www.talaythai.com
Last Update : Wednesday 29 November, 2000 11:14 AM

มัจฉาอันดามัน
บนพื้นมีปลา
มัจฉานอนนิ่ง
มัจฉาในรู
มัจฉาการ์ตูน
ใกล้พื้นก็มีปลา
ผีเสื้อและปั้กเป้า
ปลาน้อยกลอยใจ
ปลาใหญ่ขึงขัง
กลางน้ำยังมีปลา
ที่มาของเรื่องราว
สิบยอดเทคนิคชมมัจฉา
คำถาม-คำตอบ

ปลาน้อยกลอยใจ

          ตั้งชื่อมาเช่นนี้อาจสงสัยว่าเป็นปลาอะไรกันนะ พวกเขาเป็นมัจฉาสัพเพเหระที่อาศัยอยู่ใกล้พื้น ผมไม่รู้จะขึ้นชื่อเรื่องว่าอะไรก็เลยตามแต่ใจตนเอง อันดับแรกที่อยากให้รู้จักคือปลานกขุนทอง (Family Labridae) หลายคนเข้าใจว่ามีแต่ขนาดใหญ่หน้าตาคล้ายปลานกแก้ว ความจริงแล้วพวกนี้มีนับร้อยชนิด ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กจนผู้คนงงงวย ผมยกตัวอย่าง เช่น ปลาพยาบาล ปลาเขียวพระอินทร์ พวกเขาล้วนเป็นปลานกขุนทองทั้งสิ้น

          สำหรับตัวแทนของเหล่านกขุนทองที่จะมาเสนอหน้ากับคุณใน ATG เล่มนี้มีชื่อว่าปลานกขุนทองเหลือง (Halichoeres chrysus) พวกเขามีขนาดยาวไม่เกินสิบห้าเซนติเมตร จุดเด่นคือหัวลำตัวไปจรดหางด้านบนจะมีสีเหลืองอ๋อย มักอาศัยตามกองหินใต้น้ำไม่ชอบอยู่ในแนวปะการัง บางครั้งอยู่เป็นฝูงสี่ห้าตัว นายนี่ว่ายเร็วมากครับ ภาพที่ผมเอามาอวดกว่าจะได้มาใช้ฟิล์มไปเกือบหมดม้วน ด้วยเหตุนี้เมื่อมองดูภาพโปรดปรบมือเบา ๆ ให้กำลังใจคนถ่ายสักนิดแล้วรับรองว่าเขาผู้นั้นจะสู้ตายค่ะต่อไป

ปลาขี้ตังเป็ดฟ้า (Powder-blue surgeonfish)          จากปลาหายากเรามาหาปลาโหลกันบ้าง พวกแรกคือปลา Basslet (ยอมรับครับว่าผมตั้งชื่อภาษาไทยไม่ได้ บางคนเรียกปลาทองแต่รู้สึกว่ามันไม่ค่อยสื่อ) นายนี่อยู่เป็นฝูงว่ายทั่วไปในแนวปะการัง ขนาดยาวเต็มที่ไม่เกินสิบเซนติเมตร นักดำน้ำส่วนใหญ่คงเคยเห็นเพราะมีสีแสดบ้างสีม่วงบ้างวนเวียนกันให้ว่อน อย่างไรก็ตาม หลายคนคงแปลกใจเมื่อทราบว่าพวกเขาอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลาเก๋า (Family Serranidae) สุภาษิตบทนี้สอนให้รู้ว่าตัดสินหนุ่มหรือปลาโปรดอย่าใช้หน้าตาเป็นเครื่องบ่งบอก มันต้องมองลึกลงไปข้างในแล้วถึงจะเชื่อใจกันได้ (จริงมั้ยจ๊ะ...ใครคนหนึ่ง)

"มาจะกล่าว บทไป ถึงปลาแพะ

ไม่ร้องแบ๊ะ แต่หากิน อยู่ตามพื้น

เฝ้าไซร้หนวด พลิกเม็ดทราย ทุกวันคืน

เพื่อกล้ำกลืน สัตว์น้อย ตัวพองาม

อันปลาแพะ ที่ดี มีเอกลักษณ์

หายากนัก นายนี่ สีเหลืองอ๋อย

เขาวนเวียน ไปมา ทำตาปรอย

ผมจึงค่อย ถ่ายภาพมา ให้คุณชม"

          ความจริงแล้วประสิทธิภาพในการเขียนกลอนของผมอ่อนด้อยนัก หากแต่เพราะความรู้สึกอยากทดลองทำให้ร้อยกรองบทนี้ปรากฏขึ้นมา (ผมผิดไปแล้ว...ไม่ทำอีกแล้วครับ) อยากกล่าวอย่างรวบรัดว่าปลาแพะเหลือง (Family Mullidae - Parupeneus cyclostomus) เจอได้ทั่วอันดามันแต่โอกาสเห็นนั้นค่อนข้างยาก ตามอัตราเฉลี่ยของตัวเองแล้วดำสิบถึงสิบห้าไดฟ์จึงได้เจอสักครั้ง เหตุผลสำคัญคือเขาเป็นปลาวัยอ่อน เมื่อเติบโตเป็นพ่อแม่มัจฉาแล้วสีตัวจะเปลี่ยนไปไม่น่ารักวัยเอ๊าะ ทราบเช่นนี้แล้วเจอเค้าคราวหน้าอย่าละเลยนะครับ

ปลาวัวตัวตลก (Clown Triggerfish)          หนึ่งในความงดงามแห่งอันดามันคือปลาขี้ตังเบ็ด (Family Acanthuridae) พวกเขามีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่ที่อยากให้รู้จักคือปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า (Acanthurus leucosternon) นายนี่นับเป็นจ่าฝูงสำหรับบรรดาขี้ตังเบ็ดทั้งหลาย เขาหากินกันเป็นฝูงบางครั้งนับร้อยตัว สีสันนั้นบอกได้ว่าแสบทั้งตาสะท้านทั้งใจ แหล่งที่พบมากคือหมู่เกาะสิมิลัน เรียกว่าลงไดฟ์ไหนเจอไดฟ์นั้น ส่วนทะเลอันดามันแถวอื่นก็มีบ้างถึงแม้ไม่มากมายเท่าสิมิลันแต่ก็จัดเป็นมัจฉาหาไม่ยากนัก

 

          ปลาน้อยกลอยใจพวกสุดท้ายที่จะมาพบคุณมีนามกรว่าปลาวัว (Family Balistidae) พระเอกของเหล่ามัจฉากลุ่มนี้มิใช่ปลาวัวอะเฮ้แต่เป็นปลาวัวมงกุฏ (Balistoides conspicillum) เป็นมัจฉางามสุดชนิดหนึ่งของท้องทะเล พวกเขามักอาศัยอยู่แบบโดดเดี่ยว ว่ายเป็นจรวดผ่านมาแล้วเลยไป ไม่ค่อยว่ายวกวนให้เราดู บริเวณที่เจอบ่อยได้แก่หมู่เกาะสิมิลัน ความจริงแล้วผมเคยเห็นเขาตามกองหินใต้น้ำแถวตรังและกระบี่ หากแต่บริเวณนั้นต้องสมบูรณ์ถึงขีดสุดอีกทั้งมีน้ำใส นับว่าเขาเป็นปลาที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความบริสุทธิ์ของแนวปะการังได้เป็นอย่างดี

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com