืนนั้น พวกเราได้เห็นภาพที่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เราเดินผ่านป่ามุ่งตรงสู่ชายหาดด้านหลังหน่วยพิทักษ์ฯเกาะรอก เป็นรอยต่อระหว่างป่าชายหาดกับหาดทราย เจ้าหน้าที่ฯวางเปลือกหอยกองหนึ่งไว้ตั้งแต่เย็น ทันทีที่ไฟฉายส่องกองเปลือกหอย เราเห็นปูเสฉวนนับร้อย...ไม่สิ...หลายร้อย ตั้งแต่ตัวเล็กเท่าปลายนิ้วก้อย จนถึงตัวใหญ่ขนาดกำปั้น กำลังสาละวนกับการเลือกบ้านใหม่
ผมไม่ทราบว่าคนอื่นมีความรู้สึกเช่นไร? แต่สำหรับผม ในฐานะที่เป็นหนึ่งในนักเขียนที่นำเสนอเรื่องนี้มาหลายครั้ง ผมอยากร้องไห้ รู้สึกว่าความฝันลมๆแล้งๆ บัดนี้กลายเป็นความจริง
มองผ่านเลนส์ ผมเห็นท่านรัฐมนตรีฯโยนเปลือกหอยที่ท่านถือติดมือมาลงบนพื้น ผมไม่อาจจะเดาความรู้สึกของท่านในฐานะรัฐมนตรีฯ แต่ในฐานะคนไทยด้วยกัน ผมคิดว่าท่านคงรู้สึกตื้นตัน วันนี้ปูเสฉวนยอมรับคำขอโทษจากพวกเราแล้ว
การเดินทางยังไม่จบ ในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2542 เราเดินทางไปเกาะอาดัง-ราวี ก่อนสิ้นสุดที่เกาะตะรุเตา เปลือกหอยหลายหมื่นวางเรียงรายอยู่ชายหาด รอเวลาให้ปูน้อยขึ้นมาหาบ้านใหม่
จากการสัมภาษณ์ท่านรัฐมนตรีฯ ผมทราบว่าท่านดีใจที่ได้เปลือกหอยกว่าเจ็ดล้านเปลือก แต่เสียใจที่ในอดีตไม่นาน มีปูเสฉวนอย่างน้อยเจ็ดล้านตัวที่อาจตายก่อนได้เห็นเปลือกหอยเหล่านี้
เราจึงต้องเดินหน้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำโครงการต่อเนื่อง เริ่มศึกษาเรื่องปูเสฉวนอย่างจริงจัง ประเมินผลโครงการโดยศึกษาจากเปลือกหอยบางส่วนที่ติดหมายเลขไว้ ฯลฯพวกเราชาวไทยมีส่วนในการทำร้ายปูเสฉวนในอดีต เมื่อคิดจะขอโทษปูน้อย เราไม่อาจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ทุกคนมีสิทธิขอโทษปูเสฉวนด้วยการกระทำของตนเอง เช่น เลิกเก็บเปลือกหอยจากธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติและเขตอนุรักษ์ ไม่ซื้อเปลือกหอยจากร้านค้า อย่าทิ้งขยะตามชายหาด บอกเด็กๆที่ไม่รู้เท่าถึงการณ์ว่าอย่านำปูเสฉวนมาเล่น ฯลฯ ที่สำนึกของเราบอกได้
การเดินทางช่วงเวลาสามวันในอันดามันใต้สิ้นสุดลง นอกจากประสบการณ์ดีๆที่ได้รับเหมือนทุกครั้งเมื่อไปทะเล ผมยังได้รับความรู้สึกที่ต้องการเหลือเกินในเวลานี้ นั่นคือการเห็นผู้อาวุโสอย่างท่านรัฐมนตรีฯปองพล อดิเรกสารและท่านอดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ มาถึงจุดสำเร็จในสิ่งที่พวกท่านทุ่มเทไปตลอดเวลาหลายสิบปี
ผมผู้เคยคิดว่าหลายปีที่ทำมา...มากแล้ว ได้กลับมาคิดใหม่ว่าที่จริงช่วงเวลานั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การอนุรักษ์ไม่ได้สำเร็จโดยการตัดพ้อหรือการทำงานเพียงสิบยี่สิบปี แต่ต้องลงมือกระทำในเวลาเกือบทั้งชีวิต
คุณผู้อ่านครับ บนเส้นทางของการรักษาทรัพยากรไว้ให้ลูกหลาน ไว้ให้ทุกชีวิตใต้ผืนน้ำบนแผ่นดินและในท้องฟ้า ได้มีสิทธิอยู่อย่างที่ธรรมชาติสร้างมา อาจมีได้หลายเส้นทาง แต่จุดหมายย่อมมีหนึ่งเดียว
วันหนึ่ง...อาจนานแสนนาน...ไกลแสนไกล แต่ผมเชื่อว่าพวกเราคงจะได้พบกันที่ปลายทางสายนั้น ตามที่ผู้อาวุโสหลายท่านได้กรุยทางไว้ให้แล้ว..
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.