www.talaythai.com
Last Update : Friday 23 February, 2001 2:01 AM


เรื่อง... ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์/ภาพ... ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, สกลพรรณ ทิพานันท์, นัท สุมนเตมีย์

ชั่วชีวิต...หมึกกระดอง

หอยไร้เปลือก
เรือดำน้ำธรรมชาติ
หมึกพรางตัว
หน้าที่ของน้ำหมึก
เมื่อหมึกล่าเหยื่อ
เมื่อหมึกมีรัก
หมึกออกไข่
ล่าหมึก
ไดหมึก
ตกหมึกและลอบหมึก
เลี้ยงหมึก
แสดงความคิดเห็น

เมื่อหมึกล่าเหยื่อ

          เมื่อฉันโดนล่า...ฉันก็มีสิทธิตามล่า โลกของธรรมชาติอยู่ภายใต้กฏ "ล่าให้ได้...หนีให้พ้น" แต่แทนที่จะเล่าว่าฉันล่าเหยื่อยังไง? เอาเป็นว่าตามไปดูของจริงกันเลยดีกว่า

          นั่น!!? เห็นมั้ย ปลาสลิดทะเลผู้อับโชค (Rabbitfish) ความจริงแล้วเค้าเป็นปลากลางน้ำ มีขนาดตัวใหญ่เท่าฝ่ามือหรือมากกว่า แต่เวลานี้ใกล้ถึงตอนเย็นแล้ว สลิดทะเลเลยลงมาหน้าดินเพื่อเตรียมพักผ่อนนอนหลับ เจ้าตัวนั้นว่ายเข้ามาใกล้ คอยดูนะ...ฉันจะโชว์วิธีล่าเหยื่อให้เธอดู

          ก่อนอื่นคงต้องอธิบายว่าทำไมฉันถึงเห็นปลาตัวนั้นได้? แม้ว่าหมึกอย่างเราจะไม่มีหูหรืออวัยวะใช้รับฟังเสียง แต่ตาของเราพัฒนาไปจนถึงขั้นสูงสุด เหมือนตาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหรือมนุษย์ มีแก้วตา ม่านตา และจอรับภาพ มีเลนส์ตาที่สามารถเคลื่อนเข้าออกจากจอรับภาพ ทำงานในลักษณะเดียวกับเลนส์ของกล้องถ่ายรูป พวกฉันยังมีตาขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว โดยเฉพาะหมึกกล้วยน้ำลึก สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความยาวเท่าที่มีรายงานเกิน 5 เมตร พวกนี้มีตาขนาดเท่ากับลูกบอล จัดเป็นสัตว์ที่ขนาดนัยน์ตาใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าวาฬสีน้ำเงินหรือไดโนเสาร์อีกนะ ถึงแม้ตัวจะเล็กกว่าก็ตามเถอะ

          สมองของฉันมีขนาดใหญ่และพัฒนามากกว่าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดใด สมองส่วนบนและส่วนล่างมีความทรงจำ สามารถเรียนรู้ประสบการณ์มาเพื่อประยุกต์ใช้ได้ ฉันยังมีระบบเส้นใยประสาทชั้นยอด สามารถสั่งการกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี จะว่าไปแล้วถ้าเอามนุษย์อย่างเธอมาเปรียบเทียบกับฉัน โดยมีสัดส่วนเท่ากัน เส้นใยประสาทของฉันมีขนาดใหญ่กว่าของพวกเธอตั้ง 50 เท่า

          หนวดของฉันยังมีประโยชน์อย่างมากต่อการหากิน เพราะสามารถใช้ประสาทสัมผัสบนปุ่มหนวดแยกแยะความแตกต่างของวัตถุ หรือแม้กระทั่งรับรู้รสชาติได้เหมือนลิ้นมนุษย์ ความจริงแล้ว หนวดของหมึกยักษ์มีความสามารถในการรับรู้ด้านนี้มากกว่าลิ้นของพวกเธออีกนะ

          บอกมาทั้งหมดนี้ คงรู้แล้วว่าทำไมฉัน...สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง...ที่อาจดูกิ๊กก๊อกในสายตาเธอ จึงสามารถจับปลา...สัตว์มีกระดูกสันหลัง...ที่มีวิวัฒนาการสูงได้ เรามาดูฉันลุยปลากันต่อดีกว่า

          นักวิทยาศาสตร์เค้าศึกษาแล้วพบว่า การจับเหยื่อของฉัน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน เดี๋ยวฉันจะโชว์ให้ดูชัดๆ

          เริ่มด้วยขั้นตอนแรก "การจ้องเหยื่อ" (Attention) ฉันใช้ตามองดูเจ้าปลาสลิดทะเลตัวนี้ สมองสั่งการว่าปลาน่ะกินได้ ในตอนเด็ก ๆ ฉันกินแต่กุ้งตัวเล็กเท่านั้น พอโตขึ้นค่อยกินสัตว์อื่นเรื่อยมา ส่วนใหญ่จะเป็นปู แต่เมื่อเคยกินปลาแล้วจำได้ว่าอร่อย หมึกทะเลอย่างเราเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการในด้านการกิน เหมือนที่พวกเธอจำได้ว่าร้านไหนอร่อยก็ไปร้านนั้นทานบ่อยนั่นแหละ

          หนังสือเล่มหนึ่ง (Underwater Explorer) เค้าบอกว่า หมึกกระดองเป็นสัตว์กินสิ่งมีชีวิตเท่านั้น จะไม่กินเหยื่อตาย แต่อาจารย์ธรณ์บอกว่าไม่แน่ เพราะหมึกกระดองในบ่อเพาะเลี้ยง กินแต่ปลาตายไม่เห็นจะแคร์ อีกอย่างอาจารย์เค้าเคยไปทำ Shark Feeding ลงทะเลเลี้ยงฉลาม มีหมึกกระดองว่ายเข้ามากินเหยื่อจากมือเค้า แถมยังเคยเห็นหมึกกระดองตามกินเหยื่อตกปลาขึ้นมาจนถึงผิวน้ำ สรุปแล้วว่าพวกฉันจับเหยื่อกินเอง แต่บางครั้งก็เล่นเหยื่อตายเหมือนกัน

          ขั้นตอนที่สอง "การกะระยะ" (Positioning) เห็นมั้ย...ฉันค่อย ๆ ลอยกระเพื่อมเข้าไปหาปลาชะตาขาด ทีละนิดทีละน้อย ไม่ให้เหยื่อตื่น ลองสังเกตการเคลื่อนที่สิ ฉันจะรักษาตำแหน่งให้ปลาตรงกับหัวเสมอ ระหว่างนี้สีสันของฉันจะวูบวาบไปมา ตามอารมณ์ที่บอกว่าหิวจังวุ้ย หนวดคู่กลางของฉันจะชี้ขึ้นเหมือนตอนขู่ศัตรู เอาล่ะ...ตอนนี้ฉันเข้ามาใกล้จนได้ระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงตัว ถึงเวลาปฏิบัติการ

          ขั้นตอนที่สาม "การจับเหยื่อ" (Seizure) เมื่อจ้องหน้าปลาสลิดทะเลตัวนั้น ฉันเปลี่ยนสีตามตัวอย่างรวดเร็ว เห็นเป็นสีเข้มวูบวาบ พอปลามองเห็นปลาก็ช๊อค หยุดนิ่งวูบหนึ่งเพราะตื่นเต้นจัง สังเกตหนวดคู่ยาวของฉันนะ โช๊ะ!!? เสร็จโก๋ ระหว่างที่ปลาน้อยหน้าโง่กำลังงง ฉันยืดหนวดคู่นั้นออกไปรัดตัวปลา แล้วดึงเข้ามาหา นี่แน่ะ...เอาหนวดคู่อื่นรัดไว้เลย (ลองอ่านเรื่องของการจับเหยื่อในหน้าสี มีภาพและคำอธิบายที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ)

          ฉันจะจับปลาในลักษณะเอาหัวเข้าปากปล่อยให้หางชี้โด่เด่อยู่ด้านนอก หนวดฉันมีปุ่มดูดเยอะแยะแถมยังรัดเหยื่อเป็นเกลียว โอกาสรอดยาก หนอย...ดิ้นเรอะ เจอไม้ตายหน่อยเป็นไร

          ฉันมีอวัยวะสามอย่างที่ทำงานร่วมกันในการฆ่าเหยื่อและกินเหยื่อ อย่างแรกคือขากรรไกร (Jaw) ลักษณะเป็นปากนกแก้ว คุณแม่บ้านทั้งหลายต้องแคะทิ้งก่อนเอาพวกฉันไปทำกับข้าว ขากรรไกรจะใช้ในการกัดเหยื่อ ส่วนใหญ่ฉันจะกัดตรงรอยต่อระหว่างหัวกับลำตัว อันเป็นจุดตายของสัตว์ทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้ฉันถึงต้องจับปลาทางหัวยังไงล่ะ

          อวัยวะอย่างที่สองคือต่อมน้ำลาย จะสกัดสารพิษออกมาช่วยฆ่าเหยื่อ สารพิษชื่อ "Cephalotoxin" มีเฉพาะในหมึกยักษ์และหมึกกระดอง ปรกติจะส่งผลต่อสัตว์พวกกุ้งปูอันเป็นอาหารหลัก ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต ไม่มีผลต่อมนุษย์ แต่ว่าไม่ได้ หากเจอเพื่อนของฉันหมึกยักษ์วงฟ้า (Hapalochlaena maculosa) พวกเค้าจะมีสารพิษแบบ Maculotoxin จึ๊กเดียวคนถึงฆาตเลย (เท่าที่ทราบ หมึกยักษ์ชนิดนี้พบแถวประเทศออสเตรเลีย ไม่มีรายงานในเมืองไทย)

          อวัยวะประการสุดท้ายคือฟัน (Radula - เป็นชื่อของฟันในสัตว์กลุ่มหอยทั้งหมด) มีลักษณะเป็นเขี้ยวใช้ขูดเนื้อเหยื่อ เห็นมั้ย...เจ้าสลิดทะเลตายแล้ว เจอฉันกัดเข้าไม่นานก็สู่สวรรค์ ถึงเวลาทานอาหารแล้วล่ะ เริ่มจากใช้ฟันขูดทีละนิด...ทีละนิด เลือกขูดเฉพาะเนื้อ ฉันไม่กินก้าง หัว หรือหางปลา เมื่อขูดเนื้อได้หมดตัวจะทิ้งส่วนที่เหลือ วิธีกินอย่างนี้ทำให้ฉันดูดซึมอาหารได้มากกว่า 90 เปอร์เซนต์

          หมึกทะเลแต่ละชนิดใช้ประโยชน์จากอาหารได้ไม่เท่ากัน หมึกกระดองอย่างฉันมีอัตราส่วนเปลี่ยนอาหารให้เป็นเนื้อของตัวเอง ในระดับ 1.5 ต่อ 1 หมายความว่ากินเข้าไป 1.5 ส่วน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1 ส่วน ทั้งนี้เพราะฉันเคลื่อนไหวน้อย ถ้าเป็นพวกหมึกหอมอาศัยอยู่กลางน้ำ อัตราส่วนจะอยู่ในระดับ 4.5 ต่อ 1

          ลืมบอกไป อัตราส่วนนี้คิดมาจากหมึกที่อยู่ในบ่อเลี้ยงนะ มีอาหารมาป้อนให้ถึงปาก ไม่ต้องใช้พลังงานมาก ถ้าเป็นในธรรมชาติอาจมีอัตราส่วนน้อยกว่านี้จ้ะ

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com

HitBox