www.talaythai.com
Last Update : Friday 2 March, 2001 1:59 PM

สรรพสัตว์พรางตัว
คำแนะนำของครูแนะแนว
สัญญาวัดใจ
กัมโม่ผิงดาว
นัทและศรัทธา
ธรณ์เลือดเย็น
ที่มาของเรื่องราว

นัทและศรัทธา

          เวลาเดียวกัน แต่ห่างออกไปร้อยกิโลเมตรทางใต้ เรือลำใหญ่จอดอยู่ใกล้เกาะเก้า หมู่เกาะสิมิลัน

          นัท สุมนเตมีย์ พร้อมออกปฏิบัติการ หน้ากากถูกดึงลงมาให้เข้าที่ ไดฟ์มาสเตอร์ตรวจเช็คแท๊งค์เขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนส่งสัญญานโอเคให้กระโดดลงน้ำ

          มือข้างหนึ่งของนัทคือกล้องคู่ใจ ไฟฉายถูกคล้องไว้ในอีกมือหนึ่ง เขาปล่อยกายลงสู่ความมืดของผิวน้ำ ทิ้งระยะนิดหนึ่งเพื่อตรวจอุปกรณ์ แล้วปล่อยอากาศจากชุด BC ตะกั่วหนักอึ้งรอบเอวถ่วงให้เขาจมตัวสู่ท้องทะเล สิบ...ยี่สิบ...สี่สิบ...ห้าสิบ...หกสิบ ตัวเลขบอกระดับความลึกเป็นฟุตทยอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

          ที่พื้น...นัทฉายไฟรอบด้านหนึ่งครั้ง ตัดสินใจว่ายตรงสู่ปะการังก้อนใหญ่ บริเวณนั้นคือที่อาศัยของดาวขนนกหลายชนิด

          แม้พื้นฐานของเขาไม่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ แต่เป็นความชำนาญด้านวารสารศาสตร์ มธ. แต่นัทไม่เคยเชื่อว่าการเรียนรู้ของคนเราจบลงภายในรั้วมหา'ลัย รวมทั้งไม่เคยเชื่อว่าคนจะรู้จักสัตว์ในธรรมชาติไม่ได้ ถ้าหากเขาไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์

          ความรู้...อยู่ที่การอ่าน...การลงมือทำ...และกลับมาอ่าน

          จากประสบการณ์หลายปีใต้ทะเล นัททราบดีว่าสัตว์พรางตัวมีหลายรูปแบบ เช่น การพรางตัวให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม (Camouflage) ตัวอย่างที่ดีคือปลาหินและปลากบ มีรูปร่างและสีสันจนเกือบเหมือนพื้น อีกทั้งยังมีพฤติกรรมที่ชอบอยู่นิ่งไม่ขยับตัวไปไหน

          อีกแบบคือการพรางตัวเลียนแบบสัตว์อื่น (Mimicry) เช่น ปลาตุ๊ดตู่ (Blenny) บางชนิดเลียนแบบปลาพยาบาล (Cleaner Wrase) มีรูปร่างเหมือนกัน มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน ต่างกันตรงที่ปลาตุ๊ดตู่ไม่ได้เข้าไปเพื่อตอดกินเมือกหรือปรสิต แต่กลับเข้าไปเพื่อตอดกินเนื้อสัตว์ใหญ่

          การพรางตัวทั้งสองแบบทำให้นัทรู้ว่า วิวัฒนาการด้านนี้ลึกล้ำนัก นอกจากรูปร่างและสีสัน สัตว์ยังจำเป็นต้องมีพฤติกรรมที่ผ่านการตรวจสอบของธรรมชาติมานับล้านปี

          แต่สรรพสัตว์พรางตัวที่เขากำลังสนใจ มิใช่พรางตัวกับสิ่งแวดล้อมหรือเลียนแบบสัตว์อื่น แต่เป็นการพึ่งพาอาศัยเพื่อขอหลบซ่อนอยู่ด้วย

          ปลาการ์ตูนและดอกไม้ทะเลคือตัวอย่างดีที่สุด ปลาการ์ตูนมีขนาดเล็กกว่า อาศัยพฤติกรรมแปลกประหลาดเข้าไปถูตัวกับเมือกที่ฐานดอกไม้ทะเล ทำให้พวกเขาอยู่กับดอกไม้ทะเลได้โดยไม่โดนเข็มพิษ เนื่องจากวิวัฒนาการทั้งหมดมาทางด้านนี้ ปลาการ์ตูนจึงขาดพฤติกรรมที่จะอยู่รอดได้โดยลำพัง พวกเขาว่ายน้ำช้า สีสันสะดุดตา ไม่มีพิษ ปลาการ์ตูนจึงต้องอาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลเสมอ ในทางตรงกันข้าม ดอกไม้ทะเลอาจไม่มีปลาการ์ตูนอยู่ร่วมด้วยก็เป็นได้

          ความสัมพันธ์แบบสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ต้องพึ่งพาอาศัยกับอีกชนิดแบบขาดไม่ได้ เราเรียกว่า Obligant Symbios

          สรรพสัตว์พรางตัวที่นักกำลังสนใจ จัดอยู่ในกลุ่มนี้ พวกเขามีอยู่หลากหลาย แต่นัทให้ความสำคัญกับสัตว์ตามดาวขนนกเป็นพิเศษ เนื่องจากพวกเขามีลักษณะสีสันแปลกตา อีกทั้งยังเป็นความท้าทายด้านการถ่ายภาพ

          นัทเจอดาวขนนกตัวแรก ตะเกียบเป็นอุปกรณ์สำคัญเช่นเดียวกับที่กัมโม่ใช้ เพราะขนตามแขนของดาวขนนกมักติดนิ้วมือจนดึงไม่ออก และอาจหลุดรุ่ยเมื่อเราลงมือค้นหา นัทเพียงต้องการถ่ายภาพ...มิใช่ต้องการทำร้ายสัตว์

          ปูดาวขนนกลักษณะประหลาดปรากฎตัว นัทเคยเห็นแต่ปูหัวแหลม แต่เจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้ามีหัวเป็นสองแฉก อีกทั้งกระดองยังมีหนามแหลมแยกไปสองแง่ง

          เคยสงสัยบ้างไหม? กว่าช่างภาพจะได้รูปสัตว์ทะเลสักตัว ใช้เวลานานแค่ไหน?

          สำหรับปูตัวนี้ นัทใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ใช้อากาศเกือบหมดแท๊งค์ เริ่มด้วยการตั้งหลักให้มั่นคง ค่อยๆใช้ตะเกียบดันแขนดาวขนนกไปด้านข้าง ตั้งโฟกัสให้ตรง จากนั้นพยายามไล่ปูให้เข้ามาอยู่กลางภาพ กระบวนการนี้อาจใช้เวลาห้าหรือสิบนาที เมื่อได้ภาพแรก นัทเริ่มไล่ปูอีกครั้ง กว่าจะได้กดชัตเตอร์ภาพสองสามสี่...ไปจนกว่าจะแน่ใจว่าพอแล้ว หรือจนกว่าอากาศหรือฟิล์มจะหมด

          รบกวนสัตว์??? คำถามในใจหลายคน

          ไม่รบกวนแล้วทำอย่างไรจึงได้ภาพถ่าย? ไม่มีภาพถ่ายแล้วเหตุใดจึงรู้จักสัตว์?

          นัทไม่ใช่นักวิจัย เขาเป็นช่างภาพ ต่อให้เจอสัตว์ประหลาดเพียงไหน สิ่งที่นัททำได้คือการถ่ายภาพ

          บางคนมองกิจกรรมถ่ายภาพใต้น้ำว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายทะเล แต่นัทคิดว่าขึ้นกับจุดประสงค์และความชำนาญ บางคนเพิ่งดำน้ำได้ห้าครั้ง รักษาสมดุลย์ยังไม่ได้ พุ่งลงไปนอนบนกอกัลปังหา ก่อนถ่ายภาพแล้วจากไป แต่ทิ้งความย่อยยับให้เหลืออยู่

          นัทเชื่อว่าก่อนถ่ายภาพใต้น้ำ เขาหรือเธอควรมีความชำนาญด้านการดำน้ำ อย่างน้อยต้องรักษาสมดุลย์ร่างกายให้ได้ และรู้จักสัตว์พอประมาณ ไม่ใช่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับตัวเรา แต่เพื่อป้องกันอันตรายที่เราอาจทำกับเพื่อนใต้ทะเลเหล่านั้น

          นอกจากนี้ นัทยังทราบดีว่า ภาพถ่ายจำนวนมากถูกนำมาฉายไว้ให้ดูกันในหมู่เพื่อนฝูง ข้อมูลของสัตว์รายงานแรกจำนวนมาก ไม่เคยมีโอกาสออกจากถาดสไลด์ที่เก็บไว้ในตู้กันความชื้น

          ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัย อุทยานฯทางทะเล ล้วนต้องการภาพถ่ายใต้น้ำ อาจไปใช้ในการนำเสนอให้คนอื่นชม ใช้เพื่อการศึกษาวิจัย ฯลฯ พวกเราสามารถติดต่อหน่วยงานเหล่านั้น เพื่อให้ภาพถ่ายที่ได้มาด้วยความยากลำบาก มีประโยชน์อย่างแท้จริง

          สำหรับนัทเอง เขาพยายามนำเสนอภาพถ่าย พร้อมข้อมูลทางวิชาการที่ค้นหามา เพื่อให้คนไทยทราบว่าเมืองไทยมีของดีมากมาย

          หลายคนอาจไม่ทราบ หลายสิบภาพถ่ายของนัทคือหลักฐานครั้งแรกว่ามีสัตว์ชนิดนี้อยู่ในเมืองไทย เป็นข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ที่พวกเราต้องการกันหนักหนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของภาครัฐแม้เพียงบาทเดียว (การศึกษาด้านความหลากหลายต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก บางโครงการมูลค่าหลายล้านบาท)

          นัทยังคงกดชัตเตอร์ของเขาต่อไป เพราะนี่คือเส้นทางที่เขาเลือกแล้ว

          วันนี้ที่เกาะสิมิลันไม่มีเสียงเพลงตามลม แต่ในหูของนัทที่ความลึกหลายสิบฟุต กลับแว่วทำนองของเพลงแห่งศรัทธา

          "ขอเยาะเย้ย...ทุกข์ยาก...ขวากหนามลำเค็ญ

          คน...ยังคง...ยืนเด่น...โดยท้าทาย

          แม้...ผืนฟ้า...มืดดับ...เดือนลับมลาย

          ดาว...ยังพราย...ศรัทธา...เย้ยฟ้าดิน"

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com

HitBox