![]() Last Update : Tuesday 20 March, 2001 2:52 AM |
|
รวมมิตรเสฉวน ความเศร้าของปูเสฉวน
หนูดาวกับปูเสฉวนแก้ว
คืนบ้านให้ปูเสฉวน
บ้านมีรูของปูตัวนิ่ม
บ้านในฝันของเสฉวน
Green Trip กับบ้านมีรูของปูตัวนิ่ม
แสดงความคิดเห็น
"ความเศร้าของปูเสฉวน" เขียนครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการ" พ.ศ.2540 ต่อจากนั้นนำพิมพ์ซ้ำในหนังสือพิมพ์และนิตยสารอื่นๆหลายครั้ง ตอนที่เขียนไม่ได้หวังอะไรมาก แต่ท่านปองพล อดิเรกสาร อ่านเจอ ประกอบกับท่านเคยเห็นปูเสฉวนมีบ้านเป็นกล่องนม เลยรีบทำโครงการ "คืนบ้านให้ปูเสฉวน" โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอนนี้หน่วยงานเอกชนหลายแห่งเข้ามาสานต่อ หวังว่าสักวันเสฉวนทุกตัวในเมืองไทยคงมีบ้าน...นะครับ หากใครต้องการช่วยคืนบ้านให้ปู ติดต่ออุทยานฯทางทะเลได้ทุกแห่ง หรือจะฝากไว้ในทะเลไทยดอตคอมก็ได้ เราจะพยายามหาทางประสานงาน ช่วยกันคืนบ้านให้คุณปูครับ
เขาเป็นปูเสฉวนยักษ์อาศัยอยู่ทั่วไปตามหาดทรายและในแนวปะการัง
ตั้งแต่ครั้งจำความได้ เขาเป็นไข่ติดอยู่กับท้องแม่ เมื่อถึงเวลาเหมาะสมจึงฟักเป็นแพลงก์ตอนน้อยลอยวนเวียนกลางมวลน้ำ พัฒนารูปร่างเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงอายุ ระหว่างนั้นพี่น้องร่วมครอบครัวหลายต่อหลายตัวถูกกินไปโดยผู้ล่า เหลือเขาหลุดรอดมาคล้ายมีโชคช่วย
มาถึงวันหนึ่งเขาเติบโตพร้อมลงสู่พื้น เสฉวนตัวน้อยรีบหาเปลือกหอยกำบังกาย ธรรมชาติสร้างเขาให้แตกต่างจากกุ้งปูหรือกั้งอื่น แทนที่จะใช้เปลือกแข็งป้องกันลำตัวเพียงอย่างเดียว เขาวิวัฒนาการลำตัวส่วนท้องให้อ่อนนุ่ม มีรูปทรงโค้งเหมาะสำหรับสอดกายลงในเปลือกหอย
เขาเริ่มออกท่องทะเลโดยนำ "บ้าน" ติดตัวไปด้วย ยามปลาหรือสัตว์ใหญ่แวะเวียนเข้ามา เจ้าปูรีบหดกายหายไปในเปลือก ขาที่เล็กบริเวณท้องถูกสร้างมาให้สอดใส่เข้าไปได้ง่าย ส่วนก้ามทั้งสองจะมีข้างหนึ่งใหญ่เป็นพิเศษ เสฉวนใช้ก้ามข้างนี้ปิดทางเข้าเป็นลำดับสุดท้าย แม้ปลาจะใช้ความพยายามสักเท่าไหร่ โอกาสจับเขากินมีน้อยยิ่งนัก
แต่ใช่ว่าเขาจะไม่มีโอกาสถูกทำร้าย หลายครั้งที่เสฉวนเห็นเพื่อนของเขาถูกปลาใหญ่บุกเข้าจู่โจม ปากและฟันที่แข็งแรงสามารถขบเปลือกหอยอันจ้อยให้แตกก่อนลากเพื่อนผู้ไร้ทางสู้ออกมากิน แต่ทุกครั้งโชคยังเข้าข้างเขา...เจ้าปูเสฉวนยังปลอดภัย
มีบางครั้งเขาเดินขึ้นไปบนชายหาด นานมาแล้วที่แห่งนี้เงียบสงบ แต่ปัจจุบันคราคร่ำไปด้วยฝูงตัวประหลาดที่เรียกตนเองว่า "มนุษย์" ปูน้อยเคยโดนเหยียบจมทราย แต่เขายังโชคดีกว่าเสฉวนหลายตัวที่โดนเหยียบบนหิน ทุกครั้งที่เห็นจุดจบของเพื่อนปูเช่นนั้น เขารีบรุดลงทะเลแล้วไม่พยายามจะกลับขึ้นมาจนกว่าสัญชาตญานจะเรียกร้อง
เวลาผ่านไปปูน้อยเติบโตขึ้น สัตว์พวกเขาใช้การลอกคราบเพื่อขยายขนาดตัวเอง วิธีการแตกต่างจากปูหรือกุ้งอื่นเพราะเสฉวนไม่ต้องไปหาที่หลบซ่อน แต่เก็บตัวอยู่ในบ้านของเขา ปัญหามีอยู่ประการเดียวคือต้องหาเปลือกหอยขนาดใหญ่ขึ้นยามที่อยู่เดิมคับแคบ ช่วงนั้นคือเวลาวิกฤต ปูเสฉวนผู้ไร้บ้านย่อมเป็นเหยื่ออันโอชะของสัตว์อื่น
หลายครั้งที่เขาเห็นกฏแห่งธรรมชาติ เคยเห็นกุ้งที่ซ่อนในซอกหลืบถูกปลาไหลมอเรย์ตามเข้ามาจับกิน เคยเห็นปูที่ซ่อนอยู่ในรูถูกงูทะเลลากออกมาเป็นอาหาร
อีกหลายครั้งเขาเห็นกฏแห่งมนุษย์ เคยเห็นหอยหลายตัวถูกจับไปเพราะอะไรก็ไม่รู้ เคยเห็นปะการังและกัลปังหาถูกงัดแงะไปจากโลกใต้ทะเล
ทุกครั้งเสฉวนคิดว่าตัวเองเป็นสัตว์โชคดี ธรรมชาติลำเอียงให้เขามีเปลือกหอยเป็นบ้านป้องกันตัวเองจากสัตว์อื่น อีกทั้งมนุษย์ยังมีคุณธรรมพอที่ไม่คิดจับเขาไปฆ่าเพื่อเอาเปลือกหอย
ปูเสฉวนไม่ทราบว่าเขาคิดผิด...
มาถึงวันหนึ่งเขาพร้อมลอกคราบเพื่อเจริญเติบโตอีกครั้ง ตอนนี้ตัวเขาเกือบเท่ากำปั้น การลอกคราบจะทำให้ตัวใหญ่กว่าเดิม...ใหญ่จนสัตว์อื่นจู่โจมไม่ได้ เมื่อเขาพบบ้านใหม่อนาคตย่อมไม่น่ากลัวอีกต่อไป
หลายวันผ่านไป ปูเสฉวนยังหาบ้านไม่ได้ เขาตระเวณผ่านพื้นท้องทะเล ลัดเลาะรอบแนวปะการัง ขึ้นมาบนชายหาด แต่เปลือกหอยขนาดใหญ่หายไปไหนหมด!!?
ระบบในร่างกายเรียกร้อง ถึงเวลาต้องลอกคราบแล้ว...ปูเสฉวนยังหาบ้านไม่ได้
ในที่สุดเขาก็เจอ "บ้านใหม่" ลักษณะเป็นเปลือกหอยหน้าตาประหลาดกว่าทุกบ้านที่ผ่านมา มันลื่นใสหนาและหนัก มีขอบหยักแสนคม แม้มีช่องใหญ่พอสอดตัวเข้าไปได้แต่ปูเสฉวนไม่ชอบบ้านหลังนี้...เขาไม่มีทางเลือก
นับแต่วันนั้นเขาจำเป็นต้องหอบบ้านหลังใหม่ติดตัวไปด้วย เวลาผ่านไปเสฉวนยิ่งอึดอัดเพราะบ้านนี้แทบปกป้องเขาไม่ได้ ธรรมชาติไม่ได้สร้างลำตัวปูเสฉวนให้เหมาะเจาะกับเปลือกหอยชนิดนี้ หลายครั้งที่ปูเสฉวนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่เขาตัวใหญ่พอต่อสู้กับผู้ล่าขนาดเล็ก แต่โชคคงไม่ติดตัวตลอดไป สักวันเขาต้องเจอผู้ล่าขนาดใหญ่ก่อนถูกจับไปกินเป็นอาหาร
เจ้าปูรู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยลง ทุกวันเขาตระเวณไปทั่วชายฝั่ง สายตาสาดส่ายมองหาบ้านหลังใหม่ที่เป็นเปลือกหอย...เขาไม่เคยพบ...เวลาเหลือน้อยลงทุกที...ทุกที
วันหนึ่งปลายเดือนกุมภาพันธ์ เขาเดินขึ้นมาบนชายหาดเพื่อหาบ้านใหม่ แม้ทราบดีว่าโอกกาสมีน้อยยิ่งนัก แต่นี่คือทางเลือกเดียวของปูเสฉวน
ขณะเขาเดินอยู่ข้างโคนต้นปอทะเล เสียงเจี๊ยวจ๊าวพลันดังขึ้น "เต้!!? มาดูปูตัวนี้เร็ว...แปลกดีมีเปลือกเป็นแก้ว"
เสฉวนเหลือบสายตาไปดูรอบด้าน สาวสองสามคนยืนมุงดูเขาเขาอยู่ อีกด้านเป็นชายหญิงผมสีทอง ไกลออกไปมีชายหนุ่มสองคนกำลังวิ่งถือกล้องลงมา
ทันใดนั้นเขารู้สึกว่ามีอะไรมาแตะตัว มองขึ้นไปเห็นสาวคนนั้นกำลังพยายามยกเขาขึ้นมา เจ้าปูรีบหดกายเข้าไปในบ้าน แต่เปลือกหอยชนิดนี้ไม่เหมือนชนิดอื่นที่เคยปกป้องเขา ด้านในที่ลื่นและเรียบทำให้เขายึดไม่อยู่จนหลุดพรวดตกลงบนผืนทราย
"อุ๊ย!!? หลุดมาแล้ว ปูเสฉวนเป็นอย่างนี้เอง เดี๋ยวลองแตะดูสินิ่มหรือเปล่า?" สาวคนนั้นทิ้งแก้วลงก่อนยื่นมือมาใกล้เขา เจ้าปูน้อยตัวสั่นแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาได้แต่หดกายอยู่นิ่งพยายามเอาก้ามมาบังหน้า
"No!!? Don't touch him" เสียงห้าว ๆ ดังขึ้นมาขัดจังหวะ สาวน้อยหันกลับไปมองหน้าฝรั่งคู่นั้น ผู้เป็นสามีส่ายหน้าพร้อมมองด้วยสายตาประหลาด เมื่อมองรอบด้านเต้เห็นช่างกล้องสองคนกำลังจ้องมองเธอ ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เต้รีบชวนเพื่อนออกไปจากตรงนั้น
ปูเสฉวนยังคงนอนงุนงงอยู่บนพื้น ข้างกายเป็นแก้วตกกลิ้งอยู่ ฝรั่งผัวเมียมองดูเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินจากไปพร้อมพึมพัมว่า "poor crab"
บนชายหาดเหลือเพียงเสฉวนกับช่างภาพ หนึ่งในสองก้มลงถ่ายรูปเขาแต่ไม่พยายามเข้าใกล้ไปกว่านั้น เจ้าปูตั้งหลักอยู่พักใหญ่ต่อเมื่อเห็นว่าไม่มีอันตรายเขาจึงพยายามสอดกายกลับเข้าไปในเปลือกแก้ว
หัวหน้ากองบก.นิตยสาร Advanced Thailand Geographic รู้สึกนิ้วมือสั่นขณะพยายามลั่นชัตเตอร์ ตลอดชีวิตของการเป็นช่างภาพสารคดี เขาผ่านเหตุการณ์หวาดเสียวมามากมาย เคยถ่ายฉลามวาฬหรือเสือดาวกลางป่าใหญ่ ทุกครั้งนิ้วเขาไม่เคยสั่น บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมครั้งนี้จึงแตกต่าง?
เพื่อรวบรวมสมาธิ คุณสกลพรรณถามว่า "ครั้งนี้ใครผิดครับ?"
ผมระงับใจอยู่ชั่วครู่ก่อนตอบออกไป "ผิดด้วยกันสามฝ่าย หนึ่งคือคนที่เก็บเปลือกหอยไปจากชายหาดและแนวปะการังแห่งนี้ แม้ว่าไม่มีตัวหอยอยู่แล้วธรรมชาติยังสร้างเปลือกให้มีประโยชน์ต่อสัตว์อื่น"
"สองคือคนที่ชอบแตะหรือจับสัตว์ทะเลเพราะเห็นว่าประหลาดดี ฝรั่งมังค่าเขายังรู้ว่าเที่ยวอย่างไรให้ไม่ทำร้ายทะเล มีแต่คนไทยบางคนที่ไม่รู้คิดว่าธรรมชาติสร้างสัตว์มาให้พวกเราจับเล่น"
"แล้วคนทิ้งแก้วผิดไหมครับ? ถ้าเขาไม่ทิ้งปูตัวนี้ไม่มีที่อยู่คงตายไปแล้ว"
ผมเงียบอยู่อึดใจหนึ่งก่อนถามกลับว่า "ให้อยู่อย่างนี้กับตายไปเลย...คุณสกลพรรณคิดว่าอย่างไหนมีความสุขกว่ากัน!!?"
ครั้งนี้หัวหน้าบก.ATG ไม่ตอบ ยังคงถ่ายภาพต่อไป แต่สายตาผมเห็นนิ้วมือเขาสั่นระริก
ปูเสฉวนสอดกายกลับเข้าไปในแก้วอีกครั้งหนึ่ง เขามองไปรอบด้าน มองผ่านเลนส์จ้องตาคุณสกลพรรณ ก่อนหันมามองสบตากับผมแล้วเริ่มขยับกายออกเดิน
ผมมองดูเขา...และยังคงมองต่อไปขณะปูเสฉวนพาตัวเองและ "บ้าน" มุ่งหน้าสู่ทะเล...
ข้อมูลปูเสฉวน
อยู่ในกลุ่ม Anomura เป็นปูที่ยังมีส่วนท้องเหลืออยู่ แตกต่างจากปูทั่วไป เช่น ปูม้า ปูทะเล จะอยู่ในกลุ่ม Branchyura
ปูเสฉวนสืบพันธุ์โดยตัวผู้กับตัวเมียผสมพันธุ์ภายใน โดยปูจะออกมาจากเปลือกหอยชั่วคราว ก่อนตัวเมียจะปล่อยไข่ลงน้ำ ฟักออกเป็นแพลงก์ตอนล่องลอยไป พัฒนารูปร่างจนเป็นปูเสฉวน หาเปลือกหอยขนาดเล็กเป็นที่อาศัย ก่อนลอกคราบขยายขนาดขึ้นทีละน้อย ปูเสฉวนจะหาเปลือกหอยใหม่เพื่อใช้เป็นบ้านเสมอ
ปูเสฉวนกินอาหารได้หลายอย่าง บางครั้งกินสัตว์ขนาดเล็ก กินปูเสฉวนด้วยกันเอง กินซากเน่าเปื่อย เช่น ปลา ศัตรูของปูเสฉวนมีหลายอย่าง เช่น ปลาบางชนิด จุดอ่อนของปูเสฉวนอยู่ที่ท้องอันอ่อนนุ่ม จึงต้องอาศัยอยู่ในเปลือกหอย ไม่สามารถอยู่โดยปราศจากเปลือกหอยได้
ปูเสฉวนบางชนิดอาศัยอยู่บนบกเกือบตลอดเวลา เช่น ปูเสฉวนบก บางชนิดอาศัยอยู่ในทะเลตลอดเวลา
ปูเสฉวนบางชนิด มีพัฒนาการในการหาดอกไม้ทะเลมาอาศัยอยู่ด้วย โดยปูจะเดินไปหาดอกไม้ทะเลขนาดเล็ก ใช้ก้ามแซะขึ้นมา จากนั้นจะคีบดอกไม้ทะเลมาวางไว้บนเปลือกหอย ปล่อยทิ้งไว้สักครู่จนดอกไม้ทะเลติดกับเปลือกหอย จึงท่องทะเลไปด้วยกัน ดอกไม้ทะเลมีเข็มพิษ สัตว์อื่นจึงไม่กล้ามายุ่งกับปูเสฉวน
ปูเสฉวนขนาดใหญ่ที่สุดคือปูมะพร้าว ไม่ต้องมีเปลือกหอยใช้เป็นบ้าน แต่พัฒนาให้ท้องงอกลับเข้าไปอยู่ด้านใต้ลำตัว ขนาดกว้างเต็มที่ประมาณ 70 เซนติเมตร
ปูเสฉวนขนาดใหญ่ที่มีเปลือกคือปูเสฉวนบก ขนาดกว้างเต็มที่ 15 เซนติเมตร
ปูเสฉวนมีก้ามซ้ายขนาดใหญ่ ใช้ปกปิดช่องทางเข้าเปลือกหอย ยามเมื่อมีอันตราย ปูจะมุดเข้าไปข้างใน ใช้ก้ามซ้ายปิดทางเข้าไว้
ในเมืองไทยมีการศึกษาเรื่องปูเสฉวนน้อยมาก บริเวณที่พบเยอะ เช่น เกาะรอก (ตรัง) เกาะอาดัง-ราวี (ตะรุเตา) ยังไม่สามารถบอกสาเหตุที่แน่นอนได้
จุดรับบริจาคเปลือยหอยและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
บริษัท A TIME MEDIA
ชั้น 20 อาคาร C MIC Tower B
อโศก สุขุมวิท 21
Tel. 664-4333Show Room NISSAN ที่ร่วมโครงการ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โครงการ THINK EARTH
Tel. 215-3507
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.