![]() Last Update : Friday 23 February, 2001 2:02 AM |
|
เรื่อง... ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์/ภาพ... ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, สกลพรรณ ทิพานันท์, นัท สุมนเตมีย์
หอยไร้เปลือก
เรือดำน้ำธรรมชาติ
หมึกพรางตัว
หน้าที่ของน้ำหมึก
เมื่อหมึกล่าเหยื่อ
เมื่อหมึกมีรัก
หมึกออกไข่
ล่าหมึก
ไดหมึก
ตกหมึกและลอบหมึก
เลี้ยงหมึก
แสดงความคิดเห็น
หอยไร้เปลือก
ฉันเคลื่อนกายลัดเลาะตามแนวหิน ลูกหมึกแต่ละชนิดมีชีวิตคล้ายพ่อแม่ พวกที่เป็นหมึกกลางน้ำ เช่น หมึกกล้วย ลูกที่เกิดมาจะล่องลอยเป็นแพลงก์ตอน แต่หมึกกระดองอาศัยใกล้พื้น ฉันเลยต้องว่ายตามหน้าดิน ("หน้าดิน" เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการประมง หมายถึง ตามพื้นหรือใกล้พื้น ไม่ว่าพื้นจะเป็นหิน โคลน ทราย ฯลฯ เราเรียกว่าหน้าดินทั้งนั้น)
เธอคงไม่รู้สินะ ลูกหมึกทะเลแตกต่างจากลูกสัตว์น้ำส่วนใหญ่ กุ้ง หอย ปู ปลา พวกเขาเกือบทั้งหมดมีตัวอ่อนรูปร่างไม่เหมือนตัวเต็มวัย ต้องพัฒนาไปเรื่อยกว่าจะดูคล้ายพ่อแม่ ผิดกับพวกฉัน เกิดมามีลักษณะเหมือนหมึกเต็มวัยเกือบทุกประการ
ไหน...เธอว่าพวกฉันเป็นหอยเหรอ? ใช่แล้วล่ะ ฉันเป็นหนึ่งในสัตว์กลุ่มหอยไฟลั่ม Mollusca ทั้งที่รูปร่างหน้าตาฉันไม่เหมือนหอยเท่าไหร่ แต่นักวิทยาศาสตร์สืบทราบมาว่าเรามีบรรพบุรุษร่วมกัน ตั้งแต่สมัยปลายยุคแคมเบรียน (500 ล้านปีมาแล้ว) ตอนนั้นมีหมึกหน้าตาแปลก ๆ มีกระดองอยู่ข้างนอก บางตัวมีลักษณะคล้ายหอยงวงช้าง จนมาถึงยุคหลัง หน้าตาของหอยกับหมึกถึงเริ่มแตกต่าง
นอกจากเรามีคุณทวดร่วมกันแล้ว เรายังมีอวัยวะหลายอย่างเหมือนกันอีกด้วย เช่น ทางเดินอาหาร ปาก ฟัน ท่อขับน้ำ (Siphon ในหอยหรือ Funnel ในหมึก) ที่สำคัญคือฉันมีเนื้อเยื่อแบบแมนเทิลเหมือนหอย (Mantle) เนื้อเยื่อแบบนี้มีประโยชน์มาก ที่เห็นชัด ๆ คือใช้สร้างเปลือกหอยหรือสร้างแกนในตัวหมึก
ฉันอยู่ใน Class Cephalopoda (เซ-ฟา-โล-โป-ด้า) "Cephalo" แปลว่า "หัว" "Poda" แปลว่า "เท้า" งงแล้วสิว่าทำไมหัวกับเท้าจึงมาอยู่รวมกันเป็นชื่อเดียวได้? คนตั้งชื่อพวกฉันเค้าเก่งนะ เพราะฉันเป็นสัตว์ที่มีส่วนหัวกับส่วนเท้าติดกัน อ้อ...ลืมบอกไป "เท้า" ของฉันคือ "หนวด" ที่เธอรู้จักนั่นเอง หายสงสัยแล้วใช่ไหมว่าทำไมฉันจึงมีชื่อเช่นนี้
พวกฉันมีประมาณ 650 ชนิด (หนังสือบางเล่มบอกว่ามี 800 ชนิด) แบ่งเป็น 4 กลุ่ม อันดับแรกคือหอยงวงช้าง (Nautilus) เค้ามีหนวดตั้ง 63-94 เส้น มากกว่าหมึกชนิดไหน อีกทั้งยังไม่มีน้ำหมึกใช้พ่นป้องกันตัว หอยงวงช้างยังแตกต่างจากหมึกทั้งหลายเพราะมีเปลือกอยู่ด้านนอก แบ่งเป็นช่อง ๆ มีรูเชื่อมต่อกัน เค้าจะอาศัยอยู่ในช่องสุดท้ายเท่านั้น เธออาจเคยเห็นเปลือกของหอยงวงช้างวางอยู่ตามร้านขายหอย อย่าไปซื้อเชียวนะ...สงสารเค้า
กลุ่มที่สองคือหมึกยักษ์หรือหมึกสาย (Octopus) ความจริงชื่อภาษาอังกฤษก็บอกลักษณะเด่นอยู่แล้ว เพราะ "Octo" แปลว่า "แปด" หมึกกลุ่มนี้มีหนวด 8 เส้น ไม่มีเปลือกด้านนอก แถมยังไม่มีเปลือกภายในลำตัวด้วย จะยกเว้นก็เฉพาะสกุล Argonauta ที่สกัดสารออกมาสร้างเปลือก โดยมีหนวดคู่พิเศษเพื่อกิจกรรมนี้ เปลือกนั้นใช้หุ้มไข่ ลักษณะคล้ายเปลือกหอยงวงช้างแต่มีสีขาวและบางกว่า มนุษย์อย่างพวกเธอเลยเข้าใจผิดเรียกว่า "หอยงวงช้างกระดาษ" (Paper Nautilus) ความจริงไม่ใช่สักหน่อย ที่แท้เป็นเปลือกหุ้มไข่ของหมึกยักษ์พันธุ์นั้นต่างหาก รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมบอกต่อล่ะ
กลุ่มที่สามคือหมึกหอม (Squid) หมึกกล้วย (Loligo) พวกเค้ามี 10 หนวด รูปร่างยาวคล้ายตอร์ปิโด มีครีบอยู่ด้านข้างค่อนไปทางด้านท้ายลำตัว เหมาะสำหรับว่ายหากินกลางน้ำมาก หนวดจะมีตะขอเล็ก ๆ เอาไว้เกี่ยวจับปลากิน เปลือกลดรูปเข้าไปอยู่เป็นแกนในร่างกาย เป็นแผ่นบางใสโปร่งแสง (Pen) มีน้ำหนักเบาเพื่อให้หมึกกลุ่มนี้ว่ายน้ำได้รวดเร็ว ประโยชน์ของแกนกลางคือช่วยให้ลำตัวคงรูปร่างอยู่ได้
กลุ่มสุดท้ายคือฉันเอง...หมึกกระดอง (Cuttlefish) ฉันมี 10 หนวดเหมือนหมึกหอมและหมึกกล้วย แต่หนวดไม่มีตะขอ คงเป็นเพราะฉันหากินหน้าดิน ใช้หนวดกดกุ้งปูให้ติดพื้น ส่วนสองหมึกนั้นกินปลากลางน้ำเป็นหลัก ฉันยังมีครีบบาง ๆ อยู่รอบตัว ไม่ได้มีเฉพาะด้านท้ายเหมือนพวกเค้า
แกนของฉันเป็นแผ่นหินปูนอยู่ข้างในลำตัว มนุษย์เรียกว่า "ลิ้นทะเล" (Cuttle Bone) หรือ "กระดอง" อันเป็นที่มาของชื่อ "หมึกกระดอง" เจ้ากระดองนี้นอกจากช่วยเป็นแกนกลางลำตัว ยังมีประโยชน์ต่อหมึกอย่างฉันอีกหนึ่งประการ นั่นคือทำให้ฉันกลายเป็นเรือดำน้ำธรรมชาติสมบูรณ์แบบ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com